>> ความสุขทุกลมหายใจ...


ใครๆ ก็ปรารถนาความสุข แต่ส่วนใหญ่มักมองสุขนอกตัว...
แม้จะรู้ว่า เงินทองกองเพชรและชื่อเสียงเกียรติยศไม่ใช่ความสุข
แต่ก็ยังอยากได้ไว้ก่อน เพราะเชื่อว่าตัวเองอาจเล่นแร่แปรธาตุ
ให้มันกลายเป็นความสุขได้...
ปัญหาคือตอนนี้ยังได้ไม่สมใจ...
เพราะฉะนั้นความสุขจึงเป็นสิ่งที่ต้องรอไปก่อน

จะมีสักกี่คนที่ฉุกคิดว่า ความสุขนั้นไม่ได้อยู่ที่ไหน
หากอยู่กับตัวเรานี้เอง แถมยังอยู่กับเรา...
แม้กระทั่งตอนนี้ เดี๋ยวนี้ โดยไม่ต้องรอคอยให้เสียเวลา
เป็นแต่ว่าความสุขเหล่านั้นมักถูกมองข้ามไป
เราก็เลยไม่นึกว่าตัวเองเป็นสุข...

ลองถามตัวเองดูสิว่า ตอนนี้ร่างกายเราเป็นปกติดีอยู่หรือเปล่า
ถ้าพยักหน้าว่าใช่...ก็โปรดบอกกับตัวเองได้แล้วว่า "นั่นแหละสุขแล้ว"

ถ้าไม่เชื่อ ก็ลองย้อนนึกไปถึงวันที่ตัวเองปวดหัว ปวดฟันหรือปวดท้อง
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า นั่นเป็นช่วงเวลาที่แย่เอามากๆ แม้กระทั่งในยามที่เป็นโรคพื้นๆ
อย่างไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเล่นงานจนล้มหมอนนอนเสื่อ ใช่หรือไม่ว่า
ในยามนั้นยอดปรารถนาของเราคือ ขอให้ได้กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม

เพียงแค่อาการเริ่มทุเลา หัวที่เคยเต้นตุบๆ ค่อยๆ สงบลง
ไข้ร้อนผ่าวเริ่มกลับเป็นปกติ เราจะรู้สึกสบายใจอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งๆ ที่ยังไม่ทันหายดีด้วยซ้ำ ...

เพียงแค่ร่างกายเป็นปกติสุขเราก็เป็นที่อิจฉาของผู้คนนับไม่ถ้วนแล้ว
ซึ่งแม้มีเงินมากมายมหาศาลก็เป็นอย่างที่เราเป็นตอนนี้ไม่ได้

ไม่เพียงแต่ความปกติสุขของร่างกายเท่านั้น...
ยังมีความสุขอีกหลายอย่างที่เรามักจะมองข้ามไป
ทั้งๆ ที่อยู่ในครอบครองของเราแล้ว
ลองถามตัวเองว่า คนที่เรารักยังอยู่กับเราหรือไม่
จะเป็นพ่อแม่ คู่ครอง หรือลูกหลานก็แล้วแต่
หากว่าเขาเหล่านั้นยังไม่ล้มหายตายจากเราไป
นั่นก็เป็นทั้งโชคและสุขที่ล้ำค่าของเราแล้ว

การสูญเสียบุคคลดังกล่าวก่อให้เกิดความทุกข์เพียงใด เราคงรู้อยู่แก่ใจ
เพราะบางครั้งบางคราว เราอาจประสบกับเหตุการณ์ดังกล่าวในความฝัน

ครั้นตื่นขึ้นมาพบว่า นั่นไม่ใช่ความจริง ก็ให้ดีใจเสียนี่กระไร
แต่เราต้องรอให้ฝันร้ายเสียก่อนหรือ ถึงจะซาบซึ้งใจว่า
การที่บุคคลผู้เป็นที่รักยังอยู่กับเรานั้นเป็นความสุขอันประเสริฐแล้ว
เพียงแต่เฉลียวใจสักนิดก็จะพบว่า ณ ขณะนี้เรามีโชค มีทรัพย์
และมีสุขอันประเสริฐอยู่กับตัวแล้ว...

แม้เราจะไม่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คนอื่นเขามีกัน
และแม้ว่าจะมีหลายอย่างที่พลัดพรากไปจากเรา
แต่หากลองพิจารณาดูก็จะพบว่า...
สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่เรามีอยู่ตอนนี้ได้นำความสุขให้แก่เราแล้ว

เป็นแต่ว่าเราอาจละเลยไปเพราะเหตุว่า...
ความสุขเหล่านั้นอยู่กับเราจนคุ้นชินชาแล้วก็ได้
แต่คุณค่าของความสุขเหล่านั้นจะปรากฏชัดก็เมื่อสิ่งนั้นๆ ขาดหายไปจากชีวิตเรา
เมื่อพ่อแม่ คู่ครอง หรือลูกหลานจากเราไปอย่างกระทันหัน
เราก็จะประจักษ์แก่ใจว่า วันเวลาในอดีตที่มีเขาอยู่ด้วยกันกับเรานั้น
ช่างเป็นวันชื่นคืนสุขอย่างยิ่ง...

นั้นก็ทำนองเดียวกับอากาศที่เราหายใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ต่อเมื่อมันเกิดขาดแคลนหรือสกปรกขึ้นมาเราถึงจะเห็นคุณค่าของมัน
ทั้งๆ ที่แต่ก่อนไม่เคยสนใจเลย...
ความสุขนั้นมีอยู่กับเราทุกลมหายใจอยู่แล้ว

ก่อนที่จะดิ้นรนหาความสุขนอกตัว...
อย่าลืมดื่มด่ำกับความสุขที่ปลายจมูกเสียก่อน ...:)