View RSS Feed

สาวชัยภูมิ ลูกพ่อขุน


ในความคิดคำนึง

Rate this Entry


เช้า-ที่คลุมกาล..ด้วยม่านขาว
ของหมอกหนาว..ลมโบกโลมโลกฝัน
เม็ดน้ำค้างหยาดเงา..บนเถาวัลย์
พลิ้วหยาดสั่นหยดร่วง-เช่นดวงใจ-

O วูบ-วาบระทึกดวง..เมื่อดวงตา-
สบเลศกาละนั้น..ก็พลันไหว-
สั่นแกว่งตัว..ปัดป่ายอยู่ภายใน
รุมร้อนหนอกระไร-หัวใจคน

O ไร้ดาว..ดาดดื่นบนผืนฟ้า
ดาวตรงหน้ากลับช่วง..ราวห้วงหน-
รู้เหนี่ยวรั้งปลั่งเรื้องจากเบื้องบน
ลงปลาบปนปริศนากอปรท่าที


-2-
O แทนหมอก-ยามอรุณ, แดดอุ่นร้อน
ดูเถิด-ช้อนตาสบไม่หลบหนี
ชะม้ายลอบเหลือบบ้างเป็นบางที
วันเคลื่อน, ฟ้าเปลี่ยนสี-นาทีนั้น

O เช้านั้น-หมายอาจเอื้อม..หยิบเหลื่อมรุ้ง-
จากขอบคุ้งโค้งฟ้า..เพื่อ-พาฝัน-
ล่องลอยกับระลอกของหมอกควัน
และพุ่มพรรณโกสุม..ปีกภุมริน

O แววตาอ่อนโยน..ก็โชนแสง
สบ-ทิ่มแทงใจอยู่ไม่รู้สิ้น
หมอกขาว, มาลย์, ลมโชย, ภู่โบยบิน
คน-เดือดดิ้นอกใจ..กับไขว่คว้า

O แววอ่อนโยนแฝงตอน..รอยซ่อนยิ้ม
เปลือกตาพริ้มหลบล้อม..ละม่อมหน้า
ล่มแสงวันลับเลย...เมื่อเงยมา
ปลาบแววตาสองดวง..นั้นช่วง-เรือง


-3-
O ในความคิดคำนึง
ย่อมซาบซึ้งโศกสุขไปทุกเรื่อง
ชั่วเงียบงันแฝงแอบ...จึงแนบเนือง-
การย้อนเรื่องราวสู่..ฤดูลม

O พ้นผ่านเวียนนับลำดับคาบ
ยังคงปลาบปลั่งอยู่..สุดรู้ข่ม
ด้อยเดียงสาแห่งชาย..เกินหมายชม
โอ้..ตาคมปลาบปลั่ง..ฤๅยังคอย

O ดาวดื่นฟ้าช่วงระยับ..เกินนับสุด
แสงพร่างผุดรับช่วง..กับร่วงผล็อย
แววตาในเช้าชื่น..นั้นตื่น-ลอย
กับช่วงช้อยรอยชู้ให้รู้เชิง

O ด้วยเดียงสาแห่งชาย..จะหมายหรือ
ว่านั่นคือรูปรอยให้พลอยเหลิง
เพียงแจ้งการณ์เร้ารุม..ร้อนขุมเพลิง-
ก็โลดเริงรอบอยู่ให้รู้ทน

O หรือ-รอยยิ้มเยื้อนเผย..แทนเอ่ยคำ
ที่คอยย้ำยืนยัน..นับพันหน
ชม้าย, มอง, ขัดเขิน, สะเทิ้นตน
โอ-แจ้งกลเมื่อกาลนั้นผ่านไป

O ราวเรื่องจะช่วงชัด ณ บัดนั้น
แววตาฝันแฝงซ่อนความอ่อนไหว
กิริยาท่าที..ท่วงทีใคร
ก็แจ้งใจความ-ชัดในบัดดล

O วงแขนคล้องคู่เข่า..กลางเหงาเงียบ
หนาวเย็นเยียบ..จำปลีกไปอีกหน
เงาฉายในแววตา..ไหลบ่า..บน-
แววจำนนอีกดวง..ของดวงตา

O เช้านี้-ใจอาจเอื้อม..หยิบเหลื่อมรุ้ง-
ที่ฝ่าคุ้งโค้งโพยมลงโน้มหา
บรรจบนัยแฝงเร้น..ที่เป็นมา
ให้ตอบรับคุณค่าในท่าที


-4-
O บนทางเท้าที่ก้าวย่าง
ในเที่ยวทางดิ้นรนของคนที่-
คอยขวนขวายปรารถนาบรรดามี
ล้วนชั่วดีจัดสรร..คอยบันดาล

O ในความอึกทึกที่รายรอบ
ล้วนความชังความชอบอยู่รอบด้าน
แต่พิศแรกก็เห็นว่าเป็นการ-
อ่อนไหวต่อหอมหวาน..ที่นานคอย

O มิใช่เช้า-ที่กาล..มีม่านขาว
ไร้หมอกหนาว..เพียงโลกอันโศกหงอย-
หากน้ำใจหยาดเม็ด..ราวเพชรพลอย
แสงพร่างพร้อยเหลี่ยมผกายให้หมายมอง

O คืนวันที่ผันผ่านเนิ่นนานอยู่
จนรับรู้แววระยับ..หมายจับต้อง
ผ่านรอบวันเดือนปี..ใจที่ปอง-
ยังจับจ้องจองอยู่...ดาวคู่นั้น

O นับคืนนับเดือน..คล้อยเคลื่อนเปลี่ยน
เข้าปีเวียนผ่านมา...ปีกว่านั่น
นับคำนึง..เหมือนมีทุกวี่วัน
นับความหวั่นไหวเห็น...ไม่เว้นวาย

O ย้อนคาบยามเช้านั่น..ดวงขวัญเอ๋ย
จะลับเลยล่วงไป...อย่าได้หมาย
จะนับความอาลัยของใจชาย
อาจเท่าสายรุ้งแพร้วในแววตา

O ที่เผยออกสื่อให้..เฝ้าใฝ่ฝัน
ผูกรัดพันดวงใจพลอยใฝ่หา
กี่คาบยามผ่านล่วง..ยังลวงตา
ด้วยทีท่าเลศสื่อ..ให้ยื้อครอง


-5-
O เป็นเช้า-แรกวัน..อีกวันหนึ่ง
กับคำนึงใฝ่เฝ้าเป็นเจ้าของ
มีมุ่งมั่นพร้อมสรรพ...ให้จับจอง-
รูปแพงทองเมื่อพบ...บรรจบเงา

O ครั้งนี้เดียงสาชาย...ย่อมหมายมุ่ง
หยิบจับรุ้งยอแสง..ลบแรงเหงา
ดูเถิด..แววตายิ้มแสนพริ้มเพรา
ยังจำเช้า-วันใหม่-ได้ไหมนะ..?


จาก บทร้อยกรองของสดายุ
แท็ก: ไม่มี แก้ไข Tags คำค้นหา
Categories
Uncategorized

Comments