ดูเวอร์ชั่นเต็ม : สมณศักดิ์(ยศ) ของ คณะสงฆ์ไทย


หนุ่มเมืองกาญจน์
01-17-2008, 12:55 PM
"สมณศักดิ์"(ยศ) ของคณะสงฆ์ของไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเป็นผู้พระราชทาน นอกจากพระราชทานยศแล้ว จะทรงพระราชทาน ทินนาม (ชื่อเรียก) ด้วย พระท่านใดที่ได้รับพระราชทานสมศักดิ์และทินนาม ก็จะได้รับเครื่องหมายอันแสดงถึงลำดับชั้น นั่นก็คือ "พัดยศ"
ลำดับชั้นสมณะศักดิ์
1 สมเด็จพระสังฆราชสังฆปรินายก ( 1 รูป จะมาจากธรรมยุตหรือมหานิกาย ก็ได้ )
2 สมเด็จพระราชาคณะชันสุพรรณบัตร (ชั้นสมเด็จ 8 รูป )เช่นสมเด็จพระวรรณรัตน์
3 พระราชาคณะชั้นรองหิรัญบัตร(ชั้นรองสมเด็จ 16รูป )เช่นพระพรหมโมลี
4 พระราชาคณะชั้นธรรม(35รูป)เช่นพระธรรมดิลก
5 พระราชาคณะชั้นราช(144รูป) เช่นพระราชรัตนเวที
6 พระราชาคณะชั้นสามัญ(ชั้นเจ้าคุณ394รูป)เช่นพระกิติส ารเมธี
7 พระครูสัญญาบัตรชั้น พิเศษ / เอก / โท / ตรี (ชั้นพระครู) เช่น พระครูพิศาลกาจนกิจ
.................................................. .................................................. ....
พระฐานานุกรม
เป็นยศที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระครูสัญญาบัตรชั้นเอ กเป็นต้นไป ซึ่งแต่และรูปมีโควต้าในการแต่งตั้งแตกต่างกันไปตามล ำดับ เช่น
พระครูปลัด,พระครูใบฎีกา,เป็นต้น
หมายเหตุ
พระราชาคณะท่านใดที่สังกัดนิกายธรรฒยุตหลังสมณะศักดิ ์และทินนามแล้ว จะมี (ธ) ต่อท้าย เช่น พระกาญจนวิจิตร(ธ)
สำหรับลำดับที่3 และ6 ทินนามอาจจะไม่แตกต่างกันท่านให้ดูที่พัดยศ
/
/
ปล. หากท่านใดมีความเห็นที่แตกต่างหรือมีข้อมูลที่มากกว่ าโปรดแนะนำ ขอขอบคุณพระมหาตรรกวิทย์ ตกวิโช(ไชยรินทร์) (ปธ.6,พธ.บ.,สน.บ.) เอื้อเฟื้อข้อมูล

ฅนภูไท
01-17-2008, 03:56 PM
สมณศักดิ์

ความหมาย

สมณศักดิ์ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ หมายความว่า ยศพระสงฆ์ที่ได้รับพระราชทานมีหลายชั้น แต่ละชั้นมีพัดยศเป็นเครื่องกำหนด

อาจกล่าวได้ว่า สมณศักดิ์ คือบรรดาศักดิ์ หรือยศที่พระมหากษัตริย์พระราชทานแก่พระสงฆ์ผู้ประพฤ ติดี ประพฤติชอบให้ดำรงมั่นอยู่ในสมณเพศ เพื่อเป็นกำลังสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาและเพื่อให้การ ปกครองคณะสงฆ์เป็นไปโดยเรียบร้อย เพราะการที่พระสงฆ์รูปใดได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ย่อมได้รับมอบหมายภาระหน้าที่ในการปกครองหมู่คณะแห่ง สงฆ์ไปพร้อมกันด้วย

ความเป็นมาของสมณศักดิ์

สมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้ทรงใช้จิตวิทยาในการปกครองพระสงฆ์สาวก โดยการยกย่องผู้ที่ควรยกย่อง ป้องปรามผู้ที่ควรป้องปราม ดังจะเห็นได้จากทรงยกย่องพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัล ลานะเป็นพระอัครสาวก ฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา และทรงตั้งเอตทัคคะ ๑ กล่าวคือ ทรงยกย่องพระสาวกอีกส่วนหนึ่งว่ามีความเป็นเลิศในด้า นต่างๆ ด้วยพุทธวิธี อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวยังมิได้ถือว่าเป็นสมณศักดิ์

เมื่อพระพุทธองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว เพื่อสามารถสืบทอดเจตนารมณ์ของพระพุทธศาสนา พระประมุขแห่งประเทศต่างๆ ที่นับถือพุทธศาสนา จึงได้มีการพระราชทานสมณศักดิ์แก่พระสงฆ์ โดยปรากฏหลักฐานว่ามีการพระราชทานสมณศักดิ์ และพัดยศพร้อมทั้งเครื่องประกอบสมณศักดิ์อื่นๆ ประเทศต่างๆ ได้รับแบบอย่างมาจากประเทศศรีลังกา

สำหรับประเทศไทยนั้นระบบสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ เริ่มใช้ตั้งแต่สมัยสุโขทัยรัชสมัยพระมหาธรรมราชลิไท ย พระองค์ได้โปรดให้ราชบัณฑิตไปอาราธนาพระมหาสามีสังฆร าชมาแต่ลังกาเพื่อให้ประกาศพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวง ศ์ในกรุงสุโขทัย พระมหาสามีสังฆราชคงจะได้ถวายพระพรให้พระมหาธรรมราชา ลิไททรงตั้งสมณศักดิ์ถวายแด่พระสงฆ์ตามราชประเพณีที่ ถือปฏิบัติในประเทศลังการะบบสมณศักดิ์ในสมัยสุโขทัยไ ม่สลับซับซ้อนเพราะมีเพียง ๒ ระดับชั้นเท่านั้น คือ พระสังฆราชและพระครู

ส่วนในสมัยอยุธยาระบบสมณศักดิ์ได้รับการปรับให้มีระด ับชั้นเพิ่มขึ้นเป็น ๓ ระดับคือ สมเด็จพระสังฆราช พระสังฆราชคณะหรือพระราชาคณะและพระครู

---------------------------------------------


ชั้นยศสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ไทยในปัจจุบัน

ปัจจุบันชั้นยศสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ไทยได้เพิ่มขึ้นตา มกาลสมัย และความจำเป็นในด้านการปกครองคณะสงฆ์ ดังนี้



๑. สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ๑ พระองค์


๒. สมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัตร ๘ รูป

๓. พระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัณยปัฏ ๑๙ รูป

๔. พระราชาคณะชั้นธรรม ๓๕ รูป

๕. พระราชาคณะชั้นเทพ ๖๖ รูป

๖. พระราชาคณะชั้นราช ๑๔๔ รูป

๗. พระราชาคณะชั้นสามัญ ๓๙๔ รูป

๘. พระครูสัญญาบัตรชั้นตรี-โท-เอก-พิเศษ (ไม่จำกัดจำนวน)

๙. พระครูฐานานุกรม ตั้งได้ตามจำนวนที่ปรากฏในสัญญาบัตรของพระราชาคณะ

๑๐. พระครูประทวนสมณศักดิ์ (พระครูผู้อุปการะการศึกษา) (ไม่จำกัดจำนวน)




ประเพณีการพิจารณาแต่งตั้งสมณศักดิ์

แต่เดิม การพิจารณาแต่งตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์แก่พระสงฆ์เป็น พระราชอำนาจและเป็นพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ เมื่อทรงเห็นหรือทรงทราบด้วยพระเนตรพระกรรณว่า พระภิกษุรูปใดมีความรู้ความเชี่ยวชาญในพระไตรปิฏก มีศิลาจารวัตรน่าเลื่อมใส มีความสามารถในการปกครองหมู่คณะให้เป็นไปด้วยความเรี ยบร้อย ทั้งยังเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาของประชาชนแล้วก็จะพระ ราชทานสมณศักดิ์เพื่อเป็นเกียรติและกำลังใจ ในการจะได้ช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนาสืบไป

ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นช่วงเวลาที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้า สกลมหาสังฆปริณายกอยู่นั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะโปรดพระราชทานสมณศ ักดิ์แก่พระสงฆ์รูปใด ก็จะทรงปรึกษากับสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ก่อนทุกครั้ง ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทรงให้พระสงฆ์ได้มีส่ วนร่วมในการพิจารณาเสนอความคิดเห็นได้

ปัจจุบัน เป็นหน้าที่ทางคณะสงฆ์จะช่วยกันพิจารณาให้ความเห็นชอ บตามลำดับขั้น คือ จากเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะใหญ่ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากเจ้าคณะผู้ปกครองตามลำดับแ ล้ว กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการจึงได้เสนอเรื่องเพื่อนำความขึ้นกร าบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานสมณศักดิ์ ตามระเบียบของทางราชการต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในการพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นสูง เช่น สมเด็จพระสังฆราชหรือสมเด็จพระราชาคณะ ทางคณะสงฆ์ชอบที่จะถวายพระเกียรติแด่องค์พระมหากษัตร ิย์ด้วยการเสนอนามพระเถระที่เห็นสมควรขึ้นไปหลายรูปเ พื่อให้ทรงพิจารณาตามพระราชอัธยาศัย เป็นธรรมเนียมปฏิบัติเสมอมา เพราะพระราชอำนาจส่วนนี้เป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอ ยู่หัวเพียงพระองค์เดียว

เซียงสีผีเป้า
01-29-2008, 06:20 PM
สมเด็จพระวันรัตน์ เขียนแบบนี้เด้อครับ
สมัยก่อนเขียน พนรัตน์ มาจาก สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว สมัยอยุธยา

หนุ่มบ้านดอน
01-29-2008, 07:04 PM
คัน บวชศึกใหม่ เอิ้นว่า ทิด ติครับ