พบ! เชื้อพยาธิใบไม้ตับ กลายพันธุ์เป็นมะเร็งในท่อน้ำดี

แพทย์ เผย ตัวเลขคนไทย 10%หรือราว 6 ล้านคน ติดพยาธิใบไม้ตับ ต้นเหตุหลักที่ทำให้คนไทยเป็นมะเร็งท่อน้ำดีสูงสุดในโลก พบหมู่บ้านในขอนแก่นติดเชื้อ 78% ทั้งๆที่อยู่ห่างตัวเมืองแค่ 30 กม. ผลวิจัยชี้ พยาธิใบไม้ตับหลั่งสารให้เซลล์มะเร็งแบ่งตัวมากกว่าปรกติ วอนรัฐรณรงค์ให้ประชาชนเลิกกินปลาดิบ
(16 เมษายน) รศ.ดร.บรรจบ ศรีภา อาจารย์ประจำภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยถึงการป่วยมะเร็งท่อน้ำดีของคนไทยว่า ขณะนี้คนไทยติดอันดับเป็นมะเร็งท่อน้ำดีสูงที่สุดในโลก และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น แต่ละปีมีผู้ป่วยทั่วโลกเสียชีวิตด้วยโรคนี้ราว 20,000 คนโดย 70% ของจำนวนนี้เป็นคนไทย โดยเฉพาะภาคอีสานมีอุบัติการณ์สูงสุด พบผู้ป่วยชาย 100 คนจากประชากร 100,000 คน และผู้ป่วยหญิง 50 คนจากประชากร 100,000 คน มากกว่าประชากรอเมริกาซึ่งป่วยเป็นโรคนี้เพียง 2 ใน 100,000 คน

ขณะนี้คณาจารย์และนักศึกษาแพทย์ มข.กำลังลงพื้นที่เพื่อสำรวจผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับใน 5 อำเภอรอบบริเวณลุ่มแม่น้ำชี ซึ่งเป็นแหล่งที่มีอุบัติการณ์ความชุกของโรคสูง ได้แก่พื้นที่อ.ชนบท อ.บ้านไผ่ อ.มัญจาคีรี อ.บ้านแฮด และ อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น จากการสำรวจแล้ว 10 หมู่บ้าน พบว่าแต่ละหมู่บ้านมีผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับไม่ต่ำกว่า 30% ของประชากร บางหมู่บ้านตัวเลขสูงถึง 78% และผู้ป่วยมีทุกวัยตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่

"เด็กสุดที่เราพบคือ 4 ขวบ ซึ่งอาจเป็นได้ว่า เด็กกินปลาดิบตามผู้ใหญ่ ถึงแม้จะแค่คำสองคำก็ติดเชื้อพยาธิได้ นอกจากนี้ยังพบครึ่งหนึ่งของประชากรแมวในพื้นที่เหล่านี้ก็ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับด้วย ทำให้เป็นห่วงมากว่า ขนาดเราสำรวจไม่กี่หมู่บ้าน และเป็นหมู่บ้านที่อยู่ห่างจากตัวเมืองเพียงแค่ 30 กม.เท่านั้นอุบัติการณ์ยังรุนแรงขนาดนี้ แล้วพื้นที่ห่างไกลจะเป็นอย่างไร" รศ.ดร.บรรจบ กล่าว

รศ.ดร.บรรจบ กล่าวว่า ศูนย์วิจัยพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับบัณฑิตศึกษาสาขาวิชาชีวเคมีทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยการสนับสนุนของโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก(คปก.) และแหล่งทุนวิจัยหลายแห่ง ได้ศึกษาวิจัยเพื่อค้นหากลไกการเกิดมะเร็งชนิดนี้อย่างต่อเนื่อง ผลการวิจัยชี้ชัดว่า การติดพยาธิใบไม้ตับทำให้เกิดการอักเสบของท่อน้ำดีทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง กระตุ้นการสร้างสารอนุมูลอิสระซึ่งทำลายดีเอ็นเอ (DNA) และระบบการควบคุมการดำรงชีพปกติของเซลล์เยื่อบุท่อน้ำดี การติดพยาธิใบไม้ตับซ้ำบ่อยๆ จึงเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีมากขึ้น นอกจากนี้พยาธิใบไม้ตับยังทำความเสียหายให้กับเซลล์เยื่อบุท่อน้ำดีได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยชีวสารในสารคัดหลั่งที่พยาธิสร้างสามารถกระตุ้นให้เซลล์แบ่งตัวได้มากกว่าปกติ

จากผลการศึกษาวิจัยของนายสุทัศน์ สุทธิประภา นักศึกษาทุนคปก.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)ซึ่งมีรศ.ดร.บรรจบเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาพบว่าพยาธิใบไม้ตับที่เข้าสู่ร่างกายคนจากปลาดิบหรือก้อยปลาที่คนกินเข้าไปนั้นมีตัวดูด (sucker) ที่เข้าไปกัดและดูดกัดรอบๆ ท่อน้ำดีจนเสียหายและอักเสบ นอกจากนี้พยาธิยังหลั่งสารไธโอรีดอกซินเพอร์ออกซิเดส ซึ่งกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งท่อน้ำดีที่ผิดปรกติไปแล้วและต้องตายกลับไม่ตาย และพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งได้
ขณะเดียวกันนางสาวเรณู ทานันท์ นักศึกษาคปก. ในการดูแลของ รศ.ดร.พวงรัตน์ ยงวณิชย์ ได้ศึกษาวิจัยจนได้ความรู้ใหม่ว่า แท้จริงแล้วเซลล์มะเร็งท่อน้ำดีที่เกิดจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับมีพัฒนาการมาจากเซลล์ต้นกำเนิดของตับ (liver stem cell) ทำให้เข้าใจโรคมากขึ้น และได้แนวทางพัฒนาการรักษาในอนาคตว่าต้องเน้นรักษาที่ต้นตอ คือที่เซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ของมะเร็งท่อน้ำดี เนื่องจากยาปัจจุบันรักษาได้แต่เซลล์มะเร็งที่กำลังแบ่งตัว แต่กรณีเซลล์ต้นกำเนิดของการเกิดมะเร็งนั้นไม่มีการแบ่งตัวจึงไม่ถูกรักษา

จากการที่มะเร็งท่อน้ำดีเป็นมะเร็งที่พัฒนาตัวช้า แต่แพร่ลุกลามและกระจายตัวเร็ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่สังเกตเห็นอาการผิดปกติจนกระทั่งเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย การผ่าตัดจึงไม่ได้ผลมีผู้ป่วยเพียง 10-15% เท่านั้นที่สามารถรับการผ่าตัดได้ และส่วนใหญ่เป็นการผ่าตัดเพื่อบรรเทาภาวะแทรกซ้อนของมะเร็ง อีก 85-90% ต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีอื่น รวมทั้งการรับยาเคมีบำบัด ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ผล

นางสาวมุทิตา จุลกิ่ง นักศึกษาคปก. ซึ่งมีรศ.ดร. โสพิศ วงศ์คำ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา จึงศึกษาสาเหตุของการที่การให้ยาเคมีบำบัดแก่ผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีไม่ค่อยได้ผลและพบว่า เป็นเพราะในระหว่างการพัฒนาเป็นมะเร็ง เซลล์เยื่อบุท่อน้ำดีมีการสร้างโปรตีนชนิดหนึ่ง เรียกว่า กาเลคติน-3 เป็นจำนวนมาก โปรตีนนี้มีคุณสมบัติยับยั้งการตายของเซลล์มะเร็ง และทำให้เซลล์มะเร็งดื้อต่อยาเคมีบำบัดมากขึ้น

การค้นพบนี้จึงเป็นข้อมูลสำคัญในการพัฒนาแนวทางการรักษาผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีแนวใหม่โดยใช้กาเลคติน-3 เป็นโมเลกุลเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพของยาเคมีบำบัด เพื่อให้สามารถลดปริมาณยาและลดผลข้างเคียงของยา ทำให้ผู้ป่วยสามารถทนฤทธิ์ยาและรับยาจนครบสูตรได้ และคาดว่าการใช้ยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีจะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามยังต้องมีการศึกษาอีกหลายขั้นตอนก่อนนำมาใช้จริงในผู้ป่วย

"งานวิจัยทั้งหมดนี้มีประโยชน์ก็จริง แต่ถึงอย่างไรก็เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ การป้องกันที่ต้นเหตุต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาสนใจปัญหานี้อย่างจริงจัง เพราะพยาธิใบไม้ตับเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยเป็นมะเร็งท่อน้ำดี และเสียชีวิตปีละหมื่นกว่าคนทุกปีตลอด 20 ปีที่ผ่านมายังคงมีผู้ป่วยใหม่มาเข้ารับการรักษาเฉพาะที่ร.พ.ศรีนครินทร์จ.ขอนแก่นที่เดียววันละประมาณ 1,200 รายทุกวัน แสดงว่าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นเลย รัฐควรจะกลับมารณรงค์อย่างจริงจังให้ประชาชนละ-เลิกกินปลาดิบ" รศ.ดร. บรรจบ กล่าว

"ในส่วนคณะแพทยศาสตร์ มข.พยายามรณรงค์เรื่องนี้เท่าที่ทำได้ โดยออกตรวจพื้นที่เดือนละครั้ง ไปอธิบายและรณรงค์ให้ประชาชนเลิกกินปลาดิบ ตรวจอัลตราซาวด์หามะเร็งท่อน้ำดีเบื้องต้นให้ประชาชน และประสานกับสถานพยาบาลปฐมภูมิ (พีซียู) หรืออนามัยในพื้นที่เท่าที่ทำได้"

นอกจากนี้ทางทีมแพทย์ยังได้ผลิตความรู้เรื่องพยาธิใบไม้ตับออกมาในรูปของเพลง เพื่อรณรงค์ให้เด็กชั้นอนุบาลและประถมร้องได้ และมีเพลงหมอลำสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งเพิ่งเริ่มดำเนินการ ยังไม่ทราบว่าจะได้ผลมากน้อยเพียงใด "คงจะเป็นการดีหากทางโรงเรียน โดยเฉพาะในภาคอีสานสามารถสอดแทรกความรู้เรื่องนี้เข้าไปในหลักสูตรหรือบทเรียน เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนรุ่นใหม่ตระหนักและเลิกพฤติกรรมการกินปลาดิบได้ เพราะเราคิดว่า คงจะเป็นการยากที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของผู้ใหญ่วัย 20 กว่าเป็นต้นไป ก็ต้องฝากความหวังไว้ที่เยาวชน" รศ.ดร.พวงรัตน์ ยงวณิชย์ กล่าว

ข้อมูลจาก คมชัดลึก