กำลังแสดงผล 1 ถึง 7 จากทั้งหมด 7

หัวข้อ: ไมเกรน ( Migraine )

  1. #1

    ไมเกรน ( Migraine )


    ไมเกรนคืออะไร
    อาการปวดหัวแบบ ไมเกรน จะเป็นอาการปวดที่สร้างความรำคาญ ทรมานให้กับผู้ป่วย โดยจะมีตั้งแต่ระดับปานกลางไปจนถึงมากจนกระทบกับการดำรงชีวิตประจำวัน อาจจะมีอาการปวดตุ๊บๆ แถวขมับ หรืออาจจะจะปวดบริเวณเบ้าตาเหมือนหัวใจเต้นตุ๊บๆ ที่ปวดน้อยๆ มักจะไม่ใช่ไมเกรน อาการปวดไมเกรนอาจจะปวดได้นาน 2-3 วันหรืออาจจะปวด 2-4 ชั่วโมง และอาจจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน อาการปวด ไมเกรน เวลาหายปวดจะหายสนิท อาการปวด ไมเกรน มักจะมีอาการนำมาก่อนที่จะเกิดอาการปวด เรียก Aura อาจจะเห็นแสงแวบ แสงจ้า ตาพร่ามัว ซึ่งเป็นช่วงสั้นๆ ก่อนจะมีอาการปวด ไม่แน่เสมอไปที่ว่าอาการปวดหัวข้างเดียวคืออาการปวด ไมเกรน อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น คอตกหมอน เนื้องอก เป็นต้น


    พบในคนกลุ่มไหน

    ไมเกรน มักจะพบมากในช่วงวัยรุ่นอายุ 10-25 ปี แต่ก็พบในเด็กอายุ 7-8 ขวบได้ แต่พออายุมากขึ้น อาการก็จะลดน้อยลง คนสูงอายุจึงมักไม่มีปัญหาเกี่ยวกับ ไมเกรน หากคนสูงอายุมีอาการปวดหัวรุนแรงมักจะมีสาเหตุมาจากอย่างอื่นมากกว่า เช่น ความดันโลหิตสูง เป็นต้น ส่วนใหญ่อาการ ไมเกรน มักจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย พบว่าผู้หญิง 1 ใน 10 คนมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับอาการ ไมเกรน

    อาการ

    ► ปวดศีรษะ ปวดตุ๊บๆแถวขมับ หรืออาจจะจะปวดบริเวณเบ้าตาเหมือนหัวใจเต้นตุ๊บๆอาจจะปวดข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง

    ► ปวดศีรษะมากจนอาจกระทบต่อกิจกรรมต่างๆ ที่ทำในแต่ละวัน จะปวดในช่วง 4-72 ชั่วโมง

    ► คลื่นไส้อาเจียน

    ► เบื่ออาหาร

    ►มักจะปวดเมื่อพบกับสิ่งกระตุ้น เช่น แสงจ้า เย็นหรือร้อนจัด เสียงดัง

    ► อาจจะมีอาการนำ ที่เรียกว่า Aura คือจะอาจจะเห็นแสงแวบ แสงจ้า ตาพร่ามัว อาการชา

    อาการที่ไม่น่าจะใช้ ไมเกรน ซึ่งต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาอาการ

    ► ผู้ป่วยสูงอายุ (อายุมากกว่า 50 ปี)

    ► มีอาการปวดศีรษะปวดขึ้นทันทีทันใด โดยมากเกิดจากหลอดเลือดในสมองแตก

    ► อาการปวดศีรษะเป็นบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้นนานขึ้น

    ► อาการปวดศีรษะที่พบร่วมกับ ไข้ คอแข็ง ผื่น

    ► มีอาการทางระบบประสาทอื่นร่วมด้วย เช่น ชัก อ่อนแรงของแขนขาข้างใดข้างหนึ่ง

    สาเหตุ
    จนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครทราบสาเหตุที่แท้จริงของ ไมเกรน แต่บางท่านเชื่อว่าน่าจะมาจากมีสารบางอย่างจากเส้นประสาทในสมองไปทำให้เส้นเลือดแดงในสมองเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ และการปล่อยสารบางอย่างจากเส้นประสาทในสมองออกมาเป็นเหตุให้เกิดอาการปวด ซึ่งน่าจะมีเหตุมาจาก

    ► อาการเครียด

    ► อดนอน หรือนอนมากเกินไป

    ► การเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ

    ► เจอกับแสงจ้า

    ► ระดับน้ำตาลในเลือดไม่คงที่

    ► สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า

    ► อาการขาด คาเฟอีน

    ► กลิ่นเหม็น

    ► ช่วงมีประจำเดือน

    ► รับประทานยาขยายหลอดเลือด

    ► ทานอาหาร ที่มีส่วนผสมของสาร เอมีน ไนไตร และไทรามีน เช่น อาหารพวก เบคอน ฮ๊อทดอกไทรามีน เช่น ไวน์แดง เปปเปอโรนี่ ชีส เนย พิซซ่า ช๊อคโกแลต กล้วยหอม ผงชูรส

    การรักษาและการป้องกัน
    ถ้าหากเป็นไม่มากและนานๆ เป็นที ก็ซื้อยาแก้ปวดพวก แอสไพริน พาราเซตามอล ไอบูโปรเฟน รับประทานจะบรรเทาอาการได้ใน 30-60 นาที หรือในบางรายที่อาการรุนแรงอาจจะต้องใช้ แอสไพรินร่วมกับพาราเซตามอล

    คนที่เป็นบ่อย (มากกว่า 2 ครั้งต่อเดือน) ยาส่วนใหญ่จะเป็นยาที่ใช้เพื่อลดการเกิดและเบาเทาอาการ ไมเกรน เช่น ยากลุ่ม beta-blockers ยากลุ่ม antidepressants ยากลุ่ม Calcium Channel blocker และยาสำหรับอาการไมเกรนโดยเฉพาะ เช่น sumatriptan นอกจากนี้อาจจะต้องพิจารณายาที่จะแก้ไขสำหรับอาการคลื่นไส้อาเจียน และอาการปวดร่วมด้วย

    ยาต่างๆ ที่ใช้มักมีจุดประสงค์เพื่อรักษาและลดการเกิดอาการที่รุนแรงของ ไมเกรน แต่ในผู้ป่วยบางรายก็อาจจะมีอาการข้างเคียงยาที่รับประทาน จึงมีบางสถานพยาบาลแนะนำให้ให้ใช้การรักษาทางเลือกอื่นร่วมด้วย เช่น การฝังเข็ม aromatherapy ฯลฯ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีใดร่วมด้วยก็ตามไม่ควรหยุดยาเพื่อรักษาอาการไมเกรนชนิดใดๆ โดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน และทางที่ดีก่อนจะใช้โปรแกรมทางเลือกใดๆ ในการรักษาอาการ ไมเกรน ก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์ก่อน

    ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
    แคลซียม และแมกนีเซียม จะช่วยให้บำรุงเส้นเลือดให้แข็งแรงจึงควรที่จะรับประทานสม่ำเสมอสำหรับคนที่มีอาการ ไมเกรน จะช่วยให้ลดความรุนแรงและความถี่ของการเกิด

    Feverfew ก็เป็นพืชที่มีการรายงานว่าสามารถลดอาการอัดเสบและอาการปวดจาก ไมเกรน ได้ดี 5-HTP (5-hydroxytryptophan) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของ กรดอมิโน ก็ช่วยเพิ่มระดับ เซอโรโตนินในสมอง จึงทำให้ลดการเกิด ไมเกรน ได้ดี แต่ก็ต้องรับประทานติดต่อกันจึงจะให้ผลดีในการป้องกันการเกิดอาการ ไมเกรน สำหรับ 5-HTP ต้องระมัดระวังหากรับประทานร่วมกับยากลุ่ม antidepressant ที่เรียกว่า SSRI

    วิตามินบี ก็มีรายงานว่าสามารถช่วยในรายที่มีอาการ ไมเกรน บ่อยได้

    การบรรเทาอาการไมเกรนด้วยตนเอง

    ► ใช้ก้อนน้ำแข็ง หรือกระเป๋าน้ำแข็งปะคบที่ศีรษะ เพื่อช่วยให้เส้นเลือดหดตัวลงและบรรเทาอาการปวด

    ► นอนพักในห้องที่เงียบและมืด

    ► การนวดด้วยกลิ่นหอม ก็จะช่วยผ่อนคลายได้ ส่งผลให้อาการ ไมเกรน บรรเทาลง

    ► จดบันทึกอาการที่เกิดขึ้น เช่น วันเวลา ระยะเวลาที่ปวด อาการอื่นที่เกิดร่วมด้วย ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิด เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงสาเหตุนั้นๆ เช่น แสง เสียงที่รบกวน รอบเดือน (ในผู้หญิง) แสง อาหารที่รับประทาน และ อื่นๆ

    ► คอยสังเกตอาการก่อนเริ่มมีอาการปวด เช่น อาการหิว ง่วงนอน อ่อนเพลีย แสง เสียงที่รบกวน

    ► งดอาหารบางชนิดที่อาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดอาการ เช่น ผงชูรส พิซซ่า ชีส เหล้า กาแฟ เนย ช๊อกโกแลต เป็นต้น

    ► พยายามพักผ่อนให้พอเพียง หลีกการอดนอน

    ► การรับประทานอาการพวกปลาซึ่งจะมีสารอาหาร Omega-3 ก็จะทำให้ลดการเกิดอาการ ไมเกรน ได้

    ► การออกกำลังกายก็จะช่วยลดโอกาสเกิดอาการ ไมเกรน ได้เช่นกัน

    ► คนที่มีอาการบ่อยๆ แนะนำให้ให้พกยาติดตัวไว้อย่างน้อย 1 ชุดเสมอ

    การรักษาอาการ ไมเกรน ด้วยอาหาร

    อาการปวดหัวแบบ ไมเกรน จะเป็นอาการปวดที่สร้างความรำคาญ ทรมานให้กับผู้ป่วย โดยจะมีตั้งแต่ระดับปานกลางไปจนถึงมากจนกระทบกับการดำรงชีวิตประจำวัน อาจจะมีอาการปวดตุ๊บๆ แถวขมับ หรืออาจจะจะปวดบริเวณเบ้าตาเหมือนหัวใจเต้นตุ๊บๆ ที่ปวดน้อยๆ มักจะไม่ใช่ ไมเกรน อาการปวด ไมเกรน อาจจะปวดได้นาน 2-3 วันหรืออาจจะปวด 2-4 ชั่วโมง และอาจจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน อาการปวด ไมเกรนเ วลาหายปวดจะหายสนิท อาการปวด ไมเกรน มักจะมีอาการนำมาก่อนที่จะเกิดอาการปวด เรียก Aura อาจจะเห็นแสงแวบ แสงจ้า ตาพร่ามัว ซึ่งเป็นช่วงสั้นๆ ก่อนจะมีอาการปวด ไม่แน่เสมอไปที่ว่าอาการปวดหัวข้างเดียวคืออาการปวด ไมเกรน อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น คอตกหมอน เนื้องอก เป็นต้น


    สารอาหารที่พบว่ามีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจน

    ► 5-HTP

    ► แคลซียม/แมกนีเซียม

    ► Feverfew

    ► Riboflavin (Vitamin B2)

    สารอาหารที่พบว่าน่าจะมีผล

    ►นอกจากนี้แล้วอาหารพวก วิตามินบี ก็มีรายงานว่าสามารถช่วยในรายที่มีอาการ ไมเกรน บ่อยได้ อีกทั้งการรับประทานอาการพวกปลาซึ่งจะมีสารอาหาร Omega-3 ก็จะทำให้ลดการเกิดอาการ ไมเกรน ได้ทั้ง แคลซียม และ แมกนีเซียม สารอาหารที่ดีในการช่วยป้องกันอาการไมเกรน คือพวกมันจะไปบำรุงระบบหลอดเลือดและการทำงานของสารสื่อประสาท ยังมีรายงานด้วยว่าคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับไมเกรนมักจะมีอาการขาดแมกนีเซียม และทั้ง แคลซียม และ แมกนีเซียม เป็นสารอาหารที่สามารถรับประทานได้ต่อเนื่องได้โดยไม่มีปัญหา

    นอกจากนี้ยังมีสารอาหารอีก 3 ชนิดที่ช่วยป้องกันและลดโอกาสเกิดอาการไมเกรน ตัวหนึ่งนั้นคือ Feverfew มันจะไปยับยั้งการขยายตัวของหลอดเลือดเล็กๆ ในสมอง ตัวถัดมาคือ 5-HTP มันจะไปช่วยเพิ่มปริมาณ Serotonin ในสมอง ที่จะสามารถยับยั้งการเกิดไมเกรนได้ สุดท้ายก็วิตามินบี2 (Riboflavin) ซึ่งจะช่วยการสร้างเซลของหลอดเลือด ทั้ง 3 ตัวนี้สามารถใช้ร่วมกันหรือรับประทานตัวใดตัวหนึ่ง โดยควรจะรับประทานติดต่อกันอย่างน้อย 3 สัปดาห์

    อาหารบางชนิดที่เรารับประทานเข้าอาจจะมีสารบางอย่างที่ไปกระตุ้นให้เกิดอาการ ไมเกรน ได้ ดังนั้นผู้มีแนวโน้มว่าจะเป็นโรค ไมเกรน ควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้

    1. หลีกเลี่ยงอาหารที่จะกระตุ้นอาการปวด ไมเกรน

    ► อาหารที่มีไทรามีน (Tyramine) ไทรามีนเป็นเอมีนชนิดหนึ่ง พบได้มากในอาหารพวก เนย ชีส ช็อคโกแลต กล้วยสุก ส้ม ไวน์แดง เป็นต้น อย่างไรก็ตามไม่ใช่คนที่เป็น ไมเกรน จะตอบสนองต่ออาหารที่มีไทรามีนทุกคน

    ► สารปรุงแต่งอาหาร สารที่แต่งอาหารบางชนิดก็มีผลเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการ ไม่เกรน ได้ เช่น

    ► สารไนไตรด ไนเตรด ซึ่งจะพบในอาหารพวก เบคอน ไส้กรอก ซาเซมิ แฮม

    ► สารแต่งรส เช่น ผงชูรส แอสปาแตม (Aspatame)

    2. ลดการดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ และคาเฟอีน เนื่องจากสารเหล่านี้หากดื่มในปริมาณมากจะไปมีผลต่อการขยายตัวของหลอดเลือดหรือมีผลต่อสุขภาพการนอนหลับได้ ทำให้มีผลต่อการเกิด ไมเกรน ได้เช่นกัน




    ขอบคุณที่มา,สนุก!พีเดีย
    เดี๋ยวติ๋มหาข้อมูลมาเพิ่มเติมให้เด้อจ้า....ไปหาแนวใส่ท้องก่อน หิวข้าว อิอิ

  2. #2
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ หล่อร้อยเมตร
    วันที่สมัคร
    Feb 2007
    กระทู้
    1,944
    อั่นปวดหัวย่อนกิ๊กนอกใจนี่ เอิ้นไมเกรนบ่ครับ ::)

  3. #3
    หนูก็เป็นไมเกรนค่ะ จำความได้เป็นตั้งแต่ ป.6 เลยค่ะ ถึงตอนนี้จะแก่แล้ว ก็ยังเป็นไมเกรนอยู่ อยากหายเหมือนกันค่ะ มันทรมานมากๆเลยค่ะ เหมือนตกนรก เวลาปวดมากๆ ก็ต้องพึ่งโรงหมอ ยาไมเกรนกินไปตามที่หมอสั่งก็ฉุดไม่อยู่ค่ะ ต้องฉีดยาเท่านั้นถึงจะหาย อยากหายจากโรคนี้จัง คิดแล้วเศร้า ยาวิเศษคงไม่มีในโลก เศร้าค่ะ

  4. #4
    ขอบคุณค่ะเอื้อยติ๋ม สำหรับข้อมูลดี ๆ ที่เอามาฝาก โรคนี้เอิ้นว่าโรคสำออยกะว่าได้
    ถ้าไผเป็นแบบรุนแรงคงสิรู้ดีว่ารำคาญส่ำใด๋

  5. #5
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197
    อาการปวดหัวข้างซ้าย เคยเจอแล้ว ทั้งปวดทั้งมืน ทั้งเสียการทรงตัว นะคะ
    เอาน้ำแข็งปะคบ อยู่ในที่ไม่มีแดด ทานยาตามที่หมดสั่ง นอนให้เพีบงพอ
    ก็พอที่จะบรรเทาได้นะคะ

  6. #6
    สาวเมืองชล
    Guest
    ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีที่มีมาให้คะ โมก็เป็นเหมือนกันแหละปวดทรมานมากเลย

  7. #7
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ Polis
    วันที่สมัคร
    Sep 2008
    กระทู้
    17
    ตอนนี้ก็ยังปวดอยู่เลย...ทรมานมาก
    ปกติผมจะกินยา Cafergot เมื่อเริ่มมีอาการ และนวดศรีษะด้วยน้ำมันกวางลุ้ง ก็พอบรรเทาได้

    แต่วันนี้ลองฝืน ไม่กินยา

    สรุปคือ...ปวดครับ ต้องกลับมากินยาเหมือนเดิม...เบื่อจัง !

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •