การงาน

ถ้าทำงานอย่างดีที่สุด
ศักยภาพของมนุษย์
จะเปล่งประกาย




ศิลปะการทำงานให้มีความสุข


ความหมายของ"งาน" คือ งานของเราก็คือการทำให้เขามีความสุข ทุกวันผู้เขียนมีความสุขมากเพราะงานที่ทำเป็นงานที่ไม่ได้ทำร้ายใคร เวลาผู้เขียนไปเทศน์ ไปสอน หรือไปบรรยายก็เหมือนเป็นการนำความสุขไปโปรยให้กับคนทั่วทั้งสากลโลก ฉะนั้นทุก ๆวัน ที่เดินทางออกจากวัด ผู้เขียนมีความสุขมาก ทำงานเหมือนแสงเดือนแสงตะวันที่ชโลมผืนโลก ทำไปไม่หวังผลประโยชน์ หวังแค่ประโยชน์สุขที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ ผู้เขียนมีความสุขที่เห็นคนอื่นมีความสุข เป็นความสุขที่เกิดขึ้นจากการทำให้คนอื่นมีความสุข เรียกว่า ให้สุขแก่ท่านสุขนั้นถึงตัว

ฉะนั้น ชีวิตการทำงานของผู้เขียนก็ถือว่ามีความสุข เพราะได้ทำงานที่ตัวเองรัก งานของเราคือการทำให้เขามีความสุข

ส่วนในเรื่องศิลปะของการทำงาน ทำงานอย่างไรให้มีความสุข ผู้เขียนขอแบ่งเป็นหัวข้อได้ดังนี้

๑. ทำงานที่ใจรัก หากเราทำงานที่ใจรัก ทุกๆ วันจะเป็นวันแห่งความสุข เราไม่ต้องรอว่าความสุขจะมาถึงเราเฉพาะวันเสาร์ - อาทิตย์ แต่ทุกวันที่ทำงานจะเป็นวันแห่งความสุขของเราเพราะว่าเราทำด้วยความรัก

๒. ทำงานทุกชิ้นให้เต็มที่ให้ดีที่สุด เมื่อคนสร้างงานงานจะย้อนกลับมาสร้างคน งานคือเวทีแสดงออกซึ่งศักยภาพในการทำงานของมนุษย์ ทุกครั้งที่ทำงาน ให้เราทำอย่างเต็มที่และทำอย่างดีที่สุด คนก็จะเห็นคุณค่าของเราว่า มีมากน้อยเพียงไร ดังนั้นเมื่อเราตั้งใจสร้างงานงาน ๑ ชิ้นก็จะย้อนกลับมาสร้างคน

๓. ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส หากเราทำงานด้วยความสุจริต ก็ไม่ต้องมานั่งระแวงภัยที่จะตามมาในอนาคตซึ่งเกิดจากการตามจับผิด โดยหน่วยงานของทางการต่างๆ ถ้าเราทำว้นนี้ให้ถูกต้องก็ไม่ต้องนั่งกังวลว่าวันวานมันจะผิด

๔. เป็นนักประสานสิบทิศ อย่ามัวแต่ทำงานจนหลงลืมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ไม่มีใครเก่งอยู่ได้คนเดียว แท้ที่จริงเราจะต้องอาศัยผู้ร่วมงานจากทุกฝ่ายอยู่เสมอ ดังนั้น อย่ามัวแต่ทำงานแต่จงปฏิสัมพันธ์กับคนด้วย เพื่อก่อให้เกิดสภาวะงานก็สัมฤทธิ์ ชีวิตก็รื่นรมย์ คนก็สำราญ งานก็สำเร็จ ใครทำงานได้อย่างนี้ คนคนนั้นจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในการงาน






จากหนังสือ ๙ เรื่องเพื่อความก้าวหน้า โดย พระมหาวุฒิชัย ว.วชิรเมธี