กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: ธรรมคลายใจ

  1. #1
    พ่อครัวแม่ครัวบ้านมหา สัญลักษณ์ของ สาวบ้านแต้
    วันที่สมัคร
    Jun 2007
    กระทู้
    1,067
    บล็อก
    28

    ธรรมคลายใจ


    ขออนุญาตพระอาจารย์ว.วชิระเมธีนะเจ้าคะ

    ถือก็หนัก วางก็เบา

    ปุจฉา
    อยากขอคำอธิบายเรื่อง "สัพเพ ธัมมานาลัง อะภิเวสายะ"
    ที่ท่านพุทธทาสกล่าวว่าเป็นคำสอนระดับหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา
    น้ำเพชร/กาญจนบุรี


    วิสัสชนา
    ลองอ่านนิทานปรัชญาต่อไปนี้ บางทีอาจมีคำตอบที่ตรงกับใจของคุณก็เป็นได้
    แม้จะเขียนไว้นานแล้ว แต่เมื่อว่าโดยเนื้อหาสาระคิดว่าคงจะพอทำให้มองเห็นแก่นสาระสำคัญของข้อความข้างต้นนั้นได้บ้าง
    เคยมีคนไปกราบทูลถามพระพุทธเจ้า โดยขอให้พระองค์สรุปคำสอนของพระองค์ให้เหลือเพียงสั้นๆ ทว่าครอบคลุมใจความทั้งหมดแห่งพระพุทธศาสนา
    พระองค์ตรัสว่า หากจะให้สรุปเช่นนั้น ก็ขอสรุปว่า ใจความแห่งคำสอนของพระองค์ขึ้นอยู่กับประโยคที่ว่า


    "สัพเพ ธัมมานาลัง อะภิเวสายะ"

    ใดใดในโลกอันบุคคลไม่ควรยึดติดถือมั่น
    ทำไมไม่ควรยึดติดถือมั่น
    เพราะที่ใดมีความยึดติดถือมั่น ที่นั่นก็จะมีความทุกข์
    ความทุกข์ขยายตัวตามความเข้มข้นของการยึดติด
    ยึดมาก ติดมาก จึงทุกข์มาก
    ยึดน้อย ติดน้อย จึงทุกข์น้อย
    ไม่ยึด ไม่ติด จึงไม่ทุกข์
    ความไม่ยึดติดถือมั่น กล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า"ความปล่อยวาง"


    ทำไมจึงต้องปล่อยวาง
    เพราะทุกอย่างมีความว่างมาแต่เดิม
    คนที่หลงกอด"ความว่าง"โดยคิดว่าเป็น"ความมี"ทำไมจะไม่ทุกข์

    พระบวชใหม่รูปหนึ่งเดินบิฑบาตผ่านชุมชนแห่งหนึ่งซึ่งมีผู้คนจอแจ
    ขณะเดินสำรวมก้มหน้าพอประมาณเพื่อเดินผ่านชุมชนไปอย่างช้าๆนั่นเอง
    จู่ๆก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ใส่สูท ผูกเน็คไท ใสเว่นตาดำ เดินเข้ามาหาท่าน
    พร้อมทั้งชี้หน้าด่าท่านอย่างสาดเสียเทเสีย
    พระรูปนั้นตกตะลึง รีบเดินหนี
    แต่แม้ท่านจะเดินหนีชายคนนั้นพ้นแล้ว แต่เสียงด่าของเขายังคงก้องอยู่ในโสต
    ประสาทของท่านอย่างชัดถ้อยชัดคำ
    เมื่อกลับถึงวัด พลันก็คิดถึงเหตการณ์ที่ตนถูกชี้หน้าด่ากลางฝูงชน พระหนุ่มรู้สึกโกรธ
    จนหน้าแดงก่ำ ยิ่งคิดต่อไปว่า ชายคนนั้นมาชี้หน้าด่าตนซึ่งเป็นพระ
    และตนเองก็จำได้ว่า ตั้งแต่บวชเข้ามาในพระธรรมวินัยก็ยังไม่เคยทำอะไรผิด
    คิดมาถึงขั้นที่ว่าตนไม่ผิด แต่ทำไมต้องถูกด่า ยิ่งเจ็บยิ่งแค้น
    วันที่ท่านถูกด่ากลางชุมชนนั้นเป็นวันศุกร์ แต่ตกถึงเช้าวันจันทร์ท่านก็ยังไม่หายโกรธ
    เช้าวันจันทร์นั้นพระบวชใหม่ประคองบาตรเดินผ่านชุมชนนั้นเหมือนเดิม
    ท่านพยายามสอดส่ายสายตามองหาชายคนเดิม ตั้งใจว่าวันนั้นจะต้องถามให้รู้เรื่อง
    ว่าเหตุผลใดจึงมาชี้หน้าด่าตนเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว



    ว่าเหตุผลใดจึงมาชี้หน้าด่าตนเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว
    ยิ่งพยายามค้นหากลับยิ่งไม่พบ ท่านจึงเดินสำรวมรับอาหารบิณฑบาตต่อไปจนได้อาหาร
    เต็มบาตต่อไปจนได้อาหารเต็มบาตแล้วกลับวัด

    ระหว่างเดินทางกลับวัด โดยไม่คาดฝัน พระหนุ่มทอดตาไปพบกับชายคนหนึ่งสวมสูท
    ผูกเน็คไท ใส่แว่นตาดำ ท่านอุทานในใจว่า "อ๋อ เจ้าคนนี้เองที่ด่าฉันเมื่อวันศุกร์"
    ภาพที่เห็นก็คือ ชายแต่งตัวดีคนนั้นนอนหลับหมดสติอยู่ข้างศาลเจ้าแห่งหนึ่ง
    ข้างๆตัวเขามีขวดเหล้าล้มกลิ้งอยู่ พอเห็นท่านเท่านั้นชายคนนั้นก็ร้องขึ้นมาว่า
    "ขอเดชะ พระอาญามิพ้นเกล้าฯ บัดนี้พระองค์ทรงกลับมาครองอยุธยาอีกครั้งหนึ่งแล้วกระนั้นหรือ..."
    ว่าแล้วก็ลุกขึ้นรำเฉิบๆ
    เช้าวันนี้พระใหม่จ้องมองชายแต่งตัวดีคนนั้นเต็มสองตา แล้วท่านก็สรุปว่า "คนบ้านี่หว่า"
    พลันที่ท่านประเมินว่า ชายแต่งตัวดีคนที่ชี้หน้าด่าท่านเมื่อวันศุกร์ที่แล้วเป็นคนบ้าที่มาในร่างของคนแต่งตัวดี
    เท่านั้นเอง ความโกรธที่ก่อตัวเป็นเมฆดำทะมึนอยู่ในใจของท่านมานานถึงสามวันพลันอันตธานไปอย่างง่ายดาย
    ชนิดไร้ร่องรอย
    ทำไมเราจึงปล่อยวางต่อคนบ้าได้ง่ายดายเหลือเกิน แต่กับคนปรกติทำไมเราจึงมีความรู้สึก
    ว่าต้องเอาเรื่องราวให้ถึงที่สุด




    วัด.......กันที่ใจ

    ธรรมคลายใจ

    "ปล่อยแล้วว่าง
    วางแล้วเบา
    เอาแล้วหนัก"

  2. #2
    มันอยู่ที่ใจเน๊าะ หากทำใจได้กะคงไม่มีทุกข์

  3. #3
    พ่อครัวแม่ครัวบ้านมหา สัญลักษณ์ของ สาวบ้านแต้
    วันที่สมัคร
    Jun 2007
    กระทู้
    1,067
    บล็อก
    28

    มีไปทำไม

    มีไปทำไม


    จาก:FW mail

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •