หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 12 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
กำลังแสดงผล 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 11

หัวข้อ: บางเรื่องของสบู่เหลว

  1. #1
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ ฝนหลวง
    วันที่สมัคร
    Feb 2008
    กระทู้
    1,444

    อายหน้าแดง บางเรื่องของสบู่เหลว


    บางเรื่องของสบู่เหลว

    เดี๋ยวนี้สบู่เหลวได้รับความนิยมยิ่งขึ้น
    ด้วยเหตุผลของความสะดวกสบายเป็นสำคัญ

    แต่คุณผู้อ่านรู้ไหมว่า
    สบู่เหลวที่เราใช้กันอยู่นั้นไม่ใช่สบู่
    แต่เป็นสารเคมีล้วนๆ
    สบู่เหลวที่ดีจริงๆ จะต้องมีส่วนผสมของเนื้อสบู่อย่างน้อย 25%
    แล้วที่เหลือเป็นน้ำ

    แต่ความเป็นจริงแล้วไม่มีสบู่เหลวแบบนี้วางขาย..อยู่เลย
    เพราะผลิตภัณฑ์เกือบทุกชนิดที่วางขายอยู่นั้น
    เป็นแค่ใช้สารซักฟอกหรือดีเทอเจน
    ผสมกับสารเคมีสังเคราะห์อื่นๆ
    แล้วทำให้อยู่ในรูปของเหลว
    ซึ่งสารซักฟอกหรือดีเทอเจนก็คือสารเคมีหลัก
    ที่ใช้ในการผลิตแชมพู น้ำยาล้างจาน
    น้ำยาทำความสะอาดพื้น
    หรือแม้แต่น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำนั่นเอง

    จะผิดกันก็แต่ว่าความเข้มข้นของสารซักฟอก

    ที่ใช้ทำสบู่เหลวมีความเจือจางกว่าเท่านั้น
    ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สบู่เหลว
    คงไม่เกิดขึ้นในฉับพลันทันที
    แต่จะสะสมเป็นปัญหาในระยะยาวได้
    เพราะสารเคมีเหล่านี้จะแทรกซึมลงไปในผิวหนัง
    อวัยวะภายใน และกระแสเลือดได้ทุกครั้งที่เราอาบน้ำ
    SLS หรือ โซเดียมลอริลซัลเฟต
    เป็นตัวอย่างหนึ่งของสารเคมีหลักที่มักใช้ในสบู่
    คุณลองไปพลิกพวกผลิตภัณฑ์ซักล้างทุกอย่างดู
    จะเห็นส่วนผสมนี้จริงๆ (บางทีใช้ชื่อว่าลอริล)
    และเป็นสารเคมีอันตราย
    หลายประเทศในยุโรปและอเมริกามีกฏหมายห้ามใช้แล้ว
    และบางประเทศก็จำกัดให้มีการใช้น้อยลง
    แต่ในบ้านเรากลับใช้กันอย่างแพร่หลาย

    ทั้งๆ ที่ SLS
    เป็นสารเคมีที่ดูดซึมผ่านผิวหนังได้ง่ายและรวดเร็ว
    สามารถสะสมอยู่ในดวงตา สมอง หัวใจ ตับ
    และก่อปัญหาในระยะยาว
    หากยิ่งมีการใช้ร่วมกับสารประกอบตระกูลอามีน
    ก็จะกลายเป็นสารก่อมะเร็งในที่สุด
    เพราะฉะนั้น เราอาจต้องถามตัวเองดูใหม่
    ว่ามีความจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องใช้สบู่เหลว
    ซึ่งจริงๆ แล้วคือสารเคมีล้วนๆ
    แต่ถ้ายังคงต้องการที่จะใช้
    การใช้สบู่เหลวสำหรับเด็กก็จะดีกว่า
    ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย
    เพียงแต่มีสารเคมีเจือจางกว่าเท่านั้น)
    แต่ถ้าจะให้ดีการกลับไปใช้สบู่ก้อนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดจริงๆนะ




    อันนี้ผมเอามาจาก Forward mail เด้อครับ
    ไผคิดจังได๋กะซอยตอบแนเพราะผมบ่มีข้อมูล อีกยาง...ต้นเดือนที่แล่ว
    ผมไปห่างคาร์ฟูรัชดาเห็นสบู่เหลวยี่ห้อที่ไซ่อยู่มันลลดราคา
    กะเลยซื่อมาตุนเอาไว่เพียบเลย.......

  2. #2
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ ขุนสุราพ่าย
    วันที่สมัคร
    Nov 2007
    กระทู้
    197

    พบปะพูดคุย

    เคยทราบมาเหมือนกันค่ะ... ทางที่ดีคือทางลาดยาง เกรียนอีกแล้วขุนฯ ::)

    หันมาใช้สบู่ก้อนกันดีกว่านะค่ะ ราคาก็ประหยัด แถมไม่สะสมพิษให้กับร่างกายด้วยค่ะ

  3. #3
    shiro23
    Guest
    สำหรับเหตุผลการใช้สบู่เหลวก็น่าจาตรงที่มันง่ายต่อการใช้งานมั่งครับ เพราะว่ามันอยู่ในขวด ไม่ลื่นมือและที่สำคัญการคงตัวของสารให้ความชุ่มชื่นมีมากกว่าครับ

  4. #4
    Super Moderator
    Guide & Photographer
    สัญลักษณ์ของ เจ้าซายน้อย
    วันที่สมัคร
    Sep 2007
    ที่อยู่
    อยู่ในใจเสมอ
    กระทู้
    1,550

    รอบยิ้มพิมใจ

    เพิ่มเติมไห่ครับ....

    สบู่เหลวธรรมชาติ Natural Liquid Soap
    คุณรู้หรือไม่ว่า สบู่เหลวเกือบทุกยี่ห้อที่วางขายอยู่ในท้องตลาด หรือสบู่เหลวทุกขวดที่คุณใช้อาบน้ำถูตัวอยู่ ไม่ใช่สบู่เหลว เพราะมันไม่มีส่วนผสมของสบู่แม้แต่น้อย แต่ส่วนผสมหลักที่ทำหน้าที่เป็นสารทำความสะอาด เป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่เรียกว่า สารซักฟอก (Detergent) สารซักฟอกนี้มีคุณสมบัติเหมือนกับสบู่ แต่ถูกทำให้อยู่ในรูปของเหลวไว้ใช้สำหรับชำระล้างทำความสะอาดร่างกาย จึงถูกเรียกว่า "สบู่เหลว" อันที่จริงเราควรจะเรียกสบู่เหลวชนิดนี้ว่า สบู่เหลวเทียม
    เพราะสบู่เหลวธรรมชาติที่แท้ควรมีส่วผสมเนื้อสบู่ธรรมชาติอยู่ ไม่ควรมีส่วนผสมของสารซักฟอก สารซักฟอกและสารเคมีอื่นๆ ในสบู่เหลวเทียมสามารถก่อให้เกิดภาวะ การระคายเคืองต่อผิว เกิดอาการแพ้ ไปจนถึงขั้นที่เพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้เราเป็นมะเร็งได้ในระยะยาว สบู่เหลวธรรมชาติที่แท้จริงเกิดขึ้นการใช้ไขมันจากธรรมชาติเช่น ไขมันจากสัตว์ หรือน้ำมันพืชที่เราใช้ปรุงอาหารนี่แหละทำปฏิกิริยากับสารละลายด่างอ่อน ก็จะได้เนื้อสบู่แล้วเจือจางด้วยน้ำให้มีส่วนผสมของเนื้อสบู่เพียง 25% ก็จะได้สบู่เหลวธรรมชาติ ที่มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดเชียวเดียวกับสบู่ก้อน และมีกลีเซอรีนอยู่ในตัวที่ช่วยถนอมผิวให้นุ่มนวล


    สบู่เหลวที่คุณใช้อยู่ไม่ใช่สบู่เหลว
    ปัจจุบันมีคนที่หันไปนิยมใช้สบู่เหลวอาบน้ำถูตัวกันมากขึ้น ทั้งๆที่สบู่เหลวมีราคาแพงกว่าสบู่ก้อนค่อนข้างมากก็ตาม ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะค่านิยมตามแฟชั่น อีกส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะพวกเราถูกทำให้เชื่อตามคำโฆษณาทางสื่อต่างๆ ว่า สบู่เหลวสามารถทำความสะอาดและบำรุงผิวพรรณได้ดีกว่าสบู่ก้อน ซึ่งก็มีส่วนถูกต้องอยู่บ้าง สบู่เหลวมักจะอวดอ้างสรรพคุณในการถนอมผิวพรรณด้วยส่วนผสมที่เป็นสารปรุงแต่งที่ถูกใส่เพิ่มเติมเข้าไปในสบู่เหลว เช่น สมุน ไพร วิตามิน สารเพิ่มความชุ่มชื่น สารฆ่าเชื้อโรค เป็นต้น เพราะในกระบวนการผลิตสบู่เหลวสามารถทำได้ง่ายกว่าในสบู่ก้อน ประกอบกับสีสันที่สดใสหรือฉูดฉาด บรรจุอยู่ในขวดแก้วหรือขวดพลาสติกสวยงามดุน่าใช้กว่าสบู่ก้อน นอกจากนั้นการใช้สบู่เหลวในการอาบน้ำก็ดุจะสะดวกมากกว่าสบู่ก้อนด้วยลักษณะที่เป็นของเหลว และการออกแบบขวดที่มีฝาจุกที่สามารถบีบสบู่เหลวออกมาใช้ได้ง่าย ยิ่งส่งเสริมให้สบู่เหลวเป็นที่นิยมมากขึ้น
    การใช้สบู่เหลวในการอาบน้ำถูตัวนั้นสิ้นเปลืองกว่าการใช้สบู่ก้อน ทั้งในแง่ของราคาที่แพงกว่า และในแง่ของปริมาณการใช้แต่ละครั้งก็สิ้นเปลืองกว่าแต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับข้อเท็จจริงที่เราควรจะรู้ว่า สบู่เหลวเกือบทุกยี่ห้อที่วางขายอยู่ในท้องตลาด หรือทุกขวดที่เราซื้อมาใช้อยู่ทุกวันนี้มัน ไม่ใช่สบู่เหลว แต่เป็น สบู่เหลวเทียม เพราะส่วนผสมที่ใช้ในการผลิตสบู่เหลวที่ขายอยู่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสบู่ (soap) อย่างที่มีอยู่ในสบู่ก้อนแม้แต่น้อย ส่วนผสมหลักที่ใช้ในการผลิตสบู่เหลวชนิดนี้เขาใช้สารเคมีสังเคราะห์ที่เป็น สารซักฟอก (detergent) บวกกับสารเคมีสังเคราะห์อื่นๆ แล้วทำให้อยู่ในรูปของของเหลว และเรียกมันว่า สบู่เหลว (liquid soap) สารซักฟอกนี้มีคุณสมบัติเหมือนกับสบู่คือใช้ชำระล้างทำความสะอาดได้ดี หรือได้ดีกว่าในบางกรณี เช่นใช้ได้ดีกับน้ำกระด้าง
    อันที่จริงสบู่เหลวที่เราใช้ถูตัวอยู่นี้ก็คือ แชมพูที่เราใช้สระผมนั่นเอง เพราะส่วนประกอบที่ใช้ในการผลิตกรรมวิธีในการผลิต ตลอดจนคุณสมบัติในการทำความสะอาดนั้นแทบจะเหมือนกันหรือมีความใกล้เคียงกับแชมพูสระผมมาก เพียงแต่ว่าสารเคมีที่ใช้กับสบู่เหลวนั้นมีความเหมาะสมที่จะใช้กับผิวหนังมากกว่า หรือถ้าจะกล่าวต่อไปให้ถึงที่สุดก็อาจกล่าวได้ว่า สบู่เหลวที่เราใช้ถูตัวอยู่นี้ก็คือ น้ำยาทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ทั่วไปนั่นเอง เพราะสารซักฟอกซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในสบู่เหลว ตัวอย่างเช่น สาร SLS หรือ Sodium Lauryl Sulfate ซึ่งมีคุณสมบัติในการชำระล้างทำความสะอาด เป็นสารเคมีตัวเดียวกันกับที่เขาใช้ใน น้ำยาล้างจาน น้ำยาทำความสะอาดพื้น หรือแม้แต่น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ เพียงแต่ว่าเกรดและความเข้มข้นของสารเคมีที่ใช้ในสบู่เหลวถูกกำหนดให้มีความเหมาะสมกับผิวหนัง และถูกระบุว่าไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้
    เรื่องอันตรายของการใช้สบู่เหลวถูตัวนี้เป็นเรื่องที่เราควรจะให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะยังไม่มีการรับรู้หรือตระหนักกันมากนักถึงผลกระทบของมันว่ามีหรือไม่ หรือมีมากน้อยเพียงใดในเบื้องต้นถึงแม้ว่าสบู่เหลวจะถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแก้ไขจุดอ่อนของสบู่ก้อนให้มีความระคายเคืองต่อผิว น้อยกว่าสบู่ก้อน เนื่องจากมีค่าความด่าง (pH) อ่อนน้อยกว่าสบู่ก้อน อย่างไรก็ตามเนื่องจากมันเป็นสารเคมีสังเคราะห์จึงอาจระคายเคืองผิวหรือเกิดอาการแพ้สำหรับบางคนได้ ในกรณีนี้ยังไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าใด เพราะเป็นอาการที่ปรากฏอยู่ภายนอก เมื่อใช้แล้วเกิดอาการระคายเคืองหรือแพ้ขึ้นมาเราก็จะรู้และสามารถหยุดใช้ได้ทันที แต่ผลกระทบของการใช้สบู่เหลวที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะยาว และหากเกิดขึ้นภายในร่างกายของเรานี่สิเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเพราะส่วนประกอบหลักที่ใช้ในสบู่เหลวเป็นสารเคมีสังเคราะห์ และสารเคมีสังเคราะห์เหล่านี้มีขนาดที่เล็กมาก เล็กขนาดที่สามารถซึมผ่านผิวหนังเข้าไปในร่างกายของเราได้ หรือยิ่งกว่านั้นสามารถซึมผ่านเข้าสู่เซลล์ของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย หรือแม้แต่ซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้
    การจะดูว่าสสารใดจะเข้าสู่ร่างกายของเราโดยการซึมผ่านผิวหนังเข้าไปได้หรือไม่ ต้องดูที่น้ำหนักโมเลกุลน้ำหนักโมเลกุลของสสารที่จะสามารถซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกายได้จะต้องต่ำกว่า 3000 น้ำหนักโมเลกุลที่จะซึมเข้าสู่เซลล์ของอวัยวะภายในร่างกายได้จะต้องต่ำกว่า 800 และน้ำโมเลกุลของสสารที่จะซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้จะต้องต่ำกว่า 75 สารซักฟอกอย่าง SLS หรือ Sodium Lauryl Sulfate ซึ่งเป็นสารเคมีหลักที่ใช้ในสบู่เหลวส่วนใหญ่ มีน้ำหนักโมเลกุลเพียง 40 สาร SLS นี้จึงสามารถซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่เซลล์และกระแสเลือดทุกครั้งที่เราอาบน้ำด้วยสบู่เหลว หรือย่าง PEG : Polyethylene Glycol สารเคมีสังเคราะห์ที่ใช้ผสมลงไปในสบู่เหลว เพื่อให้มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื่นแก่ผิวหนังเมื่อใช้แล้วจะรู้สึกนุ่มนวลต่อผิว น้ำหนักโมเลกุลของ PEG นี้ก็มีเพียง 60 จึงสามารถซึมผ่านผิวหนังเข้าไปสะสมอยู่ในกระแสเลือดของเราได้อย่างสบาย
    ดังนั้นโลกทุกวันนี้เป็นโลกของสารเคมีอย่างแท้จริง มิเพียงแต่สารเคมีที่ปนเปื้อนในอาหารที่ผ่านเข้าสู่ร่างกายของเราทางปากโดยการกิน สารเคมีที่ปนเปื้อน ในอากาศที่ผ่านเข้าสู่ร่างกายของเราทางจมูกโดยการหายใจ เรายังรับเอาสารเคมีจำนวนมากมายที่มากับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และเครื่องสำอางเข้าสู่ร่างกายของเราผ่านทางผิวหนังโดยไม่รู้ตัว เราคงตระหนักดีถึงพิษภัยของสารเคมีอย่าง ยาฆ่าแมลง สารกันบูด สารฟอกขาว สารเร่งเนื้อแดง ฟอร์มาลีนที่ปนเปื้อนอยู่ในพืชผักผลไม้เนื้อสัตว์อาหารทะเลดีว่ามีอันตรายเพียงใด แต่เรายังไม่ค่อยได้รับรู้หรือตระหนักถึงพิษภัยของสารเคมีที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือเครื่องสำอาง อย่างเช่นสบู่เหลวที่เรากล่าวถึงในที่นี้ ว่ามันจะมีผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของเรามากน้อยเพียงใด แต่ที่แน่นอนก็คือทุกวันนี้สารเคมีเหล่านี้ได้เข้าไปสะสมอยู่ในร่างกายของเราแล้ว รอวันที่จะแสดงผลไม่ช้าก็เร็ว
    ขึ้นชื่อว่าสารเคมีสังเคราะห์แล้วหากเข้าสู่ร่างกายของเรา และถ้าร่างกายของเราไม่สามารถขับถ่ายออกไปได้หมดก็จะเกิดการตกค้างสะสมอยู่ใจอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย โอกาสที่จะทำให้เกิดโรคร้ายอย่าง เนื้อร้าย มะเร็ง อัมพฤต อัมพาต ก็มีมาก ทุกวันนี้เข้าใจว่ายังไม่มีการชี้ชัดว่า สารเคมีสังเคราะห์ที่ใช้ในสบู่เหลว แชมพู ครีมนวดผม หรือเครื่องสำอางอื่นๆ จะเป็นสาเหตุโดยตรงของมะเร็งหรือโรคร้ายอื่นๆ แต่น่าจะสันนิษฐานได้ว่า สารเคมีเหล่านี้น่าจะช่วยกระตุ้นหรือเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง และโรคร้ายได้มากขึ้น เพราะมีการยืนยันจากนักวิทยาศาสตร์ในยุโรปและอเมริกาที่ได้ทำการวิจัยและออกมากล่าวเตือนผลกระทบของสารเคมีหลักหลายตัว ที่ใช้ในสบู่เหลวแชมพู ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและเครื่องสำอางว่า สารเคมีเหล่านี้สามารถซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกายและมีโอกาส ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง ซึ่งจะไปสะสมอยู่ในตับ ไต และกระแสเลือด รัฐบาลในบางประเทศก็ออกประกาศเตือนบริษัทผู้ผลิตบางรายก็พยายามหลีกเลี่ยงและหันไปใช้สารเคมีตัวอื่นหรือสารสกัดจากธรรมชาติแทน แต่บริษัทผู้ผลิตส่วนใหญ่ รวมทั้งบริษัทที่ประกาศตัวว่าใส่ใจเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมก็ยังใช้อยู่ จึงเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคต้องให้ความสนใจ ศึกษาหาความรู้ให้มากขึ้นต้องชั่งใจดูว่าจะเชื่อข้อมูลของฝ่ายไหนแต่ก่อนจะตัดสินใจว่าจะยังคงใช้สบู่เหลวที่ซื้อหามาจากท้องตลาดต่อไป หรือหันกลับไปใช้สบู่ก้อน หรือไม่ก็หันไปทำสบู่เหลวธรรมชาติใช้เองซ่ะเลย ก็ลองมาดูข้อมูลต่อไปนี้กันก่อนว่า สารเคมีหลักๆ ที่ใช้ในสบู่เหลวนั้นมีอะไรบ้าง และสารเคมีตัวไหนที่อาจจะมีพิษภัยต่อสุขภาพร่างกายของเราได้

  5. #5
    Super Moderator
    Guide & Photographer
    สัญลักษณ์ของ เจ้าซายน้อย
    วันที่สมัคร
    Sep 2007
    ที่อยู่
    อยู่ในใจเสมอ
    กระทู้
    1,550

    รอบยิ้มพิมใจ

    ผลตรวจ "สบู่เหลว"

    กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการตรวจสอบสบู่เหลวไม่พบการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคและการระคายเคืองเบื้องต้นต่อผิวหนัง ย้ำหน่วยงานรัฐตรวจสอบเข้มงวดยืนยันใช้ได้ปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหลายชนิด เช่น แชมพูสระผม สบู่เหลว น้ำยาล้างจาน มีการใช้สารลดแรงตึงผิว (Surfactant) เป็นส่วนผสม ซึ่งมีทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่
    1. สารลดแรงตึงผิวชนิดประจุลบ (Anionic Surfactant) มีคุณสมบัติทำความสะอาดได้ดี มีราคาถูก และมีความแรงมากกว่าชนิดอื่น จึงอาจทำให้เกิดการระคายต่อผิวได้มาก เช่น Sodium Lauryl Sulfate (SLS)
    2. สารลดแรงตึงผิวชนิดประจุบวก (Cationic Surfactant) มักใช้ร่วมกับชนิดประจุลบในการแก้ไขจุดบกพร่องของผลิตภัณฑ์ ่เช่น Benzalkonium Chloride
    3. สารลดแรงตึงผิวชนิดประจุบวกและประจุลบ (Amphoteric Surfactant) ระคายเคืองต่อผิวหนังน้อย เช่น Cocamidopropyl Betaine และ
    4. สารลดแรงตึงผิวชนิดไม่มีประจุ มีฟองไม่มาก ระคายเคืองต่อผิวหนังน้อย เช่น Nonyl Phenol Groups ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กหรือสบู่เหลวจึงมักใช้สารลดแรงตึงผิวประเภที่ 3 และ 4 เป็นส่วนผสม เนื่องจากมีความอ่อนโยนกว่าประเภทอื่น
    ส่วนกรณีที่มีการเสนอข่าวว่า หากสบู่เหลวซึ่งมีส่วนผสมของสารโซเดียมลอริลซัลเฟต (SLS) ไปผสมกับสารประกอบตระกูลเอมีน (Amine) แล้วจะกลายเป็นสารก่อมะเร็งนั้น จากข้อมูลทางวิชาการพบว่า สารโซเดียมลอริลซัลเฟตสามารถทำปฏิกิริยากับสารตระกูลเอมีนแล้วเกิดเป็นสารไนโตรซามีนส์ (Nitrosamines) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง แต่การจะเกิดปฏิกิริยาของสารทั้งสองแล้วได้สารไนโตรซามีนส์จะต้องมีองค์ประกอบหรือสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาไนโตรเฟชัน (Nitrofation) เช่น ต้องมีอุณหภูมิที่สูงกว่า 100 องศา ทำให้โอกาสเกิดสารก่อมะเร็งได้น้อยมาก อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันพบว่ายังมีการนำสารโซเดียมลอริลซัลเฟตมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ แต่ผู้ประกอบการจะต้องมีการปรับสูตรให้เหมาะสมตามเกณฑ์มาตรฐานและความปลอดภัย รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีการติดตามตรวจสอบส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ปลอดภัยอยู่เสมอ สำหรับสบู่เหลวทั่วไปและที่ใช้ในสปาไม่น่าจะมีอันตราย หากผลิตภัณฑ์มีการใช้สารลดแรงตึงผิวในปริมาณที่เหมาะสม และเลือกใช้ให้ถูกต้องตรงวัตถุประสงค์ของแต่ละสูตรตำรับ ซึ่งอาจมีการเติมสารอื่นๆ ลงไป เช่น การแต่งกลิ่น สี สารให้ความชุ่มชื้น สำหรับการแช่น้ำที่ผสมสบู่เหลวนานๆ นั้นไม่น่าจะเกิดอันตราย เพราะเป็นการเจือจางสบู่เหลวเวลาใช้ อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยหลายอย่างที่ไม่เหมือนกันในแต่ละบุคคล ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน อาจทำให้เกิดผิวหนังแห้งได้ ดังนั้นควรใช้ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นภายหลังการแช่น้ำด้วย และเนื่องจากสบู่เหลวเป็นเครื่องสำอางทั่วไป กองเครื่องสำอางและวัตถุอันตรายจึงได้ตรวจสอบการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์และการระคายเคืองเบื้องต้น ซึ่งจากการตรวจตัวอย่างที่ผ่านมาไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์เกินมาตรฐาน และเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรค รวมทั้งไม่เกิดการระคายเคืองเบื้องต้น อย่างไรก็ดี เพื่อป้องกันการเสื่อมสลายของสารที่เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ควรหลีกเลี่ยงการเก็บผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในที่ที่อุณหภูมิสูงและถูกแสงโดยตรง และขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องหลายแห่งได้ร่วมกันติดตามข้อมูลต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ หากมีปัญหาหรือมีข้อมูลของความไม่ปลอดภัยก็จะมีการแจ้งเตือนภัยให้กับประชาชนได้รับทราบ รวมทั้งเร่งดำเนินการตามกฎหมาย และพิจารณายกเลิกห้ามใช้ อย่างเช่นกรณีของสารห้ามใช้ในครีมสิว ฝ้า ที่มีส่วนผสมของสาร Hydroquinone ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน
    ข้อมูลจาก...กองเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย

  6. #6
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา
    Mr.Reception
    สัญลักษณ์ของ คนตระการ...
    วันที่สมัคร
    Feb 2008
    กระทู้
    4,728
    สบู่ต้องตราเลขแปดทา..........ผิวทา.....กันแดดเนื้อสบู่ไมเละ เด้อ

  7. #7
    ขอบคุณสำหรับข้อมูลเนาะจ้า...สบู่เหลวนี่ติ๋มกะใช้นะ เพราะง่ายดี..ทำให้ผิวบ่แห้งนำ
    แต่...ต้องซื้อแบบบ่มีน้ำหอมp H 5 ใกล้เคียงผิวหนังที่สุดแล้ว...สิมีขายตามร้านขายยาทอนั่น..
    แล้วกะราคาแพงแหน่จักหน่อย...แต่กะคุ้มค่าเนาะ...ได้ตรารับประกันจากหมอโรคผิวหนังนำจ้า...

  8. #8
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ sompoi
    วันที่สมัคร
    Mar 2007
    ที่อยู่
    japan
    กระทู้
    6,363
    บล็อก
    23
    เคยได่ยินเรื่องนี้มาคือกันค่ะ ..กะเลยหันมาใช้สบู่ก้อนไปนำควบคู่กันไป..ละกะสิค่อยเลิกใช้สบู่เหลวไปในที่สุด..ขอแนะนำวิธีนี้สำหรับท่านที่ใช้สบู่เหลวจนชินแล่วจ้า..

  9. #9
    ท่องเวบ สัญลักษณ์ของ pui.lab
    วันที่สมัคร
    Jul 2006
    ที่อยู่
    โสดไม่มีใครเอา หรือว่าเราไม่เอาใคร
    กระทู้
    10,172
    บล็อก
    9
    ไม่ใช้ทั้งสองอย่าง ใช้น้ำเปล่าอย่างเดียวปลอดภัยไร้กังวล อิ อิ

  10. #10
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ โด้ไดอารี่
    วันที่สมัคร
    Feb 2008
    ที่อยู่
    Manchester, Uk
    กระทู้
    739
    ต่อไปนี้สิบ่ใช้อีกแล้วหละ สบู่เหลวไหลนิ สิไปอาบน้ำคลอง เอาตมทาเอาดอก

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •