กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: วิธีนับถือพระพุทธศานา

  1. #1

    วิธีนับถือพระพุทธศานา


    วิธีนับถือพระพุทธศานา


    วิธีนับถือพระพุทธศาสนา



    ๑. วิธีนับถือพระพุทธศาสนา ๒ อย่าง

    ๑. นับถือด้วยศรัทธา
    ๒. นับถือด้วยปัญญา

    ๑.๑ คนไทยมักนับถือด้วยศรัทธาคือเชื่อตามบรรพบุรุษ เช่น พ่อ แม่ สอนอย่างไรก็ทำตาม โดยไม่ต้องพิจารณาเพราะยังเล็กอยู่

    ก. สอนให้ไหว้พระ
    ข. สอนให้ใส่บาตร
    ค. สอนให้รับศีล
    ง. สอนให้ฟังเทศน์

    ความรู้เรื่องพระพุทธศาสนาจึงน้อย แม้จะฟังเทศน์บ้างก็ไม่ติดต่อกัน ฟังเป็น
    กัณฑ์ ๆ มีครอบครัวแล้วก็เรื่อยไป เห็นพระไหว้ ก็ใส่บาตร ไปวัดฟังเทศน์เป็นประจำ แต่ก็ไม่รู้เรื่องรายละเอียดของการกระทำนั้น ๆ เช่น ไหว้พระเพื่ออะไร ใส่บาตรเพื่ออะไร ฟังเทศน์เพื่ออะไร

    ๑.๒ ถ้าเป็นชายได้บวช ได้ศึกษาธรรม เป็นหญิงได้เรียนธรรมศึกษา ก็พอจะรู้เรื่องพระพุทธศาสนาบ้าง

    ๑.๓ วิธีการนับถืออย่างนี้เรียกว่า นับถือด้วยศรัทธา คือเกิดศรัทธาก่อน ปัญญาเกิดทีหลัง



    ๒. คนต่างชาติหรือคนไทยบางคนก็มีน้อย ยังไม่นับถือพระพุทธศาสนา นับถือศาสนาอื่นก่อน ต่อมาเมื่อมีความสงสัยในคำสอนที่นับถือ จึงศึกษาศาสนาอื่น ๆ หรือได้อ่านหนังสือที่เกี่ยวกับศาสนาพุทธ เกิดความเลื่อมใสใจศรัทธา จึงศึกษาค้นคว้าอยู่เรื่อย จนแน่ใจว่าพระพุทธศาสนามีเหตุน่านับถือ จึงเกิดศรัทธาเปลี่ยนใจมานับถือพระพุทธศาสนา อย่างนี้เรียกว่า เกิดปัญญาก่อน แล้วจึงเกิดศรัทธาทีหลัง


    ๓. ผู้จะไปศึกษาในต่างประเทศ บางท่านเกรงว่าจะถูกถามเรื่องพระพุทธศาสนา ก็เกรงจะตอบไม่ได้เพราะการนับถือพระพุทธศาสนาก็เกรงจะตอบไม่ได้เพราะการนับถือพระพุทธศาสนาเกิดจากศรัทธาก่อนดังกล่าวมา จะขวนขวายหาความรู้ในทางพระพุทธศาสนาก็หาหนังสือมาอ่านเพื่อจะให้เกิดความรู้ในทางพระพุทธศาสนาในเวลาเล็กน้อยไม่ได้ แต่ว่าบัดนี้ กองอนุศาสนาจารย์กองทัพบกได้เรียบเรียงหนังสือขึ้นเล่นหนึ่ง ดูเหมือนชื่อว่า “คู่มือศีลธรรม” ใช้เวลาสอน ๒๔ ชั่วโมง แต่ถ้าอ่านก็คงไม่เกิน ๔ ชั่วโมง มีความรู้ทั้งศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม และเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างกันอีกด้วย ผู้สนใจควรหาอ่านดู โดยเฉพาะผู้ที่ไปศึกษาต่างประเทศ และเกรงจะถูกถาม ควรมีไปสักเล่มหนึ่ง


    ๔. นายแพทย์คนหนึ่งเคยถามเรื่องหนังสือพระพุทธศาสนาย่อ ๆ เพราะต้องไปต่างประเทศได้ปรารภกับ พ.อ. ปิ่น มุทุกันต์ อดีตหัวหน้ากองอนุศาสนาจารย์กองทัพบก อาจจะเป็นทางนี้ก็ได้จึงทำให้มีหนังสือคู่มือศีลธรรมขึ้น


    ๕. การนับถือพระพุทธศาสนา ๒ อย่างคือ

    ๑. การนับถือเพียงพิธีการที่เนื่องด้วยพระพุทธศาสนา

    ๒. การนับถือเพียงเพื่อปฏิบัติธรรม

    ๑. การนับถือเพียงพิธีการที่เนื่องด้วยพระพุทธศาสนา

    ๑.๑ การนับถือเพียงพิธีการ เช่น การทำบุญบ้าน แต่เรื่องฆราวาสธรรมนั้นไม่รู้ หรือรู้ แต่ไม่สนใจที่จะปฏิบัติ การทำบุญแต่งงาน แต่คิหิปฏิบัติที่ว่าด้วยหน้าที่ก็ไม่รู้ หรือรู้ แต่ไม่ปฏิบัติ

    ๑.๒ พิธีบางอย่างเป็นเรื่องสมมติว่าเป็นมงคล ก็เป็นจริงตามสมมติ เช่น แต่งงานต้องมีน้ำมนต์ มีด้ายมงคล มีสังข์รดน้ำ เป็นมงคลภายนอกโดยอาศัยวัตถุ ต้องปฏิบัติธรรมด้วย จึงจะเป็นมงคลภายใน และได้ผลแน่นอน

    ๑.๓ ยกตัวอย่าง เช่น การแต่งงานของชาวต่างชาติเขาไม่ทำเหมือนอย่างของไทย ก็เจริญได้เพราะปฏิบัติถูกต้องตามหลักธรรม

    ๑.๔ ธรรมเป็นของกลาง ๆ ใครปฏิบัติก็ได้ผลเหมือนน้ำใครถูกก็เย็น ไฟใครถูกก็ร้อน

    ๒. การนับถือเพียงเพื่อปฏิบัติธรรม

    ๒.๑ ถ้าต้องการผลที่จะได้จากพระพุทธศาสนาแล้วจะต้องปฏิบัติด้วยคือทำตาม ไม่ใช่เพียงแต่รู้

    ๒.๒ มีภาษิตว่า ธมฺมจารี สุขํ เสติ ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุข ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารี ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรมโดยแท้ ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาติ ธรรมะที่ประพฤติแล้วย่อมนำสุขมาให้

    ๒.๓ เหมือนยารักษาโรคเพียงแต่รู้จักยา โรคก็ไม่หาย ต้องกินยาด้วย ยาจึงจะช่วยรักษาโรคได้



    ๖. คำว่า “นับถือ” แยกออกได้เป็น ๒ คำ คือ นับ กับ ถือ คำว่านับ หมายความว่าเป็นของดี คำว่าถือ หมายความว่าเอามาไว้ในตัว คือ ปฏิบัติ เพราะฉะนั้น คำว่า นับถือ จึงหมายความว่ายอมรับว่าดีและปฏิบัติตาม การนับถือพระพุทธศาสนา หมายความว่า ยอมรับว่าพระพุทธศาสนาดี และปฏิบัติตามหลักพระพุทธศาสนา


    ๗. พระพุทธศาสนา แปลว่า คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าคำสั่งคือ คำบังคับอันได้แก่พระวินัย คำสอน คือคำแนะนำอันได้แก่พระธรรม รวมเรียกว่า “ธรรมวินัย”


    ๘. คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามีมากถึง ๘๔,๐๐๐ ข้อ ที่พูดกันว่า ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ แต่เมื่อกล่าวโดยย่อก็มี ๓ คือ

    ๑. สพฺพปาปสฺส อกรณํ การไม่ทำบาปทุกอย่าง

    ๒. กุสลสฺสูปสมฺปทา การทำกุศลให้ถึงพร้อม

    ๓. สจิตฺตปริโยทปนํ การทำใจให้ผ่องใส

    เรียกให้สั้น ๆ ว่า การละบาป การทำบุญ และการทำใจให้บริสุทธิ์ อันนี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ (เอตํ พุทฺธานสาสนํ)



    ๙. เรื่องของการไม่ทำบาป มีข้อปฏิบัติอยู่ ๒ อย่าง คือ

    ๑. การละบาปที่เคยทำมาแล้ว ด้วยการไม่ทำอีกต่อไป

    ๒. การระวังไม่ทำบาปที่ยังไม่เคยทำ



    ๑๐. เรื่องของการทำกุศลให้ถึงพร้อม มีข้อปฏิบัติอยู่ ๒ อย่างคือ

    ๑. พยายามทำบุญกุศลที่ยังไม่เคยทำ

    ๒. จงพยายามรักษาบุญความดีที่ทำมาแล้วมิให้เสื่อมไป ฯ



    ๑๑. เรื่องของการทำใจให้ผ่องใสบริสุทธิ์ มีข้อปฏิบัติอยู่ ๔ อย่าง คือ

    ๑. ระวังใจไม่ให้กำหนัดในอารมณ์ที่เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด

    ๒. ระวังใจไม่ให้ขัดเคืองในอารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคือง

    ๓. ระวังใจไม่ให้หลงในอารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความหลง

    ๔. ระวังใจไม่ให้มัวเมาในอารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความมัวเมาฯ

  2. #2
    Super Moderator
    Guide & Photographer
    สัญลักษณ์ของ เจ้าซายน้อย
    วันที่สมัคร
    Sep 2007
    ที่อยู่
    อยู่ในใจเสมอ
    กระทู้
    1,550

    รอบยิ้มพิมใจ

    เหตุผล+สติ= ธรรมะ

  3. #3
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ ฝนหลวง
    วันที่สมัคร
    Feb 2008
    กระทู้
    1,444
    สาธุ..................

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •