คนรุ่นเก่าโบราณมารักษาศีล
จึงมีดินถิ่นที่อยู่อู่อาศัย
ปัจจุบันเราหันหลังน่าเศร้าใจ
สิ้นเยื้อใยไม่เหลือเชื้อเพื่อต่อเติม
คนรุ่นใหม่ต้องสนใจใฝ่เรื่องศีล
เป็นอาจิณช่วยสืบต่อและสร้างเสริม
สุขสงบความร่มเย็นเป็นประเดิม
เมื่อได้เริ่มทำความดีมีศีลธรรม...


ในสังคมปัจจุบัน มีสิ่งยั่วยุจิตใจของคนรุ่นใหม่มากมาย

ทำให้เกิดความประมาทในชีวิตลืมทุกสิงทุกอย่าง แม้กระทั่งหลักธรรมทางศาสนา คนรุ่นใหม่โอกาสเจอกับปัญหาเหล่านี้มาก เช่นไม่ชอบนอนกลางคืน แต่ชอบนอนกลางวัน หนีเรียนหนังสือ มั่วยาเสพติด ติดการพนัน เป็นต้น การที่จะป้องกันสิ่งที่มอมเมาชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้นั้น ต้องสร้างเกราะปิดกั้นด้วยหลักธรรมคือ ศีล นี่แหละ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตว่า สีลํ กวจมพฺภุตํ สีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์

๑.ศีลเป็นเกราะป้องกันชีวิต เมื่อมีศีลย่อมไม่ถูกตัดรอนชีวิต ไม่ถูกทำร้าย ตรงกันข้ามจะมีแต่เมตตาไมตรีจิตต่อกัน มีความรักความปรารถนาดี เพราะเมตตาธรรมค้ำจุนโลก ความเมตตานี่แหละเป็นน้ำทิพย์โลมหัวใจให้เกิดความรัก ความเอื้ออาทร ศีลข้อที่ ๑ จึงเป็นเกราะป้องกันเวรภัยได้ยอดเยี่ยม

๒.ศีลเป็นเกราะป้องกันทรัพย์สิน คือศีลข้อ ๒ เป็นกำแพงกั้นความโลภ เป็นเกราะป้องกันการทุจริต พึงนึกเสมอว่า ทุจริตเป็นภัยต่อมิตร เป็นพิษต่อตนเอง ต้องถือหลักที่ว่า ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน สิ่งที่ได้มาผิดคือยาพิษ สิ่งที่ได้อย่างสุจริตคือทิพย์โอสถ เปรียบเสมือนคนไข้ อาจดื่มน้ำยาโบราณ ๑๐๐ หม้อ แต่มีคุณค่าเท่ากับยาที่ค้นคว้าวิจัยมาเป็นอย่างดีเพียง ๑ เม็ด จะเห็นได้ว่า คนรวยเป็นพันล้าน แต่ทุจริตจับได้ทัน ไม่มีแผ่นดินอยู่ มองหน้าใครไม่ได้ กินไม่ได้ นอนไม่หลับตรงกันข้ามคนที่สุจริต แม้มีเงินไม่มาก แต่หลับสบาย ไม่ต้องระแวง ศีลข้อที่ ๒ จึงเป็นเกราะป้องกันทรัพย์สินของเราและป้องกันความชั่วอีกส่วนหนึ่ง

๓ ศีลเป็นเกราะป้องกันครอบครัว เรื่องนี้สำคัญมาก ปัจจุบันนี้ ครอบครัวของคนรุ่นใหม่ขาดความอบอุ่น เพราะไม่รักษาศีลข้อนี้ ไม่ระมัดระวังในการหาคู่ครอง มักจะหาตามแฟชั่น จะเห็นว่าวันวาเลนไทน์ เห่อกันไปแต่งงานกันมาก เมื่อไม่ระมัดระวังในการหาคู่ครอง ครอบครัวจึงเกิดความเศร้าหมอง ถ้ามีศีลข้อที่ ๓ ทำให้มีความสันโดษ จึงไม่เกิดโทษกับครอบครัว ย่อมทำให้ครอบครัวมั่นคงเป็นครอบครัวที่สุขสม สังคมสุขี มีความสุขกันทั่วหน้า

๔. ศีลเป็นเกราะป้องกันปากไว ปากไวจะเป็นภัยแก่ตัว จะมัวหมอง ต้องใคร่ครวญก่อนพูดพูดดีเป็นศรีแก่ปาก พูดมากจะขาดความเชื่อถือ จะเป็นได้ว่าปัจจุบันการสื่อสารรวดเร็วมาก ถ้าพูดไม่ระวังพูดไปไม่ถึงชั่วโมง แต่คำพูดแร่ไปทั่วโลกแล้ว ถ้ามีศีลข้อนี้ ย่อมป้องกันโอฐภัยได้ ก่อนพูดทุกครั้งยั้งคิดก่อนว่า ต้องเป็นคำจริง สุภาพ มีประโยชน์ ถูกกาลเทศะ และที่สำคัญ ต้องมีสติ โดยระลึกว่าเราพูดด้วยเมตตาไม่ใช่อาฆาต คนรุ่นใหม่รักษาศีลข้อนี้ได้ ไม่เป็นคนกลอกกลิ้งมีความสัตย์จริง

๕. ศีลเป็นเกราะป้องกันสติ ถ้าขาดศีลข้อนี้ ทำให้เสียคน ปัญญาเสื่อม หมดราคา เพราะติดสุรา เป็นอาจิณ กินยาบ้านเป็นประจำ ย่อมนำความหายนะมาสู่ตัวเรา ต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า สุราพาให้วิบัติ ยาเสพติดทำชีวิตให้มืดมน เพราะมีโทษมหันต์


* คนรุ่นใหม่ไม่เสพ ไม่ลอง ปัญหาเหล่านี้ก็ไม่เกิด ศีลข้อนี้ย่อมทำให้เรามีสติ รักษา สุขภาพดี มีปัญญา แก้ไขปัญหา ย่อมนำชีวีให้สดใส แม้ว่าโลกจะเจริญทางวัตถุมากแค่ไหนก็ตาม หากไม่มีศีลเป็นเกราะป้องกัน

* คนรุ่นใหม่ย่อมอยู่เป็นสุขไม่ได้ หากคนรุ่นใหม่มีศีลก็มั่นใจได้เลยว่า ไม่ว่าจะพบกับสิ่งไม่มีงามทั้งหลาย ย่อมไม่อาจทำอันตรายหรือเป็นพิษภัยกับผู้มีศีล เปรียบประดุจ ผู้มีมือสะอาดไม่มีบาดแผล แม้จะจับยาพิษ ยาพิษไม่อาจทำอันตรายได้ ดังนั้น ผู้มีศีลจึงป้องกันสารพัดพิษได้

* มีศีลจึงนำไปดี ไปที่ไหนไม่มีเวรภัย แม้จากโลกนี้ไปก็ไปสู่สุคติ ไม่ตกไปในทางอบาย ย่อมมีความสุขทั้งโลกนี้และโลกหน้า มีศีลทำให้มีทรัพย์ ได้โภคทรัพย์ภายใน ทรัพย์ภายนอก เป็นอริยทรัพย์บริโภคด้วยความสุข ทรัพย์ภายในส่งเสริมคุณธรรมที่สุงยิ่งๆ ขึ้นไป จึงกล่าวได้ว่า ศีลเป็นบ่อเกิดของความดีทั้งปวง

* มีศีลทำให้ดับความทุกข์ ดับทุกข์ภายใน ไม่ว่าจะเป็นทุกข์เพราะเวรภัย ทุกข์เพราะทัพย์สิน ทุกข์เพราะครอบครัว ทุกข์เพราะปาก ทุกข์เพราะของมึนเมา ทุกข์เพราะไปเกิดในอบาย และที่สำคัญ คนรุ่นใหม่ปฏิบัติตามหลักศีล ๕ ย่อมพ้นจากความทุกข์อย่างแท้จริง พ้ตจากวัฎฎสงสารได้


เยาวชนคนรุ่นใหม่ต้องใฝ่ศีล ต้องถวลิในหลักธรรมจำเสมอ
อย่านึกว่าเป็นเรื่องเก่าจนเผลเรอ จีงปรนเปรออยู่ด้วยทุกข์สุขอำพราง
เมื่อขาดศีลก็วิกฤตคิดเรื่องเศร้า ฤดีเล่าก็ร้อนรุ่มกลุ้มสะสาง
จงหวนคิดโอ้ชีวิตเดินผิดทาง เพราะแรมร้างห่างจากศีลหมิ่นทางธรรม