View RSS Feed

khonsurin


กลศึกสามก๊ก ตอนกลยุทธ์ชนะศึก 1 ปิดฟ้าข้ามทะเล

Rate this Entry

กลศึกสามก๊ก ตอนกลยุทธ์ชนะศึก 1 ปิดฟ้าข้ามทะเล







กลศึกสามก๊ก (อังกฤษ: Thirty-Six Stratagems; จีนตัวเต็ม: 三十六計; จีนตัวย่อ: 三十六计; พินอิน: Sānshíliù Jì) เป็นการรวบรวมกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำศึกสงครามที่ปรากฏในวรรณกรรมจีน อิงประวัติศาสตร์ เรื่องสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ในสามก๊กมีการทำศึกสงครามมากมายหลายครั้งเพื่อแย่งชิงอำนาจและความเป็นใหญ่ การนำกำลังทหารและไพร่พลจำนวนมากการบุกโจมตีและยึดครองเมืองหรือสถานที่ต่าง ๆ หรือทางการทูตต่างแดนในการเจรจาต่อรองผูกสัมพันธ์ไมตรีกับแคว้นอื่น การต่อสู้ทางด้านสติปัญญาและกุศโลบายในการแสดงแสนยานุภาพแก่ศัตรู การปกครองไพร่พลรวมทั้งผู้ใต้บังคับบัญชา การทหาร การเมือง การเศรษฐกิจ การบริหารปกครองบ้านเมือง หรือแม้นแต่การใช้คนอย่างถูกต้อง ในสามก๊กทุกสิ่งล้วนแต่เป็นการนำเอาทรัพยากรทุกอย่างที่มีเพื่อนำมาใช้ในการทำศึกสงคราม สงครามสามก๊กนั้นมีบ่อยครั้งที่กำลังทหารที่มีกำลังไพร่พลน้อยกว่ากลับเอาชนะกำลังทหารที่มีกำลังไพร่พลมากกว่าได้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือกลยุทธ์ในด้านยุทธศาสตร์และการชำนาญภูมิศาสตร์สถานที่ในการทำศึกสงคราม



แต่มีบ่อยครั้งที่กำลังทหารที่มีกำลังไพร่พลน้อยกว่ากลับเอาชนะกำลังทหารที่มีกำลังไพร่พลมากกว่าได้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือกลยุทธ์ในด้านยุทธศาสตร์และการชำนาญภูมิศาสตร์สถานที่ในการทำศึกสงคราม ในสามก๊กมีการใช้กลศึกจำนวนมากมายในการหลอกล่อศัตรูเพื่อชัยชนะ การต่อสู้ทางสติปัญญา สุดยอดแห่งกุศโลบายในการแสดงศักยภาพของกองทัพ แม่ทัพที่นำทัพในสนามรบนอกจากจะมีฝีมือในการที่สูงส่งแล้ว จะต้องรู้หลักตำราพิชัยสงคราม เสนาธิการที่ปรึกษาทัพจะต้องรอบรู้ในทุก ๆ ด้าน รู้แจ้งในกลศึกต่าง ๆ ของศัตรู รู้ถึงจิตใจของทหารใต้บังคับบัญชา และรู้จักฉกฉวยจังหวะสำคัญในการโจมตีจึงจะสามารถเอาชนะศัตรูได้ จูกัดเหลียง จิวยี่ สุมาอี้ ลกซุน ตั๋งโต๊ะ โจโฉ กุยแกและบุคคลอื่นอีกมากมาย ล้วนแต่ชำนาญกลศึกในการทำศึกสงคราม ซึ่งกลศึกสำคัญและเป็นมาตรฐานของการทำสงครามสามก๊ก



การวางกลศึก


การวางแผนการศึกในเชิงรบระหว่างทัพ แม่ทัพผู้นำศึกต้องมีความรู้ความสามารถ มีภูมิปัญญาอันเป็นเลิศ มีความมั่นใจในตนเอง มีความเมตตา ความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่และความกล้าหาญชาญชัย รักไพร่พลของตนรวมทั้งมีการแม่นยำในสภาพภูมิศาสตร์ รู้สภาพดินฟ้าอากาศ ธรรมชาติและฤดูกาลต่าง ๆ อันส่งผลให้เกิดขอบเขตขีดจำกัดในการทำศึก ดั่งคำกล่าวของจูกัดเหลียงที่ว่า "อันธรรมดาเป็นชายชาติทหาร ถ้าไม่รู้คะเนการฤกษ์บนแลฤกษ์ต่ำ ก็มิได้เรียกว่ามีสติปัญญา ถ้าแม่ทัพผู้นำศึกขาดสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว ย่อมเพลี่ยงพล้ำหลงกลศึกของแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามได้ง่าย กลศึกทางบกเป็นการคำนวณระยะทางใกล้ไกล สภาพภูมิประเทศ และความยากง่ายต่อการเข้าถึงของพื้นที่ รวมทั้งการให้คุณให้โทษแก่ไพร่พลทหาร การจัดส่งเสบียงอาหารและกองกำลังหนุนยามเพลี้ยงพล้ำ


การวางแผนการศึกในเชิงรบระหว่างทัพเรือ แม่ทัพผู้นำศึกต้องมีความรู้ความสามารถ มีภูมิปัญญาอันเป็นเลิศ มีความมั่นใจในตนเอง มีความเมตตา ความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่และความกล้าหาญชาญชัย รักไพร่พลของตนรวมทั้งมีการแม่นยำในสภาพภูมิศาสตร์ ชำนาญในการเดินเรือ รู้สภาพดินฟ้าอากาศ โขดหินและร่องน้ำตามธรรมชาติ รวมทั้งรู้จักฤดูกาลต่าง ๆ อันส่งผลให้เกิดขอบเขตขีดจำกัดในการทำศึก ถ้าแม่ทัพผู้นำศึกขาดสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าว ย่อมหลงกลศึกของแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามได้ง่าย กลศึกทางน้ำเป็นการคำนวณระยะทางใกล้ไกลในการเดินทัพเรือ สภาพภูมิประเทศ และความยากง่ายต่อการเข้าถึงของพื้นที่ รวมทั้งการให้คุณให้โทษแก่ไพร่พลทหาร การจัดส่งเสบียงกรังและกองกำลังหนุนยามเพลี้ยงพล้ำและพ่ายแพ้

ในสามก๊กมีการใช้กลศึกจำนวนมากมายในการหลอกล่อศัตรูเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ การต่อสู้ทางสติปัญญา สุดยอดแห่งกุศโลบายในการแสดงศักยภาพของกองทัพ แม่ทัพที่นำทัพในสนามรบนอกจากจะมีฝีมือในการที่สูงส่งแล้ว จะต้องรู้หลักและเชี่ยวชาญตำราพิชัยสงคราม เสนาธิการที่ปรึกษาทัพจะต้องรอบรู้ในทุก ๆ ด้าน รู้แจ้งในกลศึกต่าง ๆ ของศัตรู รู้ถึงจิตใจของทหารภายใต้บังคับบัญชา และรู้จักฉกฉวยจังหวะสำคัญในการโจมตีจึงจะสามารถเอาชนะศัตรูได้ ตำราพิชัยสงครามซุนวู 13 บท กล่าวไว้ว่า "การบัญชาทัพชั้นเอกคือชนะด้วยอุบาย รองลงมาคือชนะด้วยการทูต รองลงมาอีกคือชนะด้วยการรบ"[1] จูกัดเหลียง จิวยี่ สุมาอี้ ตันฮก ลิบอง ลกซุน ตั๋งโต๊ะ โจโฉ กุยแกและบุคคลอื่นอีกมากมาย ล้วนแต่ชำนาญกลศึกและตำราพิชัยสงครามในการทำศึก ซึ่งกลศึกสำคัญและเป็นมาตรฐานของการทำสงครามสามก๊กในแต่ละครั้งมีดังนี้


1.กลยุทธ์ชนะศึก (อังกฤษ: Winning Stratagems)

2.กลยุทธ์เผชิญศึก (อังกฤษ: Enemy Dealing Stratagems)

3.กลยุทธ์เข้าตี (อังกฤษ: Attacking Stratagems)

4.กลยุทธ์ติดพัน (อังกฤษ: Chaos Stratagems)

5.กลยุทธ์ร่วมรบ (อังกฤษ: Proximate Stratagems)

6.กลยุทธ์ยามพ่าย (อังกฤษ: Defeat Stratagems)



เปิดกลยุทธ์ชนะศึก



กลยุทธ์ที่ 1 ปิดฟ้าข้ามทะเล



กลยุทธ์ปิดฟ้าข้ามทะเล (Deceive the heavens to cross the ocean)






กลยุทธ์ปิดฟ้าข้ามทะเล หรือ หมานเทียนกว้อไห่ (อังกฤษ: Deceive the heavens to cross the ocean; จีนตัวเต็ม: 瞞天過海; จีนตัวย่อ: 瞒天过海; พินอิน: Mán tiān guò hǎi) เป็นหนึ่งในกลศึกสามก๊ก


กลยุทธ์ที่มีความหมายถึงการที่คิดหรือมองข้ามสิ่งใด ๆ ก็ตาม ที่คิดว่าตนเองนั้นได้ตระเตรียมการไว้พร้อมสรรพแล้ว ก็มักจะมีความประมาทเลินเล่อและมองข้ามศัตรูไปอย่างง่ายดาย พบเห็นสิ่งใดที่มองเห็นเสมอในยามปกติก็ไม่บังเกิดความสงสัยหรือติดใจในสิ่งนั้น


เกิดความชะล่าใจในตนเอง การบุกเข้าโจมตีศัตรูโดยที่ศัตรูไม่ทันรู้ตัวและตั้งระวังทัพได้ทันนับว่าเป็นการได้ชัยชนะในการต่อสู้มาแล้วครึ่งหนึ่ง สามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย การปกปิดอำพรางซ่อนเร้น จึงเป็นกลยุทธ์ที่มีความสำคัญมากที่สุดในการทำศึกสงคราม


มรรควิถีแห่งการใช้ยุทธวิธีในการต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่เข้มแข็งกว่าควรใช้วิธี "นบน้อมถ่อมตน" ปฏิบัติตนอย่างนอบน้อมทำให้ศัตรูเกิดความเหลิงลำพอง


หย่อนคลายความระมัดระวัง แล้วจงรอคอยจนกระทั่งได้จังหวะและโอกาสเหมาะสมจึงรุกเข้าโจมตีให้พินาศย่อยยับ ตำราพิชัยสงครามซุนวู กล่าวไว้ว่า "พึงถ่อมตัวพินอบพิเทาเสริมให้ศัตรูโอหังได้ใจ"ตัวอย่างการนำเอากลยุทธ์ปิดฟ้าข้ามทะเลไปใช้ได้แก่ลิบองที่ปลอมตนเป็นพ่อค้าเดินเรือสำเภา ลอบบุกเข้าโจมตีเกงจิ๋วโดยที่กวนอูไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย






ตัวอย่างกลยุทธ์



เมื่อคราวที่จูกัดเหลียงวางกลอุบายยึดเอาเกงจิ๋วจากซุนกวนมาให้เล่าปี่ ได้มอบหมายให้กวนอูเป็นผู้รักษาเมือง มีหน้าที่คอยสอดส่องตรวจตราดูแลและรักษาเกงจิ๋วไว้


ซุนกวนเมื่อเสียเกงจิ๋วและเสียรู้ให้แก่จูกัดเหลียงก็โกรธแค้น จึงส่งกองทัพมาหมายจะยึดเอาเกงจิ๋วคืนเป็นของตนโดยมอบหมายให้ลิบองเป็นแม่ทัพ คุมทหารพันนายจากกังตั๋งไปเผชิญหน้ากับกวนอูที่ลกเค้าซึ่งเป็นเขตแดนติดต่อกัน




กวนอู



ขณะนั้นกวนอูนำทัพยกไปตีซงหยงได้สำเร็จก็เกิดความระแวงลิบองที่ตั้งทัพเผชิญหน้ากัน เกรงลิบองจะนำกำลังทหารเข้ายึดเกงจิ๋วคืน


จึงสั่งการให้ทหารปลูกร้านเพลิงเรียงรายตามริมฝั่งแม่น้ำเริ่มจากด่านลกเค้าเรื่อยมาจนถึงเกงจิ๋ว ระยะทางให้มีความห่างไกลกันประมาณสองร้อยถึงสามร้อยเส้น พร้อมสั่งให้คนอยู่ดูแลรักษามิได้ขาด


กวนอูสั่งการให้ทหารอยู่ประจำจุดรักษาร้านเพลิงจุดละห้าสิบคน ถ้าแม้นลิบองนำทัพเข้ายึดเกงจิ๋วในตอนกลางคืนให้จุดเพลิงให้สว่าง ถ้าแม้นนำทัพมาตอนกลางวันให้สุมจนเกิดควันขึ้น


ควันจากเพลิงจะเป็นสัญญาณให้กวนอูนำทัพกลับมาช่วยได้ทัน กวนอูคุมหารบุกตีฝ่าไปจนถึงอ้วนเสียและฆ่าบังเต๊กนายทหารของโจโฉตาย สุมาอี้จึงออกกลอุบายในการศึกแก่ซุนกวนให้นำทัพไปเพื่อยึดตีเกงจิ๋วคืน





ลิบองที่ตั้งทัพเผชิญหน้ากวนอูรู้ถึงการที่กวนอูจัดตั้งทัพระวังเมืองอย่างรัดกุมและเข้มแข็ง จึงหาโอกาสบุกเข้ายึดเกงจิ๋วคืนโดยวางกลอุบายแสร้งทำเป็นป่วยไข้อย่างหนักจนไม่สามารถนำทัพได้


ซุนกวนทราบข่าวลิบองล้มป่วยก็ไม่สบายใจ ลกซุนจึงกล่าวแก่ซุนกวนว่า "ซึ่งลิบองป่วยนั้นเป็นอุบาย เห็นหาป่วยจริงไม่" ซุนกวนจึงให้ลกซุนทำทีไปเยี่ยมดูอาการป่วยของลิบองเพื่อให้รู้แน่นอนว่าเป็นกลอุบาย






ครั้นรู้แจ้งว่าลิบองแกล้งป่วยจากการที่กวนอูตระเตรียมทหาร ปลูกร้านเพลิงรายตามแม่น้ำ ป้องกันบ้านเมืองเป็นมั่นคง ลกซุนก็แสร้งหัวเราะพร้อมกับออกอุบายให้แก่ลิบองในการยึดครองเกงจิ๋วว่า


"ซึ่งเมืองเกงจิ๋วตระเตรียมทหารแลจัดแจงเมืองไว้ทั้งนี้ เพราะกวนอูคิดวิตกอยู่ด้วยท่านมาตั้งอยู่ที่นี่จึงไม่ไว้ใจ ถ้าท่านรู้อุบายทำเป็นป่วยไปเสียจากที่นี้แลจัดแจงให้ผู้อื่นมาอยู่แทน


แล้วให้พูดสรรเสริญกวนอู กวนอูก็จะทะนงใจจะอยู่รบเอาเมืองอ้วนเซียให้ได้ ไม่คิดระวังหลัง เราจึงคิดวกไปตีเอาเมืองเกงจิ๋วก็จะได้โดยง่าย" ลิบองได้ยินกลอุบายของลกซุนก็ดีใจ จึงแสร้งทำป่วยต่อไปและขอให้ซุนกวนแต่งตั้งลกซุนเป็นแม่ทัพดูแลกองทัพแทนตน


เมื่อลกซุนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพแทนลิบองเดินทางมาถึงกองทัพ ก็มอบหมายให้ม้าใช้ถือหนังสือและแต่งเครื่องบรรณาการไปขอผูกมิตรไมตรีต่อกวนอูความว่า "บัดนี้ซุนกวนให้ข้าพเจ้าออกมารักษาค่ายลกเค้าแทนลิบอง ข้าพเจ้าขัดมิได้ก็ออกมาอยู่ ขอท่านจงเป็นที่พึ่งแก่ข้าพเจ้าด้วย"


กวนอูเห็นลกซุนได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพแทนลิบอง จึงถามผู้ถือหนังสือว่า "ลิบองซึ่งรักษาอยู่ก่อนนั้นไปไหนเล่า" ผู้ถือหนังสือจึงตอบว่า "ลิบองนั้นป่วยอยู่ จึงให้ลกซุนออกมารักษาแทน" กวนอูจึงกล่าวแก่ผู้ถือหนังสือว่า


"ซุนกวนนี้ก็เป็นคนดี เหตุไฉนจึงใช้ให้ลูกเด็กออกมาอยู่ดังนี้" ผู้ถือหนังสือจึงว่า "ลกซุนให้ข้าพเจ้าถือหนังสือกับสิ่งของทั้งปวงมาคำนับท่าน จะให้ท่านทั้งสองฝ่ายเป็นไมตรีแก่กัน ขอท่านได้รับเอาสิ่งของทั้งนี้ไว้ด้วยเถิด"


กวนอูนั้นเป็นผู้ที่หยิ่งต่อผู้ที่เข้มแข็งกว่าตนเอง รวมทั้งไม่ทำร้ายผู้ที่อ่อนแอกว่า เห็นว่าลกซุนอายุยังน้อยรวมทั้งมีความอ่อนน้อมถ่อม มีสัมมาคาราวะในตนก็นึกประมาท


ไม่ติดใจสงสัยในตัวลกซุนที่แต่งเครื่องบรรณาการมาขอผูกมิตรไมตรีรวมทั้งเลิกระแวงทหารจากกังตั๋งที่จะบุกเข้ายึดเกงจิ๋ว ทำให้การป้องกันรักษาเกงจิ๋วที่รัดกุมและแข็งแกร่งเกิดการหละหลวม ลิบองที่แสร้งป่วยจนไม่สามารถนำทัพได้สบโอกาสยึดเกงจิ๋วคืน


จึงจัดแจงนำกำลังทหารสามหมื่นลงซุ่มไว้ในเรือแปดสิบลำ ให้ทหารซึ่งชำนาญในการเรือใส่เสื้อขาว ทำเป็นเพศลูกค้าสำหรับแจวเรือ จึงให้ฮันต๋ง จิวท่าย เจียวขิม จูเหียน พัวเจี้ยง ชีเซ่งและเตงฮองเป็นนายทหารเจ็ดคน


ตนเองปลอมตัวเป็นพ่อค้าและนำทัพเข้ายึดร้านเพลิงทีละแห่ง จากด่านลกเค้าจนถึงเกงจิ๋วโดยที่ไม่มีผู้ใดรู้ตัวแม้แต่คนเดียว


ทหารลิบองแสร้งทำเป็นลูกค้าเรือสำเภาถูกพายุซัดเข้ามา ทำทีขออาศัยร้านเพลิงเพื่อหลบพัก ทหารซึ่งรักษาร้านเพลิงก็หลงเชื่อจึงให้จอดเรืออาศัย ครั้นถึงเวลาประมาณทุ่มเทษ


ลิบองจึงสั่งการให้ทหารในเรือสำเภาล้อมจับทหารซึ่งรักษาร้านเพลิงลงเรือสิ้นทุกร้าน และปลอบเอาใจทหารกวนอูซึ่งจับมาแต่ร้านเพลิงนั่นว่า "ท่านจงอยู่ทำราชการศึกด้วยเราเถิด เราจะปูนบำเหน็จแก่ท่านให้ถึงขนาด"


ลิบองออกอุบายเกลี้ยกล่อมทหารกวนอูที่ถูกควบคุมตัวเป็นเชลยให้ร้องเรียกเพื่อนทหารที่อยู่ภายในเกงจิ๋วเพื่อเปิดประตูให้ ทหารกวนอูไม่ทันระวังและไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะกลายเป็นทหารของศัตรูจึงยอมเปิดประตูรับ


ลิบองจึงนำทัพเข้ายึดเกงจิ๋วคืนอย่างง่ายดาย ทำให้กวนอูต้องกลอุบายของลิบองและลกซุนจนเสียเกงจิ๋วให้แก่ลิบองด้วยความประมาทและชะล่าใจในการป้องกันรักษาเมือง


กลยุทธ์ปิดฟ้าข้ามทะเลหรือหมานเทียนกว้อไห่ของลิบอง ก็ประสบความสำเร็จในการยึดเอาเกงจิ๋วคืนให้แก่ซุนกวนและเอาชนะกวนอูได้อย่างงดงาม






ขอขอบคุณ
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
bloggang.com



Updated 04-12-2010 at 13:02 by khonsurin

Categories
Uncategorized

Comments

  1. สัญลักษณ์ของ คนห้วยค้อ เมืองพล
    :l-สะใจ ได้ใจ เอาไปเลย คะแนนเต็ม 10 ได้ 100
  2. สัญลักษณ์ของ คนห้วยค้อ เมืองพล
    ภาพสวยมากชอบครับพี่น้อง classic ดี