หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 3 หน้า 123 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
กำลังแสดงผล 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 27

หัวข้อ: วรรณกรรมอีสาน

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    8,063

    วรรณกรรมอีสาน


    วรรณกรรมอีสาน
    1 กาฬเกษ


    กาฬเกษ

    อักษรธรรม 1 ผูก วัดแสงเกษม อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี







    ณ เมืองพาราณสีมีกษัตริย์ นามว่าสุริวงษ์ และมเหสีนามว่า กาฬ ปกครองนคร ท้าวสุริวงษ์มีม้ามณีกาบซึ่งเป็นม้าวิเศษเป็นพาหะคู่บารมี ครั้งหนึ่งท้าวสุริวงษ์ได้ลามเหสีและชาวเมืองไปเรียนวิชาอาคมโดยมีม้ามณีกาบเป็นพาหะไปพบพญาครุฑและยักษ์กุมภัณฑ์ได้เป็นสหายกันและพระองค์ก็เรียนศาสตราศิลป์กับพระฤๅษีจนสำเร็จแล้วกลับมาปกครองเมืองต่อไป

    เมื่อท้าวสุริวงษ์กลับมาครองเมืองแล้วก็ต้องการจะมีบุตรชายเอาไว้สืบราชสมบัติแทนพระองค์ ดังนั้นจึงทำพิธีขอลูกกับพระอินทร์ พระอินทร์ก็ได้ส่งเทพบุตรและเทพธิดาลงมาเกิดในเมืองมนุษย์เพื่อให้เป็นคู่สามีภรรยากัน โดยเทพบุตรองค์หนึ่งมาเกิดในท้องนางกาฬมเหสีของท้าวสุริวงษ์ เมื่อนางกาฬประสูติออกมาเป็นชายชื่อว่ากาฬเกษ


    กาฬเกษกุมารนี้ได้เจริญเติบโตมาเป็นลำดับ ครั้งหนึ่งได้เข้าไปเล่นในโรงม้าอันเป็นที่อยู่ของม้ามณีกาบ ได้แอบขึ้นขี่ม้าแล้วม้ามณีกาบก็พากาฬเกษกุมารเหาะไปในอากาศออกจากเมืองมุ่งเข้าป่าหิมพานต์

    ขณะที่ท้าวกาฬเกษหนีออกจากเมืองนั้นได้พบกับนางนกสาลิกาคู่หนึ่ง จึงได้สั่งความให้กลับไปบอกท้าวสุริวงษ์ด้วยว่าจะออกไปเที่ยวในป่าถึง 3 ปี แล้วจะกลับมา เมื่อสั่งความเสร็จแล้วก็เดินทางต่อไปจนเข้าเขตเมืองผีมนต์ของท้าวผีมนต์ และท้าวกาฬเกษได้พักอยู่นอกเมืองพบกับชาวเมืองที่ออกมาหาฟืนแล้วได้ทราบข่าวว่าท้าวผีมนต์มีลูกสาวสวยชื่อมาลีจันทร์ จึงพยายามจะไปพบนางในสวนดอกไม้

    เมื่อนางมาลีจันทร์มาชมสวนท้าวกาฬเกษจึงเข้าไปหาแล้วชอบพอรักใคร่กัน ดังนั้นตอนกลางคืนจึงแอบเข้าไปหานางเป็นเช่นนี้มานาน ต่อมาท้าวผีมนต์สืบได้ความจริง จึงได้ทำหอกยันต์ดักยิงขณะที่ท้าวกาฬเกษแอบเข้าไปนั้น พระองค์ได้ถูกหอกยันต์จนตาย แต่ก่อนจะตายท้าวกาฬเกษได้สั่งว่าอย่าเผาศพให้เอาใส่แพลอยน้ำไป นางมาลีจันทร์ได้ปฏิบัติตามที่ท้าวกาฬเกษสั่งทุกประการ

    ศพของท้าวกาฬเกษลอยไปตามน้ำจนไปถึงอาศรมพระฤๅษีแล้วพระฤๅษีมาพบเข้าจึงร่ายมนต์ชุบชีวิตให้ฟื้นขึ้นมา ท้าวกาฬเกษฟื้นขึ้นมาแล้วจึงเรียนศาสตราศิลป์อยู่กับพระฤๅษี จนสำเร็จแล้วลาพระฤๅษีกลับไปหานางมาลีจันทร์ใหม่ ท้าวผีมนต์ทราบข่าวอีกจึงเกิดการรบกัน






    ในที่สุดท้าวผีมนต์แพ้จึงยกเมืองและลูกสาวคือนางมาลีจันทร์ให้แก่ท้าวกาฬเกษ ท้าวกาฬเกษอยู่ที่นั้นไม่นานก็พานางมาลีจันทร์เดินทางต่อไปอีก ในการเดินทางนี่ได้พบยักษ์หลายตนเช่นยักษ์สาระกัน, ยักษ์คันธะ และยักษ์ขีนีสาระกาย ต่างต้องการจะให้ท้าวกาฬเกษอยู่ครองเมือง แต่ท้าวกาฬเกษยังต้องการเดินทางต่อไป

    คืนหนึ่งเดินทางมาถึงร่มไม้ใหญ่จึงหยุดนอน ณ ที่นั้น ได้มีนางกินรี 3 ตน ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของพระฤๅษีได้มาพบท้าวกาฬเกษเข้า ดังนั้นนางทั้ง 3 จึงอุ้มเอาท้าวกาฬเกษหนีไป เมื่อท้าวกาฬเกษตื้นขึ้นมาได้พบนางทั้ง 3 จึงอยู่กับนาง

    ส่วนนางมาลีจันทร์และม้ามณีกาบเมื่อตื่นขึ้นมาไม่พบท้าวกาฬเกษจึงพากันออกตามหา นางมาลีจันทร์พบกับท้าวอีสูรย์ ท้าวอีสูรย์จึงเอานางมาลีจันทร์ไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ส่วนม้ามณีกาบนั้นได้ไปพบกับพระฤๅษีจึงอาศัยอยู่กับพระฤๅษี

    กาฬเกษอยู่กับนางกินรีเป็นเวลา 3 เดือน เมื่อนางกินรีลงมาปรนนิบัติพระฤๅษีและได้ทราบข่าวจากพระฤๅษี จึงไปบอกกับท้าวกาฬเกษ ท้าวกาฬเกษจึงมาหาม้ามณีกาบแล้วออกตามหานางมาลีจันทร์จนพบที่เมืองท้าวอีสูรย์

    นางกินรีทั้ง 3 ตนนั้นก็ออกตามหาท้าวกาฬเกษจนมาพบกันที่เมืองอีสูรย์แล้วปรับความเข้าใจกันจึงลาท้าวอีสูรย์เดินทางต่อไป ท้าวกาฬเกษได้พบพญายักษ์ทั้งหลายตั้งอยู่ในศีลในธรรมแล้วเดินทางต่อไป


    ขณะนั้นได้มียักษ์กุมภัณฑ์ตนหนึ่งมาเห็นนางมาลีจันทร์คิดรักใคร่จึงลักพาอุ้มเอานางไปขณะที่ทุกคนนอนหลับ เมื่อท้าวกาฬเกษตื่นขึ้นมาไม่พบนางจึงออกติดตามไปถึงเมืองยักษ์แล้วเกิดการต่อสู้กันเป็นเวลานาน ยักษ์กุมภัณฑ์เห็นท่าไม่ดีจึงขอให้ท้าวอีสูรย์มาช่วยแต่ไม่ชนะ จึงร้องขอพญาครุฑมาช่วยแต่เมื่อพญาครุฑเห็นท้าวกาฬเกษและม้ามณีกาบแล้วจำได้ว่าเป็นลูกสหายจึงให้ทำการประนีประนอมกันแล้วยกเลิกศึกสงครามต่อกัน

    เพื่อเป็นการขอโทษท้าวกาฬเกษ ยักษ์กุมภัณฑ์จึงยกลูกสาวให้เป็นมเหสีของท้าวกาฬเกษ แล้วท้าวกาฬเกษพร้อมทั้งมเหสีทั้ง 5 คนและม้ามณีกาบก็กลับเข้าเมืองพาราณสีแล้วได้ครองเมืองแทนพระบิดาในเวลาต่อมา

    อยู่มานางกาลีมเหสีคนหนึ่งของท้าวกาฬเกษประสูติโอรสออกมา ได้นามว่า “กาลียะสัตถะมาต” ได้เป็นที่รักยิ่งของมเหสีทุกคน ต่อมาท้าวกาฬเกษกับนางมาลีจันทร์กลับไปเยี่ยมท้าวผีมนต์และนางมาลีทองได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีอยู่ที่นั้นพักหนึ่งแล้วกลับมาอยู่เมืองพาราณสีดังเดิม เมื่อท้าวกาฬเกษได้แก่ชราตายไปแล้วกาลียะสัตถะกุมารได้ครองนครพาราณสีต่อมา





    อ้างอิง

    - กรมศิลปากร 2531.
    - โครงการพัฒนาบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย จัดทำโดย คณะกรรมการพัฒนาบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับครูมัธยมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ
    - ปิยะฉัตร ปีตะวรรณ. การสำรวจใบลานในเขตจังหวัดภาคอีสาน. ภาควิชาประวัติศาสตร์
    - วิทยาลัยครูอุบลราชธานี, มปป.
    - อรทัย เลียงจินดาถาวร และ โสรัจ นามอ่อน. หนังสือใบลานจังหวัดอุบลราชธานี. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 2545.


    ................................................................................




  2. #2
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    8,063

    กำพร้าผีน้อย



    2 กำพร้าผีน้อย




    กำพร้าผีน้อย

    อักษรธรรม 1 ผูก วัดโนนกุง ต. นาคำ อ. ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี






    มีเมืองแห่งหนึ่ง มีเด็กน้อยคนหนึ่งกำพร้าพ่อและแม่ ได้เที่ยวขอทานกินจนโตเป็นหนุ่ม จึงออกจากเมืองมาทำนาทำไร่ ณ ที่แห่งหนึ่งเมื่อข้าวพืชงอกงามขึ้นได้มีสัตว์ต่างๆ มากินแม้จะไล่อย่างไรก็ไม่ไหว เอาอะไรมาทำเครื่องดักก็ขาดหมด จึงไปขอสายไหมจากย่าทำสวน(คนสวนของพระราชา) มาทำสายจึงจับช้างได้

    ช้างเมื่อถูกจับได้กลัวตายจึงร้องขอชีวิตและบอกว่าจะให้ของวิเศษจึงถอดงาข้างหนึ่งให้ ท้าวกำพร้าผีน้อยจึงปล่อยไปแล้วเอางาช้างมาไว้ที่บ้าน
    ต่อมาท่านกำพร้าดักได้เสือ เสือก็ยอมเป็นลูกน้องโดยบอกว่าถ้ามีเรื่องเดือดร้อนจะมาช่วย

    ต่อมาจับได้อีเห็น อีเห็นก็ยอมเป็นลูกน้องเช่นเดียวกับเสือ

    ต่อมาจับได้พญาฮุ่ง พญาฮุ่งก็ยอมเป็นลูกน้องอีก

    และตัวสุดท้ายจับได้คือผีน้อยที่มาขโมยกินปลาที่ไซ ผีน้อยก็ยอมเป็นลูกน้อง

    เมื่อท้าวกำพร้าผีน้อยได้งาช้างมาแล้วก็เอามาไว้ที่บ้าน ในงาช้างนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อสีดาอาศัยอยู่ นางได้ออกมาทำอาหารไว้รอท้าวกำพร้า

    ต่อมาท้าวกำพร้าจับนางได้จึงทุบงาช้างนั้นเพื่อไม่ให้นางหลบเข้าไปอยู่อีก นางจึงอยู่กินเป็นสามีภรรยากันตั้งแต่นั้นมา ความสวยงามของนางสีดาได้ยินไปถึงพระราชา

    เมื่อพระราชาเห็นแล้วก็รักใคร่จึงจะยึดเอาแต่ก็กลัวคนจะติเตียนจึงท้าท้าวกำพร้าพนันการแข่งขันต่างๆ โดยถ้าท้าวกำพร้าแพ้จะยึดนางสีดามาแต่ถ้าพระองค์แพ้จะยอมยกเมืองครึ่งหนึ่งให้

    การแข่งขันนั้นคือชนวัว, ชนไก่, แข่งเรือ แต่ปรากฏว่าท้าวกำพร้าชนะทุกครั้งเพราะในการชนวัวนั้นเสือแปลงเป็นวัวมาช่วยท้าวกำพร้า, ชนไก่นั้นอีเห็นแปลงเป็นไก่มาช่วยได้กัดไก่ของพระราชาตาย ในการแข่งเรือนั้นพญาฮุ่งมาเป็นเรือและได้ทำให้เรือของพระราชาล่มแล้วกินคนทั้งหมด

    เมื่อพระราชาตายแล้วได้รวมหัวกับบ่างลั่วตัวหนึ่งโดยให้บ่างลั่วร้องเรียกวิญญาณของนางสีดามา โดยผีพระราชาได้ร้องครั้งแรกนางสีดาก็ไม่สบาย ครั้งที่สองสลบไป วิญญาณของนางจึงมาอยู่กับพวกผีพระราชา

    ส่วนท้าวกำพร้าปรึกษากับผีน้อย ผีน้อยบอกว่าอย่าเพิ่งเผาจะตามไปดูว่าวิญญาณนางอยู่ที่ใด เมื่อผีน้อยตามไปทราบเรื่องทั้งหมดแล้วจึงวางแผนจะจับบ่างลั่วตัวนั้น

    ผีน้อยจึงเข้าไปตีสนิทกับบ่างลั่วแล้วสานข้อง (ที่ใส่ปลา) ครั้งแรกสานด้วยไม้ไผ่ให้บ่างลั่วยัน ดูปรากฏว่าข้องแตกจึงสานด้วยลวด แล้วบอกให้บ่างลั่วเข้าไปดูแล้วให้ยันดูปรากฏว่าไม่แตก จึงรีบหาฝามาปิดแล้วรีบเอามาให้ท้าวกำพร้าแล้วบังคับให้บ่างลั่วร้อง เรียกวิญญาณนางสีดากลับคืนมาไม่เช่นนั้นจะ..่าเสีย

    บ่างลั่วจึงร้องเรียกเอาวิญญาณนางกลับมาโดยร้องครั้งแรกก็เคลื่อนไหวได้ ครั้งที่สองฟื้นขึ้น ครั้งที่สามหายเป็นปกติ พอทุกอย่างปกติแล้วท้าวกำพร้าจึงหลอกว่าขอดูไอ้ที่ร้องเอาวิญญาณคนหน่อยได้ไหม บ่างลั่วจึงแลบลิ้นมาให้ดู ท้าวกำพร้าจึงตัดลิ้นบ่างลั่วนั้นเสีย เพราะกลัวมันจะร้องเอาวิญญาณไปอีก บ่างลั่นจึงร้องไม่ชัดตั้งแต่นั้นมาส่วนท้าวกำพร้ากับนางสีดาได้ปกครองเมืองแทนพระราชาอย่างมีความสุข




    กรมศิลปากร 2531.
    ปิยะฉัตร ปีตะวรรณ. การสำรวจใบลานในเขตจังหวัดภาคอีสาน. ภาควิชาประวัติศาสตร์
    วิทยาลัยครูอุบลราชธานี, มปป.
    อรทัย เลียงจินดาถาวร และ โสรัจ นามอ่อน. หนังสือใบลานจังหวัดอุบลราชธานี. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 2545.
    บ้านจอมยุทธ




    ++++++++++++++++++++++++++++




  3. #3
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ เปี๊ยกครับ
    วันที่สมัคร
    Apr 2012
    กระทู้
    156
    ขอบคุณครับสำหรับวรรณกรรมอิสาน บ้านเฮาครับ รอติดตามผลงานครับ

  4. #4
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    3,644
    นั่นอะไรนั่นอะไรนะนั่นอะไรคุณครูมีอะไรดีๆมาโชว์เรื่อยเลยขอบคุณครับ

  5. #5
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ suny
    วันที่สมัคร
    Nov 2008
    ที่อยู่
    ภูมิลำเนา มหาสารคาม ทำงาน ประจวบ
    กระทู้
    787
    เป็นนิทานที่พุเฒ่าเคยเล่าให้ฟังตอนเป็นเด็กน้อย ม่วนคักครับ ขอบคุณครูเล็กที่เอาสิ่งดีดีของอีสานมาแบ่งปันครับ

  6. #6
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ ณัฐ ภูไท
    วันที่สมัคร
    Apr 2012
    กระทู้
    747
    สมัยเก่าหลังพุ้นกะเคยฟังลำเรื่องยุเมื่อกอ่นหมอลำกะลำเป็นเรื่องเป็นลาวยุต่างกับสุมื้อนี้ กาฬะเกษนี้ก็เคยได้ฟังคือกันยุมว้นคักนิทานเรื่องนี้

  7. #7
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    8,063

    ไก่แก้วหอมฮู (กำพร้าไก่แก้ว)


    3. ไก่แก้วหอมฮู (กำพร้าไก่แก้ว)



    ไก่แก้วหอมฮู (กำพร้าไก่แก้ว)
    อักษรธรรม 12 ผูก วัดธัญญุตตมาราม อ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี






    ที่เมืองแห่งหนึ่ง ครั้งหนึ่งชาวเมืองได้พบรูขนาดใหญ่ที่มีกลิ่นหอมออกมาจากรูนั้น ทำให้เป็นที่อยากรู้อยากเห็นของทุกคน ดังนั้นพระราชาแห่งเมืองนั้นจึงประกาศหาอาสาสมัครที่จะลงไปในนั้นเพื่อจะดูว่ามีอะไรอยู่ข้างล่าง แต่ก็ไม่มีใครอาสาไป

    ในขณะนั้นมีหนุ่มน้อยคนหนึ่งชื่อ เทศจันทสมุทร์ อาศัยอยู่กับย่าจำสวน (คนสวนของพระราชา) ท้าวเทศจันทร์นี้เห็นว่าไม่มีใครไปจึงรับอาสาจะไป พระราชาจึงให้ทำอู่เหล็ก และทำโซ่เหล็กแทนเชือก แล้วให้ท้าวเทศจันทสมุทร์นั่งอยู่ในอู่นั้น แล้วหย่อนลงไปตามรูจนไปถึงเมืองแห่งหนึ่ง

    เมื่อลงไปถึงนั้นไปลงตรงเกาะพอดี ขณะที่ท้าวเทศจันทสมุทร์ขึ้นกินหมากเดื่ออยู่ ได้มีหมูตัวหนึ่งคาบแก้ววิเศษไต่น้ำมา ท้าวเทศจันทสมุทร์จึงโยนหมากเดื่อให้กินห่างออกไปเรื่อยๆ แล้วรีบมาขโมยเอาแก้วไป

    เมื่อเดินต่อไปพบชายคนหนึ่ง ถือน้ำเต้าเหาะมาจึงขอเอาแก้วแลกกับน้ำเต้า เมื่อได้น้ำเต้าแล้วก็เดินต่อไป ส่วนแก้วได้เหาะกลับมาอยู่กับท้าวเทศจันทสมุทร์เหมือนเดิม

    เมื่อเดินต่อไปก็ได้พบกับคนถือขวาน ถือดาบ ถือขดหนังเหาะมาเช่นเดียวกัน ละท้าวเทศจันทสมุทร์ก็ขอแลกเอาเหมือนครั้งก่อนแล้วแก้วก็กลับมาเช่นเดียวกัน

    ดังนั้นท้าวเทศจันทสมุทร์จึงมีของดี 5 อย่าง คือ แก้ว น้ำเต้า ขวาน ดาบ และขดหนัง

    แล้วเดินทางไปอาศัยอยู่กับย่าจำสวนแล้วสืบดูนะว่าใครนะที่หอมๆ นั้น เมื่อรู้แล้วจึงขอร้องให้ย่าจำสวนไปสู่ขอให้ แต่ย่าจำสวนว่าท้าวเทศจันทสมุทร์ไม่หล่อเหลา จึงพาไปหล่อใหม่แล้วจึงไปสู่ขอให้

    เมื่อนางผมหอมเห็นท้าวเทศจันทสมุทร์แล้วก็เกิดรักใคร่กัน แต่พระราชาพ่อของนางไม่ยอม เพราะมีลูกเจ้าพระยามหากษัตริย์มาสู่ขอหลายคนแล้ว และบอกว่าถ้าอยากได้ให้มารบเอา ท้าวเทศจันทสมุทร์จึงไปรบชนะแล้วจึงได้อยู่กินกันเรื่อยมา

    เมื่ออยู่มานานก็คิดจะกลับมาเยี่ยมบ้าน จึงพานางผมหอมมาที่เก่า พอขึ้นไปทั้งสองคนแล้วผ้าของนางผมหอมผืนหนึ่งตกลง ท้าวเทศจันทสมุทร์ จึงลงไปเอา ขณะเดียวกันนั้นคนที่อยู่ข้างบนก็ดึงเอานางขึ้นมาคนเดียว

    แล้วเอามาถวายพระราชา แต่พระราชาก็ไม่สามารถเข้าใกล้นางได้ ส่วนท้าวเทศจันทสมุทร์ก็เดินทางต่อไปเพื่อจะหาทางขึ้น จนวันหนึ่งได้พบนกกระจอก 2 ตัวที่พระอินทร์แปลงกายลงมา ได้ให้ท้าวขี่ขึ้นไป และนำมามาปล่อยไว้นอกเมืองใกล้แม่น้ำ

    ขณะนั้นมีพ่อค้านายสำเภามาพบเข้า ท้าวเทศจันทสมุทร์จึงขออาศัยไปด้วย แล้วไปอยู่กับย่าจำสวนเหมือนเดิม ส่วนนางผมหอมนั้นได้ยินว่าผัวของนางมาแล้วจึงออกมาอยู่ด้วย เมื่อพระราชารู้ดังนั้นจึงส่งคนมารับนางคืนไป

    แต่ท้าวเทศจันทสมุทร์ไม่ให้ พระราชาจึงส่งกองทัพมาชิงเอานางไป กองทัพก็แพ้เพราะของวิเศษเหล่านั้น พระราชาหมดปัญญาจึงยอมยกเมืองให้ครองครึ่งหนึ่ง แล้วท้าวเทศจันทสมุทร์ก็อยู่กับนางผมหอมที่ได้มาจากรูนั้นต่อมา






    เทศบาลตำบลสีดา อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา
    ปิยะฉัตร ปีตะวรรณ. การสำรวจใบลานในเขตจังหวัดภาคอีสาน. ภาควิชาประวัติศาสตร์
    วิทยาลัยครูอุบลราชธานี, มปป.
    อรทัย เลียงจินดาถาวร และ โสรัจ นามอ่อน. หนังสือใบลานจังหวัดอุบลราชธานี. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 2545.
    บ้านจอมยุทธ





  8. #8
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    8,063

    ขุนทึง (ขุนเทือง)


    4. ขุนทึง (ขุนเทือง)



    ขุนทึง (ขุนเทือง)
    อักษรธรรม 4 ผูก วัดอาภาราม อ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี








    นครแห่งหนึ่งชื่อเชียงเงื้อมหรือเชียงใหญ่ มีกษัตริย์นามว่าขุนเทืองและนางบุสดีปกครองบ้านเมือง ครั้งหนึ่งขุนเทืองต้องการจะออกเดินเที่ยวป่าจึงออกเดินทางจากเมืองไปในป่าประมาณ 2 เดือน จึงไปถึงแม่น้ำแห่งหนึ่งเป็นสวนของพญานาค แล้วพระองค์ได้พบลูกสาวพญานาคชื่อว่านางแอกใค้ เกิดรักใคร่กัน

    ขุนเทืองจึงตามนางไปยังเมืองบาดาลและอยู่ที่นั้นถึง 2 ปีกว่า ขณะเดียวกันกับขุนเทืองไม่อยู่นี้ นางบุสดีได้หมอมอ(โหร) มาทายดูว่าขุนเทืองอยู่ที่ใด และได้รู้ว่าขุนเทืองอยู่ที่เมืองพญานาคกับลูกสาวพญานาค นางบุสดีจึงบนบานให้พวกผีต่างๆ เช่น ผีน้ำ, ผีเสื้อ, ผีตายาย(บรรพบุรุษ) ผีเมืองเป็นต้น ตามไปบอกให้ขุนเทืองกับมาเมือง

    ขุนเทืองจึงได้ลานางแอกใค้และพญานาคเพื่อจะกลับ นางแอกใค้ได้มาส่งขุนเทืองถึงท่าน้ำ ก่อนจะจากกันได้ล้วงเอาลูกในท้องแล้วเอาใบตองทึงห่อ ให้ขุนเทืองตอนกลับเมืองเพื่อเอาไปเลี้ยง เมื่อมาถึงเมืองแล้วนางบุสดีไม่พอใจพยายามหาเรื่องเพื่อจะทำอันตรายต่างๆ นานา ขุนเทืองเห็นว่าท่าไม่ดีจึงให้เสนาอำมาตย์เอาลูกชายชื่อขุนทึงไปปล่อยไว้ในป่า






    ขุนทึงอยู่ในป่าอย่างสุขสบายเพราะมีเทวดาและสัตว์ต่างๆมาดูแลรักษาเลี้ยงดู ต่อมาประมาณ 1 ปี ขุนเทืองคิดถึงขุนทึงลูกชาย จึงให้พวกอำมาตย์ออกไปสืบดูว่ายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า เมื่อทราบว่ายังมีชีวิตอยู่จึงไปเชิญเข้ามาอยู่ในเมือง

    ขุนทึงเมื่อโตเป็นหนุ่มขึ้นต้องการอยากจะพบแม่ที่แท้จริง จึงไปถามพ่อถึงที่อยู่ของแม่พอทราบว่าแม่นั้นเป็นนาคที่อยู่เมืองบาดาลจึงอำลาพ่อเพื่อที่จะไปเยี่ยมถามข่าวคราวแม่แล้วออกเดินทางไปตามที่พ่อบอก จนถึงท่าน้ำแล้วเอาไม้ตีน้ำเรียกพวกนาคให้มาหา พวกนาคถามดูรู้ว่าเป็นลูกของนางแอกใค้จึงพาขุนทึงไปเมืองบาดาลของงพญานาค

    ขุนทึงได้พบแม่ ตา และยาย แล้วอยู่ที่นั้นเป็นเวลานานพอสมควร จึงได้ลาแม่เพื่อกลับเมืองเชียงเงี้ยมของพ่อ นางแอกใค้ได้แนะนำให้ลาปู่แล้วขอของวิเศษเพื่อเป็นเครื่องติดตัวในการเดินทาง

    เมื่อขุนทึงไปลาตา ตาของขุนทึง ได้ให้ของวิเศษ 3 อย่าง มีหม้อทองแดง, ดาบ, ของ้าว และมาถามถึงวิธีใช้กับแม่ นางแอกใค้บอกวิธีใช้ว่า

    - หม้อนั้นมีของทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใน ถ้าต้องการอะไรให้ตั้งจิต อธิษฐานแล้วเคาะเบาๆ ของที่ต้องการนั้นจะออกมา
    - ดาบนั้นใช้ในการต่อสู้กับข้าศึกศัตรู
    - ส่วนง้าวนั้นให้ลากไปอย่าแบกหรือถือไป ขณะที่ลากไปนั้นถ้าไม่เกี่ยวอะไรก็ให้เดินไปเรื่อยๆ ห้ามนอนแม้จะกี่วันก็ตาม แต่ถ้าของ้าวไปเกี่ยวกับอะไรแล้วจึงหยุดนอน

    ขุนทึงเมื่อแม่มาส่งท่าน้ำแล้วก็เดินทางต่อไปโดยปฏิบัติตามคำของแม่ ใช้เวลาเดินทางหลายวันจนถึงแม่น้ำใหญ่แห่งหนึ่ง ของ้าวได้เกี่ยวหยุดอยู่ดึงอย่างไรก็ไม่ไปจึงหยุดนอน

    ณ ที่นั้นพอเมื่อตื่นขึ้นที่นั้นกลายเป็นเมืองใหญ่ชื่อว่าศรีสัตตนาคนหุต

    ดังนั้นขุนทึงจึงเคาะหม้อทองแดง แล้วมีหญิงสาวออกมา 2 คน ชื่อทึงและทอง จึงอภิเษกเป็นมเหสีทั้งสองคนแล้วขุนทึงก็ครองศรีสัตตนาคคนหุตต่อมาอย่างมีความสุข

    ต่อมาครั้งหนึ่งขุนทึงได้ออกไปเที่ยวป่าคนเดียวเดินทางไปประมาณ 15 วัน ถึงป่าหิมพานต์ ได้พบนางชะนีที่อยู่ใกล้กับอาศรมพระฤๅษี นางชะนีได้แปลงกายเป็นคนและใส่ยาเสน่ห์เพื่อให้ขุนทึงรัก ขุนทึงได้หลงเสน่ห์ของนางชะนีแล้วได้อยู่กับนางชะนีที่ถ้ำในป่าหิมพานต์นั้น ประมาณ ๓ ปี ได้ลูกชายหนึ่งคนชื่ออำคาหรืออู่แก้ว

    ต่อมาขุนทึงได้ลานางชะนีกลับมาเมืองศรีสัตตนาคคนหุต พร้อมกับท้าวอำคาลูกชายและสัญญากับนางชะนีว่าจะมารับไปอยู่ในเมืองด้วย เมื่อขุนทึงกลับถึงเมืองเรียบร้อยแล้วจึงแต่งขบวนแห่มาเอานางชะนีไปอยู่ในเมือง แต่พอขบวนเข้าไปถึงเมือง นางทึง นางทอง สองพี่น้องได้ปล่อยหมาให้ไล่นางชะนีแปลงเป็นคนมานั้น นางชะนีได้วิ่งหนีออกจากเมืองกลับไปอยู่ป่าหิมพานต์ตามเดิม

    อยู่มาไม่นานขุนทึงไม่สบายจึงให้ท้าวอำคาไปขอยากับนางชะนีผู้เป็นแม่มากินและบอกให้เอามามากๆ เพื่อที่จะแจกจ่ายชาวเมืองด้วย แต่นางชะนีให้มานิดหนึ่งเพราะนางโกรธที่นางทึงนางทองปล่อยหมาไล่นางออกจากเมืองแทบเอาชีวิตไม่รอด ขุนทึงได้กินยาแล้วก็หายเป็นปกติ

    ต่อมาขุนทึงได้อภิเษกให้ท้าวอำคาขึ้นครองราชย์แทน และอยู่มาอีกนานขุนทึงไม่สบายอีกจึงให้ท้าวอำคาไปขอยากับนางชะนีมากินอีกแต่ท้าวอำคาไปครั้งนี้ไม่พบนางชะนีเพราะนางชะนีได้ตายไปแล้ว จึงกลับมามือเปล่าขุนทึงเมื่อไม่ได้ยากินก็ตายไปอีกคนส่วนท้าวอำคานั้นได้ครองเมืองต่อมา








    - กรมศิลปากร 2531.
    - โครงการพัฒนาบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย จัดทำโดย คณะกรรมการพัฒนาบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับครูมัธยมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ
    - บ้านจอมยุทธ





  9. #9
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ เปี๊ยกครับ
    วันที่สมัคร
    Apr 2012
    กระทู้
    156
    ขอบคุณครับครูเล็ก ได้อ่านนิทานอิสานบ้านเฮาครับบบบบบ

  10. #10
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ pcalibration
    วันที่สมัคร
    Nov 2008
    ที่อยู่
    เมืองฉะเชิงเทรา(แปดริ้ว)
    กระทู้
    1,883
    ขอบคุณครับครูเล็ก...ที่นำมาเสนอ..นิทานวรรณกรรมอีสาน
    ซึ่งปริวรรตมาจากหนังสือธรรมใบลาน เป็นการนำเรื่องมาเล่าโดยย่อผ่านตัวละครต่างๆ
    (วรรณกรรมประเภทนี้ต้นฉบับใบลานจะยังมีอยู่ตามวัดต่างๆในภาคอีสาน บางส่วนก็สูญหายไปบ้างตามกาลเวลา เพราะการเก็บรักษาไม่ดี)

หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 3 หน้า 123 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •