1. เส้นทางของขุนเขาและทะเลหมอก @ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อ. ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรี

มันคือ 1 ใน 3 ของอุทยานแห่งชาติที่ผมชอบมากที่สุด ด้วยความงดงามของทิวทัศน์ และความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้
ในฤดูฝนผมรู้ว่าถ้าผมมาที่นี่วันไหนก็แล้วแต่ ผมจะได้เห็นความสวยงามของท้องทะเลแห่งขุนเขา
และได้เห็นสายหมอกสีขาวแห่งทะเลหมอกอยู่เสมอ ตลอดเส้นทางตั้งแต่รู้สึกขับขึ้นเขา สองข้างทางเต็มไปด้วยภูเขาสวยๆ
และมีจุดชมวิวหนึ่งที่สวยมาก คือจุดชมวิว กม. 12 ก่อนถึงที่ว่าการอุทยานประมาณ 6 กิโลเมตร
ผมมักใช้เวลาที่นี่ทุกครั้งเสมอ มันเหมือนเพื่อนเก่า ที่ยังไงก็ต้องแวะทักทาย แล้วขับรถต่อไปอีกนิดก็ถึง อช. ทองผาภูมิ
ภายในตัวอุทยานจะมีจุดชมวิวที่สวยงามมาก คือจุดชมวิวเนินกูดดอย และ จุดชมวิวเนินช้างเผือก
ผมไปที่นี่มาสองครั้งในรอบ 2 ปี และได้มีโอกาสนอนบ้านทาซานในตัวอุทยาน มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก
แม้จะมีหนูเต็มบ้านทาซาน แต่สุดท้ายก็กลายเป็นเรื่องที่ขำ ปนสยองในคืนเดือนมืดที่ฝนตกหนักทั้งคืน !!!!!
แต่ธรรมชาติของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นภูเขาและสายหมอก ยังคงทำให้ที่นี่เป็นปลายทางในแต่ละปีของผมเสมอ



2. ชมวิวทะเลหมอก 360 องศา @ ฐานปฎิบัติการช้างศึก อ. ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรี

ทุกครั้งที่ไปทองผาภูมิ ผมจะไม่มีทางพลาดจุดชมวิวที่ดีที่สุดอีกที่หนึ่ง มันคือฐานปฎิบัติการช้างศึก
ด้วยวิวที่ผมสามารถมองเห็นวิวภูเขาได้ 360 องศา 360 องศาที่มองเห็นภูเขาที่จะทำให้ผมหลงรักมัน
เล่ากันว่าในวันที่อากาศดี จะสามารถมองเห็นทะเลอันดามันตรงอ่าวเมาะตะมะ ของพม่า ^^
และในฤดูฝนโอกาสที่จะเจอทะเลหมอกในตอนเช้าสูงมาก มันเป็นทะเลหมอกที่ทำให้ผมลืมที่นี่ไม่ลงจริงๆ





3. นอนบ้านแพสบายใจ @ เขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือเขื่อนเขาแหลม อ. ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรี

อีกหนึ่งสถานที่ ที่เป็นทางผ่าน แต่เวลาไปเที่ยวทองผาภูมิต้องแวะทุกครั้ง เพราะมันอยู่ติดถนนใหญ่
อยู่เหนืออำเภอทองผาภูมิไปประมาณ 6 กม. เป็นจุดชมวิวที่ได้เห็นทั้งภูเขา สายน้ำ สายหมอก และลิงซนๆ หลายตัวเลย
วันนั้นผมขับรถเข้าไปชมที่สันเขื่อน บรรยากาศสบายๆ ที่สำคัญไม่เสียค่าธรรมเนียมในการเข้าชม
และขับรถมาเรื่อยๆ เลยทางแยกเข้าเขื่อนไป 3-4 กม. ก็จะมีบ้านพักหลากหลาย ไม่ว่าจะอยู่ริมน้ำ หรือบนน้ำ
มีร้านอาหารน่าทานอร่อย ๆ หลายแห่ง ตกแต่งร้านเข้ากับเขื่อนอย่างสวยงาม
วันสบาย ๆ อีกหนึ่งวันที่ไม่ต้องรีบร้อนที่จะทำอะไร ได้ใช้ชีวิตให้เวลาค่อยๆ หมดไป เป็นอะไรที่ดีมาก





3. ความหลังและความทรงจำ @ ขุนเขาแห่งทับลาน อ. นาดี จ. ปราจีนบุรี

ผมนึกถึงขุนเขาแห่งทับลานตอนไหน ผมก็เห็นแต่ภูเขาสีเขียว สลับซับซ้อนเรียงตัวกันไปมา
มันมีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอปักธงชัย อำเภอวังน้ำเขียว อำเภอครบุรี อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา
และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์และมีป่าลาน
แต่เชื่อว่าหลายคนไม่ค่อยได้รู้จักกันเท่าไหร่ แล้วถ้าเราจะมองขุนเขาแห่งทับลาน มองจากตรงไหนดี?
แต่สำหรับผม จุดชมขุนเขาแห่งทับลานได้สวยสุด คงเป็นตรง หมู่ 4 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี
มีที่หนึ่งที่ไม่ผิดกฎหมายการบุกรุกป่า นั้นคือสวนสุบินโฮมเสตย์ มุมนี้จะมองเห็นขุนเขาแห่งทับลานได้สวยมาก
สวยจนผมรู้สึก ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล ๆ เพราะมันอยู่ใกล้ๆ แค่นี้เอง





5. ยิงหนังสติ๊กปลูกป่า @ ผาเก็บตะวัน อ. วังน้ำเขียว จ. นครราชสีมา

มันคือจุดชมวิวของวังน้ำเขียว ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
เป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติทับลาน สามารถชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าในยามเย็น
และเป็นที่ตั้งของ หลักแบ่งเขตจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครราชสีมา
ผมเองไปที่นี่บ่อยมาก อยากเห็นทะเลหมอกที่จุดชมวิวตรงนี้ แต่ก็พลาดทุกครั้ง !!!!
อ้อ ลืมไป!!!!! มีหนังสติ๊กให้ผมได้ปลูกป่าด้วย





6. วันสบายอีกหนึ่งวัน @ อ่างเก็บน้ำทับลาน อ. นาดี จ. ปราจีนบุรี

อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กๆ ที่ห้อมล้อมด้วยวิวขุนเขาบนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน
ในเขตตำบลบุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ปากทางเข้าอยู่ริมถนน 304 กม. 31
ปากทางเข้าอยู่ก่อนถึงที่ทำการ อช. ประมาณ 2 กม. ตรงกับหลัก กม. 31
ให้เลี้ยวขวาที่ทางแยก มีป้ายบอกตรงปากทาง ไปตามถนนดินอีก 2 กม. ก็จะเจอแล้วครับ
ผมชอบที่นี่มากๆ มันสงบเงียบ ด้วยวิวขุนเขาที่ล้อมสายน้ำไว้ อีกหนึ่งที่ที่ต้องแวะไปทุกครั้ง





7 . นอนสบายมองวิวเขา @ วังน้ำเขียว อ. วังน้ำเขียว จ. นครราชสีมา

พูดถึงวังน้ำเขียว หลายคนคงรู้สึกชิน อาจจะเพราะว่าอยู่ใกล้ เลยได้ไปบ่อย ๆ หรือจะรู้สึกว่ามันหมดความเขียวแล้ว
แต่พอฤดูฝนเริ่มทำงาน วังน้ำเขียวก็กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ภูเขาเริ่มกลับมามีสีเขียว
มีรีสอร์ทที่พักหลายที่ ที่ตอบสนองต่อการพักผ่อนในวันหยุด มีวิวให้เลือกหลายแบบ
อาจจะเป็นวิวที่เห็นขุนเขา หรือจะเป็นวิวของอ่างเก็บน้ำ ในช่วงฤดูฝนวังน้ำเขียวก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่น่าไปเที่ยวมาก
ผมชอบไปเที่ยวตอนหน้าฝน เพราะวังน้ำเขียวจะกลับมาเขียวอีกครั้ง และที่สำคัญค่าที่พักจะถูกลงเยอะเลย
มันให้ความรู้สึกจากครั้งหนึ่งที่ภูเขาไม่เคยมีสีเขียว และสายหมอกไม่เคยมีสีขาว ฤดูกาลที่ผ่านมาไม่เคยสร้างเรื่องราว
เหมือนกับว่าทุกสิ่งยังคงเหมือนเดิม จนกระทั้งเมื่อภูเขาและสายหมอกเปลี่ยนแปลงฉัน มันอาจจะเป็นแบบนี้ก็ได้
ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน ผมยังจำความรู้สึกนี้ได้ดี จุดเริ่มต้นการเดินทางของผมเมื่อสามปีที่แล้ว





8. ชมทุ่งกระเจียว @ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ. เทพสถิต จ. ชัยภูมิ

ทุก ๆ ปีในช่วงต้นฤดูฝน ประมาณเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม ของจังหวัดชัยภูมิจะคึกคักเป็นพิเศษ
เพราะสีชมพูจะบานในใจของคนที่รักดอกไม้ นั่นคือเทศการชมทุ่งกระเจียว
ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต ผมกำลังพูดถึงดอกกระเจียวสีชมพูอมม่วงและสีขาว
จะผลิดอกบานชูช่อสวยสดงดงามเต็มทั่วท้องทุ่ง อีกหนึ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดของฤดูฝน
และเนื่องจากที่นี่ใกล้กว่า อช. ไทรทอง ดังนั้นที่นี่คนจะเยอะมากในวันหยุด แต่ถ้าวันธรรมดาก็โอเค
จากประสบการณ์ 2 ครั้งในสองปีที่ไปทุ่งกระเจียวมา ขอแนะนำแบบนี้นะครับ
ช่วงที่ทุ่งกระเจียวเริ่มออกดอก คือ ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน ไปจนถึงสิงหาคม แต่แนะนำช่วงต้นๆ นะครับ
เพราะจะเห็นแต่สีเขียว กับสีชมพู ถ้าไปช่วงกลาง หรือท้ายๆ ก็จะเห็นสีน้ำตาล ของดอกที่โรยราแล้ว จะไม่ค่อยงาม แต่ก็สวยอยู่
*** แนะนำให้ติดตามวันต่อวันเลย แล้วเลือกช่วงเวลาที่ดีที่สุด อาจโทรไปถาม จนท. ของอช. นะครับ
ผมเองก็ทำแบบนี้แล้วเลือกช่วงเวลาที่ดีที่สุด จะได้บรรยากาศที่ดีที่สุดเสมอ
ปล. ไปแต่เช้านะครับ ทั้งสายหมอก ดอกไม้ ต้นไม้ ภูเขา บรรยากาศสวยมาก แต่ถ้าไปวันหยุด ทำใจไว้นิดนะครับ เพราะคนจะเยอะมาก





9 . เดินป่าดูทุ่งกระเจียว @ อุทยานแห่งชาติไทรทอง อ. หนองบัวระเหว จ. ชัยภูมิ

ไปดูทุ่งกระเจียวที่ป่าหินงามแล้ว ขับรถมาอีกประมาณ 80 กิโลเมตร คุณก็จะได้เห็นอีกหนึ่งบรรยากาศของทุ่งกระเจียว
ที่ผลิดอกบานชูช่อสวยสดงดงามเต็มทั่วท้องทุ่งไม่แพ้กับที่ อช. ป่าหินงาม แม้การชมทุ่งกระเจียวในที่แห่งนี้
จะต้องใช้แรงเท้าในการเดินชมมากกว่าทุ่งแรก แต่คุณจะประทับใจแน่นอนกับธรรมชาติของทุ่งกระเจียวที่นี่
สองปีที่ผ่านมามันเคยเข้ามาทำงานในใจผม ก่อนหน้านั้นผมไม่เคยรู้สึกว่าอยากไปเลย แต่พอได้ไปก็อยากไปซะทุกปี !!!!
สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ ทุ่งดอกกระเจียว (ทุ่งบัวสวรรค์) ของอุทยานแห่งชาติไทรทอง
สภาพโดยทั่วไปจะยังคงความเป็นธรรมชาติมากกว่าที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
เราจึงสามารถสัมผัสกับบรรยากาศแบบเดิม ๆ ของทุ่งดอกกระเจียวเหมือนเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว







10. ชมทะเลหมอกหน้าระเบียงบ้านพัก @ เขาค้อ อ. เขาค้อ จ. เพชรบูรณ์

เป็นอีกขุนเขาที่หนึ่งที่ผมชอบมากที่สุด เพราะในหน้าฝนเทือกเขาน้อยใหญ่บนเขาค้อจะมีเมฆหมอกปกคลุมให้เห็นอยู่เสมอ
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกดีและอยากแนะนำเที่ยวเขาค้อคือ ภูเขาในฤดูฝนเขียวและสดชื่นมาก แม้บางพื้นที่จะเป็นภูเขาหัวโล้น
แต่ยามหน้าฝนมันก็กลับถูกปกคลุมด้วยต้นหญ้าที่มาเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้รู้สึกสดชื่นสบายตายิ่งนัก
และจุดเด่นของเขาค้อคือการได้รอชมทะเลหมอก รอบอ่างเก็บน้ำรัตนัย ที่ตัวอำเภอเขาค้อ
เมื่อพูดถึงฟ้าหลังฝนเขาค้อแล้ว หากจะไม่พูดถึงทะเลหมอกยามหน้าฝนบนเขาค้อก็ดูจะกระไรอยู่
เพราะทะเลหมอกบนนี้ถือเป็นเสน่ห์ที่ผมหลงรักมาก โดยหมอกฝนจะแตกต่างออกไปจากหมอกยามหน้าหนาวที่ดูขาวเนียน
ลอยพลิ้วฟูฟ่อง แต่ว่าหมอกฝนบนเขาค้อจะดูขาวหม่น แต่ดูชุ่มฉ่ำเป็นละอองลอยเอื่อยๆตามสายลม
แถมหมอกฝนยังมีกลิ่นหอมชุ่มฉ่ำจางๆที่หากเดินอยู่ท่ามกลางสายหมอกก็จะสัมผัสได้
ซึ่งในฤดูฝนโอกาสที่จะได้เจอทะเลหมอกในเขาค้อ สูงกว่าฤดูหนาวด้วยซ้ำไป และการได้ตื่นนอนตอนเช้า
ออกมายืนที่หน้าระเบียงแล้วเห็นวิวทะเลหมอกแบบนี้ มันเหมือนความฝันที่มันมีอยู่จริง !!!!
ปล. ที่พักที่มองเห็นวิวทะเลหมอกจะ อยู่รอบริมอ่างเก็บน้ำ ในตำบล เขาค้อนะครับ มีให้เลือกเยอะมากมาย



แหล่งที่มา http://pantip.com