กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: วันวชิราวุธ-วันประถมศึกษา

  1. #1
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ nuzing
    วันที่สมัคร
    May 2007
    ที่อยู่
    ตกฟากอยู่อุบล เป็นคนชราบางแคแล้ว
    กระทู้
    2,549
    บล็อก
    5

    วันวชิราวุธ-วันประถมศึกษา

    วันวชิราวุธ-วันประถมศึกษา
    ตรงกับวันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปี

    วันวชิราวุธ-วันประถมศึกษา

    การศึกษาในระบบโรงเรียนมีขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2427 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงจัดตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับราษฎร์ขึ้นเป็นครั้งแรก ณ วัดมหรรณพาราม ต่อมาในปี พ.ศ.2464 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษาขึ้น ซึ่งมีผลให้เด็กที่มีอายุ 7 ปี บริบูรณ์ทุกคนต้องเรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียนจนอายุครบ 14 ปี บริบูรณ์ โดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน โดยพระราชบัญญัติประถมศึกษานี้ มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พุทธศักราช 2464
    ด้วยเหตุดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการจึงได้กำหนดให้ วันที่ 1 ตุลาคม ของทุกปี เป็น "วันประถมศึกษาแห่งชาติ" และได้จัดงานวันประถมศึกษาแห่งชาติ มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2491-2509 การจัดงาน"วันประถมศึกษาแห่งชาติ" ได้เริ่มมีขึ้นใหม่ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2523 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

    เหตุที่ได้มีการจัดงานในวันนี้ เนื่องจาก
    1.พระองค์ทรงเป็นผู้ให้การสนับสนุนการประถมศึกษาอย่างดียิ่งและทรงเป็นผู้พระราชทานพระราชบัญญัติประถมศึกษา ฉบับ พุทธศักราช 2464 เป็นฉบับแรก
    2.วันดังกล่าวเป็นวันที่มีงานเฉลิมพระเกียรติของพระองค์ 2 งาน คือ งานวันมหาวชิรานุสรณ์ และงานวันถวายราชดุดีลูกเสือ
    ดังนั้น วันประถมศึกษาแห่งชาติ จึงได้เปลี่ยนจากวันที่ 1 ตุลาคม มาเป็นวันที่ 25 พฤศจิกายน 2523 เป็นต้นมา


    วัตถุประสงค์ในการจัดงานวันประถมศึกษาแห่งชาติ
    1.เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงวางรากฐานการศึกษาของไทย
    2.เพื่อเผยแพร่งานการประถมศึกษาทั้งทางด้านปริมาณและคุณภาพ
    3.เพื่อแนะนำและเผยแพร่ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องและสนใจในด้านการบริหารและการเรียนการสอนระดับประถมศึกษา
    4.เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะของนักเรียนระดับประถมศึกษา
    5.เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนระดับประถมศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
    6.เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประถมศึกษา
    7.เพื่อปลูกฝังและกระตุ้นความร่วมมือ ร่วมใจให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญ และเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการประถมศึกษา
    ในวันงานได้มีการจัดกิจกรรมทางวิชาการด้านต่าง ๆ เช่นกิจกรรมเสริมความรู้ความสามารถของนักเรียน การจัดนิทรรศการทางวิชาการ การให้ความรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการประถมศึกษา ตลอดจนประวัติและวิวัฒนาการของการประถมศึกษา เป็นต้น


  2. #2
    นักการภารโรง สัญลักษณ์ของ บ่าวคนเดิม
    วันที่สมัคร
    Jan 2006
    ที่อยู่
    Amphoe Det Udom
    กระทู้
    3,760

    เรื่องฮิตน่าอ่าน พระราชประวัติย่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

    พระราชประวัติย่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

    พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ ๖ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันเสาร์ที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๒๓ ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้รับพระราชทานนามว่าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ และได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าฟ้ากรมขุนเทพทวาราวดี ทำให้ทรง
    มีพระเกียรติยศเป็นชั้นที่ ๒ รองจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศสยามมกุฎราชกุมาร
    เมื่อพ.ศ. ๒๔๓๖ทรงได้เสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษทรงได้ศึกษา
    วิชาการทหารบก ที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนเฮิสต์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐ ต่อมาได้เสด็จไปทรงศึกษาวิชา ประวัติศาสตร์และกฎหมาย ที่วิทยาลัยไครสต์เชิช
    มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด

    การพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้กระทำเป็นสองคราว คราวแรกเป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเฉลิมพระราชมณเฑียร เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๓ อีกคราวเป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๘พฤศจิกายน ถึง วันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ โดยมีบรรดาผู้แทนพระองค์พระมหากษัตริย์ของประเทศที่มีสัมพันธไมตรีกับประเทศ ไทย กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ซึ่งเป็นตัวแทนของประมุขประเทศต่างๆ

    พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชธิดาพระองค์เดียว จากพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ซึ่งประสูติเมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘ ก่อนที่จะเสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘ เวลา ๑ นาฬิกา ๔๕ นาที พระชนมพรรษาเป็นปีที่ ๔๖ เสด็จดำรงสิริราช
    สมบัติได้ ๑๕ พรรษา


    ด้านการศึกษา

    ได้ ทรงริเริ่มสร้างโรงเรียนขึ้นแทนวัดประจำรัชกาล ได้แก่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ในระดับอุดมศึกษา เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๙ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯยกฐานะโรงเรียนข้าราชการพลเรือน

    ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย

    ด้านการเศรษฐกิจ
    ได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติคลังออมสินพุทธศักราช ๒๔๕๖ ขึ้น เพื่อให้ประชาชนรู้จักออมทรัพย์และเพื่อความมั่นคงในด้านเศรษฐกิจของประเทศ ทรงริเริ่มก่อตั้งบริษัทปูนซิเมนต์ไทยขึ้น
    ด้านการคมนาคม
    ได้ทรงปรับปรุงและขยายงานกิจการรถไฟ เริ่มตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๔๖๐ ทรงตั้งกรมรถไฟหลวง และ เริ่มเปิดการเดินรถไฟสายกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ สายใต้จากธนบุรีถึงไปร เชื่อมกับปีนังและสิงคโปร์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานพระราม ๖ เพี่อเชื่อมทางรถไฟในพระราชอาณาจักร

    ด้านศิลปวัฒนธรรมไทย
    ทรงโปรดศิลปะการแสดงโขน ละคร จึงได้ทรงตั้ง กรมมหรสพ
    ขึ้นเพื่อฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมไทย และยังได้ทรงสร้างโรงละครหลวง ไว้ในพระราชวังทุกแห่ง
    นอกจากนี้ ยังทรงสนพระราชหฤทัยด้านจิตรกรรม สถาปัตยกรรมไทย

    ด้านการต่างประเทศ
    พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระบรมราช-โองการประกาศสงครามกับ ประเทศฝ่ายเยอรมัน ซึ่งประกอบด้วย ออสเตรีย – ฮังการี บัลกาเรีย และตุรกี ซึ่งเป็นกลุ่มมหาอำนาจกลาง โดยประเทศไทยได้เข้าร่วมกับประเทศฝ่ายสัมพันธมิตร
    ซึ่งประกอบด้วยประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซียเป็นผู้นำ เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ พร้อมทั้งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ส่งทหารไทยอาสาสมัครไปร่วมรบในสมรภูมิ
    ยุโรปด้วย ผลของสงครามประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรได้ชัยชนะ ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสเจรจากับประเทศมหาอำนาจหลายประเทศ ขอแก้ไขสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม คือ สนธิสัญญาสิทธิสภาพนอกอาณาเขต และสนธิสัญญาจำกัดอำนาจการเก็บภาษีของประเทศไทย

    ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข
    ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงพยาบาล
    จุฬาลงกรณ์และวชิรพยาบาล และได้เสด็จฯ ไปทรงเปิดสถานเสาวภา เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๕ และทรงเปิดการประปากรุงเทพฯ เมื่อ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๗

    ด้านกิจการเสือป่าและลูกเสือ

    ได้ทรงจัดตั้ง กองเสือป่า ขึ้นเมื่อ วันเสาร์ที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ และทรงจัดตั้งกองลูกเสือกองแรกขึ้นที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวงคือ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยในปัจจุบัน

    ด้านการฝึกสอนระบอบประชาธิปไตย

    ทรงได้ศึกษาวิชาการปกครองระบอบนี้มาจากประเทศอังกฤษ ได้ทรงทดลองตั้ง เมืองมัง หลังพระตำหนักจิตรลดาเดิม ทรงจัดให้เมืองมัง
    มีระบอบการปกครองของตนเอง ตามวิถีทางประชาธิปไตย รวมถึงเมืองจำลอง ดุสิตธานี ในพระราชวังดุสิต ซึ่งต่อมาทรงย้ายไปพระราชวังพญาไท

    ด้านวรรณกรรมและหนังสือพิมพ์
    ได้ ทรงเริ่มงานประพันธ์ตั้งแต่ทรงศึกษาอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ พระราชนิพนธ์ของพระองค์มีทุกประเภท ตั้งแต่ โขน ละคร พระราชดำรัส พระบรมราชานุศาสนีย์ เทศนาปลุกใจเสือป่า นิทาน มีทั้งภาษาไทย อังกฤษ และฝรั่งเศส ซึ่งเต็มไปด้วย ข้อคิดและคำคม วรรณกรรมของพระองค์ท่านจะสอนให้รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ทรงส่งเสริมให้มีการแต่งหนังสือ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติวรรณคดีสโมสร พระราชนิพนธ์ที่ได้รับการพิจารณายกย่อง คือ หัวใจนักรบ ด้านละครพูด มัทนะพาธาด้านคำฉันท์ และพระนลคำหลวง ด้านกวีนิพนธ์ องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนส โก) ก็ได้ยกย่องพระเกียรติคุณของพระองค์ท่านในฐานะที่ทรงเป็นทั้ง นักประพันธ์ กวี และนักแต่งบทละคร ได้ทรงเป็นปราชญ์สยามคนที่ ๕ ประชาชนได้ถวายพระราชสมัญญานามว่า สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า
    สำหรับด้านงานหนังสือพิมพ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตรา พระราชบัญญัติสมุด เอกสาร พ.ศ. ๒๔๖๕ ขึ้น

    ที่มา http://www.nlt.go.th/vajiravudh/index.html
    ขอบพระคุณสมาชิกและทีมงานที่เคารพรักทุกท่าน

  3. #3
    นักการภารโรง สัญลักษณ์ของ บ่าวคนเดิม
    วันที่สมัคร
    Jan 2006
    ที่อยู่
    Amphoe Det Udom
    กระทู้
    3,760

    เรื่องฮิตน่าอ่าน ประวัติหอวชิราวุธานุสรณ์

    ประวัติหอวชิราวุธานุสรณ์

    ประวัติหอวชิราวุธานุสรณ์

    หอวชิราวุธานุสรณ์ สร้างขึ้นเพื่อฉลองวันพระบรมราชสมภพครบ ๑๐๐ ปี ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๔ ตั้งอยู่ในบริเวณหอสมุดแห่งชาติ ถนนสามเสน กรุงเทพมหานคร เป็นอาคารทรงไทย ขนาดใหญ่ อยู่ทางทิศเหนือของอาคารหอสมุดแห่งชาติชิดกับรั้วท่าวาสุกรี บริเวณหอสมุดแห่งชาติชิดกับรั้วท่าวาสุกรี บริเวณหอสมุดแห่งชาตินั้นเคยเป็นที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
    เจ้าอยู่หัวหลายครั้งหลายหน

    หอวชิราวุธานุสรณ์มีลักษณะเป็นอาคารทรงไทย ๓ ชั้น มีชั้นใต้หลังคาและชั้นใต้ดินสำหรับใช้เก็บของและใช้ทำประโยชน์อื่นๆ พื้นที่ใช้สอยของหอวชิราวุธานุสรณ์อาจกล่าวได้โดยสังเขปดังนี้

    ชั้นแรก
    ห้องอัศวพาหุ (ห้องโถงกลาง) สำหรับจัดนิทรรศการและประดิษฐานพระบรมรูปหุ่นขี้ผึ้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกล้าเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์ชุดพิชัยสงคราม
    ห้องหัวใจนักรบ
    เป็นห้องจำหน่ายหนังสือพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
    และบทประพันธ์ของหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล
    ห้องวิวาหพระสมุท
    เป็นสำนักงานมูลนิธิ ร.๖
    ห้องศรีอยุธยา
    จัดเป็นห้องประชุมอเนกประสงค์สำหรับการแสดงปาฐกถา อภิปราย ประชุมและแสดงละคร
    ห้องพระนล
    เป็นห้องรับรอง
    ห้องตามใจท่าน
    สำหรับรับฝากของ เช่น กระเป๋าหรือหนังสือซึ่งห้องสมุดชั้น ๒ ห้ามนำเข้า

    ชั้นสอง
    ห้องรามจิตติ จัดเป็นห้องสมุด ให้บริการหนังสือพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและ
    ผลงานวิเคราะห์ วิจัยต่างๆ ในสมัยรัชการที่ ๖ หรือที่เกี่ยวข้อง
    ห้องปศุราม
    ซึ่ง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปหุ่นขี้ผึ้งของรัชกาลที่ ๖ ทรงเคื่องเหมือนจริงรวม ๒ องค์ คือ องค์ที่ ๑ ทรงเครื่องปกติจอมพลผู้บังคับการพิเศษกรมทหารราบที่ ๑๔ จังหวัดเพชรบุรี ในพระอริยาบทประทับนั่งทรงพระราชนิพนธ์ “โครงสยามานุสสติ” ลักษณะห้องทรงพระอักษรนี้จำลองมาจากห้องในพระที่นั่งบรมพิมาน
    อีกองค์หนึ่งทรงเครื่องเต็มยศนายพลเอกกองทัพบกอังกฤษ ทรงประดับสายสะพายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “ราชวิคตอเรีย ชั้นที่ ๑” (Knight Grand Cross of the Royal Victorian Order) ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงของอังกฤษ
    ห้องพระเกียรติรถ
    เป็นห้องประชุมเล็กความจุ ๑๐ - ๑๕ คน
    ห้องพระเกียรติราช
    เป็นงานสารบรรณของส่วนราชการ
    ห้องพระขรรค์เพชร เป็นห้องประชุมชั้นบนต่อเนื่องกับห้องศรีอยุธยาซึ่งเป็นห้องประชุมชั้นล่าง
    ห้องพระราม – พระลักษมณ์
    เป็นห้องประชุมขนาดความจุ ๓๐ - ๕๐ คน

    ชั้นสาม
    พระ บรมราชะประทรรศนีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (Royal Exhibition of King Rama VI) ประกอบด้วยนิทรรศการถาวรพระบรมรูปหุ่นขี้ผึ้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้า อยู่หัว แบ่งตามพระราชกรณียกิจสำคัญรวม ๑๒ ห้อง

    ชั้นสี่
    นิทรรศการถาวรดุสิตธานี เมือง ทดลองการปกครองระบอบประชาธิปไตยประกอบด้วย อาคารจำลองพระราชวังและวัด โดยบูรณะจากอาคารจำลองในสมัยรัชกาลที่ ๖ มาจัดแสดงรวม ๑๒ หลังพร้อมภูมิทัศน์และคำบรรยาย ๔ ภาษา

    หอวชิราวุธานุสรณ์มีกิจกรรมประจำปี ๒ ประเภทดังนี้

    ๑. กิจกรรมทวีปัญญา
    เป็นกิจกรรมทางวิชาการจัดให้มีการอภิปราย ปาฐกถา และบรรยายโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ
    พระบาทสมเด็จพรมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมทั้งจรรโลงและสืบทอดวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย
    ระยะเวลา ตั้งแต่เดือน มิถุนายน – สิงหาคมทุกปี ผู้สนใจเข้าชมไม่เสียค่าใช้จ่าย

    ๒. การแสดงละครพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
    ละครที่แสดง
    ได้แก่ ละครพูด ละครร้อง ลิเก และโขน
    ผู้สนใจเข้าชมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่
    หอวชิราวุธานุสรณ์ โทร. ๐๒-๒๘๒๓๔๑๙ , ๐๒-๒๘๒๓๒๖๔
    วันเปิดบริการ วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เว้นวันหยุดราชการ
    เวลา ๘.๓๐ น. - ๑๖.๓๐ น.

    ที่มา http://www.nlt.go.th/vajiravudh/index.html

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •