กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: ความสุข ๒ ชั้น (พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต)

  1. #1
    Super Moderator
    Guide & Photographer
    สัญลักษณ์ของ เจ้าซายน้อย
    วันที่สมัคร
    Sep 2007
    ที่อยู่
    อยู่ในใจเสมอ
    กระทู้
    1,550

    รอบยิ้มพิมใจ ความสุข ๒ ชั้น (พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต)


    ความสุข ๒ ชั้น ( ธรรมะเดลิเวอรี่)
    พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต
    อาตมาอ่านเจอกลอนในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง
    ที่ผู้เขียนระบายไว้ได้สาแก่ใจมากเลย


    เร็ว ก็หาว่าล้ำหน้า
    ช้า ก็หาว่าอืดอาด
    โง่ ก็ถูกตวาด
    พอฉลาด ก็ถูกระแวง
    ทำก่อน บอกไม่ได้สั่ง
    ทำทีหลัง บอกไม่มีหัวคิด
    เฮ้อ นี่แหละชีวิตคนทำงาน


    ข้างต้น น่าจะเป็นกลอนที่โดนใจบรรดาคนทำงานหลายๆ คน
    เพราะสะท้อนความรู้สึกกดดันอย่างชัดเจน
    ซึ่งจากการได้พูดคุยกับโยมที่เข้ามาปรึกษาหารือ
    ถึงสาเหตุที่ทำงานกันอย่างไม่มีความสุขก็มีปัจจัยมากมาย
    เช่น ทำงานที่ตัวเองไม่ถนัด ทำงานที่ไม่ชอบ โดนหัวหน้างานกดขี่
    หรือรู้สึกว่าหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมายนั้นต่ำต้อย ฯลฯ
    โดยจะว่าไปแล้ว บริษัทก็เหมือนกับบ้านหลังที่สองของเรา
    บางคนใช้ชีวิตในบริษัทมากกว่าที่บ้านซะอีก
    เพราะต้องตื่นขึ้นมาทำงานตั้งแต่ตี ๔ ตี ๕ กลับถึงบ้านก็ ๒-๓ ทุ่ม
    วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง หากต้องใช้ชีวิตในการทำงาน (รวมนั่งรถไป-กลับ)
    วันละ ๑๐ กว่าชั่วโมงแล้ว ถ้าโยมไม่มีความสุขกับงานที่ทำจึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมากๆ
    อาตมาชอบใจคุณยามที่บริษัทแห่งหนึ่งมาก เคยถามเขาว่า
    ไม่เบื่อเหรอ เปิดประตูทั้งวัน เขาตอบกลับอย่างฉะฉานว่า “ ไม่เบื่อหรอกครับท่าน
    เพราะคนจะเข้าไปที่นี่ได้หรือไม่ได้ มันอยู่ที่ผม ถ้าผมไม่เปิดประตู ไม่อนุญาต
    หรือบอกไม่ให้เข้า เขาก็ไม่ได้เข้านะ อย่างพระอาจารย์มาบรรยายที่นี่
    ผมไม่ให้เข้าก็ได้ ... แต่ผมให้เข้าครับ ” ( แล้วไป)
    อาตมาจึงไม่แปลกใจเลย เวลาไปทำธุระที่บริษัทนี้ทีไร มักเห็นเจ้าหมอนี่
    ทำหน้าที่ตัวเองอย่างกระตือรือร้น ก็เพราะเขามีทัศนคติที่ดีต่อหน้าที่
    เห็นความสำคัญของตัวเอง จึงทำให้เขาทำงานได้อย่างมีความสุข
    (แถมมีมุขอำกลับอาตมาอีกต่างหาก)
    ดังนั้นอาตมาจึงอยากจะหนุนใจญาติโยมที่กำลังรู้สึกย่ำแย่กับงานของตัวเองว่า


    ถ้าเราทำงานจนเมื่อยมือเหลือเกิน
    ก็จงดีใจเถอะ ที่มีมือให้เมื่อย
    ถ้าเราเดินไปเดินมาจนปวดขาเหลือเกิน
    ก็จงดีใจเถอะ ที่มีขาให้ปวด
    ถ้าเราเห็นหัวหน้า แล้วเซ็งเหลือเกิน
    ก็จงดีใจเถอะ ที่มีหัวหน้าให้เซ็ง
    ถ้าเราเห็นงาน แล้วเราเบื่องานเหลือเกิน
    ก็จงดีใจเถอะ ที่มีงานให้เบื่อ


    เพราะหลายคนพอไม่มีงานให้ทำ ก็จะประท้วงกัน อยากทำงาน ! อยากทำงาน !
    ดังนั้นเมื่อคุณโยมมีโอกาสทำแล้ว ก็จงทำให้ดีที่สุด
    เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนทัศนคติต่องานที่ทำก่อน
    เห็นความสำคัญของหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ได้
    ทำมันอย่างเต็มที่และดีที่สุด เหมือนดั่งคุณยามที่อาตมายกมาเป็นตัวอย่างข้างต้น
    อาตมาเคยอ่านเ จอคำแนะนำของท่านพระธรรมปิฎก ( ป.อ.ประยุตฺโต)
    ในหนังสือเล่มหนึ่ง ท่านเขียนชี้แนะไว้ว่า
    งานมีผลตอบแทนสองชั้นด้วยกัน
    ผลตอบแทนชั้นที่ ๑ คือ ตอนเงินเดือนออก นี่คือความสุขชั้นที่หนึ่ง
    ซึ่งหลายๆ คนมีความสุขในการทำงานแค่วันนั้นวันเดียว
    แต่ถ้าเราสามารถพัฒนาตัวเองไปพร้อมกับงานได้ มันก็จะก้าวไปสู่อีกระดับ
    อันนำมาซึ่งผลตอบแทนหรือความสุขชั้นที่ ๒ นั่นเอง
    หนึ่งเดือน คุณโยมอยากมีความสุขเพียง ๑ ชั้น หรือ ๒ ชั้น
    ก็เลือกเอาตามใจชอบเลย

    เจริญพร...

  2. #2
    สาวหนองคาย
    Guest
    แง่คิดที่ดีๆๆก็เก็บไว้เป็นแนวทางในการทำงาน

  3. #3
    งานคือเงิน เงินคืองานบันดาลสุข
    ทำงานให้สนุกมีสุขกับการทำงาน

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •