เกด ต้นไม้สุดท้ายแห่งการเสวยวิมุตติสุข






เกด ต้นไม้สุดท้ายแห่งการเสวยวิมุตติสุข



“ต้นเกด” หรือ “ราชายตนะ” มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Manilkarahexandra (Roxb.) Dubard อยู่ในวงศ์ Sapotaceae มีถิ่นกำเนิดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงราว 12-25 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่ม ลำต้นเปลาตรง เปลือกสีเทา เมื่อแก่จะแตกเป็นสะเก็ดสีดำ เนื้อไม้สีน้ำตาลแดง







กิ่งมีลักษณะคดงอเหมือนข้อศอก เมื่อต้นยังเล็กจะมีกิ่งลักษณะคล้ายหนามยาว ใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่กลับ กว้าง 3-7 เซนติเมตร ยาว 5-10 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนา ด้านบนมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนด้านล่างมีสีขาวนวล ออกเวียนสลับเป็นกลุ่มตามปลายกิ่ง

ดอกมีขนาดเล็ก สีเหลืองอ่อน ออกเป็นกระจุกตามซอกใบ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ มักออกดอกราวเดือนมกราคม-กรกฎาคม ส่วนผลเป็นรูปกลมรี เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร ผลดิบมีสีเขียว และเมื่อสุกจะมีสีเหลืองหรือเหลืองอมส้ม เนื้อนุ่มหอมหวาน รับประทานได้ ช่วยให้ชุ่มคอ แก้กระหายน้ำ ภายในผลมีเมล็ดแข็งรูปรี สีน้ำตาล เป็นมัน 1-2 เมล็ด



http://www.dhammajak.net/board/files/6_111.jpg

ด้วยเหตุที่ต้นเกดมีเนื้อไม้ที่แข็งแรง ทนทาน และพบมากตามเกาะแก่งต่างๆ ชาวประมงจึงนิยมนำมาใช้ในการทำเรือ ปัจจุบัน ต้นเกดเป็นพันธุ์ไม้พระราชทานประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์





ในระหว่างที่ประทับอยู่นั้น ได้มีพ่อค้า 2 คน ชื่อว่า ‘ตปุสสะ’ และ ‘ภัลลิกะ’ นำเกวียน 500 เล่ม เดินทางจากอุกกลชนบทผ่านมา และได้พบกับพระศาสดา จึงบังเกิดความเลื่อมใส ทั้งสองจึงพร้อมใจกันนำข้าวสัตตุก้อน สัตตุผง ถวายแด่พระพุทธองค์ พระศาสดาได้ทรงแสดงธรรมแก่ทั้งสอง และเมื่อจบพระธรรมเทศนาแล้ว ทั้งตปุสสะและภัลลิกะ ก็เปล่งวาจาถึงพระพุทธเจ้าและพระธรรมเป็นสรณะตลอดชีวิต ทั้งสองจึงเป็น ‘เทฺววาจิกอุบาสก’ คืออุบาสกที่ถึงรัตนะทั้งสอง (ขณะนั้นยังไม่มีพระสงฆ์) เป็นคู่แรกในพระพุทธศาสนา





และก่อนที่จะเดินทางต่อไป ทั้งตปุสสะและภัลลิกะได้ทูลขอสิ่งของเพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระพุทธองค์ พระองค์จึงทรงเอาพระหัตถ์ขวาลูบพระเศียรแล้วประทาน เส้นพระเกศา 8 เส้น ให้พ่อค้าทั้งสองได้นำพระเกศธาตุนั้นไปบูชายังนครของตน







เครดิต: เวปธรรมจักร.เน็ต/บ้านมหา.คอม