View RSS Feed

khonsurin


ปัญหาสุขภาพ เชิญอ่านค่ะ

Rate this Entry
ปัญหาสุขภาพ เชิญอ่านค่ะ



ถือว่าบล็อกนี้เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับปัญหาด้านสุขภาพ


จุดประสงค์

1 เรียนรู้ปัญหาสุขภาพ
2 แก้ไขปัญหาสุขภาพ กรณีที่ทำได้ด้วยตัวเองค่ะ
3 เป็นการรวบรวมปัญหาสุขภาพจากที่ต่างๆๆ ตามที่ได้พบเห็นมาไว้ที่นี่จ้า



........................................................




กินแมงกานีสวันละหน่อยไม่ปวดหลัง ไม่ขี้ลืม ไม่เซื่องซึม




ถ้าร่างกายขาดแมงกานีสคุณจะรู้สึกว่าความจำไม่ค่อยดี ขี้หลงขี้ลืม หรืออาจมีอาการปวดหลัง ข้อกระดูกสันหลังเสื่อม การย่อยอาหารก็ทำงานอย่างขาดประสิทธิภาพ


แต่ถ้าร่างกายได้แมงกานีสอย่างพอเพียงกล้ามเนื้อของคุณจะมีการยืดตัวหมดตัวดีเยี่ยม ไม่ปวดหลัง ความเซื่อง ซึมอ่อนเปลี้ยเพลียแรงก็จะหมดสิ้นไป ความจำดี ไม่มีอาการขี้ลืมง่ายๆ ลดอาการระคายเคืองทางประสาท นอกจากนั้นคนที่ป่วยเป็นโรคลมบ้าหมูก็สามารถมีอาการดีขึ้นได้ถ้ารับประทานแมงกานีสอย่างเพียงพอ

แหล่งอาหารที่อุดมด้วยแมงกานีส คือ ถั่วต่างๆ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วทอด นม เนย ไข่ เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้







Updated 19-12-2010 at 02:00 by khonsurin

Categories
Uncategorized

Comments

  1. สัญลักษณ์ของ khonsurin
    คลิป สอนการนวดหลัง สำหรับคนปวดหลัง



    สอนการนวดหลัง สำหรับคนปวดหลัง โดยจะบรรเทาอาการปวดหลังไ้ด้




    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=IdiMLXrGt3E




  2. สัญลักษณ์ของ khonsurin


    ริดสีดวงทวาร



    ริดสีดวงทวาร เกิดจากการโตขึ้นกลุ่มของ เส้นเลือด และ เนื้อเยื่อ บริเวณส่วนปลายของลำไส้ตรง ที่เรียกว่า hemorrhoidal tissue


    คนปกติมีริดสีดวงหรือไม่ เนื่อเยื่อนี้มีหน้าที่อะไร


    ในคนปกติ จะมีริดสีดวง(hemorrhoidal tissue)ทุกคนโดยจะอยู่บริเวณ ส่วนล่างของ ทวารหนัก



    เนื้อเยื่อ ริดสีดวงจะมีอยู่ 3 กลุ่มใหญ่ๆคือ
    (ลองนึกภาพ ถ้าเรานอนหงายแล้วกางขาออก เหมือนท่าคนจะคลอดลูก

    เปรียบเทียบกับ นาฬิกาด้านหน้า เป็น 6 นาฬิกา ด้านหลังเป็น 12 นาฬิกา

    ด้านซ้ายเป็น 3 นาฬิกา ด้านขวาเป็น 9 นาฬิกา
    (ค่อยๆนึกค่ะ วาดรูปประกอบก็ได้)




    เนื้อเยื่อริดสีดวงปกติจะมีอยู่ 3 ตำแหน่ง คือ ที่ 3 , 7และ 11 นาฬิกา
    (ที่บอกมี 3 หัวอะไรทำนองนี้ค่ะ)



    เนื้อเยื่อริดสีดวงมีหน้าที่อะไร?


    หน้าที่ปกติ จะมีหน้าที่ ป้องกัน กล้ามเนื้อของทวารหนัก รวมทั้งหูรูด ระหว่าง ถ่ายอุจจาระ และช่วยให้
    ทวารหนักปิดได้สนิท ในขณะที่เราอยู่เฉย



    โรคริดสีดวงทวารเกิดจากอะไร?

    ริดสีดวง เกิดจากการโตขึ้น ของ เนื้อเยื่อ Hemorrhoid ซึ่งสาเหตุแบ่งง่ายๆ เป็น 2 อย่างคือ



    1.เป็นความผิดปกติของหลอดเลือดบริเวณนั้น

    2.เกิดจากการเพิ่ม ความดัน ต่อ กำบังลมด้านล่าง(Pelvic Floor) นานๆ ซึ่งการเพิ่มความดัน ดังกล่าว เกิดได้จาก การเบ่งอุจจาระบ่อยๆ จากท้องผูก การยกของหนัก การยืนนานๆ รวมทั้งการตั้งครรภ์
    จากการที่มีเด็กอยู่ ทำให้ เลือดไหลกลับไม่สะดวก


    จากสาเหตุดังกล่าวทำให้ กลุ่มเส้นเลือดดังกล่าว โตและ ยืดออก ซึ่งการที่มีเลือดออกนั้นเกิดจาก การที่มี การบาดเจ็บของเส้นเลือด บริเวณดังกล่าว(Local Injury) ที่เจอบ่อยๆเกิดจาก อุจจาระที่แข็งมากๆ ร่วมกับ การเบ่งนานๆ ทำให้จะมีเลือดสดๆ ไหลออกจากทวารหนัก



    โรคริดสีดวงมีกี่ชนิด?


    เราแบ่งโรคนี้ออกเป็น 2 ชนิด คือ

    1.ริดสีดวงภายใน
    คือริดสีดวง ที่อยู่เหนือ เส้นสมมุติที่เรียกว่า dentate line(บริเวณแถวๆ รอยที่หยักๆค่ะ)จะมีลักษณะที่สังเกตง่ายๆ คือ


    -จะคลุมด้วยเยื่อบุของทวารหนัก ไม่ใช่ผิวหนัง ด้านนอก

    -จะไม่เจ็บ ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อน

    -ส่วนใหญ่มักเป็นอันนี้กัน



    ริดสีดวงภายใน แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ


    1.ไม่มีก้อนยื่นออกมานอกทวารหนัก

    2.มีก้อนยื่นออกมาขณะเบ่งอุจจาระ และหดกลับเข้าไปได้เอง

    3.มีก้อนยื่นออกมาขณะเบ่งอุจจาระ แต่ไม่หดกลับเข้าไปต้องใช้มือช่วยดันเข้าไป

    4.มีก้อนยื่นออกมาและไม่สามารถใช้มือดันเข้าไปได้



    2.ริดสีดวงภายนอก

    คือริดสีดวงที่อยู่ใต้เส้น Dentate line สังเกตง่ายๆคือ


    -จะเป็นก้อนทีอยู่ข้างนอก

    -ส่วนที่คลุมก้อน จะเป็นผิวหนัง มักมีอาการคัน และ เจ็บมากกว่า ริดสีดวงภายใน

    -หลังจากอาการหายไป บางครั้ง ติ่งผิวหนังนั้นอาจยังอยู่ กลายเป็นติ่งเนื้อที่เรียกว่า Skin Tag



    อาการของโรคริดสีดวง มีอะไรบ้าง?


    อาการของโรคนี้ที่มีพบแพทย์ มี 3 อาการ



    1.ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดสด
    ลักษณะจะเป็นดังนี้คือ จะถ่ายอุจจาระออกมาก่อน ( ระหว่างถ่ายอาจจะเจ็บหรือไม่ก็ได้) จากนั้นจะมีเลือดสดๆ หยดออกมา ตามหลังจากอุจจาระ เลือดจะเป็นเลือดสดจริงๆ มักไม่มีมูกเลือดปน


    2.มีก้อนออกมาระหว่างถ่ายอุจจาระ
    ขณะที่เบ่งอุจจาระ จะมีก้อนยื่นออกมา หรือ มีก้อนออกมาตลอดเวลา ขึ้นกับ ระยะที่เป็น

    3.เจ็บบริเวณ ทวารหนัก
    ปกติ ริดสีดวงจะไม่เจ็บ จะเจ็บในกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น เส้นเลือดอุดตัน(Thrombosis)
    หรือ มีเนื้อเยื่อตาย(Necrosis)



    การรักษาโรคริดสีดวงทวาร


    ขึ้นกับระยะที่เป็น


    ระยะ1

    การรักษาใน ระยะนี้ ไม่ว่าจะเลือดออกหรือไม่ จะเน้นการใช้ยาและการปฏิบัติตัว

    การใช้ยา จะเป็นพวก ยาที่ทำให้อุจจาระนุ่ม(Stool Softener)

    อาจใช้ยาประเภท Steroid เหน็บทวารเพื่อลดการอักเสบ


    การปฏิบัติตัว คือ ทานอาหารมีกากมากๆ ทานน้ำมากๆ หลีกเลี่ยงการเบ่ง หรือนั่งนานๆ


    มีบางแห่ง อาจใช้ Infrared ช่วย แต่ไม่จำเป็นค่ะ
    ระยะ2-3 ต้นๆ


    การรักษาด้วยยา รวมทั้ง การปฏิบัติตัวเหมือนเดิม
    อาจใช้ยางชนิดพิเศษ รัดริดสีดวงทวาร ( Rubber Band Ligation) ซึ่งได้ผลดีมาก ไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด ทำได้บ่อยๆ ภาวะแทรกซ้อนต่ำ


    ระยะ 3 ที่ใหญ่ๆ และ ระยะที่ 4


    ต้องผ่าตัดค่ะ



    เมื่อไร ที่ต้องผ่าตัดริดสีดวง?


    1.เป็นระยะ 3ที่ใหญ่ หรือ ระยะ 4


    2.เป็นทั้ง ภายนอกและ ภายใน พร้อมกัน (Mixed Type)ซึ่งไม่สามารถ ที่จะใช้ยางรัดได้ (เพราะจะเจ็บมาก)

    3.มีภาวะแทรกซ้อน เช่น เส้นเลือดอุดตัน ปวดมาก หรือ หัวริดสีดวงเน่า จากการขาดเลือด นั่นคือ จะเห็นว่า ถ้าเป็นไม่มากจริงๆ ไม่ต้องผ่าตัดค่ะ สามารถรักษาแบบผู้ป่วยนอกได้



    การป้องกัน


    ขับถ่ายให้เป็นเวลา ไม่ทำให้ท้องผูก

    กินอาหารที่มีกาก ผักผลไม้ เพื่อช่วยในการขับถ่าย
    ดื่มน้ำมากๆ

    ถ้ามีอาการผิดปรกติ รีบปรึกษาแพทย์



    ทำไมเราต้องมาสนใจโรคริดสีดวงด้วย?



    จริงๆ แล้วโรคริดสีดวง ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวเลย อย่างมากก็เจ็บ เลือดออกส่วนใหญ่มักจะไม่มาก แต่ที่มากๆ จน Shock ก็มีค่ะ แต่ที่น่าจะระวังมากกว่านั้นคือ เราอาจไม่ได้เป็นริดสีดวงก็ได้


    อาการถ่ายเป็นเลือดสดนั้น อาจเกิดได้จากหลายอย่าง เช่น โรคแผลที่ทวารหนัก(Anal fissure) ฯลฯ

    แต่ที่น่ากลัวกว่า คือ เนื้องอก หรือมะเร็ง บริเวณ ลำไส้ตรง หรือ ทวารหนัก ซึ่งจะมีอาการ ถ่ายเป็นเลือดเหมือนกัน ซึ่งสามารถให้การวินิจฉัยได้ด้วยการตรวจร่างกายธรรมดาเท่านั้น การรักษานั้น คนละเรื่องค่ะ


    ดังนั้น ถ้ามีอาการถ่ายเป็นเลือด ไม่ควรรักษาตัวเอง ควรมาพบแพทย์ค่ะ




    Updated 19-12-2010 at 02:41 by khonsurin
  3. สัญลักษณ์ของ khonsurin

    สูตรโหระพา+สับปะรดบำบัดผมร่วง



    ส่วนผสม


    เนื้อสับปะรด 400 กรัม

    ใบโหระพา 100 กรัม



    วิธีทำ


    ปั่นสับปะรดกับในโหระพารวมกันให้ละเอียดกรองเอาแต่น้ำดื่มสับปะรดและโหระพาปั่นเป็นประจำจะช่วยลด อาการผมร่วง รังแค และอาการคันหนังศีรษะได้





    Updated 19-12-2010 at 02:39 by khonsurin
  4. สัญลักษณ์ของ khonsurin

    ปรนนิบัติหนังศีรษะเมื่อผมร่วง



    สาเหตุของผมร่วงมีมากมายเหลือเกิน การที่เส้นผมของคุณหลุดร่วงมากผิดปกติแล้วคุณไปหาซื้อครีมบำรุงหรือยาปลูกผมมารักษาเองนั้นอาจไม่ใช่วิธีที่ได้ผล เพราะอาจเป็นการรักษาไม่ตรงกับสาเหตุที่แท้จริง


    การอบผม ไดร์ผม เป็นประจำ การกัดสีผม ย้อมสีผม การว่ายน้ำทุกๆ วัน จนสารเคมีเกาะจับทำลายสภาพผม ความเครียดกรรมพันธุ์ โรคบางชนิด การติดเชื้อ


    การใช้ยาบางชนิดเป็นประจำต่อมไร้ท่อผิดปกติ ช่วงตั้งครรภ์ ฯลฯ ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงมากๆ ได้ทั้งนั้น คุณควรปรึกษาแพทย์โดยตรงจะดีกว่าคาดเดาบำรุงด้วยครีมแพงๆ นับ 10 ขวดก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้อย่างแน่นอน


    เมื่อคุณมีอาการผิดปกติ ผมหลุดร่วงมากก็ควรหมั่นเอาอกเอาใจหนังศีรษะด้วยการนวดคลึงให้ทั่วๆ ศีรษะ เพราะ


    1การนวดจะทำให้เลือดไหลเวียนดี ณ บริเวณหนังศีรษะ

    2การนวดจะช่วยกระตุ้นเลือดให้ไปหล่อเลี้ยงเส้นผมได้อย่างเต็มที่และทั่วถึง






  5. สัญลักษณ์ของ khonsurin


    ไข้เลือดออก (Dengue Hemorhagic Fever)



    พบมากในเด็กอายุ 5-6 ปี รองลงมา 10-15 ปี และ 15 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มพบได้มากขึ้น มีการระบาดในฤดูฝนสาเหตุ 90% จะมีสาเหตุจากเชื้อแดงที่ (Dengue) มีระยะฟักตัว 3-15 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูงคล้ายไข้หวัดใหญ่ มีเพียงส่วนน้อยที่อาจมีเลือดออกหรืออาการรุนแรง ต่อมาเมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อซ้ำอีก ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาทำให้หลอดเลือฝอยเปราะเกล็ดเลือดต่ำ ทำให้พลาสมาไหลซึมออกจากหลอดเลือด และมีเลือดออกง่ายเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะช็อก



    โรคนี้มียุงลาย (Aedes aegyptl) เป็นพาหนะนำโรค ยุงชนิดนี้ชอบเพาะพันธุ์ตามแหล่งน้ำนิ่งในบริเวณบ้าน เช่น ตุ่มน้ำ โอ่งน้ำ จานรองตู้กับข้าว แจกัน ฝากะลา กระป๋องที่มีน้ำขังเป็นยุงที่ออกหากินในเวลากลางวัน
    อาการของโรคแบ่งเป็น 3 ระยะ


    ระยะที่1 ระยะไข้สูง จะมีไข้สูงเฉียบพลัน ไข้สูงลอยตลอดเวลา หน้าแดง ตาแดง ปวดศีรษะ กระหายน้ำผู้ป่วยจะซึม เบื่ออาหาร และมีอาเจียนร่วมด้วย ในราววันที่ 3 อาจมีผื่นแดงไม่คัน ตามแขนขา ลำตัวอาจคลำพบตับโตและกอเจ็บเล็กน้อย

    ระยะที่2 ระยะช็อกและมีเลือดออก อาการไข้เริ่มลดลง แต่ผู้ป่วยมีอาการทรุดหนัก ปวดท้อง อาเจียน ดัวเย็น มือเท้าเย็น เหงื่อออก ปัสสาวะน้อย ชีพจรเร็วเบาความดันต่ำ อาจเสียชีวิตภายใน 1-2 วัน อาจมีเลือดออกตามผิวหนัง เลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือดสดหรือสีกาแฟ ถ้ายอุจาระเป็นเลือด ถ้าเลือดออกมากจะทำให้เกิดสภาวะช็อกรุนแรง ถึงตายได้อย่างรวดเร็ว


    ระยะที่3 ระยะฟื้นตัว ในรายที่มีภาวะช็อกไม่รุนแรง เมื่อผ่านช่วงวิกฤตไปแล้วอาการจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว



    อาการแทรกซ้อน


    1. ภาวะเลือดออกรุนแรง
    2. ช็อก
    3. ตับวาย มีอาการดีซ่าน
    4. กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
    5. หลอดเลือดอักเสบ
    6. ปวดบวมน้ำ


    การรักษา


    1. ถ้าอาการไม่รุนแรง ควรให้การรักษาตามอาการโดยให้พักผ่อนมากๆ เช็ดตัวลดไข้ และให้ยาลดไข้ ถ้าเด็กชักควรให้ยากันชัก ให้อาหารอ่อนๆ เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก และดื่มน้ำมากๆ

    2. ถ้าอาเจียนมากหรือเกิดภาวะขาดน้ำ ควรส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว


    การป้องกัน


    ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เช่นปิดฝาโอ่งน้ำและล้างโอ่งทุก 10 วัน เปลี่ยนน้ำในแจกันทุก 10 วัน จานรองตู้กับข้าว ควรใส่น้ำเดือดลงไปทุก 10 วัน หรือใส่เกลือแกง 2 ช้อนชาต่อน้ำ 1 แก้ว ควรเก็บกระป๋อง กะลา ยางรถยนต์เก่าๆ ทิ้ง หรือเทน้ำที่ขังออกให้หมด



    Updated 19-12-2010 at 03:28 by khonsurin
  6. สัญลักษณ์ของ khonsurin

    ทำความรู้จักกับโรคต่อมลูกหมาก




    โรคต่อมลูกหมากโตคืออะไร?


    ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะที่มีเฉพาะในผู้ชาย โดยอยู่คู่กับผู้ชายทุกคนมาตั้งแต่เกิด ต่อมลูกหมากอยู่บริเวณรอบท่อปัสสาวะที่อยู่ได้ต่อกระเพาะปัสสาวะ ทำหน้าที่สร้างน้ำหล่อเลี้ยงตัวอสุจิ และสารพีเอสเอ ซึ่งเป็นสารที่ทำให้น้ำอสุจิไม่เกาะกันเป็นก้อน เหนียวข้น โรคต่้อมลูกหมากโต มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคของชายสูงวัย และเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ชายวัยนี้มีปัญหาเกี่ยวกับการขับถ่ายปัสสาวะที่พบได้บ่อยมาก ดังนั้น เราึควรที่จะมาทำความรู้จักกับโรคต่อมลูกหมากโตกันดีกว่า เนื้องอกต่อมลูกหมากจะโตเริ่มพอได้หลังอายุ 40 ปีแต่คนใข้ส่วนใหญ่จะแสดงอาการหลังจาก 50 ปีไปแล้วเป็นส่วนใหญ่อุบัติการณ์การพบเนื้องอกของต่อมลูกหมากจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้น ในผู้ชายที่มีอายุ 60-69 ปี พบได้มากกว่าร้อยละ 50 และในผู้ที่มีอายุระหว่้าง 70-89 ปี จะพบประมาณร้อยละ 90




    สาเหตุของต่อมลูกหมากโต


    ยังไม่มีหลักฐานยืนยันถึงสาเหตุที่แท้จริงของต่อมลููกหมากโต ขนาดต่อมลูกหมากจะมีการโตขึ้นครั้งแรกจริงๆ เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น และน่าจะสัมพันธ์กับระดับฮอร์โมนเพศชายหรือ Testosterone ในช่วงอายุ 30-40 ปี ต่อมลูกหมากจะมีขนาดโตขึ้นเล็กน้อย หลังจากนั้นก็จะหยุดโต จนกระทั้งอายุ 45-50 ปี ก็อาจจะเกิดการขยายขนาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ



    อาการของต่อมลูกหมากโต

    อาการแสดงแบ่้งได้เป็น 2 กลุ่มอาการคือ



    อย่างแรกก็คืออาการปัสสาวะบ่อย ร่วมกับอาการแสบขัดได้ เนื่องจากการที่กระเพาะปัสสาวะหนาตัวขึ้นเพื่อเพิ่มแรงบีบตัวให้สามารถปัสสาวะผ่านรูแคบๆได้ และภาวะติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะจาการที่ปัสสาวะตกค้่างออกไม่หมด


    อาการกลุ่มที่ 2 คือ การปัสสาวะลำบาก ไม่พุ่ง เบ่งนานกว่าจะออกซึ่งอาการส่วนใหญ่เกิดเนื่องจากการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบในเนื้องอกของต่อมลูกหมากทำให้ท่อปัสสาวะตีบแคบลง



    นอกจากนี้ยังเกิดจากขนาดของต่อมลูกหมากที่โตไปกดเบียดอุดกั้นบริเวณคอของกระเพาะปัสสาวะ อาการที่พบจะมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่้ละบุคคลซึ่งสรุปได้ดังนี้


    * ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะสะดุดเบ่งนานกว่าจะออก

    * เกิดความรู้สึกอยากปัสสาวะขึ้นมาทันที และกลัี้นปัสสาวะไม่อยู่

    * มีปัสสาวะเล็ด หรือไหลเป็นหยดๆ ก่อนและหลังจากถ่ายปัสสาวะเสร็จก่อน

    * ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลากลางคืน


    การวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากโต


    การวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากโตทำได้โดยดูจากอาการ อายุของคนไข้ การซักประวัติเพื่อแยกสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดอาการคล้ายๆ กับต่้อมลูกหมากโตได้ เช่น ท่อปัสสาวะจีบ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะหรือกระเพาะปัสสาวะพิการ จากนั้นแพทย์จะทำการตรวจทางทวารหนักเพื่อตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมาก และประเมินขนาดของต่อมลูกหมากเพื่อเลือกการรักษาที่เหมาะสม ท่ออาจจะได้รับการตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฎิบัติการ เช่น การตรวจหาระดับของสาร พีเอสเอ เพื่อคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากตรวจเลือดดูการทำงานของไต ตรวจปัสสาวะ และตรวจพิเศษอื่นๆ เพื่อช่วยให้พบสาเหตุที่แท้จริงของอาการทางด้านปั้สสาวะของท่านเช่น การส่งกล้องการตรวจวัดความแรงของการปัสสาวะ



    การรักษาโรคต่อมลูกหมากโต


    ในรายที่อาการยังน้อย หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำมากเกินไปโดยเฉพาะเวลาจะเข้านอน งดกาแฟ ชา เครื่องดื่มแอลกฮอล์ เพราะจะทำให้เข้าห้องน้ำบ่อย หลีกเลี่ยงยาหวัดชนิดที่ลดอาการคัดจมูกเนื่องจากอาจจะทำให้กล้ามเนื้อเรียบในต่อมลูกหมากมีการบีีบตัวมากขึ้น ถ้าอาการต่างๆไม่ดีขึ้นแพทย์จะนิยมให้ยาคลายกล้ามเนื้อเรียบในต่อมลูกหมาก เพื่อทำให้ต่้อมลูกหมากไม่กดเบียดท่อปัสสาวะซึ่งออกฤทธิ์ได้ทันที่ทำให้อาการดีขึ้นเ็ร็ว


    แพทย์จะแนะนำการทำผ่าตัดแก้ไขการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะถ้ามีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด ได้แก่ ปัสสาวะไม่ออกหลายครั้ง มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ปัสสาวะเป็นเลือดหรือติิดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำซาก ไตวายเนื่องจากปัสสาวะลำบาก ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยารับประทาน



    การรักษาด้วยการรับประทาน


    ยาที่นิยมใช้รักษาอาการของต่อมลูกหมาก เนื่องจากออกฤทธิ์ได้เร็ว มีประสิทธิภาพดี ราคาสมเหตุผลและมีผลข้างเคียงต่ำ

    ยาชนิดอื่นๆ ได้แก่ ยากลุ่มที่ยับยั้งเอมไซม์ทำให้ต่อมลูกหมากมีขนาดเล็กลง แต่จะใช้ได้ผลในรายที่ต่อมลูกหมากขนาดโตกว่า 40 กรัม และใช้เวลารับประทานประมาณ 3-6 เดือนจึงจะเริ่มได้ผล


    การรักษาด้วยการผ่าตัด


    1. วิธีการผ่าตัดซึ่งถือเป็นมาตรฐานในคนไข้ที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโต คือ การส่องกล้องคว้านต่อมลูกหมาก (Transurethral Resection of the Prostate TURP) แพทย์จะทำโดยการใส่เครื่องมือผ่านท่อปัสสาวะ แพทย์จะมองผ่านทางกล้องแล้วตัดเอาเนื้องอกทีอุดกั้นท่อปัสสาวะออก เป็นการผ่าตัดที่ละเอียดอ่อนและเกิดความเสียหายของเนื้อเยื้ออื่นๆ น้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดผ่าตัดทั่วไปและต้องการระยะพักฟื้นที่สั้นกว่า


    2. ส่วนการผ่าตัดด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การใช้เลเซอร์จตัดต่อมลูกหมาก (Photoselective Vaporization of Prostate PVP) ข้อดีคือ การผ่าตัดทำได้ง่ายกว่า เสียเลือดน้อยกว่าและกลับบ้่านได้เร็วขึ้น


  7. สัญลักษณ์ของ khonsurin

    แก้ไขอาการสะอึกะคริวด้วยตัวเอง



    หลายๆคน คงมีประสบการณ์กับอาการสะอึก และตะคริว มีเคล็ดลับที่ใช้ได้ผลในการช่วยให้หายมาบอกกันค่ะ



    สะอึก

    เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับร่างกายของใครก็ได้ไม่เลือกเพศและวัย และไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง อาจเป็นเพราะสะอึกไม่ใช่อาการร้ายแรง ไม่เป็นอันตราย ไม่เคยมีใครเสียชีวิตจาการสะอึก จึงยังไม่มีการศึกษาค้นคว้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง ช่วยให้หายสะอึกที่เกิน 80% ก็คือ การหายใจในถุงกระดาษไม่เกิน 5 นาที อาการสะอึกจะหายได้แต่ต้องเป็นถุงที่ไม่รั่ว



    ตะคริว

    มักเกิดขึ้นในตอนเช้ามืด เป็นระยะเวลาสั้นๆ บางคนจึงใช้วิธีนอนนิ่งๆ ทนปวด ค่อยๆ ยืดขา หรือดัดปลายเท้า หรือบีบนวดสักพักใหญ่ๆ ก็หาย




    แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีหมอประจำทีมนักกีฬาโอลิมปิก ของอเมริกาได้พบเคล็ดลับการแก้ตะคริว เพียงแต่ให้เอานิ้วหัวแม่มือ กับนิ้วชี้หนีบริมฝีปากบนไว้ไม่เกิน 1 นาที ตะคริวจะหายได้อย่างมหัศจรรย์ บอกไม่ได้ว่าทำไมจึงหาย แต่บอกได้ว่าได้ผลเกิน 80%


    ต่อไปเมื่อมีการสะอึก หรือเป็นตะคริวก็อย่าลืมนำวิธีนี้ลองไปปฏิบัติดูนะคะ



  8. สัญลักษณ์ของ khonsurin

    "ไซนัสอักเสบ" ป้องกันและรักษา





    ไซนัส คือ โพรงอากาศในกระดูกที่ล้อมรอบเป็นโพรงจมูก จะมีที่บริเวณกระดูกหน้าผาก 1 คู่ กลุ่มโพรงไซนัสเล็กๆ บริเวณกระดูกหัวตาทั้ง 2 ข้างที่กระดูกแก้ม 2 ข้าง และที่กระดูกฐานกะโหลกศีรษะ 1 คู่ ซึ่งโพรงอากาศเหล่านี้จะมีรูเล็กๆ เชื่อมไปยังโพรงจมูกการอักเสบของโพรงอากาศเหล่านี้อันใดอันหนึ่ง เรียกว่า "ไซนัสอักเสบ"



    อาการของไซนัสอักเสบ


    มีเสมหะ หรือเสลดที่เป็นมูกหรือมูกปนหนอง ค้างอยู่ที่หลังเพดานอ่อนหลังจมูกและไหลลงมายังคอ เกือบตลอดทั้งวันทั้งคืน

    เจ็บระคายเคืองคอ จากเสมหะหรือเสลดปนหนอง ไหลลงมาในคอ

    ปวดศีรษะตื้อๆ ที่บริเวณหน้าผาก หัวคิ้วหรือหัวตา แก้มกระบอกตา ฟันกรามด้านบนบางครั้งปวดไปที่ท้ายทอยถ้าเป็นเฉียบพลันจะปวดมากๆได้

    คัดแน่นจมูก อาจมีอาการแสบๆ ภายในจมูกได้

    อาจมีกลิ่นปาก เหม็นคาว เหม็นเปรี้ยว หรือเหม็นเน่าเวลาเอ่ยปากพูด

    อาจมีหูอื้อ เวลาพูดได้ยินเสียงตัวเองก้องในหู ซึ่งอาจจะดีขึ้น เมื่อมีการกลืนน้ำลาย หรือเปล่าลม ไปยังหูโดยวิธี VALSAVA

    อาจมีไอ ตอนนอนราบสัักพัก เพราะเสมหะจะไหลลงคอไประคายเคืองกล่องเสียงทำให้อยากไอ

    หวัด น้ำมูกไหล หรือเสมหะลงคอ แน่นจมูก เกิน 2 สัปดาห์

    นอนกรน เพราะไซนัสอักเสบทำให้เยื่อบุจมูกบวม หายใจออกทางจมูกยากขึ้น ต้องหายใจออกทางปาก ทำให้เพดานอ่อนสั่นกรอดเสียงกรนดังขึ้นได้


    สาเหตุของไซนัอักเสบ


    ต้องเป็นหวัดมาก่อน และมีองค์ประกอบพร้อมกันครบทั้ง 3 อย่าง



    1.หวัด น้ำมูกไหล

    2.แน่นจมูก จากเยื่อบุจมูกบวม

    3.มีการสูดหรือซื้ดน้ำมูกลงไปในคอ หรือครืดๆ เอาเสมหะลงคอ

    4.เกิดจากรากฟันกรามบนพุ และหนองทะลุเข้าโพรงไซนัสแก้มทำให้เกิดหนองลงคอ มีกลิ่นปากเหม็นเน่า



    การป้องกัน



    1.พยา่ยามอย่าคลุกคลีกับผู้ป่วยที่กำลังเป็นหวััด ไอ หรือจาม

    2.ถ้าคุณเป็นหวัดเวลาไอ จาม ให้หาผ้าปิดปาก และจมูก เพื่อไม่ให้แพร่เชื้อหวัดไปยังผู้อื่น และห้ามสูดน้ำมูก

    3.เมื่อเป็นหวัด หรือไซนัสต้องรักษาให้ถูกต้องรักษาให้ถูกต้องและใช้เวลานานพอเพียง

    4.การสั่งน้ำมูก ให้สั่งทีละข้าง โดยบีบจมูกข้างหนึ่งแล้วสั่งอีกข้างไม่ควรสั่งแรงมากเกินไป

    5.เมื่อเป็นหวัด ให้หลีกเลี่ยงน้ำแข็งและน้ำเย็น

    6.หลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือพัดลมตรงหน้าหรือศีรษะนานๆ


    ดังนั้นเวลาที่ น้ำมูกไหล แน่นจมูก เจ็บระคายเคืองคอ ควรรีบพบแพทย์




  9. สัญลักษณ์ของ khonsurin

    ชามะระขี้นกหรือผักไซร้
    ลดน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวาน




    มะระขี้นก เป็นผัก พื้นบ้าน ที่พบได้ทุกภาค แถมมีชื่อ เรียกท้องถิ่นมากมาย ภาคกลาง เรียก มะระหนู ส่วนเหนือ เรียก มะไห่ หรือ ผักไห่ คล้ายกับภาคอีสาน ที่เรียกทั้ง ผักไห่และผักไซร้


    นอกจากชื่อหลากหลายแล้ว มะระขี้นกยังมีสรรพคุณทางยามากมายเช่นกัน ทั้งแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ลดไข้ และลดการอักเสบ ทั้งยังช่วยลดน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน แถมมีวิืตามินเอสูง ช่วยชะลอความเสื่อมของสายตาและลดการเกิดโรคต้อกระจกได้อีกด้วย


    สูตร "ชามะระขี้นก" ทำได้ไม่ยาก เริ่มจากนำผลมะระขี้นกกับใบชามาบดให้เป็นเนื้อเดียวกันเกลี่ยให้กระจายบนภาชนะ ตากในที่ร่มมีลมโกรกหรือนำเข้าตู้อบ อบจนแห้งสนิทก่อนบดซ้ำเป็นผงเก็บไว้ชงดื่ม




  10. สัญลักษณ์ของ khonsurin

    กระชับรูขุมขนด้วยไข่ไก่



    1.ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำนมก็ได้ เพื่อช่วยกระตุ้นให้ผิวสดชื่น

    2.จากนั้นตอกไข่ใส่ชาม แยกไข่ขาวออกจากไข่แดง เลือกใช้เฉพาะไข่ขาวทาบนใบหน้า ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

    3.อย่าลืมทาครีมบำรุงปิดท้ายด้วยนะคะ


    ไข่ไก่ มีสรรพคุณในการช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน




    Updated 19-12-2010 at 07:01 by khonsurin
  11. สัญลักษณ์ของ khonsurin

    กลิ่นปากสามารถดับได้ด้วยนมสดจริงหรือ?





    ในระหว่างวันหากคุณพบว่ามีกลิ่นปากหรือลมหายใจไม่สะอาดจนคุณรู้สึกไม่มั่นใจและไม่สามารถหาหมากฝรั่งหรือเม็ดอมดับกลิ่นได้ทันท่วงที


    คุณสามารถดื่มนมสดหรือน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นเพื่อดับกลิ่นให้ลมหายใจสะอาด แม้กลิ่นกระเทียมที่ค่อนข้างรุนแรงน้ำนมก็สามารถดับกลิ่นได้อย่างดีทีเดียว


    นอกจากนมสดและน้ำผึ้งแล้วการดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นก็ช่วยดับกลิ่นปากและกลิ่นที่เกิดจากการรับประทานอาหารซึ่งมีเครื่องเทศกลิ่นแรงได้เป็นอย่างดีลองดูนะค่ะแล้วคุณจะมีกลิ่นปากที่หอมสะอาด


  12. สัญลักษณ์ของ khonsurin

    สารเลซิตินคืออะไร?



    สารเลซิติน สุดยอดของสารชนิดหนึ่ง ที่มีความสามารถสลายคอเลสเตอรอลตัวร้าย และไขมันส่วนเกินของคุณได้อย่างยอดเยี่ยม


    แต่เยี่ยมๆ อย่างนี้จะหากินได้จากที่ไหนล่ะ

    จริงๆ แล้วเลซิตินที่อยู่ในกระปุกก็มีขาย

    แต่ถ้าจะหาในแหล่งอาหารละก็ กินพวกตับสัตว์ ไข่แดง และน้ำมันพืชก็ได้



  13. สัญลักษณ์ของ khonsurin

    ดื่มน้ำมากๆทำให้บวมและอ้วนไหม?



    น้ำเป็นอีก 1 อย่างที่ร่างกายของคุณขาดไม่ได้ แถมยังดื่มมากได้ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อน้ำอะไร


    น้ำเปล่าธรรมดา ๆ นี่ละ ดื่มเข้าไปเถอะ จะช่วยให้อวัยวะภายในของคุณได้รับการหล่อลื่นทำงานไม่ติดขัด

    และยังช่วยให้ผิวพรรณสดใสขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย เลิกคิดเถอะที่ว่า ดื่มน้ำมากๆ แล้วจะบวมน้ำ หรือว่าจะอ้วนเพราะดื่มน้ำมาก



  14. สัญลักษณ์ของ khonsurin

    อาหารกระป๋องมีโทษไหม ?




    เพื่อความสะดวกสบาย หลาย ๆ บ้านคงตุนอาหารกระป๋องเก็บไว้ และเปิดกินกันบ่อยๆ


    แต่ยังไงก็ไม่ควรกินอาหารกระป๋องติดๆ กันและมากเกินไป

    เพราะในอาหารกระป๋องมักจะใส่วัตถุกันเสียซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย


    ทำให้คุณอาจจะเกิดอาการอาเจียน เป็นไข้ ปวดท้อง
    เนื่องจากสารเคมีที่ปะปนในอาหารกระป๋องสะสมอยู่ในกระเพาะและลำไส้

    เห็นโทษของอาหารกระป๋องแล้วใช้ไหมค่ะ รับประทานได้ค่ะแต่ไม่บ่อยเกินไป





  15. สัญลักษณ์ของ khonsurin

    กระเทียมสร้างภูมิต้านทานได้จริง




    กระเทียมสร้างภูมิต้านทาน
    และลดความเสี่ยงในโรคที่อันตราย ๆ ได้


    การกินกระเทียมสดวันละ 7-8 กลีบ
    หรือ Garlic Capsule ตามแพทย์สั่งก็ได้


    อย่างน้อยถ้าจะผัดอะไรก็ให้
    บุบกระเทียมใส่ลงไปทุกครั้งจะดีมากค่ะ




  16. สัญลักษณ์ของ khonsurin

    น้ำมันมะกอกช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้นจริง




    น้ำมันมะกอกทำให้ผิวหนังของคุณมีสุขภาพดีชุ่มชื้น ด้วยวิตามินอี ที่มีมากมายในน้ำมันมะกอก


    แต่ไม่ได้เอามาทาบำรุงเป็นครีมนะ แต่ให้มีติดครัวไว้สำหรับปรุงอาหารกินทุกๆ มื้อต่างหาก


  17. สัญลักษณ์ของ khonsurin


    โทษของการกินไข่ดิบ






    ถ้าจะพูดถึงไข่แล้ว คงจะไม่ต้องบอกหรอกว่ามีประโยชน์มากขนาดไหน เพราะทุกคนคงจะทราบดีอยู่แล้ว


    นอกจากสารอาหารสารพัดชนิดแล้ว จากการวิเคราะห์แล้วในไข่ไก่หนึ่งฟองนั้น จะมีโปรตีนและไขมันที่ให้ความร้อนแก่ร่างกายได้ประมาณ 70-90 แคลอรี นั่นก็จะหมายความว่า “ ถ้าท่านกินไข่ 1 ฟอง เท่ากับท่านดื่มนม 30 ซีซี หรือเท่ากับท่านกินเนื้อสัตว์ 42 กรัม ”



    แต่การที่ท่านจะได้ประโยชน์ดังกล่าว ท่านจะต้องทำให้สุกเสียก่อนเพราะถ้าเป็นได้ดิบละก็นอกจากจะไม่ได้คุณค่าทางอาหารแล้ว มันยังให้โทษหลายอย่างอีกด้วย


    เพราะไข่ดิบมีความลื่นสูงมาก จึงมีผลทำให้มันผ่านลำไล้เล็กไปอย่างเร็วจนลำไส้เล็กไม่สามารถดูดซึมได้ทัน และเมือกของไข่ขาวยังไปขัดขว้างการทำงานของน้ำย่อยในกระเพาะอาหารอีกด้วย


    นอกจากนี้ไข่ดิบ ยังมีสารอะวิดินซึ่งหากบริโภคกันไปนานๆจะทำให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ผิวหนังอักเสบ และยังอาจมีเชื้อซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบประสาท


    ถ้ามีอาการเรื้อรังอาจทำให้เป็นตับอักเสบ เยื่อบุสมองอักเสบอีกด้วย ซึ่งนับเป็นโรคที่น่ากลัวทั้งสิ้น


    เพราะฉะนั้น ก่อนกินไข่แดงควรทำให้สุกทุกครั้ง แต่ถ้าเป็นไข่ไก่ก็ลวกเพียงไข่ขาวสุก ก็จะไม่เกิดโทษ





    จากหนังสือ “ 3 นาทีมีสาระ
    Updated 19-12-2010 at 07:31 by khonsurin
  18. สัญลักษณ์ของ khonsurin

    เวลาดีๆของการดื่มน้ำแบ่งเป็น 4 ช่วงเวลา




    ช่วงแรกทีเดียวก็ตอนตื่นนอน ตอนนี้ความเข้มข้นของเลือดจะสูงมาก เลือดจะมีลักษณะขาดน้ำ ควรดื่มน้ำเข้าไปทดแทนมากๆเท่าที่ดื่มได้


    ช่วงที่ 2 ของวัน ก็ตอนประมาณ 10 โมงเช้า เป็นช่วงที่ร่างกายได้ทำงานไประยะหนึ่งแล้ว จนเกิดของเสียขึ้นจำนวนหนึ่ง เราให้น้ำมาชำระออกไป การดื่มน้ำช่วงนี้จึงป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดกรดมากเกินไป


    หลังจากนั้นก็เป็นช่วงบ่าย 3 โมง ก็ควรดื่มน้ำอีกครั้ง


    ทีนี้ก็มาถึงช่วงที่สำคัญที่สุดคือช่วงก่อนนอน เพราะเวลานอนความเข้มข้นของเลือดจะสูงมากอีกครั้งหนึ่ง จึงควรดื่มน้ำเพื่อลดความเข้มข้นลง
    เลือดจะหมุนเวียนสะดวก หลับสบาย









    ขอบคุณ
    หนังสือ 3 นาทีมีสาระ เล่มที่ 2 ของ บมจ. ธนาคารกสิกร



  19. สัญลักษณ์ของ ภูเบตร์
    ขอบคุณครับ
    อยากเรียนนวดอะครับ