หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 3 หน้า 123 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
กำลังแสดงผล 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 25

การปลูกไผ่เลี้ยง

  1. #1
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ ฅนภูไท
    วันที่สมัคร
    Apr 2007
    กระทู้
    2,458
    บล็อก
    1

    ความเยือกเย็น การปลูกไผ่เลี้ยง


    การปลูกไผ่เลี้ยง
    การปลูกไผ่เลี้ยง

    พันธุ์ไผ่เลี้ยง

    1.พันธ์หนัก เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตหน่อได้ปกติในช่วงฤดูฝน (มิถุนายน – สิงหาคม) แต่ถ้าจะผลิตเป็นหน่อไผ่นอกฤดูหรือต้นฤดูฝน ผลผลิตที่ได้จะไม่คุ้มกับทุน 2.พันธุ์เบา เป็นพันธุ์ที่สามารถให้หน่อไผ่ ตกในช่วงฤดูฝน และสามารถผลิตเป็นหน่อไผ่นอกฤดูได้ดีมาก เพราะมีลักษณะเด่น คือ ถ้าได้น้ำ ได้ปุ๋ยแล้วจะให้หน่อทันที ถ้าเกษตรกรปลูกมีการบำรุงรักษาดี ผลผลิตก็ยิ่งจะเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้น จึงขอแนะนำให้ผู้ที่จะปลูกไผ่เลี้ยงขายหน่อ ควรปลูกพันธุ์เบา


    การคัดเลือกพื้นที่ปลูกสวนไผ่
    สภาพพื้นที่ที่เหมาะสำหรับปลูกไผ่เลี้ยง ควรมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย ถ้าเป็นดินเหนียว ดินโคกลูกรัง การเจริญเติบโต และการให้หน่อจะไม่ดี


    การเตรียมดินปลูก
    -ไถครั้งแตกด้วยรถไถผาน 3 ทิ้งไว้ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ เพื่อกำจัดวัชพืช
    -ไถครั้งที่ 2 ด้วยรถไถผาน 7 เพื่อปรับสภาพดินให้ร่วนซุย เหมาะแก่การปลูกพืช


    ระยะปลูก
    สามารถปลูกได้หลายขนาด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของการใช้เครื่องมือในการจัดการแปลงหลังปลูก
    1.ระยะระหว่างต้น x ระหว่างแถว 2 x 4 ม. 1 ไร่ ปลูกได้ 200 ต้น
    2.ระยะระหว่างต้น x ระหว่างแถว 4 x 4 ม. 1 ไร่ ปลูกได้ 100 ต้น
    3.ระยะระหว่างต้น x ระหว่างแถว 4 x 6 ม. 1 ไร่ ปลูกได้ 66 ต้น
    ที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกรทั่วไป ควรปลูกระยะ 4 x 4 ม.

    การปลูก
    1.ปลูกด้วยตอชำถุง (มีค. – กค.) ขุดหลุ่มขนาด 50 50 50 ซม. รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักประมาณ 1 ปุ้งกี๋ คลุกเคล้าเข้ากับดินลงในหลุมปลูก ฉีกถุงดำออกอย่าให้ดินแตก นำลงหลุมกลบดินให้แน่น แล้วรดน้ำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง (ถ้าฝนไม่ตก)
    2.ปลูกด้วยเหง้า หรือตอไผ่ที่ไม่ได้ชำถุง โดยขุดเหง้าหรือตอไผ่ แล้วนำไปปลูกทันทีด้วยการขุดหลุมเฉพาะ ไม่ต้องรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก ปลูกแล้วกลบดินให้แน่น รดน้ำให้ชุ่มสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ช่วงที่เหมาะสมในการปลูกโดยวิธีนี้ คือ เดือน มค. – เมย. เหมาะสำหรับผู้ที่มีแหล่งน้ำและสะดวกในการให้น้ำ


    การดูแลรักษา
    -ถ้าไม่มีฝนตกควรรดน้ำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
    -กำจัดวัชพืชทำความสะอาดแปลงอย่าปล่อยให้หญ้าคลุม
    -เมื่อไผ่ปลูกได้ 7 เดือน ควรตัดแต่งกิ่งและลำต้นที่เล็กออกให้เหลือไว้แต่ต้นที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 – 5 ซม. แล้วพรวนดินรอบกอ ให้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก กอละประมาณ 5 – 10 กก. คลุมโคนด้วยเศษหญ้า ใบไม้แห้ง หรือฟางข้าว เพื่อเก็บรักษาความชื้นในดิน ถ้ามีน้ำในไร่นาควรให้น้ำตลอดช่วงฤดูแล้ง เพื่อเร่งการเจริญเติบโต
    -เมื่อไผ่มีอายุได้ 8 เดือน ขึ้นไป ก็จะสามารถให้หน่อและเพิ่มจำนวนต้นในแต่ละกอ เพื่อจะได้ปริมาณจำนวนต้นไว้ผลิตหน่อในฤดูต่อไป


    เทคนิคการตัดแต่งกอและกิ่งไผ่
    -หลักสำคัญในการตัดแต่งกิ่งไผ่ อยู่ที่ปีที่ 2 ซึ่งจะต้องตัดต้นที่แก่และยู่ชิดกันออก โดยใช้เลื่อยตัดแต่งกิ่งเฉพาะ จะสะดวกให้เหลือจำนวนต้นไว้ในแต่ละกอ ไม่เกิน 12 ตัน ต่อไป (การตัดแต่งควรตัดทุกปีอย่างต่อเนื่อง ปีละ 1 ครั้ง)
    -ฤดูกาลที่เหมาะสมในการตัดแต่งกิ่ง คือเดือน ธค. – มค.
    -หลังตัดแต่งเสร็จให้ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก กอละประมาณ 15 – 20 กก. แล้วให้น้ำทันที เพื่อเร่งให้ได้ผลผลิตหน่อไผ่ช่วงต้นฤดู ซึ่งขายได้ราคาสูง
    -ถ้าจะเร่งการออกหน่อ และเพิ่มผลผลิตให้มากยิ่งขึ้น ให้เสริมด้วยปุ๋ยเคมี สูตร 25-7-7 หรือ 46-0-0 กอละประมาณ 2 กำมือ โดยใส่รอบๆ กอ แล้วจึงกลบด้วยปุ๋ยคอกแล้วให้น้ำทันที ถ้าไม่มีน้ำให้ก็ต้องรอเก็บผลผลิตในฤดูฝนตามปกติ แต่ผลผลิตก็จะได้มากกว่า สวนที่ไม่มีการตัดแต่งใส่ปุ๋ยอย่างแน่นอน


    การเก็บผลผลิตหน่อไผ่
    -ขนาดความยาวของหน่อไผ่ที่เหมาะสม 40 – 50 ซม. หรือ ถ้าเห็นหน่อไผ่พ้นดินขึ้นมาให้รออีก 4-6 วัน ก็เก็บเกี่ยวได้
    -ช่วงเดือนสิงหาคม ควรคัดเลือกหน่อที่มีลักษณะสมบูรณ์และแตกหน่อออกอยู่ห้างกอไว้เป็นลำต้นต่อไป
    -ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 1,700 กก.
    -รายได้เฉลี่ย 17,000 บาท/ไร่


    การขยายพันธุ์ไผ่
    การขยายพันธุ์ไผ่เลี้ยง ทำได้ 2 ลักษณะ

    1.ขยายพันธุ์โดยการขุดเอาเหง้าของลำต้นไผ่ที่มีอายุ 1 ปี แต่ไม่ควรเกิน 1 ปีครึ่ง เมื่อขุดออกมาแล้วควรตัดให้เหลือตอไว้ประมาณ 40 ซม. และตัดแต่งรากออกพอประมาณ เพื่อสะดวกในการปักชำ ถุงที่เหมาะสมควรเป็นถุงดำขนาด 5 x 11 นิ้ว ขึ้นไป ส่วนผสมของดินบรรจุถุง คือ หน้าดิน 1 ส่วน และแกลบดำ 1 ส่วน ผสมคลุกเคล้า แล้วใส่ลงในถุงนำเหง้าไผ่ที่เรียมไว้ลงถุงกลบดินแกลบให้แน่น ตั้งถุงเรียงไว้กลางแจ้ง รดน้ำให้พอชุ่มอยู่ตลอดประมาณ 15 วัน ก็จะเริ่มแตกแขนง
    ครบ 2 เดือน นำไปปลูกได้ ช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมในการขยายพันธุ์ตามแบบที่ 1 คือ เดือน กพ. – พค.

    2.ขยายพันธุ์โดยการใช้เหง้า จากส่วนที่เป็นเหง้าของหน่อที่ถูกตัดไปขาย แล้วเหลือตอติดดินไว้แตกแขนงขึ้นมารอให้แขนงที่แตกมาใหม่ มีใบแก่ (แตกใบขิง) จึงขุดเหง้าพร้อมแขนงนี้มาชำถุง แต่ต้องตัดกิ่งแขนงส่วนบนออกให้เหลือติดเหง้าขึ้นไปยาวประมาณ 30 – 40 ซม. ใช้วัสดุชำเหมือนกับการขยายพันธุ์แบบที่ 1 ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชำแบบที่ 2 คือ ตั้งแต่เดือน พย. – พค.

    โรคและแมลงศัตรูไผ่
    -โรค ยังไม่มีปรากฏที่ชัดเจน
    -แมลงศัตรู
    1.ด้วงเจาะหน่อไผ่ โดยทั่วไปยังไม่มีการระบาดถึงระดับเศรษฐกิจ
    2.หนู กัดกินและทำลายหน่อไม้ เกษตรกรผู้ปลูกสามารถดูแลและควบคุมได้ และยังไม่มีการระบาดถึงระดับเศรษฐกิจ

    ไผ่ออกดอกแล้วแห้งตาย (ไผ่เป็นขี)
    -สาเหตุ เกิดจากเหล่ากอต้นพันธุ์มีอายุมาก ซึ่งการนำมาขยายพันธุ์ไม่ทราบว่ากี่ชั่วอายุแล้ว
    -การแก้ไข ถ้าหากต้นที่ปลูกไปแล้วออกดอกให้ขุดทิ้งแล้วปลูกทดแทน
    Attached Images Attached Images  


  2. #2
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ ตรี ศรีเมืองใหม่
    วันที่สมัคร
    Apr 2006
    ที่อยู่
    หนุ่มอุบล คนศรีเมืองใหม่
    กระทู้
    4,855
    ขอบคุณในข้อมูลครับ"คนภูไท"บ้านผมเอิ้นหน่อไม้"สร้างไพ"เอาหน่อมาแกงสดๆ ใส่ยอดหมากอึหรือยอดมันแกว สุดยอดครับ เอาไป 5 ดาวกระทู้นี้

  3. #3
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ Tid Sri
    วันที่สมัคร
    Jul 2007
    กระทู้
    294
    "หอม...ผักกะแงง ผู้ใด๋น้อแกงหน่อไม้" อยากกินเด้บาดนี่บ้านหมู่เจ้าแกงหน่อไม้ใส่หญ้านางคือบ้านข่อยบ่

  4. #4
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ ฅนภูไท
    วันที่สมัคร
    Apr 2007
    กระทู้
    2,458
    บล็อก
    1
    หน่อไผ่เลี้ยงกับหน่อไม้สร้างไพ มีลักษณะคล้ายกันแต่สิมีความแตกต่างกัน คือไผเลี้ยงสิบ่ขมปานได๋ เนื้อในนุ่มกั่วรสชาดดีกั่ว
    ข้างในสิตันกั่วหน่อไม้สร้างไพ และที่พิเศษกั่วหน่อไม้สร้างไพ กะคือไผเลี้ยงสามรถสิออกหน่อได้ตลอดปีครับและออกหน่อหลายกั่วครับ ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจโตใหม่ที่น่าสนใจมากเลยครับ

  5. #5
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ ฅนภูไท
    วันที่สมัคร
    Apr 2007
    กระทู้
    2,458
    บล็อก
    1
    เพิ่มเติมแหน่จักหน่อยครับ ขอบคุณหลายๆสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมครับ ข้าวปั้น

    การทำหน่อไม้ดอง(หน่อไม้ส้ม)

    หน่อไม้ดอง(หน่อไม้ส้ม)
    วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต : หน่อไม้, เกลือ, น้ำ
    อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต : โอ่ง, มีด, กะละมัง, ตะแกรง
    วิธีการทำ
    1. ปอกเปลือกหน่อไม้
    2. นำมาหั่น หรือ สับ
    3. แช่น้ำเกลือ ประมาณ 1 คืนแล้วนำเอาน้ำออกทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง
    4. นำมาคลุกเกลือเม็ดใส่กะละมังทิ้งไว้ 2ชั่วโมง
    5.นำไปใส่โอ่ง หรือปี๊บทิ้งไว้ 4-5 คืน แล้วใส่น้ำให้เต็มโอ่งปิดฝาถ้าน้ำลดก็เติมน้ำให้เต็ม


    ขั้นตอนการดองหน่อไม้ให้ได้คุณภาพและเก็บไว้กินนาน ๆ

    ขั้นตอนการดองหน่อไม้สูตรเฉพาะตัวว่า มี 4-5 ขั้นตอน เริ่มจากการสร้างบ่อซีเมนต์ที่ใช้แช่ถังหน่อไม้ดอง ขั้นที่สอง การนำหน่อไม้ดองที่หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ มาแช่น้ำเกลือ ในอัตราส่วน เกลือเม็ด 4 กิโลกรัม แช่ลงในน้ำ 60 ลิตร ซึ่งต้องแช่ทิ้งไว้ค้างคืน 1 คืน ขั้นที่สาม การบรรจุหน่อไม้ลงถังพลาสติก นำหน่อไม้ที่แช่น้ำเกลือเสร็จแล้ว มาล้างให้สะอาดผึ่งไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นนำมาบรรจุลงในถังพลาสติก ซึ่งต้องใส่ลงในถุงพลาสติกก่อนและผูกปากถุงให้แน่น ปิดฝาเกลียวให้สนิท ขั้นที่สี่ การนำถังดองหน่อไม้แช่น้ำในถังซีเมนต์ที่เตรียมไว้ วิธีการแช่ต้องคว่ำถังเอาปากถังด้านที่ฝาปิดลง แรงดันในถังจะช่วยดันอากาศออกไป ทำให้น้ำไม่สามารถเข้ามาในถังได้ การแช่น้ำต้องให้น้ำท่วมมิดถัง จึงต้องใช้หินก้อนใหญ่ ๆ วางทับไว้บนถัง และขั้นสุดท้าย การนำหน่อไม้ดองออกจำหน่าย เมื่อดองหน่อไม้ได้ประมาณ 15 วัน สามารถนำออกขายได้เลย ทั้งนี้ต้องนำหน่อไม้ในถังพลาสติกออกมาแช่น้ำทิ้งไว้ในตุ่ม 3-4 ชั่วโมงก่อน เพื่อให้สามารถล้างทำความสะอาดได้ง่าย จากนั้นนำไปบรรจุลงปี๊บ โดยใช้ถุงพลาสติกกรุด้านในก่อนและใช้กระดาษปิดด้านบนเพื่อป้องกันสิ่งสกปรก บรรจุ ปี๊บละ 20 กิโลกรัม จากนั้นนำไปส่งให้ลูกค้าขายส่งได้เลย


    เคล็ดลับต้องเลือกชนิดของหน่อไม้ให้พอเหมาะกับเวลาที่ดอง

    "การดองหน่อไม้ให้อร่อยต้องดูว่าเป็นหน่อไม้อะไร ถ้าเป็นหน่อไม้ป่าต้องดองนานเป็นเดือนขึ้นไป หรือข้ามปีได้ยิ่งดี รสชาติจะไม่ขื่น เหนียวไม่เปื่อยยุ่ย ถ้าเป็นหน่อไม้ไผ่ตงใช้เวลาเพียง 3-7 วัน จะรับประทานได้แล้ว แต่ปกติทั่วไปทั้งสองชนิดจะดอง ประมาณ 15 วัน หน่อไม้ที่ไม่ควรนำมาดองเลยคือไผ่สีสุก เพราะเนื้อจะหยาบไม่อร่อยและเน่าง่าย ที่สำคัญควรเลือกหน่อไม้เนื้อแน่น ๆ ส่วนการแช่น้ำให้มิดจะช่วยให้หน่อไม้ดองมีสีขาวสวย ดูสะอาด น่ากิน และที่ต้องระมัดระวังมากในการดองคือ ไม่ให้น้ำเข้าเด็ดขาด เพราะจะทำให้หน่อไม้เน่าเสีย ต้องทิ้งทั้งหมด ขาดทุนแน่นอน"

    หน่อไม้ดองเปรี้ยว
    ส่วนผสม
    หน่อไม้ไผ่ตงปอกเปลือกออกแล้ว 1 กิโลกรัม
    เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ
    แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ
    1.ไสหน่อไม้เป็นแผ่นบาง ๆ ตามขวาง ถ้าหน่อไม้หน่อใหญ่ผ่าครึ่งหน่อ แล้วจึงไสหรือสับหยาบ ๆ ล้างน้ำทิ้ง 2 - 3 ครั้ง แล้วแช่ค้างคืน 1 คืน
    2. นำหน่อไม้ขึ้นผึ่งให้สะเด็ดน้ำ แล้วจึงเคล้าหน่อไม้กับเกลือ และแป้งข้าวเจ้าให้ทั่ว แล้วใส่ในโอ่งหรือขวดปานกลาง กดให้แน่น ใช้ใบตองปิดปากขวด ถ้าใส่โอ่งก็ใช้ก้อนหินทับอีกที หมักไว้ประมาณ 50 วัน จึงรับประทานได้

  6. #6
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ ยงค์ยาน
    วันที่สมัคร
    Dec 2007
    ที่อยู่
    Bangkok
    กระทู้
    13
    ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูล นับว่าเป็นประโยชน์จริง ๆ ผมกำลังหาวิธีเลี้ยงผึ้งอยู่ ถ้าหากพี่ ๆ มีข้อมูล กรุาผมด้วยครับ จะเป็นพระคุณยิ่ง ขอบคุณครับ

    ยงค์ยาน

    :g

  7. #7
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ ฅนภูไท
    วันที่สมัคร
    Apr 2007
    กระทู้
    2,458
    บล็อก
    1

    ความเยือกเย็น

    เอารูปสวนไผเลี้ยงของเฒ่าแม่มาให้เบิ่งเพิ่มเติมครับ หน้านี้กำลังออกหน่อหลายคัก สวนนี้เพิ่งปลูกได้บ่กี่ปี หน่อเลยยังน้อยอยู่




  8. #8
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ นิลมณีหยก
    วันที่สมัคร
    Aug 2007
    กระทู้
    763
    ป๊าดมะสุดยอดแท้เนาะอ้ายหน่อไม้มักๆกินจังใด๋กะบ่มีเบื่อบ้านอ้ายคือสิหน่อไม้หลายเนาะสงสัยต้องไปเป็นลูกใภ้ทางนั้นก่อนหน๋าค่อยสิบ่อึดหน่อไม้กิน:g:g

  9. #9
    เป็นตาออนซอนเนาะ..อยากแกงใส่ผักขาเด้เนาะ...
    มื้อแลงนี่ไปลักสับเอาจักกะต่าก่อนน้า...555++อิจฉาผู้เพิ่นบ่อึดอยู่ อึดกินเนาะ...

  10. #10
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ สาวเมืองกะสิน
    วันที่สมัคร
    Sep 2007
    กระทู้
    616
    น่าสนใจเน๊าะอ้ายภู วันก่อนคุยกับพ่อว่าอยากสิปลูกไผ่เลี้ยงไว้จักไร่เอาไว้กินซั่นดอก

    แต่ว่าบ่รู้ว่าสิ ไปหาซื้อพันธุ์ไผ่เลี้ยงจากไส อ้ายภูมีข้อมูลบ่จ้าซ่อยแนะนำแน


Tags for this Thread