กำลังแสดงผล 1 ถึง 4 จากทั้งหมด 4

"อาหารก่อมะเร็ง "

  1. #1
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    382
    บล็อก
    63

    "อาหารก่อมะเร็ง "


    "อาหารก่อมะเร็ง "
    "อาหารก่อมะเร็ง "
    "อาหารก่อมะเร็ง "

    " 24 รายการอาหารก่อมะเร็ง "

    1) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นกรด ถือเป็นสารก่อมะเร็ง ที่เรารู้จักกันดี เพิ่มความเสี่ยง ให้คุณในโรคมะเร็งตับ


    "อาหารก่อมะเร็ง "

    2) ขนมปัง ทำให้ท้องผูก และเป็นสาเหตุของการเกิด โรคมะเร็งเต้านม


    "อาหารก่อมะเร็ง "

    3) ไก่ ตัวการสำคัญที่ทำให้ท้องผูกและ ทำลายระบบการย่อยโดยเฉพาะลำไส้ เพิ่มอัตตราเสี่ยงสำหรับ โรคเบาหวานและ มะเร็งลำไส้ใหญ่


    "อาหารก่อมะเร็ง "
    "อาหารก่อมะเร็ง "

    4) ผลิตภัณฑ์นม กรดแลคโตสสูงเพิ่มความเสี่ยงของ โรคมะเร็ง ระบบเจริญพันธุ์


    "อาหารก่อมะเร็ง "

    5 ) ข้าวโพด และ ผลิตภัณฑ์จากข้าวโพด มีฟรักโทสสูงเพิ่มโอกาสเป็นโรคมะเร็งจากความเป็นกรด


    "อาหารก่อมะเร็ง "

    6) อาหาร GMO - การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม เป็นอาหารที่ เพิ่มความเสี่ยง โรคมะเร็ง


    "อาหารก่อมะเร็ง "

    7) รวมทั้ง เครื่องดื่ม โซดา น้ำอัดลม - มี กรดคาร์บอนิก และ กรดฟอสฟอริก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของ การเกิดมะเร็ง


    "อาหารก่อมะเร็ง "

    8) เนื้อสัตว์แปรรูป - มีสารก่อมะเร็งไนโตรซามีน ไส้กรอก ฮอทดอก , เบคอน และแหนม อื่น ๆ อีกมากมาย ขายใน ร้านขายของชำจะเต็มไป มักจะมี โซเดียมไนไตรท์ และ สารกันบูด สารเคมี อื่น ๆ ที่ได้รับการ เชื่อมโยงกับการ ก่อให้เกิด โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง


    "อาหารก่อมะเร็ง "

    9) น้ำส้มสายชู - มันเป็น กรดบริสุทธิ์ ที่มี acetyl aldehyde neurotoxin ที่รู้จักกัน


    "อาหารก่อมะเร็ง "

    10) ถั่วลิสง เต็มไปด้วย สารพิษจากเชื้อรา จาก ยีสต์และรา ที่ ก่อให้เกิดมะเร็ง


    "อาหารก่อมะเร็ง "

    11) ซอสถั่วเหลือง -อาหารหมัก ที่แข็งแกร่งที่ มีสภาพเป็นกรด สูง เพิ่มความเสี่ยง ของคุณ สำหรับโรคมะเร็ง


    "อาหารก่อมะเร็ง "

    12) ปลาทะเล ปนเปื้อนด้วย สารไอโอดีน radio-acitive และ ซีเซียม จาก Fukashima , ญี่ปุ่น นิวเคลียร์ ละลาย ลง เพิ่มความเสี่ยง ของคุณ สำหรับโรคมะเร็ง


    "อาหารก่อมะเร็ง "

    13) หมู เนื้อสัตว์ที่เป็นกรดสูง มีความเสี่ยง ของปรสิตที่เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงของ มะเร็งลำไส้ใหญ่


    "อาหารก่อมะเร็ง "

    14) ยาสูบ มีควันน้ำตาลไหม้ ที่เพิ่มความเสี่ยงของ โรคมะเร็งปอด และส่วนผสม ยาเสพติด


    "อาหารก่อมะเร็ง "

    15) ไข่ มีแบคทีเรียมากกว่า 38 ล้านหน่วย และ มีความเป็นกรด เลือดและเนื้อเยื่อ


    "อาหารก่อมะเร็ง "

    16) ช็อคโกแลต - มีกรดสองชนิดเป็นต้นเหตุส่วนหนึ่งของมะเร็ง รวมทั้ง methylbromine และ ethylbromine และน้ำตาลซึ่งจะเป็นการเพิ่ม ความเสี่ยงของ โรคมะเร็ง


    "อาหารก่อมะเร็ง "

    17) เครื่องดื่มให้พลังงาน - มีค่า pH ต่ำมาก จากน้ำตาล หรือ คาเฟอีน จะมี การเพิ่ม ความเสี่ยงของ โรคมะเร็ง


    "อาหารก่อมะเร็ง "

    18) ชา ดำ มีกรด Tanic เพิ่มความเสี่ยงของคุณ สำหรับโรคมะเร็ง


    "อาหารก่อมะเร็ง "

    19) กาแฟ มีค่าพีเอช เหมาะสำหรับ การรักษาเซลล์มะเร็ง ให้มีชีวิตรอดอยู่


    "อาหารก่อมะเร็ง "

    20) ผลไม้ อบแห้ง มีฟรักโทส ส่วนผสมที่ ก่อให้เกิดมะเร็ง มากกว่า ผลไม้สด

    21) อาหารรูปแบบใด ที่มีส่วนผสมของ น้ำตาล เดกซ์โทรส รวมทั้ง , มอลโตส , ฟรุกโตส ซูโครส แลคโตส ทั้งหมดจะเพิ่มความเสี่ยงของ โรคมะเร็ง

    22) เห็ด ทั้งหมด เป็น พิษ ในระดับที่ น้อยกว่า หรือมากกว่า พวกมัน กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อทำงานจะเพิ่มความเสี่ยงของ การเกิดมะเร็ง

    23) ยีสต์ ใช่แม้ยีสต์มีคุณค่ากับโภชนาการ แต่ก็จะจะเพิ่มความเสี่ยงของ การเกิดมะเร็งด้วยเพิ่มความเสี่ยงของ โรคมะเร็ง กระเพาะอาหาร และ ลำไส้

    24) เนยเทียม ซ่อนอยู่ ใน ทุกประเภทของอาหารแปรรูป , เนยเทียม ,น้ำมันทรานส์ ไขมัน เติมไฮโดรเจน เป็น สิ่งที่คุณ จะต้องการหลีกเลี่ยง ค่าใช้จ่ายทั้งหมด สำหรับ สุขภาพของคุณ เนยเทียม จะทำให้เลือดคั่งและจะเพิ่มความเสี่ยงของ การเกิดมะเร็




    ที่มา : ฟาร์มดี (ฟาร์มไส้เดือนของคนพิการ)


  2. #2
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์
    วันที่สมัคร
    Feb 2009
    ที่อยู่
    สวิส....พะนะ
    กระทู้
    608
    ฮ่วยคือมีตะแนวกินบ่อได้แท้น้อบาดนี่อิอิสิบ่อได้กินตะผักกินหญ้าซะบ้อสั่น55

  3. #3
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    382
    บล็อก
    63

    แนะเด็กกินผักสด สู้หวัดหน้าหนาว

    แนะเด็กกินผักสด สู้หวัดหน้าหนาว
    แนะเด็กกินผักสด สู้หวัดหน้าหนาว

    แนะเด็กกินผักสด สู้หวัดหน้าหนาว

    กรมอนามัยแนะเด็กกินผักสด เพิ่มวิตามินซีให้ร่างกาย สร้างภูมิคุ้มกันสู้โรคหน้าหนาว

    วันที่ 2 ธ.ค. ดร.นพ. สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงการส่งเสริมให้เด็กกินผักเพิ่มวิตามินซี ป้องกันโรคหน้าหนาว ว่า ปัจจุบันเด็กไทยมีอัตราการกินผักลดน้อยลง โดยจากการสำรวจภาวะอาหารและโภชนาการของประชาชนในกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2546-2547 พบว่า เด็กวัยเรียนมีการกินผักทุกวันเพียงร้อยละ 41.1 ในปริมาณวันละ 14.3 กรัมต่อคน หรือประมาณ 1.5 ช้อนกินข้าว ซึ่งมีปริมาณน้อยกว่าธงโภชนาการที่แนะนำให้เด็กวัยเรียน อายุ 6-13 ปี ควรกินผักมื้อละ 4 ช้อนกินข้าว

    นอกจากนี้ ยังพบว่า เด็กวัยเรียนมีการกินอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมันเพิ่มขึ้น ทั้ง ๆ ที่ควรมีการกินผักผลไม้ให้ได้ วันละ 500 กรัม เพื่อลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง เป็นต้น

    ดร.นพ.สมยศ กล่าวต่อไปว่า การปลูกฝังพฤติกรรมให้เด็กมีนิสัยรักการกินผัก ควรเริ่มต้นจากครอบครัวในการส่งเสริมให้ลูกกินผักให้มากขึ้น จนนำไปสู่ความเคยชิน เพราะผักอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุและสารพฤกษเคมีต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ฤดูหนาว ผักจะมีความสด กรอบ เหมาะที่จะจูงใจให้เด็กกินผักมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผักสีเขียว ที่จะให้ทั้งวิตามินซีที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผนังเซลล์แข็งแรง และช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคในช่วงหน้าหนาว อาทิ โรคไข้หวัด โรคหลอดลมอักเสบ และโรคระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น


    ข้อมูลจาก : เดลินิวส์/www. kapook.com
    ฟาร์มดี (ฟาร์มไส้เดือนของคนพิการ)

  4. #4
    กินอะไรก็ลำบากเด้อนี่ เฮ้อ


Tags for this Thread