ทำไม วิ่งเร็วต้องจาเมกา วิ่งมาราธอนต้องเคนยา มีคำตอบ
ชาติพันธุ์กับนักวิ่ง
แชมป์วิ่ง 100 เมตรโอลิมปิก 2012 ทั้งประเภทหญิงและประเภทชายเป็นแชมป์คนเดียวกับแชมป์โอลิมปิก 2008 ที่ปักกิ่ง คือ เชลลี่แอน เฟรเชอร์ ไพรซ์ และ ยูเซน โบลต์ ทั้งคู่เป็นชาวจาเมกา
นอกจากนั้น วิ่ง 200 เมตรชาย นักวิ่งจากจาเมกาก็กวาดเรียบทั้งเหรียญทอง เงิน และทองแดง
4 คูณ 100 เมตรชาย ก็ได้ไปอีก 1 เหรียญทอง ยูเซน โบลต์ วิ่งเป็นไม้สุดท้ายเข้าเส้นชัยแบบแทบไม่ต้องใช้ความพยายาม
มีคำถามว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้คนจาเมกาวิ่งเร็วที่สุดในโลกทั้งหญิงและชาย?
มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ของสก็อตแลนด์ทำวิจัยเรื่องนี้
ผลการวิจัยบอกว่าเป็นเพราะคนจาเมกามีบรรพบุรุษมาจากคนทวีปแอฟริกาทางฝั่งตะวันตกซึ่งสเปนนำมาเป็นทาสแรงงานสมัยปกครองจาเมกาในช่วงตั้งแต่ปี ค.ศ.1510
คนแอฟริกาภูมิภาคนี้รูปร่างสูงใหญ่ ปากหนา จมูกโต ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับคนผิวเข้มชาวอเมริกัน
ในกล้ามเนื้อของคนเผ่าพันธุ์นี้มียีนแอ็กทิเน็น คอมโพเนนต์ (Actinen component หรือ ACTN3) มากกว่าคนเผ่าพันธุ์อื่น
ยีน ACTN3 ตัวนี้เชื่อกันว่าช่วยทำให้กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว
ประเทศทางฝั่งทวีปแอฟริกาตะวันตกซึ่งเป็นบรรพบุรุษของคนจาเมกาและอเมริกันผิวเข้ม ได้แก่ กานา แกมเบีย เซเนกัล เซียร์ราเลโอน ไอวอรีโคสต์ (โก๊ต เดอ วัวร์) และไลบีเรีย ซึ่งบรรพบุรุษของ โอปร้า วินฟรี่ย์ พิธีกรหญิงชื่อดังชาวอเมริกันมาจากประเทศนี้
มีคำถามต่อว่า แล้วทำไมวิ่งระยะไกลต้องเป็นเคนยากับเอธิโอเปีย
ตอบว่าเรื่องนี้ก็มีคนค้นคว้าวิจัยครับ
สมัยก่อนโน้นเชื่อกันว่าในร่างกายคนเรามีกล้ามเนื้อ 2 ประเภท คือกล้ามเนื้อแดง กับกล้ามเนื้อขาว
กล้ามเนื้อขาวเป็นกล้ามเนื้อสำหรับวิ่งเร็วแต่ล้าง่าย ส่วนกล้ามเนื้อแดงเป็นกล้ามเนื้อเคลื่อนไหวช้า แต่อึด ใช้งานได้นาน คนจาเมกามีกล้ามเนื้อขาวมาก คนเคนยาและเอธิโอเปียมีกล้ามเนื้อแดงเยอะ
แต่เมื่องานวิจัยทำการเปรียบเทียบสัดส่วนของกล้ามเนื้อของนักวิ่งเคนยา-เอธิโอเปียกับนักวิ่งชาติอื่น ปรากฏว่าไม่พบข้อแตกต่าง จึงสรุปว่ากล้ามเนื้อขาว-กล้ามเนื้อแดงไม่น่าจะเกี่ยวกับความอึดความเร็ว
มีความพยายามหาเหตุผลอีกหลายประการที่จะนำมาสนับสนุนการวิ่งอึดของนักวิ่งเคนยาและเอธิโอเปีย
เช่น เพราะประเทศอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเกือบ 2,000 เมตร การเกิดและเติบโตในบรรยากาศที่บางเบากว่าพื้นราบทำให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดมากขึ้น จึงทำให้วิ่งอึด
แต่ทฤษฎีนี้ถูกลบล้างด้วยคำถามที่ว่า แล้วทำไมนักวิ่งจากเนปาล อุรุกวัย และเปรู ซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากกว่าจึงไม่มีนักวิ่งระยะไกลชั้นแนวหน้า
นักกีฬาชาติตะวันตกหลายชาติที่เชื่อทฤษฎีนี้เคยเอานักกีฬาไปเก็บตัวฝึกซ้อมในที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเยอะๆ เพื่อจะได้อึด ปรากฏว่าไม่ได้ผล
สุดท้ายมีงานวิจัยที่น่าสนใจของนักวิทยาศาสตร์ชาวเดนมาร์กชื่อ เฮนริก ลาร์เซ่น จากศูนย์วิจัยกล้ามเนื้อโคเปนเฮเกน
ผลงานวิจัยบอกว่าช่วงขาของนักวิ่งเคนยาและเอธิโอเปียยาวกว่านักวิ่งเดนมาร์ก (ซึ่งเป็นคนยุโรปตอนเหนือเผ่าพันธุ์นอร์ดิกที่ถือว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่ตัวสูงใหญ่ที่สุดของยุโรป 5 เปอร์เซ็นต์)
นอกจากนั้น มีน้ำหนักของเนื้อขาท่อนล่างน้อยกว่าถึง 12 เปอร์เซ็นต์ (โปรดสังเกตเรียวขานักวิ่งเคนยาและเอธิโอเปียว่าเล็กจริงๆ)
การที่ขาเบา ทำให้ใช้พลังงานในการสับขาวิ่งน้อยกว่า
น้ำหนักแต่ละ 50 กรัมที่เพิ่มขึ้นที่ข้อเท้า จะทำให้ต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้น ต้องใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์
ถ้าเนื้อน่องและเนื้อท่อนขาหนักกว่านักวิ่งเคนยา-เอธิโอเปีย 5 กิโล หรือ 7 กิโล (ซึ่งเท่ากับ 5,000-7,000 กรัม) จะวิ่งระยะไกลอึดเท่านักวิ่งตัวเล็กขาลีบสองชาตินี้ได้อย่างไร
โปรดสังเกตว่าทั้งแชมป์วิ่งเร็วจากจาเมกาและแชมป์วิ่งมาราธอนจากเคนยา-เอธิโอเปีย มาจากทวีปเดียวกัน แต่รูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกัน
นักวิ่งเคนยาและเอธิโอเปียรูปร่างเล็กกว่า เตี้ยกว่า ปากบางจมูกโด่งกว่าเพราะเป็นประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก มีเลือดผสมอินเดียและอาหรับ
เมื่อ 20 ปีที่แล้วเคนยาและเอธิโอเปียเป็นจ้าวโลกเฉพาะวิ่งมาราธอน แต่ช่วงหลังๆ กินลึกและกินยาวลงมาถึงวิ่ง 800 เมตรแล้ว
ทำเนียบสุดยอด 100 นักวิ่งมาราธอนระดับโลกในขณะนี้เป็นนักวิ่งเคนยาชาติเดียวตั้ง 50 เปอร์เซ็นต์
และถ้าจัดอันดับ 10 สุดยอดนักวิ่งมาราธอนที่ทำเวลาดีที่สุดของโลกตลอดกาล ปรากฏว่าเป็นเคนยาและเอธิโอเปียชาติละ 5 คน!
ชาวเคนยาและเอธิโอเปียชอบการวิ่งมาก โดยเฉพาะการวิ่งครอสคันทรีเป็นยิ่งกว่ากีฬา-แบบเดียวกับชาวบราซิลมีฟุตบอลเป็นลมหายใจ การวิ่งครอสคันทรีเป็นบันไดดาราไปสู่การวิ่งระยะไกลทุกประเภท
นอกจากการวิ่งระยะไกลเป็นวัฒนธรรมของชาวเคนยา-เอธิโอเปีย แล้วยุคสมัยปัจจุบันการวิ่งยังยึดเป็นอาชีพทำให้ร่ำรวยมหาศาลได้แบบเดียวกับฟุตบอลและกีฬาประเภทอื่นๆ ยิ่งทำให้ 2 ประเทศที่ยากจนนี้มีนักวิ่งระยะไกลชั้นยอดเพิ่มขึ้น
โมเสส คิปทานุย สุดยอดนักวิ่งระยะกลางและเจ้าของสถิติโลกวิ่งวิบาก 3,000 เมตร ชาวเคนยาปี 1992 บอกว่าเมื่อคุณเกิดมาจน คุณมีทางเลือกสองทาง
คือยากจนต่อไป หรือไม่ก็ไปเป็นนักวิ่ง
ขอบคุณที่มา : ข่าวสดออนไลน์