กำลังแสดงผล 1 ถึง 5 จากทั้งหมด 5

หัวข้อ: 20 คำถามเกี่ยวกับทุนในเมืองไทย

Blogger
  1. #1
    ท่องเวบ สัญลักษณ์ของ pui.lab
    วันที่สมัคร
    Jul 2006
    ที่อยู่
    โสดไม่มีใครเอา หรือว่าเราไม่เอาใคร
    กระทู้
    10,100
    บล็อก
    9

    20 คำถามเกี่ยวกับทุนในเมืองไทย


    20 คำถามเกี่ยวกับทุนในเมืองไทย

    1. ทุน ก.พ. เปิดรับสมัครช่วงไหน

    ทุนรัฐบาลที่ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้ประกาศเปิดรับสมัครแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับมัธยมศึกษา เพื่อรับทุนในการศึกษาต่อระดับปริญญาตรี จะเปิดรับสมัครในช่วงเดือนพฤศจิกายน เช่น ทุนเล่าเรียนหลวง, ทุนไทยพัฒน์, ทุนกลาง, ทุน ODOS เป็นต้น ส่วนทุนรัฐบาลที่มอบให้สำหรับที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเพื่อรับทุนศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น จะเปิดรับสมัครรับทุนช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ www.ocsc.go.th และ www.scholar.ocsc.go.th

    2. เรียนไม่เก่งมีสิทธิ์ขอทุนไหม

    สำหรับผู้ที่เรียนไม่เก่งมากนัก แต่ต้องการทุนการศึกษา ถ้าเป็นทุนรัฐบาลรับสมัครเป็นประจำทุกปี คิดว่าคงหมดสิทธิ์เนื่องจากทางรัฐบาลได้กำหนดเกรดเฉลี่ยสะสมไว้เกือบทุกทุนว่าต้องได้ 3.00 ขึ้นไป หรือบางทุนต้องไม่ต่ำกว่า 3.50 แต่ถ้าเป็นคนที่มีความสามารถทางด้านกีฬาดนตรีหรืออื่น ๆ ในระดับยอดเยี่ยมก็สามารถสมัครรับทุนได้ในบางมหาวิทยาลัยที่มีทุนสนับสนุนทางการศึกษาในส่วนนี้อยู่บ้าง

    3. ทุน ODOS คืออะไร

    ทุน One Dicstrict One Scholarship หรือ ODOS เป็นทุนการศึกษาของรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้แก่นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ได้รับคัดเลือกจากทุกอำเภอ และกิ่งอำเภอที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทางการศึกษา แต่มีผลการเรียนและมีความประพฤติดี ได้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีทั้งในและต่างประเทศ สำหรับการศึกษาในต่างประเทศต้องเป็นประเทศกลุ่มที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ อาทิ เยอรมนี, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, จีน, ญี่ปุ่น, อิตาลี เป็นต้น ปัจจุบันมีนักเรียนทุน ODOS จำนวน 2 รุ่นแล้ว

    4. นักเรียนทุน ODOS มีการฝึกอบรมกันก่อนเดินทางไปเรียนต่างประเทศบ้างหรือเปล่า

    ปัจจุบันทาง ก.พ. มีการจัดอบรมทางภาษาและมีการเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศที่นักเรียนทุนได้เลือกไปกันก่อนเป็นเวลา 3 เดือน ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒองครักษ์ ยกเว้นผู้ที่เดินทางไปประเทศจีนจะได้ไปฝึกอบรมที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ซึ่งการฝึกอบรมนี้จะช่วยลดปัญหาทางด้านภาษาเมื่อไปถึงในประเทศนั้น ๆ ได้

    5. ตอนนี้มีศูนย์ที่ดูแลนักเรียนไทยในต่างประเทศที่ไหนบ้าง

    สำหรับศูนย์ดูแลนักเรียนไทยในต่างประเทศของรัฐบาล (ก.พ.) มีอยู่ในประเทศต่าง ๆ ดังนี้ ประเทศอังกฤษ (ลอนดอน), ประเทศสหรัฐอเมริกา (วอชิงตัน ดี.ซี.), ประเทศออสเตรเลีย (แคนเบอร์รา), ประเทศญี่ปุ่น (โตเกียว), ประเทศฝรั่งเศส (ปารีส) นักเรียนไทยสามารถเข้าไปปรึกษาและให้ความช่วยเหลือเรื่องราวต่าง ๆ ในขณะที่เรียนอยู่ในประเทศนั้น ๆ ได้

    6. ทุนเล่าเรียนหลวงกับทุนรัฐบาลต่างกันอย่างไร

    ทุนเล่าเรียนหลวงกับทุนรัฐบาล (ก.พ.) เป็นทุนที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลเช่นเดียวกัน แต่แตกต่างกันตรงที่วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งทุนนี้ขึ้น ทุนเล่าเรียนหลวงเป็นทุนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าได้จัดตั้งขึ้นเพื่อพระราชทานแก่ผู้ที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยมเพื่อไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ซึ่งต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นทุนที่มอบให้ผู้สมัครทุนที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยมเช่นเดียวกันเพื่อศึกษาต่อในต่างประเทศระดับปริญญาตรี โดยต้องกลับมาทำงานที่เมืองไทยในระยะเวลาที่ทุนได้กำหนดไว้ แต่ไม่จำเป็นต้องทำงานในสังกัดในหน่วยงานของราชการเหมือนกับทุนรัฐบาลอื่น ๆ ที่มีสังกัดการทำงานไว้ในข้อผูกพัน

    7. ทุนไทยพัฒน์คืออะไร

    ทุนนี้เป็นทุนการศึกษาที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มหาราชพระราชทานชื่อทุน “ไทยพัฒน์” ซึ่งเป็นทุนที่ได้จัดสรรเพื่อนักเรียนที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายกระจายทั่วทุกภาคของประเทศ เพื่อให้มีโอกาสไปศึกษาต่อในต่างประเทศ เพื่อเตรียมกำลังคนในการกลับมาพัฒนาประเทศในสาขาวิชาต่าง ๆ

    8. อย่างนี้แล้วทุนไทยพัฒน์กับทุนเล่าเรียนหลวงแตกต่างกันอย่างไร

    แตกต่างกันตรงที่การจัดสรรทุน เนื่องจากที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มมีการให้ทุนเล่าเรียนหลวง ผู้ที่ได้รับทุนส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ แทบทั้งสิ้น ดังนั้น ผู้ที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัด และเรียนในต่างจังหวัดจึงมีโอกาสได้รับทุนเล่าเรียนน้อยกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราพระองค์ทรงเล็งเห็นว่านักเรียนทั่วทุกภาคของประเทศควรได้รับสิทธิ์ในการรับทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศเช่นกันพระองค์จึงทรงพระราชทานชื่อทุนนี้ขึ้น โดยทุนนี้มีการกำหนดจำนวนนักเรียนผู้มีสิทธิ์รับทุนไว้อย่างเท่าเทียมทั่วทุกภาคของประเทศ

    9. มีทุนสำหรับนักศึกษาแพทย์และพยาบาลบ้างไหม

    ทุนกองทัพ, ทุนวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า,วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก, วิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ รวมถึงทุนไฟเชอร์ (Pfizer) ที่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นนักศึกษาหรือนิสิตในคณะแพทยศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์เภสัชศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ ที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยมหิดล ขอนแก่น เชียงใหม่ และสงขลานครินทร์ และทุน GSK (เพื่อพยาบาลโดยเฉพาะ) เป็นทุนที่ต้องการสนับสนุนทางด้านการศึกษาในสาขาพยาบาลศาสตร์และกลับมาทำงานเป็นพยาบาลชุมชน ทั้งสองทุนหลังนี้เป็นทุนเอกชนที่มอบให้สำหรับนักเรียนแพทย์และพยาบาล เพื่อการเรียนระดับปริญญาภายในประเทศ

    10. ทุนรัฐบาลมีข้อผูกพันกับผู้ขอทุนบ้างหรือเปล่า

    สำหรับทุนรัฐบาลทุกประเภทมีข้อผูกพันในเรื่องของการกลับมาทำงานใช้ทุนในประเทศไทย ส่วนมากแล้วต้องกลับมาทำงานรับราชการเพื่อชดใช้ทุนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่ไปศึกษาต่อ เช่น ขอทุนจาก ก.พ. ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 2 ปี เราต้องกลับมาทำงานในหน่วยงานราชการที่ให้ทุนในเมืองไทยเป็นเวลา 4 ปี เป็นต้น

  2. #2
    ท่องเวบ สัญลักษณ์ของ pui.lab
    วันที่สมัคร
    Jul 2006
    ที่อยู่
    โสดไม่มีใครเอา หรือว่าเราไม่เอาใคร
    กระทู้
    10,100
    บล็อก
    9


    11. ได้รับทุนรัฐบาลไปเรียนจนจบแล้ว ไม่กลับมาทำงานใช้ทุนที่เมืองไทยได้ไหม

    ได้ แต่ถ้าผู้ที่ได้รับทุนไปแล้วไม่สามารถปฏิบัติตามข้อผูกพันของทุนรัฐบาลได้นั้น ต้องชำระค่าปรับเต็มจำนวนกับทุนที่ได้รับแล้วและต้องจ่ายเพิ่มค่าปรับเพิ่มอีก 2 เท่าของทุนที่ได้รับไป แต่ทางที่ดีก่อนสมัครรับทุนควรคิดอย่างรอบคอบเสียก่อนว่าต้องการกลับมาทำงานรับราชการ หรือต้องการกลับมาช่วยทำงานพัฒนาประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งถ้าตอบว่าไม่ ก็ไม่ควรสมัครขอรับทุนรัฐบาลตั้งแต่ต้น

    12. ทุนการศึกษาในเมืองไทยแบ่งออกเป็นประเภทใดบ้าง

    ทุนที่ให้โดยองค์กรในประเทศไทยนั้นแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ ทุนรัฐบาลและเอกชน โดยทุนทั้ง 2 ประเภทนี้มีทุนที่เป็นแบบมีข้อผูกพัน และเป็นทุนให้เปล่ากล่าวคือ ผู้ที่ขอทุนนั้น ๆ ไม่ต้องกลับมาทำงานชดใช้ทุนหรือปฏิบัติตามข้อกำหนดหลังจากได้รับทุนจนจบการศึกษาแล้ว

    13. อยากสอบถามข้อมูลเรื่องทุนสามารถสอบถามได้ที่ไหนบ้าง

    ถ้าเป็นทุนรัฐบาลสามารถสอบถามข้อมูลโดยละเอียดได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ถนนพิษณุโลก (ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล) โทร. 0-2281-3333 และศูนย์แนะแนวการศึกษาต่างประเทศ สำนักงานก.พ. ที่ สยามสแควร์ ซอย 7 โทร. 0-2252-9737-8 หรือสายด่วน 1786 หรือที่เว็บไซต์ www.ocsc.go.th, www.studyabroad.ocsc.go.th

    14. เราจะหาข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับทุนได้ที่ไหนบ้าง

    นอกจากสำนักงาน ก.พ. หรือตามเว็บไซต์ขององค์กรต่าง ๆ ที่เราต้องการขอทุนแล้ว ก็ยังมีวิธีทางอื่นในการเข้าถึงข้อมูลทุนการศึกษาอีก เช่น เว็บไซต์วิชาการดอทคอม (www.vchakarn.com), นิตยสารการศึกษาวันนี้, หนังสือทุนเรียนฟรีมีทั่วโลก เป็นต้น

    15. ศูนย์แนะแนวของ ก.พ. กับศูนย์แนะแนวการศึกษาของเอกชนต่างกันอย่างไร

    แตกต่างกันตรงที่ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศของ ก.พ. ไม่ได้ดูแลนักเรียนที่ไปเรียนต่อต่างประเทศโดยทุนส่วนตัวโดยตรง และการไปขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการเรียนต่อ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น และไม่ได้เป็นตัวแทนของสถาบันการศึกษาใด ๆ โดย ก.พ. จะให้ข้อมูลทั่วไป ในขณะที่เอกชนเป็นตัวแทนของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ

    16. ก.พ. มีหน้าที่อะไรบ้าง

    สำนักงาน ก.พ. เป็นหน่วยงานของรัฐแห่งเดียวที่มีหน้าที่ดูแลจัดการการศึกษาแก่นักเรียนที่ไปเรียนต่อยังต่างประเทศตามกฎหมาย และโดยหลักการแล้ว ก.พ. มีหน้าที่จัดการการศึกษาให้ความช่วยเหลือแก่นักเรียนที่เรียนต่อในต่างประเทศ และมีบทบาทสำคัญในการจัดสรรทุนต่าง ๆ ของรัฐบาลด้วย

    17. สามารถดูมาตรฐานของแต่ละสถาบันของประเทศต่าง ๆ ได้ที่ไหน

    การตรวจสอบมาตรฐานสถาบันต่าง ๆ ที่เราต้องการไปเรียนต่อนั้น มีความสำคัญในเรื่องของการกลับมาใช้วิทยฐานะในการทำงาน ดังนั้นก่อนไปควรตรวจสอบให้ดีกว่าสถาบันเหล่านั้นได้รับการรับรองจากทาง ก.พ. หรือไม่สามารถตรวจสอบได้ที่ http://www.ocsc.go.th/structure/stru...sure_inter.asp

    18. นอกจากสำนักงาน ก.พ. ที่ถนนพิษณุโลกแล้ว ยังมีที่อื่น ๆ อีกไหมที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องทุนและการศึกษาต่อต่างประเทศ

    เกี่ยวกับทุนต่าง ๆ สามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับทุนรัฐบาลได้ที่ ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศของสำนักงาน ก.พ. ได้ที่สยามสแควร์ ซอย 7 โทร. 0-2252-9737

    19. นอกจากทุนระยะยาวแล้ว มีทุนระยะสั้นบ้างหรือเปล่า

    นอกเหนือไปจากทุนเพื่อไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี-เอกแล้ว ยังมีการให้ทุนประเภทฝึกอบรมดูงานอีก เช่น ทุนสำหรับผู้บริหาร, ทุนพัฒนาอาจารย์ เป็นต้น โดยทุนเหล่านี้ผู้ที่ขอรับทุนจะได้ศึกษาเพียงระดับประกาศนียบัตรเท่านั้น แต่จำนวนของทุนก็มีมากกว่าทุนที่ไปศึกษาต่อในระดับปริญญา

    20. ทางรัฐบาลมีทุนสำหรับผู้พิการบ้างหรือเปล่า

    ปัจจุบันทางรัฐบาลมีการจัดสรรทุนเพื่อผู้พิการไว้ด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้ไปศึกษาต่อในต่างประเทศ โดยใน ปี พ.ศ. 2550 ได้มีการจัดสรรทุนดังนี้ ทุนสำหรับผู้พิการทางการเห็น ในสาขาวิชา Linguistic จำนวน 2 ทุน ระดับปริญญาโทที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และทุนสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน ในสาขา ICT in Education ระดับปริญญาโท จำนวน 2 ทุน ที่ประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา

  3. #3
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ มั่วหน่าฮ่าน
    วันที่สมัคร
    Jan 2007
    กระทู้
    1,963
    ข่อยเรียนจนจบกะย้อนเป็นนักเรียนทุนนี่หล่ะ แต่บ่แมนทุน ก.พ. เป็นทุน พ.ม. (พ่อแม่) อิอิ

  4. #4
    ท่องเวบ สัญลักษณ์ของ pui.lab
    วันที่สมัคร
    Jul 2006
    ที่อยู่
    โสดไม่มีใครเอา หรือว่าเราไม่เอาใคร
    กระทู้
    10,100
    บล็อก
    9
    แ่ม๋........... ยังมาบอกเค๊าอีก น่าไม่อาย อิ อิ เค๊าเรียนจบด้วยทุนตัวเองย่ะ

  5. #5
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ มั่วหน่าฮ่าน
    วันที่สมัคร
    Jan 2007
    กระทู้
    1,963
    อายเฮ็ดหยัง...หน้าด้านซะอย่าง...มีหยังบ่..ฮ่าๆๆ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •