กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: วิธีลดความเสี่ยงต่อมะเร็ง

  1. #1
    ท่องเวบ สัญลักษณ์ของ pui.lab
    วันที่สมัคร
    Jul 2006
    ที่อยู่
    โสดไม่มีใครเอา หรือว่าเราไม่เอาใคร
    กระทู้
    10,172
    บล็อก
    9

    วิธีลดความเสี่ยงต่อมะเร็ง


    มีวิธีลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งแต่ละชนิดมาฝากกัน...

    วิธีลดความเสี่ยงต่อมะเร็ง



    มะเร็งรังไข่
    สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 25% หากไม่ใช้แป้งมี่มีผสมของ TALC หรือ TALCUM มาทาบริเวณจุดซ่อนเร้น เพราะ TALC นี้ อาจจะไปสะสม จนทำให้เกิดเป็นมะเร็งรังไข่ได้

    มะเร็งเต้านม
    สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 20% เมื่อออกกำลังกายวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 4-5 วัน และไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เกินวันละ 2 แก้ว และการมีลูกก็จะช่วยลดความเสี่ยงลงไปได้อีก 7%

    มะเร็งผิวหนัง
    สามารถลดความเสี่ยงลงได้เกือบเต็ม 100% หากใช้ครีมกันแดดทาผิวเพื่อป้องกันทุกวัน ปกติแล้วครีมกันแดดที่มีอัตราป้องกัน SPF 15 ก็เพียงพอ แต่ในยามหน้าร้อน แดดจ้าควรเพิ่มเป็น SPF 30 แล้วอย่าลืมทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อการปกป้องอย่างต่อเนื่อง

    มะเร็งศีรษะ, ลำคอ และระบบย่อยส่วนบน
    สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 50% หากกินส้มเป็นประจำทุกวัน วันละหนึ่งหรือสองผล เพราะส้มมีวิตามินซี และมีสารต้านอนุมูลอิสระ

    มะเร็งปากมดลูก
    สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 90% หากมีการตรวจภายใน ด้วยวิธีการ PAP SMEAR ผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 18-70 ปี ควรจะตรวจภายใน โดยสูตินรีแพทย์เป็นประจำ ปีละหนึ่งครั้ง

    มะเร็งลำไส้
    สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 50% หากรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำและไม่เป็นโรคอ้วน รวมถึงไม่ดื่มเครื่องดื่มมึนเมาด้วย และยังสามารถลดความเสี่ยงลงได้อีก 30% หากรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูงและผักใบเขียวทุกวัน

    มะเร็งปอด

    สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 90% หากไม่สูบบุหรี่ และไม่อยู่ใกล้ชิดกับคนที่สูบบุหรี่

    มะเร็งต่อมลูกหมาก
    สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 70% หากดื่มชาวันละ 3 แก้วขึ้นไป เพราะการศึกษาในประเทศจีนพบว่า ผู้ชายที่ดื่มชาอย่างต่อเนื่องกว่า 40 ปี จะลดความเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมลูกหมากลงได้ถึง 85%

    สารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก

    จากผลการศึกษาในงานวิจัยขนาดใหญ่อันหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of the National Cancer Institute พบว่าการรับประทานสารอาหารที่มีผลช่วยต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง เช่น วิตามินอี เบต้าแคโรทีน และวิตามินซี ซึ่งในคนที่สูบบุหรี่หากรับประทานวิตามินอีในปริมาณสูง จะสามารถช่วยให้ความเสี่ยงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากระยะลุกลามให้ลดน้อยลงได้ ทั้งนี้หากเหล่าคุณผู้ชายมีโอกาสน้อยที่จะได้รับเบต้าแคโรทีนจากอาหาร ผลการศึกษายังแนะนำให้รับประทานจากอาหารเสริมซึ่งก็จะได้ประโยชน์เช่นกัน

    ผลการศึกษาก่อนหน้านี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันมาก เกี่ยวกับสารต้านอนุมูลอิสระกับการช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก จึงเป็นที่มาของการศึกษาขนาดใหญ่ในครั้งนี้ที่ศึกษาโดยคุณหมอ Richard B. Hayes และทีมจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติในเมือง Bethesda มลรัฐแมรี่แลนด์ได้ทำการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างเกือบ 30,000 คนที่ผ่านการตรวจหาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

    จากการเฝ้าติดตามผลอาสาสมัครแต่ละคนเฉลี่ยนาน 4.2 ปีอาสาสมัครจำนวนนี้เกิดโรคมะเร็งขึ้นในระหว่างที่ศึกษาวิจัยจำนวน 1,338 คน ซึ่ง 520 คนอยู่ในขั้นลุกลาม

    จากการวิเคราะห์ทั้งหมดพบว่า ไม่พบความสัมพันธ์ของการรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระทั้ง วิตามินอี วิตามินซี และ เบต้าแคโรทีนกับอัตราการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก หรือการรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูงไม่ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

    อย่างไรก็ตามก็ยังพบว่าในรายที่รับประทานเบต้าแคโรทีนอย่างน้อย 2000 ไมโครกรัมน่าจะมีส่วนในการช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากลงได้

    ในคนที่เคยสูบบุหรี่และเลิกสูบบุหรี่ในช่วง 10 ปีนี้พบว่าการรับประทานวิตามินอีนั้นมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากแบบลุกลามได้ แต่มันก็ไปเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ

    โดยสรุปการรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระทั้ง วิตามินอี วิตามินซี และเบต้าแคโรทีน ไม่พบว่ามีส่วนช่วยลดมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่หากรับประทานเบต้าแคโรทีนอย่างน้อย 2000 ไมโครกรัม จะพบว่ามีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากลงได้ ส่วนในคนที่สูบบุหรี่ที่รับประทานวิตามินอี จะทำให้ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากแบบลุกลามได้ แต่มันก็ไปเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ ดังนั้นการที่จะช่วยคนสูบบุหรี่ที่ดีที่สุดคือการพยายามให้คนเราเริ่มสูบให้ช้าที่สุดและเลิกให้เร็วที่สุดนั่นเอง


    ที่มาของข่าวและภาพประกอบ http://www.healthdd.com

  2. #2
    คนเบิ่งกัน
    Guest
    โค้ด:
    มะเร็งรังไข่
    สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 25% หากไม่ใช้แป้งมี่มีผสมของ Talc หรือ Talcum มาทาบริเวณจุดซ่อนเร้น เพราะ Talc นี้ อาจจะไปสะสม จนทำให้เกิดเป็นมะเร็งรังไข่ได้
    พูได๋สิเอาแป้งไปทาบ่อนหั่นน้อ

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •