240 ปี พระอารามหลวง วัดยานนาวา
สัปดาห์วันวิสาขบูชา วัดยานนาวา จัดงานสมโภชพระอารามหลวงครบ 240 ปี เป็นครั้งที่สองหลังจากสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมบูรณะ และสร้างสำเภาพระเจดีย์ถวายเป็นพุทธบูชาไว้ที่วัดนี้ และพระราชทานชื่อวัดใหม่ว่าวัดยานนาวา แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดสมโภชพระอารามหลวงในปี พ.ศ. 2390

วัดยานนาวา ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านตะวันออก บริเวณด้านใต้บ้านอู่ อันเป็นแหล่งต่ออู่สำเภาและซ่อมแซมเรือสำเภาเมืองบางกอก เดิมมีนามว่า "วัดคอกควาย" สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง ราว ๆ สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่ไม่ปรากฏนามผู้สร้าง

ในสมัยกรุงธนบุรี (ประมาณ ปี พ.ศ. 2319) พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า "วัดคอกกระบือ" และทรงสถาปนาเป็นพระอารามหลวงเพื่อเป็นที่สถิตของพระราชาคณะ

ในปี พ.ศ. 2387 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงมีพระราชประสงค์จะสร้างสถูปเจดีย์ไว้ที่ วัดคอกกระบือ เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการที่พระองค์ทรงใช้เรือสำเภาขนสินค้าไปทำมาค้าขายถึงเมืองจีน และประเทศต่าง ๆ ทรงมีพระราชดำริว่า ต่อไปภายภาคหน้ารูปลักษณ์เรือสำเภาอาจจะ เปลี่ยนไป คนรุ่นหลังอาจจะจำรูปลักษณ์สำเภาจีนไม่ได้
240 ปี พระอารามหลวง วัดยานนาวา

อีกนัยหนึ่ง ทรงสร้างพระสถูปเจดีย์มีฐานเป็นเรือสำเภาจีน พร้อมกับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม วัดคอกกระบือ ว่า "วัดญานนาวาราม" ตามพระสำเภาพระเจดีย์ที่ทรงสร้างถวายไว้ ซึ่งแปลว่า ญาณอันเป็นพาหนะดุจดั่งสำเภาข้ามโอฆะสงสารสืบเนื่องมาจากมหาชาติคำหลวงเรื่องพระเวสสันดรชาดก ตอนพระเวสสันดร ทรงตรัสเรียกกัณหา และชาลี ให้อุทิศตน ร่วมกับพระบิดาสร้างมหากุศลอันเป็นเสมือนสำเภาใหญ่พามนุษยชาติข้ามโอฆะสงสาร ไปสู่นิพพาน กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างรูปหล่อสำริดพระเวสสันดร กัณหาและชาลีไว้บนพระสำเภาพระเจดีย์ นี้ด้วย

ต่อมาชื่อ "วัดญานนาวาราม" ได้เลือนมาเป็น "วัดยานนาวา" ที่มีความหมายใกล้เคียงกับชื่อเดิม คือ "วัดอันมีพาหนะดุจสำเภาในการที่จะนำเวไนยสัตว์ให้ข้ามพ้นโอฆะ สงสาร"

ในโอกาสครบรอบ 240 ปีของวันสถาปนาเป็นพระอารามหลวง ในปีนี้ได้จัดงานอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งในพิธีบำเพ็ญกุศลสมโภชได้ตรงกับวันเกิดของเจ้าอาวาส พระพรหมวชิรญาณ คือวันที่ 24 พ.ค.


พระพรหมวชิรญาณในฐานะประธานอำนวยการจัดงานฯ ฝ่ายบรรพชิต กล่าวว่า ได้รับ พระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ พร้อมพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงเป็นองค์ประธาน ในพิธีสมโภช พระอารามหลวงวัดยานนาวาครบ 240 ปีในวันอาทิตย์ที่ 25 พ.ค. 2551

โดยมีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการอำนวยการจัดงานฝ่ายคฤหัสถ์ และพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการกองทัพบกเป็นประธานคณะกรรมการจัดงาน ในการนี้สมเด็จพระมหาสังฆนายกะ ประมุขสงฆ์แห่งประเทศศรีลังกา ได้อัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุมาถวายเพื่อประดิษฐาน ณ วัดยานนาวาด้วย

ทั้งนี้ในปี 2551 เป็นปีแห่งการสมโภชพระอารามหลวงวัดยานนาวาครบ 240 ปี จึงมีการจัดแสดงแสง เสียง เล่าขานถึงวัดสามแผ่นดินแห่งนี้เป็นครั้งแรก พร้อมเปิดให้ประชาชนได้ชมทุกวันวันละ 2 รอบ ในเวลา 19.00 น. และ 20.00 น. ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.-15 มิ.ย. 2551 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งมีกิจกรรมสวดมนต์เย็น ฟังธรรมเทศนา มหาชาดกสิบชาติพระพุทธเจ้า
240 ปี พระอารามหลวง วัดยานนาวา

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมมหาพุทธบูชาเริ่มตั้งแต่วันวิสาขบูชาโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ไปจนถึงวันวิสาขบูชาโลก พ.ศ. 2551 ประกอบด้วย 1.งานวิสาขมหาพุทธบูชา 2.งานอาสาฬหมหาบูชา 3.งานเข้าพรรษา วัสสูปนายิกา มหาพุทธบูชา 4.งานทอดกฐินพระราชทาน 5.งานมหาพุทธบูชาในวันลอยกระทง 6.งานมหาพุทธบูชาในวันขึ้นปีใหม่ 7.งานมาฆมหาพุทธบูชา ปี 2551 8.งานมหาสงกรานต์ปี 2551 9.งานวิสาขมหาพุทธบูชาปี 2551

และยังมีกิจกรรมพุทธศาสนาที่เยาวชนสามารถเข้ามา มีส่วนร่วมจัดโดยกระทรวงศึกษาธิการ จัดการแข่งขันประกวดสวดมนต์ทำนองสรภัญญะ สรรเสริญคุณพระรัตนตรัย และคุณบิดามารดาระดับประเทศด้วย

ไฮไลต์สำคัญของงานนี้ คัดเลือกศิลปินธรรมทูต ผู้นำในการเผยแผ่ความรู้ด้านธรรมะ และพระพุทธศาสนาเพื่อชักชวนให้ประชาชนเข้าวัดตลอดเวลา แม้จะเป็นเวลาหลังเลิกเรียน หลังเลิกงาน รวมถึงได้รับความรู้ทางธรรมไปใช้ในชีวิตประจำวัน ปีนี้ศิลปินธรรมทูต แอน ทองประสม, สู่ขวัญ บูลกุล, ภัทรพล ศิลปาจารย์, เขมนิจ จามิกรณ์, ธนพร แวกประยูร

กิจกรรมสมโภชพระอารามหลวง 240 ปี วัดยาน นาวาในฐานะวัดมหานิกาย มุ่งหวังให้เหล่ากิจกรรมทางพุทธศาสนาช่วยจรรโลง กล่อมจิตใจเหล่าพุทธศาสนิกชนบริสุทธิ์ ร่มเย็น อันเป็นหนทางแห่งการพ้นทุกข์ ดั่งกับสัญลักษณ์ของวัด "สำเภาเจดีย์" ที่จะนำพา มนุษยชาติข้ามโอฆะสงสารไปสู่นิพพาน ให้จงได้.