กำลังแสดงผล 1 ถึง 8 จากทั้งหมด 8

ใครหนอรักเราเท่าชีวี

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ใครหนอรักเราเท่าชีวี



    เยาวชนสีขาว ใครหนอรักเราเท่าชีวี (1)



    วันนี้มีผู้ปกครองของเด็กชายเพิ่มพูน ได้มาข้ออนุญาต ย้ายโรงเรียน เราเลยถาม
    คุณครู: ผู้ปกครองทำไมถึงย้ายเพิ่มพูน คะ
    ผู้ปกครอง: จะนำเด็กไปอยู่ด้วยค่ะ
    คุณครู : ขอโทษนะคะ จะย้ายไปอยู่ที่ไหนคะ
    ผู้ปกครอง: ไปอยู่ที่เยอรมัน ค่ะ



    ทีนี้เริ่มตาลุกวาว เลย เรา

    คุณครู: คะ ?
    ผู้ปกครอง: คือ ดิฉันแต่งงานกับสามีใหม่ เป็นชาวเยอรมันค่ะ เลยไม่อยากทิ้งเด็กไว้ค่ะ ห่วง
    คุณครู: อ้อ ค่ะ
    ผู้ปกครอง: ถ้าอยู่เมืองไทย ก็ต้องอยู่กับแม่ใหญ่ (ยาย) ซึ่งแก่แล้ว ไม่อยากให้แม่ ลำบากค่ะ
    คุณครู: ค่ะ
    ผู้ปกครอง: เหมือนจะทิ้งแม่ แต่ไม่ใช่นะคะ ดิฉันส่งเงินให้แม่ทุกเดือน และให้เงินเดือนพิเศษแก่น้องสาวคนที่เลี้ยงแม่ด้วยค่ะ
    คุณครู: ค่ะ
    ผู้ปกครอง: แต่ดิฉันก็ห่วงเพิ่มพูนเขาด้วย อยากให้ไปอยู่กับดิฉันค่ะคุณครู
    คุณครู: ค่ะ ไปอยู่เมืองนอก
    ผู้ปกครอง: คิดถึงเขาค่ะ เรามีกันสองคนแม่ลูก ตอนที่เลิกกับพ่อเขา พ่อเขาจะเอาไปอยู่ด้วย แต่ดิฉันไม่ยอมค่ะ เพราะอย่างไรก็ลูกเน๊าะ ค่ะ
    คุณครู: ค่ะ ลูกใครใครก็รักนะคะ
    ผู้ปกครอง: อย่างไรก้ไม่ยอมให้ลูกไปอยู่ไกลตาค่ะ คุณครู
    คุณครู: ค่ะ แล้วจะไปอยู่ที่เยอรมันเลยหรือคะ
    ผู้ปกครอง: ค่ะคุณครู จะนำลูกไปอาทิตย์นี้นั่นแหละค่ะ
    ผู้ปกครอง: พ่อเลี้ยงเขา ก็สนับสนุนเต็มที่ค่ะ
    ผู้ปกครอง: กว่าจะมาถึงที่นี่ ลำบากมากค่ะคุณครู ต้องทำงานส่งทางบ้าน ส่งเพิ่มพูน บางวันไม่มีข้าวกิน ก็ต้องอดออมให้ลูกจนได้ ตัวเองอดไม่เป็นไร แต่ลูกจะอดอยากไม่ได้


    ตอนนี้ทั้งคุณครู และผู้ปกครอง นักเรียน ก็เริ่มน้ำตาซึมเข้าหากัน
    ปาดน้ำตาได้ ...ก็ถามต่อ

    คุณครู: สุดยอดเลยนะคะ ผ่านวิกฤติ มาได้สุดยอดเลย
    ผู้ปกครอง: ไม่กล้าบอกทางบ้านว่าอยู่อย่างไรค่ะ กลัวที่บ้านกังวล
    ผู้ปกครอง: ทำงานบางทีทั้งคืนไม่ได้นอน ก็ต้องทนเพื่อลูกค่ะ
    ผู้ปกครอง: จนมาเจอสามีใหม่ ชาวเยอรมันนี่แระค่ะ
    ผู้ปกครอง: กับสามีคนเดิม เขาก็ไม่ได้ส่งเสียเพิ่มพูนเลย


    น้ำตาครูก็อาบแก้มอีกแล้ว...

    ผู้ปกครอง: คงเป็นบุญน่ะค่ะ ที่ทำให้ลูกได้อยู่กับแม่อีกครั้ง
    คุณครู: ค่ะ เดี๋ยวทางนี้จะทำใบย้ายให้นะคะ โชคดีจริงๆ เลยละ
    คุณครู: ค่ะ มีอะไร ปรึกษาได้นะคะ...ดีใจด้วยค่ะที่ชีวิตของคุณเปลี่ยนในทางที่ดีขึ้น

    ผู้ปกครอง: ขอบคุณค่ะ ชีวิตนี้ก็หวังเพียงให้ลูกเป็นคนดี มีการศึกษา ลูกได้อยู่กับแม่ค่ะ






    ++++++++++++++++++++++++++++++++






  2. #2
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ใครหนอรักเราเท่าชีวี (2)

    ใครหนอรักเราเท่าชีวี (2) - เรื่องของเบนซ์




    เรื่องของเบนซ์




    เบนซ์เป็นชื่อของนักเรียนชาย ชื่อภารดร
    นิสัยของเบนซ์ ค่อนข้างสดใส ร่าเริง ชอบซิ่งมอเตอร์ไซด์ตามเพื่อนไปทุกที่ แบบรักเพื่อนมาก โดยคุณแม่เตือนอย่างไรก็ไม่ค่อยฟัง ตามประสาวัยรุ่น



    แม่ของเบนซ์ทำงานเป็นแม่บ้านของโรงพยาบาลชุมชน ประจำอำเภอ

    วันหนึ่ง แม่ของเบนซ์ได้รับรายงานว่าเบนซ์ถูกรถสิบแปดล้อเฉี่ยวล้มลง
    แม่ตกใจมาก รีบมาโรงพยาบาล แต่โรงพยาบาลไม่มีเครื่องมือพอ จึงส่งเบนซ์ไปที่ โรงพยาบาลประจำจังหวัด

    ที่นั่นแม่ตามไปหน้าห้องฉุกเฉิน เข้าไปไม่ได้ น้ำตาของแม่อาบแก้ม ชะโงกส่องดูเตียงของลูก อย่างหัวใจแทบสลาย สายตาของแม่ไม่เคยละไปจากเตียงของลูก

    เบนซ์ถุกนำไปห้อง ไอซียู แม่ยิ่งร้องไห้ เดินตามเตียงของเบนซ์ไปรออยู่หน้าห้อง

    น้ำตาไหล ในมือมีเพียงกระเป๋าเงิน มีเงินไม่ถึงห้าร้อยบาท ท่ามกลางความเดียวดายและไม่มีญาติ เพราะพ่อของเบนซ์ก็จากไปนานแล้วตั้งแต่เบนซ์ยังตัวเล็กๆ อยู่

    เราเห็นเพราะพาแม่ไปโรงพยาบาล ผ่านไปพบพอดี

    สภาพแม่ที่ หน้าตาแทบหมดตา นั่งคอยอยู่หน้าห้องไอซียูอย่างไม่รู้ชะตากรรมของลูก

    เราเดินเข้าไปหา ถามว่า คุณป้า เป็นไงบ้างคะ รอใครหรือคะ

    แม่ของเบนซ์ : รอลูกค่ะคุณ ยังไม่รู้เขาจะเป็นไงบ้าง
    เรา : มานานแล้วหรือคะ
    แม่ของเบนซ์ : ตั้งแต่หกโมงเย็นค่ะ
    เรา : คุณป้าทานข้าวมาหรือยังคะ
    แม่ของเบนซ์ : ยังค่ะ แต่ยังไม่หิวค่ะ

    เราเลยเอานมที่จะมาให้แม่ ให้แม่ของเบนซ์ ก่อน
    " ป้าทานนมก่อนนะคะ"

    ขณะนั้นหมอออกมาจากห้องไอซียู พอดี หมอบอกว่าเบนซ์เสียชีวิต แล้ว

    น้ำตาแม่ที่เหือดไปแล้ว ไหลออมาอีก เหมือนจะเป็นลม
    ทำอะไรไม่ถูก เราเลยไม่รู้จะทำอย่างไร
    เลยต้องเป็นธุระให้ ตามประสา ..

    ขอบัตรเอทีเอ็มแม่ออกมา กดเงินจ้างรถมูลนิธิ นำศพเบนซ์ไปส่งบ้าน...

    จากนั้นผ่านมาเป็นเดือน...เราไม่ได้คิดว่าจะได้เงินคืน
    แต่วันหนึ่งมีคนมาหา

    พบว่าเป็นคุณป้าแม่ของเบนซ์ สภาพจิตใจยังไม่ดีขึ้น
    แต่เอาเงินมาคืนเรา ... เราเลยบอกว่าไม่เอา ถือว่าทำบุญไป

    แม่ของเบนซ์ ของคุณเรามากมาย

    ถ้าคุณเป็นลูก สิ่งที่คุณจะทำหรือสิ่งที่น้องๆ จะทำ ก็ควรคิดถึงหัวอกแม่บ้าง ว่าความหวัง กำลังใจ ความรักของแม่ทุ่มเท ให้กับลูกเสมอ...

    แม่คือพระของลูก..






  3. #3
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ใครหนอรักเราเท่าชีวี (3)

    ใครหนอรักเราเท่าชีวี (3)

    นินทา...แม่เราเองค่ะ....




    มีวันหนึ่ง ที่เราผิดหวังต่อโลกไปหมด
    เหมือนโลกนี้ไม่สวยงามเสียเลย
    คำพูดของคน ทำให้ท้อแท้ และล้าถอย


    กลับมาบ้าน หงอยมาก ไม่พูดไม่จา
    แม่เลยมาทักว่า
    "วันนี้เจ้าเล็ก เป็นอะไรไป ทำไมเงียบผิดปกติ"

    เราเลยบอกแม่ว่า "มีปัญหาที่ทำงานนิดหน่อยค่ะ"

    แม่ถามว่า "เดี๋ยวนี้ต้องเอาการบ้านมาทำที่บ้านด้วยหรือ"

    คำพูดของแม่สะดุดใจเรากึ๊ก เลยละ

    มานั่งคิดว่า เราเอาเรื่องอะไรที่ทำลายจิตใจ กลับมาบ้านทำไมกัน

    "แม่จ๋า แม่พูดแล้วหนูรู้เลยว่า ไม่ควรเอาอะไรวุ่นวายมารกสมองเน๊าะ"

    แม่หัวเราะ
    "เพิ่งรู้เหรอจ๊ะ รู้ไหมคุณครู คุณครูน่ะหน้าเครีบดมากนะจ๊ะ แม่กลัวว่าจะหน้าเป็นตะหวัก แล้วละ ส่องกระจกแล้วยัง"

    "อุ้ยคุณแม่" แล้วเราสองคนก็หัวเราะกันลั่นบ้าน

    ไม่มีปัญหาอะไรมากรายใกล้ได้อีก ถ้ามีแม่คนนี้ของเราเสียอย่าง

    จุ๊ฟฟฟ แม่สองฟอดเลย ...เอ้า เย้...








    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 11-08-2013 at 20:00.

  4. #4
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    382
    บล็อก
    63
    คนที่นินทาแม่ตัวเองได้ต้องยกนิ้วให้เพราะมีความสามารถเฉพาะตัวสูงเด้อคุณครู

  5. #5
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197
    5555555555555

    มีแม่ที่แสนน่ารัก นะคะ ก็ต้องแอบนินทาแบบชื่นชม นิดหน่อยค่ะ ....อิอิ

  6. #6
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ใครหนอรักเราเท่าชีวี (4)

    ใครหนอรักเราเท่าชีวี (4)

    โลกกำลังบิดเบี้ยว...ฤา



    เด็กนักเรียนคนหนึ่ง ชื่อใหม่

    แม่ของใหม่เป็นแม่ครัวอยู่ในโรงเรียนเรา และเพื่อให้สร้างรายได้พอใช้โรงเรียนเลยอนุญาตให้แม่ของใหม่ขายน้ำในโรงเรียนได้



    วันหนึ่งแม่ของใหม่ มาขอยืมเงินกับเราเพื่อที่จะไปในตัวเมือง เพราะวันนี้พ่อของใหม่จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว พ่อของใหม่เป็นกรรมกรโรงสีข้าว และถูกเหลิกทับขา กระดูกแตก ต้องเข้าผ่าตัดและรักษาตัว แม้ทางโรงสีข้าวจะออกค่ารักษาพยาบาลให้แต่ค่าเดินทางไปเฝ้าไข้ กับมาทำงาน ไม่ใช่น้อยๆ

    เราถามแม่ของใหม่ว่า "แล้วป้าสังเวียนจะเอาเงินเท่าไรคะ"
    แม่ของใหม่ถอนหายใจ บอกว่า "จะเอาสักสองพันจ้าคุณครู"

    เราไม่ถาม ขี่มอไซด์ออกไปตลาด และกดเงินมาให้แม่ของใหม่

    พอได้เงินไป เราไปเข้าห้องน้ำข้างล่างพอดี

    ภาพที่เห็น คือ ใหม่ขอเงินแม่ไปอีก ทั้งที่เงินไม่มาก ขอไปหนึ่งพันบาท เราไม่พอใจมาก แต่คิดว่า ช่างมันเถอะเขาแม่ลูกกัน เด็กคงไม่มีเงินใช้


    พอพ่อของใหม่กับมาบ้าน ไม่มีงินเดือน ทางบ้านใหม่ยิ่งอัตคัดขาดแคลน แต่ใหม่ก็ยังไม่สนใจ มีแต่โทรศัพท์คุยกับเพื่อนตลอดวัน

    เราไม่รู้สึกไม่ดีเลย เลยเรียกใหม่มาถาม
    "เธอว่าแม่เธอ ลำบากแค่ไหนใหม่"
    "ทำไมเธอไม่ช่วยเหลือผู้ปกครองบ้างล่ะ"

    ใหม่มองหน้าเรา
    "ผมก็ช่วยนะครับคุณครู"
    "ช่วยอะไรบ้าง เล่ามานะ"

    ใหม่อึ้ง
    "ผมไม่ได้อยู่กับแม่นี่ครับคูณครู ผมอยุ่ที่บ้านยาย"

    เราเลยถามต่อ
    "แล้วเธอไม่สงสารแม่เธอพ่อเธอหรือ"

    ใหม่ก้มหน้า
    "สงสารครับ"
    "แล้วคนสงสารกันเขาทำกันอย่างนี้หรือใหม่"

    ไม่มีคำตอบ
    "ถ้าพ่อแม่เธอเป็นอะไรขึ้นมา เธอจะทำอย่างไร"

    ไม่มีคำตอบ

    และแล้ววันหนึ่ง เหมือนคำพูดของเราเลย
    มอไซด์พ่อแม่ใหม่ แฉลบล้ม

    พวกเราพากันไปเยี่ยม ในฐานะบุคคลการทางการศึกษา สถาบันเดียวกัน

    อาการคงต้องหยุดพักงานเป็นอาทิตย์
    โรงเรียนจึงอนุญาตให้ลาป่วย และจ้างคนอื่นมาแทนชั่วคราว

    ตกหนักที่ใหม่ ไม่มีเงินใช้ ไม่มีแม้แต่น้ำมันจะใส่มอเตอร์ไซด์มาโรงเรียน

    ท่าทางหรุหราฟู่ฟ่า หายไปหมด

    อ้าวตกที่คณะครูอีกแล้ว ก็ช่วยกันออกเงินช่วยเป็นค่าอาหารกลางวันของใหม่ต่อไป


    บัดนี้....

    แม่ของใหม่ออกจาก โรงพยาบาลแล้ว และมาทำหน้าที่ตามเดิม
    แต่สิ่งหนึ่งที่แม่ของใหม่ได้คืนมาจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ก็คือ
    "ได้ใหม่ คนใหม่"

    ที่ไม่ฟุ้งเฟ้อ ช่วยแม่ขายน้ำในเวลาพักกลางวัน

    จากไม่เคยช่วยตัวเองเลย มาเป็นใหม่ที่ช่วยตัวเอง...



    ....เมื่ออยู่ด้วยกันเหมือนไม่รู้สึก
    ....แต่ในลึกลึกสุขล้น
    ....ยามใดไม่มีแม่เวียนวน
    ....ดังมืดมนในรัตติกาล


    .+++++++++++++++++++++++++++









  7. #7
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ใครหนอรักเราเท่าชีวี (5)


    ใครหนอรักเราเท่าชีวี (5)

    ศึกแย่งแม่....





    วันหนึ่งพี่สาวที่อยู่ตลาด มารับแม่แต่เช้าหลังแม่ตักบาตรเสร็จ
    เราก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย คิดว่าพี่สาวคงคิดถึงแม่ เลยมารับไปเที่ยวตลาดด้วย

    ไปทำงานกลับมาบ้าน บ้านไม่มีแม่อยู่ ...มันช่างเหงาจับใจที่สุด..


    เคยได้พูดคุย เรื่องนั้นเรื่องนี้ คราวนี้ไม่มีใครมาฟังเราพูดและคอยเบรคเรา
    ทำให้รู้สึก หนาวในหัวใจขึ้นมาเชียวละ

    หุงข้าว ทอดไข่กินตามเรื่อง ไม่อร่อยเลยละ...มันเวิ้งว้างอย่างไรชอบกล
    บ้านเหมือนเงียบไปหมด ...คิดถึงแม่ที่สุดในโลกเลย


    เช้าตื่นขึ้นมา ...อ้าวไม่มีแม่ให้เห็นอีก โอ้ยจะร้องไห้ให้ได้ ถูกปล่อยให้อยู่คนเดียวนี่ บอกตรงๆ ว่า เหงาแสนเหงา


    ตอนเย็นกลับมา อ้าวแม่ยังไม่มาอีก คราวนี้อารมณ์เริ่งบังเกิด
    ควบมอไซด์ซิ่งไปตลาดเลย ไปรับแม่กลับมาบ้าน...

    หน้าคงหงิกมากเลย...
    โกรธพี่สาวด้วยที่ไม่ส่งแม่คืนมาเสียดี...

    ยุทธวิธี ทวงแม่คืนเลยบังเกิดขึ้น....
    ต้องหน้าหงิกเข้าไว้ เพราะว่าแม่เรานะ ....เราก็ต้องหวงแหนและรักษาอย่างดีที่สุด


    กลับมาบ้าน

    ไปหุงข้าว อ้าวลืมซื้อกับข้าวมา เลยไปสั่งร้านค้าหน้าปากซอยให้นึ่งปลาให้แม่ ปลาตัวหนึ่งกิโลกว่า สั่งให้ตำแจ่วพริกอย่างดีมาด้วย


    อาบน้ำเสร็จ ...ออกมากอดแม่ อ้อนเลย
    "แม่จ๋า อย่าไปอยู่ตลาดนานนักนะ หนูคิดถึง มันเหงาน่ะแม่"

    แม่ไม่พูดอะไร ให้เราดูมือแม่ แม่ทำมือหงิก ยื่นมาให้ดู
    "แม่เป็นไรไม่รู้ละคุณครู ดูมือแม่สิ"

    "อ้าวแมจ๋า มือเป็นไรคะ หงิกเลย" เราเริ่มงง เพราะเมื่อกี้มือแม่ยังดีอยู่เลย

    "หงิกเหมือนหน้าคุณครูตอนนี้ไง"

    เราเหวอ ...เลย แล้วหัวเราะออกมา ...กอดแม่เลย

    "หนูหน้าหงิก แบบนี้เลยหรือคะ"

    "ใช่หน้าคุณครูน่ะ หงิกมาก... จำไว้นะ ไม่มีใครอย่ากอยู่ใกล้คนที่หน้าตาหงิกตลอดเวลาหรอกนะคุณครู"

    อ้าวเหวอ.....อีกแล้ว



    ผ่านไป พี่ที่ตลาดก็มาตามจิก แย่งแม่อีก....
    เกิดยุทธหัตถีขึ้นเลย

    "แม่ไม่ต้องไปหรอกค่ะ...อยู่ที่นี่แม่อยากได้อะไรบอก เดี๋ยวหนูซื้อมาให้"

    "แม่คะ ไปตลาดดีกว่าค่ะ วันนี้จะเข้าเมือง ให้แม่ไปเฝ้าร้านให้หน่อยค่ะ" พี่สาวบอก

    มีหรือจะยอม ยุทธหัตถีนี้ ใครก็ไม่ยอม มีแม่เป็นเดิมพันพร้อมความเหงา

    " แม่จ๋า ไม่ต้องไปนะคะ หนูเหงานะ เวลาแม่ไม่อยู่" ลูกอ้อนมาเลย


    แม่หัวเราะ กีากกก

    "ไม่ต้องเถียงกันจ้า ทั้งสองคนนี่แระ แม่มีอิสระในการตัดสินใจเองได้จ้า"
    "แม่จะไปเฝ้าบ้านที่ตลาดให้นะ แต่ตอนเย็นต้องมาส่งด้วย สงสารคุณครูไม่มีคนอยู่เป็นเพื่อน"


    "แล้วคุณครูน่ะ ไม่ต้องหงิกอีกนะ ก่อนจะหงิกก็ส่องดูกระจกก่อนล่ะ"



    ยุทธหัตถีศึกชิงแม่ ก็จบลงด้วยดี และมีข้อตกลงกันว่า

    "เช้าไปได้แต่เย็นต้องส่งกลับ ไม่งั้นเกิดเรื่องแน่....เป็นไงเป็นกัน"



    รักแม่มากที่สุดในโลกเลยละ....แม่จ๋า






  8. #8
    ......อิจฉาความรักของคู่แม่ลูกครับ....คุณครูเล็ก


Tags for this Thread