กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

พิษที่อยู่ในน้ำตาลเทียม ASPARTAME

  1. #1
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    382
    บล็อก
    63

    พิษที่อยู่ในน้ำตาลเทียม ASPARTAME

    พิษที่อยู่ในน้ำตาลเทียม ASPARTAME

    พิษที่อยู่ในน้ำตาลเทียม ASPARTAME

    นับเป็นเรื่องน่าแปลกประหลาดที่คนเราชอบเครื่องอุปโภคของแท้เพราะทนทาน เช่นทองคำแท้ เพชรแท้ แต่อาหารบริโภคกลับไปยอมรับอาหารเทียม(man made food ingredients )เช่นเนยเทียม ไขมันเทียม น้ำตาลเทียม ??

    น้ำตาลเทียม aspartame เป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่ประกอบจาก methyl ether + กรดอะมิโน phenylalanine + กรดแอสพาติค ซึ่งมีพิษต่อเซลล์ร่างกายแตกต่างกันออกไป

    ๑ กรดอะมิโน Phenylalanine เป็นส่วนประกอบประมาณ 50% ของaspartame ถึงแม้ว่าจะเป็นกรดอะมิโนธรรมชาติ แต่ในโปรตีนธรรมชาติจะผสมปนไปกันกับกรดอะมิโนอื่นๆเพื่อสร้างความสมดุล และปกติจะมีปริมาณไม่เกิน 4% ในเนื้ออาหารที่ทานแต่ละครั้ง

    แต่การทานPhenylalanine ตัวเดียวโดดๆกลับมีผลข้างเคียงมากมาย เช่น ถูกใช้เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์ norepinehperine อันมีผลโดยตรงกับสารสื่อประสาทในสมองโดยเฉพาะ serotonin (ซึ่งทำให้รู้สึกผ่อนคลาย) จึงทำให้เกิดอาการเสพติดแอสพาแตมได้ เมื่อได้รับกรดอะมิโนเหล่านี้โดดๆต่อเนื่องจะทำให้ อารมณ์แปรปรวน ตื่นเต้น จนอาจถึงมีอาการชักได้ และที่แย่ที่สุดคือหากถูกความร้อนกรดอะมิโน phenylalanine จะสลายตัวไปเป็นสารก่อมะเร็ง diketopierazine (DKP)

    2. กรดแอสพาติค เป็นกรดอะมิโนที่เป็นส่วนประกอบอีก 40%ของ aspartame มีคุณสมบัติเป็น excitotoxin ทำให้สมองถูกกระตุ้นให้ตื่นเต้นเกินปกติ หรือตระหนกตกใจได้ง่ายกว่าปกติ ทำให้เซลล์สมองเสียหาย มีผลการวิจัยอิสระจำนวนมากบ่งชี้ว่าปริมาณกรดแอสพาติคที่ผสมในน้ำตาลเทียมเหล่านี้เป็นพิษต่อสมองและอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคอัลไซเมอร์และพาร์กินสัน

    3. เมทิลอีเทอร์ (methyl ether). หลังจากเข้าสู่ร่างกาย Methyl etherจะถูกแปรรูปไปเป็น methyl alcohol ซึ่งเป็นแอลกอฮอลล์ที่เป็นพิษต่อร่างกาย (เหมือนแอลกอฮอลล์ที่ใช้ในการผสมสี ล้างแผล ) เพราะจะแตกตัวกลายเป็น formaldehyde ( หมายเหตุ:
    ฟอร์มาลดีไฮล์ เป็นก๊าซไม่มีสี มีกลิ่นฉุน ทำให้แสบจมูกแสบตา สามารถละลายในน้ำได้ถึงร้อยละ 40 โดยน้ำหนัก สารละลายที่ได้เรียกว่า ฟอร์มาลิน (Formalin) หรือน้ำยาดองศพ ใช้สำหรับฆ่าเชื้อโรค ดับกลิ่น และดองอวัยวะเพื่อไม่ให้เน่าเปื่อย) ซึ่งร่างกายไม่สามารถกำจัดได้ ผลจากการค่อยๆสะสมในร่างกายจำก่อให้เกิดพิษต่อดวงตา ไต และอื่นๆ

    มีนักวิทยาศาสตร์บางคนในฟากฝั่งของโรงงานผลิตน้ำตาลเทียมออกมาแก้ต่างว่าในผลไม้ธรรมชาติบางชนิดก็มี methanolอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกแต่อย่างใด

    แต่ความจริงที่ไม่ยอมพูดก็คือmethanolในผลไม้ถูกจับยึด ถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยเส้นใยอาหาร pectin ทำให้ไม่ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด จึงเป็นกระบวนการปกป้องตามวิถีธรรมชาติ

    เชื่อหรือไม่ว่า น้ำตาลเทียมที่อ้างว่าแคลอรี่ต่ำZero calorie ทำให้อ้วน??

    แคลอรี่ต่ำ หลอกสมองไม่ได้ เพราะรสหวานจากน้ำตาลเทียมยังทำให้สมองรับรู้ว่ามีน้ำตาลเข้ามาในกระแสเลือด ตับอ่อนก็ยังสั่งการให้หลั่งอินซูลินออกมา เพื่อขนน้ำตาลเข้าไปเก็บในเซลล์ แต่พอความจริงปรากฎว่าไม่มีสารอาหารใดๆเข้าไป ระบบประสาทอัตโนมัติก็จะเริ่มทำงานกระตุ้นให้รู้สึกอยากอาหารขึ้นมา ฉะนั้นลองสังเกตูดูก็ได้ว่าหลังจากดื่มน้ำอัดลม หรือชา กาแฟ ที่ใส่นำ้ตาลเทียมเข้าไป ไม่นานนักจะรู้สึกเจริญอหารและทานได้มากขึ้น ตรงกันข้ามกับหญ้าหวาน Stevia ที่มีสารอาหารอยู่ หลังดื่มเข้าไปแล้วจะไม่รู้สึกหิวกระวนกระวยเหมือนการใช้ aspartame

    Wellness2012

  2. #2
    น่ากลัวนะคะสมัยนี้ยิ่งเป็นคนกินรสจัดมาสารพัดโรคเลยค่ะ


Tags for this Thread