View RSS Feed

มักน้องสาวหมู่


ชวนทำ.....ยาหม่องตะไคร้ สูตรโบราณ

Rate this Entry



...สรรพคุณของยาหม่องตะไคร้ สูตรโบราณ บรรเทาอาการวิงเวียนศรีษะ หน้ามืดตาลาย บรรเทาอาการคัดจมูกเนื่องจากหวัด แมลงกัดต่อย กลิ่นตะไคร้ยุงไม่ชอบจึงทากันยุงได้ บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ข้อ เส้นเอ็น เคล็ดขัดยอก ฟกช้ำ รักษาโรคผิวหนังอักเสบ เพราะตะไคร้มีสรรพคุณ เรื่องปวดดีมาก มาดูค่ะ สรรพคุณ : ทั้งต้น 1. รสฉุน สุมขุม แก้หวัด ปวดศีรษะ ไอ 2. แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด ขับลมในลำไส้ บำรุงไฟธาตุ 3. ทำให้เจริญอาหาร แก้ปวดกระเพาะอาหาร แก้ท้องเสีย 4. แก้ปวดข้อ ปวดเมื่อย ฟกช้ำจากหกล้ม ขาบวมน้ำ 5. แก้โรคทางเดินปัสสาวะ นิ่ว ขับปัสสาวะ ประจำเดือนมาผิดปกติ 6. แก้ปัสสาวะเป็นเลือด แก้โรคหืด

ส่วนผสมของยาหม่องตะไคร้ สูตรโบราณ

วาสลินขาว 1,000 กรัม พาราฟีนขาว 500 กรัม พิมเสน 1,000 กรัม เมนทอล 450 กรัม การบูร 1,000 กรัม น้ำมันระกำ 900 กรัม น้ำมันสะระแหน่ 450 กรัม น้ำมันกานพลู 50 กรัม น้ำมันอบเชย 50 กรัม น้ำตะไคร์ 500 กรัม น้ำใบพลู 500 กรัม

วิธีทำยาหม่องตะไคร้ สูตรโบราณ

...นำพิมเสน เมนทอล การบูร น้ำมันระกำ น้ำมันสะระแหน่ น้ำมันกานพลู น้ำมันอบเชย ผสมรวมกัน คนให้ละลายเป็นน้ำเนื้อเดียวกัน พักไว้ก่อน (ส่วนผสมที่ 1) นำหม้อแสตนเลสสตีล ใส่วาสลินและพาราฟีนลงไป วางหม้อวาสลินลงในหม้ออีกใบที่ใหญ่กว่า ทำการตุ๋นด้วยความร้อนจากหม้อใบใหญ่ที่ใส่น้ำ ใช้ไฟกลาง ๆ กวนให้เข้ากัน ห้ามใช้ความร้อนที่สูงเกินไป จะทำให้กลิ่นระเหยหมดและอาจทำให้เกิดไฟลุกไหม้ได้ หลังจากวาสลินและพาราฟีนละลายหมดแล้ว นำส่วนผสมที่ 1 มาผสมรวมกัน คนให้ละลายจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจึงเติมน้ำตะไคร้และน้ำใบพลูลงไปด้วย เคี่ยวไฟอ่อน ๆ กวนให้เข้ากัน หากต้องการให้ยาหม่องมีสี ให้ใส่สีอ่อน ๆ เช่น เขียวอ่อน หรือชมพูอ่อน นำส่วนผสมที่ได้บรรจุขณะเป็นน้ำ ใส่ขวดที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ให้เย็นก่อนปิดฝา พร้อมใช้หรือจำหน่าย

ข้อควรระวังในการทำยาหม่องตะไคร้ สูตรโบราณนี้
เราไม่ควรเคี่ยววาสลินและพาราฟีน กับไฟโดยตรง เพราะอาจจะทำให้ติดไฟได้ง่าย และหากว่า วาสลินและพาราฟีนลุกติดไฟ อย่าตกใจ ห้ามใช้น้ำราดเพื่อดับไฟ เพราะจะทำให้ไฟยิ่งลุกไหม้ ให้ปิดแก๊ส แล้วใช้ฝาหม้อปิดทับลงไปหรือใช้ผ้าปิดทับลงไป

โดย ทางแพทย์สายพุทธ ขอบคุณข้อมูลจากมูลนิธิหมอชาวบ้านและกอง
แท็ก: ไม่มี แก้ไข Tags คำค้นหา
Categories
Uncategorized

Comments

  1. สัญลักษณ์ของ lungyai1123


    ฮือฮาขนมปังชุบน้ำส้มสายชูรักษาอาการนิ้วล็อค
    เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 26 ก.ค. นายเลิศ อักษรนิตย์ อายุ 56 ปี ผู้สื่อข่าวอาวุโส จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเกิดอาการนิ้วล็อค ได้นำขนมปัง 1 แผ่นชุบน้ำส้มสายชู วางทับบนฝ่ามือด้านขวา โดยขนมปังทาบนิ้วทุกนิ้ว ก่อนจะใช้ผ้าก๊อซพันให้ขนมปังแนบกับผ่ามือและนิ้วมือ เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย สร้างความฮือฮาให้แก่ชาวบ้านที่พบเห็นเป็นจำนวนมาก

    นายเลิศ เปิดเผยว่า การทำในลักษณะดังกล่าวเป็นการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นรักษาอาการนิ้วล็อคซึ่งในปัจจุบันมีคนเป็นกันเยอะ ส่วนใหญ่มักจะเป็นที่นิ้วหัวแม่มือทั้ง 2 ข้างรวมทั้งบริเวณข้อนิ้วอื่น ๆ ด้วย สำหรับตนเป็นที่ข้อนิ้วกลางและข้อนิ้วนาง จะมีอาการเจ็บปวดข้อนิ้วเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเช้าหรือช่วงอากาศเย็น ๆ ซึ่งได้เดินทางไปพบแพทย์มาแล้ว 4 ครั้งและแพทย์ได้ฉีดยาให้ทุกครั้งและทำให้อาการนิ้วล็อคหายไประยะหนึ่งแต่ก็กลับมาเป็นอีก จนแพทย์ระบุว่าหากยังไม่หายวิธีสุดท้ายคือการผ่าตัดรักษา

    “สำหรับสาเหตุอาการนิ้วล็อคเกิดมาจากพังผืดยึดหุ้มบริเวณข้อนิ้ว หรือเมื่อเป็นแล้วจะมีอาการปวดมาก ข้อนิ้วที่ล็อกจะเข็บปวดและงอหรือยืดไม่ได้ จะมีอาการปวดตลอดเวลาแม้แต่การจับปากกาเขียนหนังสือหรือหยิบจับอะไรแทบไม่ได้ โดยคนที่เป็นคิดว่าเส้นยึดธรรมดาเอาน้ำมันทาถูนวดเพื่อคลายเส้นแต่ไม่หายกลับมีอาการปวดมากขึ้น ในที่สุดท้ายต้องไปพบแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลหากเป็นไม่มากแพทย์จะฉีดยาก็จะหาย แต่หากกลับมาเป็นอีกซ้ำ ๆ ซาก ๆ แพทย์จะผ่าตัดนิ้วที่เป็นเล็กน้อยแล้วทำการสะกิดเส้นแล้วปิดแผล ซึ่งใช้เวลาไม่นาน หลังจากนั้นไม่กี่วันอาการนิ้วล็อกจะหายเป็นปกติ”

    ผู้สื่อข่าวคนเดิมกล่าวอีกว่าครั้งแรกคิดว่าจะไปพบแพทย์เพื่อผ่าตัดรักษา แต่ได้รับการแนะนำจากพรรคพวกเพื่อนฝูงว่าให้ใช้สูตรการรักษาแบบง่าย ๆ ไม่ต้องผ่าตัด โดยเมื่อเกิดการนิ้วล็อคที่นิ้วหัวแม่มือหรือนิ้วไหนก็ตาม ให้เอาขนมปังแผ่นซึ่งมีขายทั่วไป จะใช้ทั้งแผ่นหรือตัดเอาขนาดพอใช้หุ้มนิ้วที่มีอาการนิ้วล็อค จากเอาน้ำส้มสายชูชนิด 5% ชุบกับชิ้นขนมปังที่ตัดเตรียมไว้ให้ชุ่ม นำมาพอกบริเวณข้อนิ้วที่ล็อกจากนั้นไช้ผ้าก๊อซหรือผ้าบาง ๆ พันเอาไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงจึงแกะออก ให้ทำวันละครั้งจะทำตอนไหนก็ได้ และทำเรื่อย ๆ ขนมปังและน้ำส้มสายชู 5 % จะช่วยละลายพังผืดที่หุ้มข้อนิ้วกับหินปูนที่เกาะตามข้อให้หมดไปทำให้อาการนิ้วล็อคหายได้ โดยสูตรดังกล่าวมีผู้นำไปทดลองแล้วได้ผลดีเกินคาด จึงทดลองทำตามเผื่อไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด เชื่อว่าหากทำต่อเนื่องสัก 10 วันอาการนิ้วล็อคที่เป็นอยู่ก็จะหายเป็นปกติได้อย่างแน่นอน แต่หากยังไม่หายก็จำเป็นที่จะต้องไปพบแพทย์เพื่อทำการผ่าตัดรักษาต่อไป



    http://www.dailynews.co.th/thailand/221703
  2. สัญลักษณ์ของ lungyai1123


    กล้วยน้ำว้า สรรพคุณ ประโยชน์ บำรุงร่างกายและดูแลสุขภาพ กล้วยน้ำว้า เป็นผลไม้ไทยๆ ที่มีมาแต่โบราณเป็นภูมิปัญญาไทยมีแค่ประเทศไทยประเทศเดียว คนไทยทุกคนเกิดมาก็ต้องรู้จักกล้วยน้ำว้าเป็นอย่างดี

    กล้วยน้ำว้า ถึงจะเป็นผลไม้ ที่ไม่น่าจะให้พลังงานได้เยอะ แต่เชื่อหรือไม่ว่า กล้วยเป็นแหล่งพลังงานสำรองชั้นดี ในกล้วย 1 ผล สามารถให้พลังงานได้ร่วม 100 แคลอรี่ มีน้ำตาลธรรมชาติอยู่ 3 ชนิด ทั้ง ซูโครส ฟรุคโทส และกลูโครส รวมไปถึงเส้นใยและกากอาหาร และอุดมด้วย วิตามินบี 6 ที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทาน แถมแร่ธาตุอย่างแมกนีเซียมและโพแทสเซียม ที่ช่วยป้องกันโรคความดันอีก


    ในบรรดากล้วยทั้งหมด กล้วยน้ำว้าให้แคลเซียมสูงที่สุด นอกจากนั้นก็ยังมีวิตามินบี 1 บี 2 ซี และไนอะซิน (บี 6) ในปริมาณที่เท่า ๆ กัน แต่ที่ทำให้กล้วยน้ำว้า มีคุณค่าสารอาหารที่พิเศษกว่ากล้วยชนิดอื่น นั่นก็คือ โปรตีนที่อยู่ในกล้วยน้ำว้า มีกรดอะมิโน อาร์จินิน และฮีสติดิน ซึ่งมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารก ถึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมตอนเด็ก ๆ ผู้ใหญ่ถึงให้เรากินกล้วยบด เพราะอุดมด้วยสารอาหาร และวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายเรานั่นเอง


    สรรพคุณของกล้วยน้ำว้าช่วยป้องกันโรค

    1.กล้วยน้ำว้า ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ รับประทานวันละ 5 - 6 ผล จะช่วยให้อาการระคายเคืองลดน้อยลง

    2. กล้วยน้ำว้า ยังช่วยระงับกลิ่นปากได้ วิธีการก็คือ รับประทานกล้วยน้ำว้าหลังตื่นนอนทันที แล้วค่อยแปรงฟัน จะช่วยลดกลิ่นปากได้มาก

    3.กล้วยน้ำว้า ยังสามารถรักษาโรคกระเพาะ เพราะในกล้วยน้ำว้ามีสารแทนนินอยู่มาก จึงสามารถช่วยรักษาอาการท้องเสียแบบไม่รุนแรงได้

    4.กล้วยน้ำว้า แก้ท้องผูก ก็สามารถแก้ท้องเดินหรือท้องเสียได้

    จะเห็นได้ว่ากล้วยน้ำว่ามีประโยชน์มากมาย กล้วยน้ำว้าหารับประทานได้ไม่ยาก ราคาของกล้วยน้ำว้า ก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับผลไม้อื่น หากได้รับประทานกล้วยน้ำว้า เพียงวันละ ลูก ก็จะทำให้เราห่างไกลหมอได้พอสมควร หากได้รับประทานกล้วยน้ำว้า เพียงวันละ 5-6 ลูก ก็จะทำให้เราห่างไกลหมอได้พอสมควร


    เกร็ดความรู้ นอกจากนี้ กล้วยน้ำว้า ยังมีแคลเซียมสูงและดูดซึมได้เร็ว 5-6 เท่า เมื่อถูกความร้อนโ ดยเฉพาะ กล้วยบวชชีและกล้วยปิ้ง


    http://men.sanook.com/1453/กล้วยน้ำหว้า