หน้าฝนมาเยือนกันแล้วนะครับ....อย่างที่ทราบกันว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนชื้นฝนตกชุกตลอดทั้งปี ยิ่งในช่วงนี้ฝนฟ้าตกกระหน่ำแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยบ่อย ๆ การเตรียมบ้านเพื่อรับฝนจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ เบื้องต้นแนะนำให้ตรวจสอบพื้นที่หรืออุปกรณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อความเสียหายหลัก ๆ เหล่านี้เสียก่อน เนื่องจากพื้นที่หรืออุปกรณ์ที่จะกล่าวนี้ ถูกฝนโดยตรง เริ่มจาก

ประตู-หน้าต่าง ที่มักเจอปัญหาการเสื่อมสภาพบ่อย ๆ มีทั้งการผุพังชำรุด ไม้บวมชื้น จึงต้องเลือกใช้วัสดุที่ทนทานเหมาะสมกับการใช้งานตั้งแต่แรก หรือถ้าต้องเปลี่ยนก็ควรเลือกที่ทนฝน เช่น ไม้เนื้อแข็งที่อาบผิวกันชื้นไว้อย่างดี เหล็ก อะลูมิเนียม และพวกพีวีซี (PVC) คุณภาพสูงสักหน่อย บานพับ-บานเปิด และกรอบวงกบต่าง ๆ เป็นอีกส่วนที่มีปัญหาการฝืดขัด และเกิดเสียงดังจนน่ารำคาญ ทางแก้ ง่าย ๆ อาจทำได้ด้วยการใช้น้ำมันจักรมาหยอด หรือเปลี่ยนวัสดุวงกบประตูหน้าต่างเสียใหม่เป็นจำพวกยู-พีวีซี (U-PVC) ที่มีคุณภาพดี โดยถ้ามีงบประมาณมากหน่อยก็ควรเลือกที่มีสารเคลือบกันรังสียูวี (UV) จะช่วยยืดอายุการงานได้นานขึ้น รวมถึงพวกวงกบไม้ที่ติดตั้งกับผนังปูนก็มักเกิดรอยร้าวจนทำให้น้ำซึมได้ ทางแก้คือการใช้อะคริลิก ซีแลนต์ (Acrylic Sealant) ซึ่งเป็นวัสดุประสานรอยร้าวมายาแนว











หลังคา ก็มักมีปัญหาการรั่วซึมเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะตามรอยเจาะของตะปู นอต หรือระหว่างกระเบื้องกับคาน ซึ่งก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้วัสดุอุดรอยรั่วที่มีให้เลือกหลายแบบ ต่างคุณสมบัติกันไป แต่ควรใช้ประเภทที่กันรั่วซึมดี มีการยึดเกาะสูงมาฉาบอุดไว้แต่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้เป็นรอยใหญ่มากขึ้นจนเป็นปัญหาหนักถึงกับต้องรื้อโครงสร้าง







ผ้าม่าน เป็นส่วนที่ต้องเจอกับความชื้น หรือน้ำฝนกระเซ็นถูกบ่อย ๆ ทำให้เกิดเชื้อราได้ จึงควรสำรวจและหมั่นถอดซักทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรค และกันกลิ่นอับชื้น หรือถ้าคิดจะเปลี่ยนก็ลองหาแบบที่เข้ากับบ้าน เป็นวัสดุประเภทกันน้ำก็จะดีมาก

พื้น มีปัญหาคราบสกปรกอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อเจอฝน คราบตะไคร่ยิ่งเกาะฝังแน่นขึ้น เห็นได้ชัดกับช่องรอยต่อระหว่างกระเบื้องหรือพื้นหิน การขัดล้างไว้ก่อนเจอฝนก็ช่วยได้ หรืออาจเลือกหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวมาใช้ หรือถ้าเป็นวิธีง่าย ๆ ก็อาจใช้น้ำอุ่นผสมกับ เบกกิ้งโซดาเช็ดบริเวณที่เกิดคราบสกปรกแล้วล้างด้วยน้ำเปล่า หรือใช้ผลิตภัณฑ์ยูรีเทน เคลือบผิวรักษาเนื้อไม้ เป็นต้น





ท่อระบายน้ำและรางน้ำฝน คืออีกส่วนที่มักมีปัญหาการอุดตัน เนื่องจากมีเศษใบไม้และขยะมูลฝอยต่าง ๆ ที่พัดลอยตามน้ำมา จึงต้องคอยดูแลทำความสะอาดเพื่อไม่ให้เกิดการสะสม และหลังฝนตกควรทำความสะอาดบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้เศษขยะไปทับถมอุดตัน เพราะถ้าฝนตกหนักจะระบายน้ำไม่ทัน และอาจทำให้น้ำฝนไหลย้อนกลับเข้าบ้านด้วย

สำรวจนอกบ้านกันเสียหน่อย เช่น บ้านที่มีต้นไม้ใหญ่ใกล้บ้านควรตัดเล็มกิ่งเล็ก ๆ ทิ้งบ้าง เพื่อกันลมมาปะทะหักล้มโดนตัวบ้าน ทั้งยังมีที่มาของสัตว์เลื้อยคลานและแมลง หรือบ้านที่มีกระถางต้นไม้ก็ต้องหมั่นเทน้ำอย่าให้มีน้ำขัง รวมถึงควรตรวจเช็คพวกไฟสนาม ไฟรั้ว และกริ่งต่าง ๆ ว่ามีรอยรั่วบ้างหรือไม่ แล้วรีบซ่อมแซม หรืออาจทำฝาบิดครอบปิดให้เรียบร้อย.


แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 4 มิถุนายน 2554