กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: จับตา 3 รอยเลื่อนไทย..

  1. #1
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ engon
    วันที่สมัคร
    Dec 2007
    ที่อยู่
    ออสเตรเลีย, Lightning Ridge
    กระทู้
    178

    ดูวีดีโอ YouTube ออนไลน์ จับตา 3 รอยเลื่อนไทย..

    จับตา 3 รอยเลื่อนไทย..
    นักวิจัยพบหลังธรณีวิปโยคเสฉวน รอยเลื่อนรอบไทยสั่นแล้ว 7 ครั้ง หวั่นตึกต่ำกว่า 5 ชั้นถล่ม ชี้อาคารต่ำสั่นโคลงเร็ว อาคารสูงปลอดภัยกว่า ยกบังกลาเทศสร้างอาคารหลบภัยธรรมชาติ 400 แห่ง ขณะที่ไทยมีแค่หนึ่งเดียว

    ภายหลังพายุไซโคลนนาร์กีสซัดถล่มพม่าเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม เกิดโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่แห่งเมืองอิระวดี คล้อยหลัง 10 วัน มังกรใหญ่อย่างจีนก็ประสบพิบัติภัยธรณีวิปโยคที่มณฑลเสฉวน ประสบชะตากรรมไม่แตกต่างกัน รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ทำรายงาน "วิเคราะห์ เจาะลึก ผลกระทบพายุนาร์กีส และแผ่นดินไหวจีน ที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย"

    เนื้อหาสำคัญคือ ขณะนี้สภาวะของเปลือกโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ จากเดิมที่พายุไซโคลนในอ่าวเบงกอลมีเฉลี่ยปีละ 5-6 ลูก เพิ่มเป็นปีละ 9-10 ลูก แม้พายุไซโคลนจะไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อประเทศไทย แต่พายุในทะเลจีนใต้ที่จะพัดเข้าชายฝั่งทะเลภาคใต้ฝั่งตะวันออก รวมทั้งบริเวณอ่าวไทย มีโอกาสเป็นไปได้สูง จึงต้องมีมาตรการป้องกันและเตือนภัยให้มากกว่านี้ เช่น บังกลาเทศเคยเกิดพายุไซโคลนเมื่อปี 2513 มีผู้เสียชีวิตประมาณ 5 แสนคน และในปี 2534 มีผู้เสียชีวิตกว่า 1.4 แสนคน

    เมื่อรัฐบาลบังกลาเทศจริงจังกับการป้องกันภัย 3 อย่าง คือ 1.ระบบเตือนภัย 2.แผนการเตรียมพร้อมรับภัย และ 3.อาคารหลบภัย เมื่อเกิดพายุไซโคลนในปี 2545 ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตมีเพียง 3,000 กว่าคนเท่านั้น แต่ในพม่ายังไม่มีระบบป้องกันภัย ทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายกว่า 5 หมื่นคน

    ขณะนี้บังกลาเทศมีอาคารหลบภัยแล้ว 400 แห่ง และกำลังจะสร้างเพิ่มเป็น 2,000 แห่ง ขณะที่ประเทศไทยมีอาคารหลบภัยเพียงแห่งเดียว ที่บ้านบางเนียง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ซึ่งก่อสร้างหลังธรณีพิบัติภัยสึนามิเมื่อปี 2547 โดยใช้นามว่า "อาคารหลบภัยเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ" ซึ่งเป็นเรื่องน่าห่วงเพราะอาคารหลบภัยเป็นสิ่งสำคัญที่จะลดจำนวนผู้เสียชีวิตในกรณีที่เกิดภัยธรรมชาติ

    ส่วนการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.9 ริกเตอร์ ในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมนั้น รายงานข้างต้นระบุว่า จุดศูนย์กลางแม้อยู่ห่างจากชายแดนด้าน จ.กาญจนบุรี กว่า 1,500 กม. แต่ก็ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยในอาคารสูงของ กทม.หลายแห่งรับรู้ได้ว่าเกิดแผ่นดินไหว และขณะนี้แผ่นเปลือกโลกได้ขยับตัว ส่งผลให้รอยเลื่อนที่อยู่ใกล้ไทยขยับตัวด้วย มีแผ่นดินไหวขนาดเล็กใกล้ไทยเกิดขึ้นตามมาหลายครั้งแล้ว

    ทั้งนี้ ความรุนแรงของแผ่นดินไหวมี 2 ขั้น คือ ขั้นที่ 1 เกิดความเสียหายรอบๆ จุดกำเนิดแผ่นดินไหว และขั้นที่ 2 เป็นผลเสียหายจากการเคลื่อนตัวของคลื่นแผ่นดินไหวในดินอ่อน การเกิดไฟไหม้ และการเกิดคลื่นสึนามิ ส่วนที่ กทม.แม้ไม่มีรอยเลื่อนขนาดใหญ่พาดผ่าน แต่อาจรับความเสี่ยงจากรอยเลื่อนที่พม่าได้

    รายงานยังกล่าวถึงรอยเลื่อนจุดเสี่ยงของไทยว่า มี 3 พื้นที่ คือ จุดที่ 1 รอยเลื่อนสะแกง (Sagaing) ที่พาดผ่านตอนกลางของประเทศพม่า อยู่ห่างชายแดนไทย 300 กม. เป็นรอยเลื่อนมีพลังสูง เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6-8 ริกเตอร์ กว่า 20 ครั้ง จุดที่ 2 แนวรอยเลื่อนซุนดา (Sunda) ในมหาสมุทรอินเดีย บริเวณหมู่เกาะนิโคบาร์และหมู่เกาะอันดามัน อยู่ห่างจาก จ.ภูเก็ต ประมาณ 600 กม. เป็นรอยเลื่อนเดียวกันกับการเกิดสึนามิเมื่อปี 2547 รอยเลื่อนซุนดาสามารถทำให้เกิดคลื่นสึนามิและเคลื่อนตัวเข้าชายฝั่งทะเลภาคใต้ภายในเวลา 14 ชั่วโมง และเริ่มเข้าสู่อ่าวไทยภายในเวลา 19 ชั่วโมงเท่านั้น ความสูงคลื่นตั้งแต่ 0.5-2.5 เมตร แม้ไม่สูงมาก แต่สึนามิเป็นคลื่นยาวที่มีพลังงานมหาศาล จึงเป็นอันตรายมากต่อชีวิตและทรัพย์สิน

    จุดที่ 3 รอยเลื่อนฟิลิปปินส์ เป็นจุดกกำเนิดแผ่นดินไหวในมหาสมุทรแปซิฟิก บริเวณทิศตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ อยู่ห่างอ่าวไทยกว่า 6,000 กม. แต่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดคลื่นสึนามิเคลื่อนตัวเข้ามา เหมือนคลื่นสึนามิเมื่อปี 2547 ก็ได้ โดยข้ามทวีปเอเชียไปโจมตีชายฝั่งแอฟริกาที่อยู่ไกลกว่า 4,000 กม. และในปี 2527 เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.1 ริกเตอร์ ในเม็กซิโก มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 9,000 คน อาคารสูง 6-15 ชั้น หลายหลังในกรุงเม็กซิโกซิตี้เสียหายอย่างนัก แม้อยู่ห่างจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวกว่า 300 กม. ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของคลื่นแผ่นดินไหวในดินอ่อน ถือเป็นปัญหาเดียวกับ กทม.ที่มีชั้นดินอ่อน คาดว่าหากเกิดแผ่นดินไหวชั้นดินอ่อนใน กทม.จะทำให้ขนาดของคลื่นแผ่นดินไหวขยายตัวได้ 3-4 เท่า

    "ตอนนี้นักวิจัยกำลังเฝ้าระวังรอยเลื่อนทั้ง 3 แห่ง เพราะเริ่มมีการเคลื่อนไหวเล็กๆ แล้ว โดยเฉพาะรอยเลื่อนซุนดาที่ผ่านพม่าไปจีนนั้น หลังเหตุการณ์ที่เสฉวนได้ 1 สัปดาห์ รอยเลื่อนซุนดาทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4-5 ริกเตอร์ แล้ว 7 ครั้ง แม้จะไม่ใช่แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ แต่มีการเคลื่อนตัวอย่างเด่นชัด จะส่งผลกระทบถึงไทยหรือไม่ยังไม่สามารถพยากรณ์ได้"

    "สิ่งที่น่าระวังหรือน่าเป็นห่วงมี 2 เรื่อง คือ อาคารพาณิชย์หรือตึกแถวที่ต่ำกว่า 5 ชั้น ซึ่งไม่เคยมีการสร้างระบบป้องกันหรือรับแรงแผ่นดินไหว อาคารต่ำเหล่านี้จะมีความถี่ของการสั่นไหวสูงหรือสั่นโคลงเร็ว ส่วนอาคารสูงจะสั่นโคลงอย่างช้าๆ และสร้างอย่างมีมาตรฐานมากกว่า ส่วนเรื่องที่ 2 คือ รอยเลื่อนสะแกงเคยทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6-8 ริกเตอร์กว่า 20 ครั้ง ครั้งที่รุนแรงที่สุด 8 ริกเตอร์เมื่อปี 2455 หรือเมื่อ 50 ปีที่แล้ว จ.กาญจนบุรี ยังไม่ได้สร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์และเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งอยู่ห่างรอยเลื่อนสะแกงเพียง 300 กม. สรุปว่ารัฐบาลต้องเร่งป้องกัน 3 ส่วน คือ 1.จัดสร้างอาคารหลบภัยในพื้นที่เสี่ยงภัย 2.ให้เจ้าของอาคารที่ต่ำกว่า 5 ชั้น จัดทำระบบหนีภัยแผ่นดินไหว และ 3.สำรวจเขื่อนทั้ง 2 แห่งอย่างเร่งด่วน เพื่อคาดการณ์ว่าหากแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนสะแกงครั้งใหญ่จะต้องทำอย่างไร" รศ.ดร.เสรีแนะนำ


  2. #2
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ บักเซียงเหมี่ยง
    วันที่สมัคร
    Feb 2008
    ที่อยู่
    ยโสธร
    กระทู้
    227
    เมืองไทย ต้องบ่เป็นหยังคับบ ถ้าเป็นกะอย่าเป็นใกล้ ยโส หลาย อิอิ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •