กำลังแสดงผล 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 10

เรื่องราวจากภาพ...

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    เรื่องราวจากภาพ...



    เรื่องราวจากภาพ...



    เรื่องราวจากภาพ...


    ภาพที่ 1


    ภาพที่เห็น คือ สถานีรถไฟบุ่งหวาย อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
    เป็นสถานีรถไฟระดับชั้นที่ 3 ในเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ

    ห่างจากสถานีกรุงเทพ 566.2 กม.



    ซึ่งในอดีตเคยมีทางแยกไปสถานีโพธิ์มูล ระยะทาง 7.30 กม.
    เป็นเส้นทางสำหรับใช้ในการขนส่งสินค้า
    ของประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูลซึ่งเลิกใช้งานไปตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2497

    ภาพวาดโดย K.Thanapat Thana



    +++++++++++++++++++++++++++++++


    คิดถึงอุบล - สายัณห์ สัญญา



    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=GnmRcyv_9es



    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 09-08-2014 at 11:56.


  2. #2
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    คิงมงกุฎทรงระบายทุกข์


    คิงมงกุฎทรงระบายทุกข์


    จากพระราชหัตถเลขาลงวันที่ 4 มีนาคม 2410 ปรากฎในหนังสืออนุสรณ์หม่อมสาย ศรีธวัช ณ อยุธยา เมื่อปี 2512 ความในพระราชหัตถเลขานั้นคุณไกรฤกษ์ นานา คัดไว้ในหนังสือค้นหารัตนโกสินทร์ 2

    --------------------------------------




    คิงมงกุฎทรงระบายทุกข์



    เมื่อชนชั้นนำสยามเริ่มรู้ถึงอานุภาพของชาวฝรั่ง ซึ่งสามารถเอาชนะจีนอันเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกทรรศน์ชาวตะวันออกสำเร็จ จึงทำให้สยาม เริ่มปรับตัวเข้าหาตะวันตก และเริ่มติดต่อกับตะวันตกอย่างจริงจัง

    โดยเริ่มติดต่อกับชาติตะวันตก โดยเฉพาะสองชาติยิ่งใหญ่ในสมัยนั้นคือ
    1 อังกฤษ มีควีนวิกตอเรียเป็นประมุข
    2 ฝรั่งเศส มีนโปเลียนที่ 3 เป็นประมุข...

    ในสมัยรัชกาลที่ 4 จะเห็นว่า สองชาตินี้เริ่มมีอิทธิพลในภูมิภาค

    1 อังกฤษ ชนะพม่า จนสามารถยึดพม่า ได้หลายๆส่วนสำเร็จ ที่สำคัญก็คืออังกฤษเตรียมตัวที่จะรุกคือไปทางจีน

    2 ฝรั่งเศสนั้น ก็พยายามรุกคืบเข้าหาจีน โดยได้เริ่มจากการยึดญวน และมุ่งจะเข้าหาจีนไปตามแนวแม่น้ำโขง...



    ฝั่งสยามนั้นก็ไม่นิ่งนอนใจ รัชกาลที่ 4

    ได้เสริมสร้างภาพลักษณ์ของสยาม
    ส่งราชทูตคุมเครื่องราชบรรณาการอันวิจิตรตระการตาไปถวายทั้งสองพระองค์ คือถวายแด่ ควีนวิกตอเรีย และ พระเจ้านโปเลียนที่ 3

    พร้อมกับการส่งพระราชสาส์นส่วนพระองค์ไปถวาย เจริญไมตรี

    ------------------------------------

    กับฝรั่งเศส

    แต่ความชอกช้ำระกำในพระทัยรัชกาลที่ 4 เกิดขึ้นต่อฝรั่งเศส...

    แต่... เวลานั้นฝรั่งเศสกับอังกฤษเป็นคู่แข่งขันกันอยู่

    ----- เมื่อฝรั่งเศสสามารถได้ญวนใต้แล้ว ก็รีบมุ่งรุกคืบไปตามแม่น้ำโขง
    ----- เข้าแทรกแซงเขมรด้วยข้ออ้างว่าเขมรก็ส่งบรรณาการให้ญวน ถ้าฝรั่งเศสได้ญวนแล้ว เขมรก็ต้องได้ด้วย
    ----- รัชกาลที่ 4 ได้ออกมารตอบโต้อย่างแข็งขัน ถึงกับเป็นพระราชสาส์นยังนโปเลียน เป็นสงครามเย็นที่อึมครึมระหว่างกัน
    ------สุดท้ายฝรั่งเศสก็นำเรือรบเข้ามาจอดที่กรุงอุดงมีชัย จนสมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ พระมหากษัตริย์เขมรในฐานะประเทศราชสยาม ยอมรับให้เขมรเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศส ในวันที่ 11 สิงหาคม 2406


    สยามยอมรับการอารักขาดินแดนเขมรส่วนนอกของฝรั่งเศส
    เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2410

    โดยเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) เป็นผู้ไปเซ็นที่กรุงปารีส
    และเจ้าพระยาสุรวงศ์ได้พระราชหัตถเลขาของรัชกาลที่ 4
    ที่ทรงระบายความรู้สึกในพระทัยออกมาเต็มที่
    พระราชหัตถเลขามความยาวมาก

    ข้อความราชหัตถเลขา ที่ตัดมานี้เป็นข้อความบางตอน ที่ รัชกาลที่ 4 พระองค์ท่านทรงระบุว่า


    "เวลานี้อัดมิรา กรันติเอยังมีความสงสัยว่า พวกที่ก่อการร้ายในเขมรคงจะได้รับอาวุธและกระสุนดินดำจากเมืองบัตตะบอง เสียมราฐ โจดก และสมโบก ที่เป็นดังนี้ ตามที่คิดไว้ก็เพราะพวกฝรั่งเศสต้องการจะใส่ความว่าร้ายสยาม หาว่าช่วยก่อการความยุ่งยากดังนี้ให้เกิดขึ้น เห็นจะพอกันที ไม่เอาแล้วกับพวกฝรั่งเศส"


    ------------------------------------------------

    กับอังกฤษ

    ทรงมีพระราชวิจารณ์ถึงอังกฤษว่า

    "ส่วนอังกฤษก็เหมือนกัน แต่เนื่องด้วยเวลานี้ยังไม่มีเหตุอะไรเพียงพอที่จะทำการใดๆได้กับสยาม มันยังคงเงียบเฉยดูท่าทีอยู่ หรือมิฉะนั้นก็คงรู้สึกละอายใจกระมัง เพราะการกระทำใดๆของอังกฤษก็ได้รับการตำหนิติเตียน คงจะไม่ลืมได้ง่ายๆเสียกระมัง ทั้งยังได้เอาดินแดนสยามไปเพื่อหวังผลต่างๆ ดังเช่นกรณีเชียงใหม่ เคดาห์ หรือรัฐอื่นๆ และทายไม่ผิดว่า มันต้องการดินแดนและถิ่นอื่นๆอีก ไม่ว่าจะมีผลประโยชน์ มีทรัพย์ในดินสินในน้ำแหล่งใด..."

    ทรงเล่าถึงนโยบายของอังกฤษ ที่จะส่งเจ้าหน้าที่มาปักปันเขตแดนสยามกับอังกฤษให้เรียบร้อย เพื่อกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นหากอังกฤษมีเรื่องกับฝรั่งเศส


    --------------------------------------------

    ทรงวิจารณ์ทั้งสองประเทศนี้ว่า


    "อย่างไรก็ดีอังกฤษและฝรั่งเศสก็มิได้กระทำสิ่งใดให้กระทบกระเทือนต่อกัน และได้ปฏิบัติตัวต่อกันฉันท์มิตรและเพื่อนมนุษย์ ไม่เหมือนกับที่พวกเขาได้ทำพวกเราเหมือนคนป่าคนเถื่อน คงมิใช่เป็นมุษย์เหมือนพวกมันนั้นแล ทั้งยังคงคิดแต่ว่าเป็นสัตว์สำหรับพวกมันจะแทะแล่เถือหนังทั้งหลอกใช้แรงดังโคกระบือ ทั้งเรายังไม่รู้ว่าพวกมันจะยังมีเล่ห์กระเท่ห์เพทุบายที่จะแบ่งแยกพระราชอาณาเขตสยามของเรากันอย่างไร"

    -----------------------------------------------

    ทรงวิจารณ์นโยบายฝรั่งเศสว่า

    "ถ้าจะว่ากันไปแล้ว พวกฝรั่งเศสช่างเห่อเหิมลำพองในชาติของตนเสียจริง เพราะเขาคิดว่าเอมเปอเรอร์ของเขานี้คงจะสืบเชื้อสายมาจากพวกเสือหรืองูเห่าที่เต็มไปด้วยอสรพิษร้ายก็มิรู้ ดูช่างตะกรุมตะกรามแผ่อำนาจในโอหังของตน แต่ก็ทำให้สามารถหาเหยื่อได้มากเหมือนกัน คือโคโลนีอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้นเอง...

    เขาคงคิดว่าถ้าได้นำสิ่งโกหกพกลมหรือสิ่งเย้ายวนมาล่อใจให้ฟังแล้ว ก็คงจะสำเร็จ และก็ใช้เวลาเนิ่นนานพอสมควร

    แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะอย่าลืมว่าชาวสยามมิใช่เป็นลาโง่ที่จะหลอกลวงไปเป็นเหยื่อได้ง่ายเหมือนเช่นเขมรหรอก หรือเป็นเหมือนดังอะนัมที่ถูกหลอกจูงจมูกไปเป็นโคโลนีของเขา

    เพราะว่าเอมเปอเรอได้ให้บาทหลวงลูกศิษย์แห่งพระเยซูไปเที่ยวแจกกลิ่นหอมเช่นนั้น อะนัมที่กลายเป็นโคโลนีเขาก็เพราะเปรียบเหมือนคนใบ้ หูหนวก และดื้อดึง ดังเช่นกรุงสยามในรัชสมัยที่แล้ว ผลที่สุดความดื้อด้านของอะนัมก็ต้องถึงซึ่งกาลอวสานคือตกเป็นเมืองขึ้นของเขานั่นเอง"

    -------------------------------------------

    ทรงแนะให้ราชทูตเจรจาความตามความสามารถของสยามเอง และ
    "ให้ท่านพร้อมที่จะเสียสละ เพื่อให้เรื่องอันขมขื่นได้ยุติเสร็จสิ้นลงเสียที"


    "นับแต่นี้ไป เราก็คงจะต้องถูกฝรั่งเศสมันด่า และกล่าวร้ายใส่เราต่อไป
    ก็เพราะด้วยเหตุที่เราไม่ยอมเป็นขี้ข้ามันเหมือนดั่งเช่นเขมรนั้นเอง
    ฉะนั้น เราจำจะต้องตัดสินใจทำอย่างใดอย่างหนึ่ง

    การณ์เช่นนั้นก็เหมือนว่าเราจะว่ายน้ำออกไปผูกมิตรกับเจ้าสัตว์ร้ายหรือจระเข้ก็ดี
    หรือเราจะว่ายน้ำออกไปในทะเลติดสอยห้อยตามไปกับปลาวาฬหรือว่าไร
    แต่ว่าเราควรจะได้เก็บตัวของเราอยู่ในบ้านเรือนดีกว่า
    แต่ก็รู้ดีว่าบางทีเราอาจต้องพบกับอำนาจ และอิทธิพลที่เคยมีอยู่เหนือเรามาเก่าก่อน"


    +++++++++++++++++++++++++++++






  3. #3
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ดอยอินทนนท์


    ดอยอินทนนท์



    จุดที่สูงที่สุดของประเทศไทยเรา อยู่ที่ "ดอยอินทนนท์" จังหวัดเชียงใหม่

    แล้วคงสงสัยว่า ชื่อดอยอินทนนท์ มาจากไหน ประวัติความเป็นมาเป็นอย่างไรบ้าง

    ในหน้าประวัติศาสตร์แห่งนี้ หลายคนอาจจะสงสัย

    แต่ถ้าเราขึ้นไปยังดอยอินทนน์แห่งนี้ เมื่อไปถึงจุดยอดสูงของดอยแล้ว เราอาจจะได้พบกับคำตอบว่า ความเป็นมาของดอยอินทนนท์ เป็นอย่างไร

    ------------------------------------------





    ดอยอินทนนท์


    ดอยอินทนนท์



    ดอยอินทนนท์


    แต่ก่อนเรียกว่า ดอยหลวง หรือ ดอยอ่างกา


    1 ดอยหลวงก็คือภูเขาใหญ่
    2 ดอยอ่างกา คือบริเวณใกล้ๆกับยอดดอย มีอ่างน้ำอยู่ ซึ่งก็มักจะมีนกกามาอยู่บริเวณนั้น



    พระเจ้าอินทวิชยานนท์ พระเจ้าประเทศราชผู้ครองนครเชียงใหม่
    ซึ่งเป็นพระบิดาในพระราชชายาเจ้าดารารัศมี


    ทรงมีพระประสงค์จะให้นำพระอังคารมาไว้บนยอดดอยอ่างกาแห่งนี้


    เมื่อถึงแก่พิราลัยในปี 2440
    พระราชชายาเจ้าดารารัศมีจึงให้เชิญพระอังคารของพระเจ้าอินทวิชยานนท์
    ขึ้นมาบรรจุในพระสถูป ณ ยอดดอยอ่างกาแห่งนี้...


    จากนั้น.... ดอยอ่างกาก็มีชื่อว่า "ดอยอินทนนท์"



    ปัจจุบันพระสถูปบนดอยอินทนนท์ได้
    กลายเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญในหลายวงการ

    1 สถานีเรดาห์ของกองทัพอากาศซึ่งห้ามถ่ายรูป
    2 หอดูดาวแห่งชาติของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
    3 แหล่งดูนกหรือพืชพรรณหายาก
    3 มีพระบรมธาตุที่อยู่สูงสุดของประเทศ

    ------------------------------------------------


    ดอยอินทนนท์

    แม่คะนิ้ง บนดอยอินทนนท์




    ดอยอินทนนท์
    ขุนดอยที่มีความยิ่งใหญ่สูงเสียดฟ้ามีความสูง 2,656 เมตรจากระดับน้ำทะเล



    เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย
    ตั้งตระหง่านอยู่ในเทือกเขาถนนธงชัย
    ส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยที่ทอดตัวผ่าน ชมพูทวีป เข้าสู่ภาคเหนือของไทย
    เปรียบเสมือนหลังคาของประเทศ ที่สร้างจากหินแกรนิตที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง

    ถือกำเนิดขึ้นในมหายุคพรีแคมเบียมกว่า 500 ล้านปีมาแล้ว
    บนดอยอินทนนท์มีความสวยงามของพืนป่า พันธุ์ไม้ และสัตว์ป่าแปลกตา




    +++++++++++++++++++++++++++++






  4. #4
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    วันนี้ 7 สิงหาคม 2557 เป็นวันที่ ศาลพิจารณาคดีเขมรแดงจะอ่านคำพิพากษา


    วันนี้ 7 สิงหาคม 2557
    เป็นวันที่ ศาลพิจารณาคดีเขมรแดง
    จะอ่านคำพิพากษาผู้นำเขมรแดงที่ยังมีชีวิตอยู่



    วันนี้ 7 สิงหาคม 2557 เป็นวันที่ ศาลพิจารณาคดีเขมรแดงจะอ่านคำพิพากษา


    วันนี้ 7 สิงหาคม 2557 เป็นวันที่ ศาลพิจารณาคดีเขมรแดงจะอ่านคำพิพากษา


    วันนี้ 7 สิงหาคม 2557 เป็นวันที่ ศาลพิจารณาคดีเขมรแดงจะอ่านคำพิพากษา


    วันนี้ 7 สิงหาคม 2557 เป็นวันที่ ศาลพิจารณาคดีเขมรแดงจะอ่านคำพิพากษา


    วันนี้ 7 สิงหาคม 2557 เป็นวันที่ ศาลพิจารณาคดีเขมรแดงจะอ่านคำพิพากษา




    วันนี้ 7 สิงหาคม 2557 เป็นวันที่ ศาลพิจารณาคดีเขมรแดงจะอ่านคำพิพากษาผู้นำเขมรแดงที่ยังมีชีวิตอยู่


    1 นายนวน เจีย “สหายหมายเลข 2” อายุ 88 ปี
    2 นายเคียม สมพร อดีตประธานแห่งรัฐ อายุ 83 ปี


    วันที่ชาวเขมรเฝ้ารอ เพื่อรับความยุติธรรมตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี
    ที่พวกเขาต้องทนทุกข์ต่การจากไปของญาติพี่น้องทั้งหลายในยุคเขมรแดง


    ++++++++++++++++++++++++++++


    จำเลยต่างปฏิเสธข้อหาการก่ออาชญากรรมสงคราม
    การก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
    ที่สร้างความผิดหวังให้แก่บรรดาผู้รอดชีวิต และญาติของเหยื่อที่เสียชีวิต

    “เราไม่สามารถยอมรับคำขอโทษของเขาได้ เขาโกหกพวกเรา เขาต้องการที่จะพ้นผิด เขาไม่ได้สนใจคนอื่นเลย หากเขาไม่ได้สั่งการ ลูกน้องของเขาคงไม่กล้าลงมือฆ่า”

    นางบิน สิลา อายุ 55 ปี ที่สูญเสียญาติพี่น้องไปถึง 11 คน ในช่วงเขมรแดง กล่าว


    ++++++++++++++++++++++++





  5. #5
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ศาลพิเศษยูเอ็นตัดสินจำคุกตลอดชีวิต “เขียว สัมพัน” และ “นวน เจีย”

    ศาลพิเศษยูเอ็นตัดสินจำคุกตลอดชีวิต “เขียว สัมพัน” และ “นวน เจีย”
    อดีตผู้นำสูงสุดเขมรแดงในความผิดฐานกระทำอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ



    ศาลพิเศษยูเอ็นตัดสินจำคุกตลอดชีวิต “เขียว สัมพัน” และ “นวน เจีย”


    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 07-08-2014 at 19:07.

  6. #6
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    เรื่องเขมรแดง

    เรื่องเขมรแดง



    เรื่องเขมรแดง



    สหายนวนเจีย และสหายเขียว สัมพัน เป็น "ปัญญาชนฝ่ายซ้าย" จากปารีส ร่วมกับสหายพลพต และคนอื่นๆ ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา เมื่อเขมรแดงครองอำนาจสถาปนารัฐ "กัมพูชาประชาธฺปไตย" สหายนวนเจีย เป็นผู้หมายเลข 2 สหายเขียวสัมพัน เป็นนำหมายเลข 4


    พรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา ได้รับการสนับสนุนจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน จึง
    ก่อเกิดแนวร่วมประชาชาติ "กษัตริย์สีหนุ" กับ "เขมรแดง

    ต้นกำเนิดพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา มาจากพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีน ของโฮจิมินห์ แต่ตอนหลัง พลพต นวนเจีย เลือกรับการช่วยเหลือจากจีน

    ปี 2491 ฬง บุนรวด ออกจากพรรคคอมมิวนิสต์ไทย ไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีน เปลี่ยนชื่อเป็น "สหายนวนเจีย"

    สหายนวนเจีย ในนามกลุ่มเขมรอิสระ ที่เป็นสาขาของพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีน ได้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการปลดปล่อยกัมพูชา ปี 2491

    เมื่อกลุ่มนักลัทธิมาร์กซจากปารีส นำโดยพลพต เขียวสำพัน กลับมาตั้งพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา นวนเจียก็ยังเป็นสหายนำหมายเลข 2 รองจากพลพต

    บนเส้นทางชาวคอมมิวนิสต์กัมพูชา เต็มไปด้วยการสามัคคีสู้รบ และทรยศหักหลัง กระทั่งฮุน เซน จับนวน เจีย ที่กลางป่าเมืองไพลิน ปี 2550

    ปี 2521 หากวันนั้น ฮุน เซน ไม่ตัดสินใจนำเขมรแดงที่กำปงจาม เข้าร่วมกับเฮง สำรินและเวียตนาม เขาก็ถูกพล พต สั่งฆ่า โทษฐานทรย..พรรค

    เฮง สำริน เจีย ซิม ฮุน เซน ก็คือสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา(เขมรแดง) ที่เป็นสายเวียดนาม จึงรวมตัวกันเงียบๆ หาทางโค่น "ระบอบเขมรแดง"

    ปี 2521 พล พต เริ่มรู้ตัวว่า เวียดนามกำลังจะยึดกัมพูชา แต่ก็ไม่คิดว่า ฮุน เซน จะนำเขมรแดง 2 หมื่นคน แปรพักตร์ไปเข้ากับเวียดนาม

    พล พต และ "นักฆ่า" ตา ม็อก ตายไปก่อน ที่จะถูกฮุน เซน นำตัวขึ้นศาล ส่วนที่ตายระหว่างดำเนินคดีคือ เอียง ซารี ผู้นำหมายเลข 3

    -------------------------------------------

    ปลายปี 2521 กองทัพเวียดนาม รุกเข้ายึดพนมเปญ ล้มรัฐบาลเขมรแดง สถาปนาสาธารณรัฐกัมพูชา โดยการนำของ "เฮง สำริน เจีย ซิม ฮุน เซน"

    ปี 2522 พรรคคอมมิวนิสต์จีน เจรจาลับกับรัฐบาลไทย ขอใช้พื้นที่แนวชายแดนหนุนช่วย "เขมรแดง" ต้านเวียดนาม และกลุ่ม "เฮง สำริน"

    ปี 2539 พล พต ประกาศยุติการต่อสู้ของเขมรแดง หลังจากที่มีการลงนามในข้อตกลงสันติภาพกับเขมร 4 ฝ่าย อีก 3 ปีถัดมา พลพตเสียชีวิต

    คดีล้างเผ่าพันธุ์ของเขมรแดง ก่อให้เกิดแรงกดดันจากนานาชาติ ฮุน เซน นายกฯกัมพูชา จึงดำเนินคดีกับผู้นำเขมรแดง ที่มีชีวิตอยู่ไม่กี่คน

    พรรคประชาชนกัมพูชา ในวันนี้ ก็มาจากพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา เพียงแต่ "เฮง สำริน เจีย ซิม ฮุน เซน" ไม่ยอมรับการนำของพลพต และจีน

    ------------------------------------------------------

    ปัจจุบัน ฮุน เซน มีสัมพันธ์แนบแน่นกับจีน แต่ก็ทิ้งเวียดนามไม่ได้ เพราะมีหนี้บุญคุณ หากไม่มีเวียดนามวันนั้น ก็ไม่มีฮุน เซน ในวันนี้

    ขณะนี้ น้ำท่วม 5 จังหวัด ริมแม่น้ำโขง รัฐบาลกัมพูชา ประกาศภาวะฉุกเฉิน ช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน





    //แคน สาริกา
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 08-08-2014 at 05:10.

  7. #7
    ขอบคุณครับคุณครูเล็กที่นำสิ่งดีมาแบ่งปันครับ

  8. #8
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    คุยกับสองแม่ลูก "โก๊ะตี๋ อารามบอย" & "คุณแม่ดาวเรือง อ่อนละม้าย"



    นิตยสาร Secret ฉ147/10 สค 57-น28 คุยกับสองแม่ลูกบนปก
    "โก๊ะตี๋ อารามบอย" & "คุณแม่ดาวเรือง อ่อนละม้าย"



    "บางคนบอกรักแฟน
    เป็นร้อยเป็นพันรอบยังบอกได้
    แต่กับพ่อกับแม่
    ไม่เคยบอกรักท่านเลยสักคำเดียว"

    -[โก๊ะตี๋]





    คุยกับสองแม่ลูก "โก๊ะตี๋ อารามบอย" & "คุณแม่ดาวเรือง อ่อนละม้าย"


    คุยกับสองแม่ลูก "โก๊ะตี๋ อารามบอย" & "คุณแม่ดาวเรือง อ่อนละม้าย"



    คุยกับสองแม่ลูก "โก๊ะตี๋ อารามบอย" & "คุณแม่ดาวเรือง อ่อนละม้าย"


    คุยกับสองแม่ลูก "โก๊ะตี๋ อารามบอย" & "คุณแม่ดาวเรือง อ่อนละม้าย"



    +++++++++++++++++++


    "ทุกวันก่อนออกจากบ้าน
    จะบอกกับแม่ว่า
    'หนูรักแม่นะ'...
    ...บอกกันตอนยังมีชีวิตอยู่"


    -[โก๊ะตี๋ อารามบอย]



    คุยกับสองแม่ลูก "โก๊ะตี๋ อารามบอย" & "คุณแม่ดาวเรือง อ่อนละม้าย"



    คุยกับสองแม่ลูก "โก๊ะตี๋ อารามบอย" & "คุณแม่ดาวเรือง อ่อนละม้าย"


    ++++++++++++++++++++


    แม่ - พงษ์สิทธิ์ คำภีร์



    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=X8M2IE1fm2c



    กี่วันคืนจะผ่านไป กี่ฤดูจะผ่านมา
    แม่ก็ยังเฝ้าคอยลูกกลับ
    นับวันเวลา เจ้าโตแล้วไป
    สร้างครอบครัวใหม่ ไม่หันมาสนใจแม่เลย


    แม่ถนอมเลี้ยงลูกรัก
    รักเกินรักยิ่งสิ่งใด
    ไม่ให้ใครทำร้ายให้ลูกเจ็บ
    แม่ทำงานหนัก ให้ลูกสบาย
    เมื่อเจ้าโตใหญ่ เป็นคนดีมีค่าของสังคม


    แม่ทั้งห่วงหวง คิดถึงดวงใจ
    ลูกจ๋าแวะเวียนหาแม่บ้างซิ
    แม่อยู่เหงาๆ เดี่ยวเดียวดาย เฝ้าคอยคิดหวังว่า
    ลูกจะมา แต่ไม่มีเลย หรือลืมแม่แล้วลูกจ๋า


    แม่ทั้งห่วงหวง คิดถึงดวงใจ
    ลูกจ๋าแวะเวียนหาแม่บ้างซิ
    แม่อยู่เหงาๆ เดี่ยวเดียวดาย
    เฝ้าคอยคิดหวังว่า ลูกจะมา แต่ไม่มีเลย หรือลืมแม่แล้วลูกจ๋า



    ถึงอย่างนี้แม่ก็รัก
    แม่จะรอ รอ รอ คงสักวัน
    ลูกอาจจะคิดถึงแม่ แม่เฝ้ามองดู อยู่ข้างเสมอ
    ถ้ามีเวลากลับมาหาแม่สักที นะลูกจ๋า

    -------------------------




    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 09-08-2014 at 19:57.

  9. #9
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197
    supermoon หัวค่ำของคืนนี้วันที่ 10 สิงหาคม 2557

    กับจันทราขนาดใหญ่ ที่ปรากฎขึ้น































  10. #10
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    12 สิงหาคม วันแม่ และ วันช้างโลก

    12 สิงหาคม วันแม่ และ วันช้างโลก


    12 สิงหาคม วันแม่ และ วันช้างโลก




    เนื่องในวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี
    เป็นวันช้างโลก (World Elephant Day) และ WWF-ประเทศไทย (กองทุนสัตว์ป่าโลก)

    ซึ่งทำแคมเปญรณรงค์ต่อต้านการค้างาช้างผิดกฎหมาย
    วางแผนที่จะประชาสัมพันธ์ คุณค่าของชีวิตแม่ช้างและลูกช้างในวาระนี้
    เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตของพวกเขา

    รวมถึงความรักในครอบครัวช้างอันมีค่าไม่ต่างจากความรักที่มนุษย์มีให้ต่อกัน
    ภายใต้แนวความคิด "1,000,000 นาทีแห่งรัก"

    โดยถ่ายทอดเรื่องราวของชีวิตและความผูกกันของแม่ช้างและลูกช้า
    ง ขณะตั้งครรภ์ มนุษย์มักจะเป็นผู้พรากทั้งสองออกจากกันก่อนเวลาอันควร

    ความรักของแม่และลูกมีค่าเกินกว่าที่มนุษย์อย่างเราจะพรากมันไป
    หลายล้านนาทีแห่งความรักระหว่างแม่ช้างและลูกช้าง
    อาจจบลงด้วยเวลาไม่กี่นาทีจากฝีมือมนุษย์ เพียงเพราะหวังแค่งาจากพวกเขา

    +++++++++++++++++++++



    //อินทราแกรม thapanee3miti




Tags for this Thread