เรื่องเล่าในห้องเรียน ตอนชานนท์ ทหารแห่งกองร้อยหรรษา



.....เรื่องเล่าในห้องเรียนเรื่องที่ 5 ตอน ชานนท์ ทหารแห่งกองร้อยหรรษา

.....ชานนท์ หนุ่มน้อยหน้าตาสดใส ยิ้มเสมอ เป็นศิลปินในเลือดเนื้อ เล่าเรื่องทุกเรื่องเป็นขำขันไปหมด และร้องหมอลำได้ทุกประเภทตั้งแต่ลำซึ่ง ลำเพลิน ลำเต้ย สารพัดอย่าง เรียกว่าในห้องนี้มีอารมณ์สุนทรีกันไปหมดเมื่อชานนท์โผล่เข้ามา เพราะจะเป็นผู้ขับกล่อมทุกอย่างให้หรรษา รื่นเริง การเรียนระดับดีพอสมควร

.....เรื่องของชานนท์มีอยู่ว่า ขณะชานนท์ขึ้นชั้น ม.6 ชานนท์ได้ไปแอบชอบคนเก่งเข้าคนหนึ่ง สาวน้อยหน้าตาน่ารักมาก อยู่ห้องเก่งของโรงเรียนและเรียนเก่งได้เกรดระดับ 4 เกือบทุกวิชา ไปหลงรักเขาทั้งที่ไม่สามารถบอกได้ว่าเขารักตัวเองหรือเปล่า ไปเฝ้าเขาหน้าห้องเรียน แวะเวียนไปหยอกเขาให้เขารำคาญเล่น แย่งกระเป๋าไปถือให้เขาเวลากลับบ้าน เดินตามเขาไปทุกทีที่ความรักเรียกหา โดยที่สาวน้อยออกจะรำคาญนิดๆ ด้วยซ้ำไป

..... มามีเรื่องเกิดขึ้นตอนสอบโค้วต้าของมหาวิทยาลัย สาวน้อยคนเรียนเก่งสอบติด คณะเภสัช ศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วนชานนท์ต้องเศร้าไม่ติดอะไรเลย และที่สำคัญต้องกลายเป็นกระต่ายหมายจันทร์เพราะสาวน้อยเริ่มถอยห่างออกไปทุกที ไม่ทราบเกิดอะไรขึ้น ชานนท์เริ่มซึม อารมณ์ตลกเริ่มฝืด ไม่มีเสียหัวเราะ มีแต่ความเงียบขรึม แทนที่ ห้องเรียนที่เคยรื่นเริมบันเทิงใจเริ่มขาดเสียงหัวเราะ และชานนท์เริ่มหายหน้าไม่ค่อยอยากมาเรียน ข้าพเจ้าในฐานะครูเริ่มสังเกตสิ่งปกติได้ เมื่อชานนท์เริ่มหายหน้าไปสามวัน ถามเพื่อนชานนท์ที่สนิทกันก็บอกว่าอกหักอย่างแรง ไม่ยอมมาโรงเรียน จึงได้ตามไปบ้านชานนท์พร้อมเพื่อนครูคนหนึ่ง ไปถึงเห็นชานนท์นอนหน้าเศร้าอยู่ที่เปลใต้ถุนบ้าน พอเห็นหน้าครูไปตกใจมาก ครูเรียกมาคุยถึงสาเหตุของการหยุดเรียน และไต่ถามถึงความเป็นอยู่ ชานนท์อยู่กับแม่สองคน มีพี่สาวสองคนไปทำงานกรุงเทพมหานคร ส่วนพี่ชายอีกคนมีครอบครัวแล้ว แยกไปอยู่กับครอบครัว แม่ออกไปเลี้ยงวัว พ่อตายไปนานแล้ว ครูถามถึงสาเหตุที่ไม่มาโรงเรียน ชานนท์ไม่ตอบนั่งก้มหน้า ครูเลยถามว่า

“ชานนท์ ถ้าเธอทำตัวแบบนี้ต่อไปเธอว่าเธอจะเรียนจบ ม.6 ไหม” ชานนท์อึกอัก ก้มหน้าตอบว่า
“ไม่จบครับ”
ครูก็เลยถามต่อไปว่า
“ช่องว่างของเธอกับคนที่เธอแอบชอบจะห่างกันมากไหมถ้าเธอเรียนไม่จบ” ชานนท์ก้มหน้าแล้วตอบว่า
“ครูครับผมทราบว่าครูจะพูดอะไรต่อไป ผมคิดได้แล้วครับว่าควรจะทำอย่างไรกับชีวิต”
“ครูให้แง่คิดแค่นี้นะ การที่เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยครั้งนี้ไม่ได้ ก็ไม่ใช่จะเสียโอกาสอย่างอื่นอีก ศิลปินอย่างเธอจะยอมเป็นศิลปินเครื่องฝืดเลยหรือ” พูดจบข้าพเจ้าก็กลับบ้าน ส่วนการกลับมาเรียนอีกครั้งหรือไม่ให้ชานนท์ตัดสินใจด้วยตัวเอง แต่ถ้าไม่กลับมาจริงก็คงต้องให้เพื่อนๆของชานนท์ไปลากตัวมาจนได้ ระหว่างนี้รอการตัดสินใจของชานนท์ คนสนุกต่อไป

.....วันต่อมาชานนท์มาเรียนตามปกติ ใบหน้าแม้จะยิ้มแย้มน้อยลงแต่ก็มีรอยยิ้มในหมู่เพื่อน และก็ไปก๊อกแก๊กสาวเจ้าตามปกติ แต่คงเกรงใจมากขึ้น ไม่ตื้อเหมือนเมื่อก่อน ระหว่างที่คนอื่นพูดถึงเรื่องมหาวิทยาลัยที่จะเรียน ชานนท์ได้แอบไปสมัครนักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารปืนใหญ่ โดยไม่บอกใคร ชานนท์เริ่มกลับมาเป็นชานนท์คนเดิมที่สนุกสนานเฮฮาเรียกเสียงหัวเราะอีกครั้งหนึ่ง และหัวเราะมากขึ้นเมื่อทราบข่าวว่าสอบนักเรียนนายสิบได้ตามที่คาดหวัง

.....หลังจากที่จบปีการศึกษา ไปแล้วสองปีผ่านมา ชานนท์มาในชุดนายสิบทหาร มาไหว้ครูและมาพร้อมเสียงหัวเราะของเพื่อนด้วย เพื่อนชานนท์เรียกชานนท์ว่านายสิบแห่งกองร้อยหรรษา ชานนท์กลายเป็นทหารมาดขรึมในบางครั้ง และพร้อมสร้างความบันเทิงชนิดฮาตรึมในบางคราวที่ต้องการเรียกเสียงหัวเราะ ทราบว่าชานนท์มีแฟนแล้วเป็นสาวน้อยน่ารักที่ไม่ใช่สาวน้อยคนเดิม และนำมาให้ครูดูตัวด้วย มากระซิบบอกว่าถ้าไม่ได้คุณครูในวันนั้น ผมก็คงไม่มีวันนี้

..... คำพูดเพียงไม่กี่คำ ก็ทำให้พลิกอนาคตของคนได้ คำพูดที่ให้เขาตัดสินใจเลือกทางเดินเองได้ก็เป็นความภาคภูมิใจของครู เพราะวิถีชีวิตของคนอยู่ที่การตัดสินใจของเขาด้วยตัวเขาเอง อีกผลงานหนึ่งของการเป็นครูของข้าพเจ้า

......จบเรื่อง ชานนท์ ทหารแห่งกองร้อยหรรษา