กำลังแสดงผล 1 ถึง 9 จากทั้งหมด 9

หัวข้อ: ผงชูรส...ภัยร้ายใกล้ตัว

  1. #1
    ท่องเวบ สัญลักษณ์ของ pui.lab
    วันที่สมัคร
    Jul 2006
    ที่อยู่
    โสดไม่มีใครเอา หรือว่าเราไม่เอาใคร
    กระทู้
    10,172
    บล็อก
    9

    ผงชูรส...ภัยร้ายใกล้ตัว


    ผงชูรสผลิตจากแป้งมันสำปะหลังโดยขบวนการทางเคมี ซึ่งมีทั้งกระบวนการหมักและต้องใช้สารเคมีหลายตัว เช่น กรดกำมะถันหรือกรดซัลฟูริค กรดเกลือหรือกรดไฮโดรคลอริก ยูเรีย ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในปัสสาวะของคน นอกจากนี้ยังต้องใช้โซดาไฟอีกด้วย

    ผงชูรสไม่มีประโยชน์ทางโภชนาการ ถึงแม้จะเกี่ยวข้องกับกรดกลูตามิค ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ไม่มีความจำเป็น เพราะร่างกายผลิตเองได้ จึงไม่มีคุณค่าทางอาหารแต่อย่างใดทั้งสิ้น อนึ่ง ผงชูรสเป็นสารเคมีคนละตัวกับกรดกลูตามิคที่มีอยู่ในธรรมชาติและในอาหารประเภทโปรตีน โดยที่ผงชูรสเป็นเกลือโซเดียมเช่นเดียวกับเกลือแกง เป็นคนละตัวกับกรดเกลือที่หลั่งอยู่ในกระเพาะอาหารเวลาหิว


    ผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารนอกบ้าน หรือแม้กระทั่งอาหารฟาสต์ฟู้ดทั้งหลาย คงจะเคยเกิดอาการชา หรือร้อนวูบวาบที่ปาก ลิ้น หลังรับประทานอาหารมาบ้างแล้ว อาการที่เกิดขึ้นนี้ คืออาการแพ้ ผงชูรส ครับ และเพราะอาการที่เกิดขึ้นเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น หลาย ๆ คนจึงไม่ใส่ใจเท่าที่ควร แต่ทราบหรือไม่ว่าพิษภัยจากผงชูรสนั้นมีมากมาย และไม่ได้เพียงแต่ทำให้ปากหรือลิ้นชาเท่านั้น ในรายที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรง จะรู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก และอาจมีผื่นแดงขึ้นตามตัวได้

    นอกจากอาการแพ้อย่างเฉียบพลันตามอาการที่เกิดขึ้นข้างต้นแล้ว ถ้าคุณยังคงรับประทานอาหารที่มีปริมาณผงชูรสผสมอยู่เป็นจำนวนมาก ๆ และบ่อยครั้ง ก็ย่อมเกิดอันตรายต่อสุขภาพของตัวคุณได้ ดังนี้

    1. ระบบประสาทตาถูกทำลาย ทำให้สายตาเสียหรือบอดได้
    2. ระบบกระดูกและไขกระดูกถูกทำลาย ซึ่งระบบนี้เป็นส่วนสำคัญในการผลิตเม็ดเลือดแดงภายในร่างกาย เมื่อระบบถูกทำลาย การผลิตเม็ดเลือดแดงก็เสื่อมประสิทธิภาพลง ทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้
    3. ผงชูรสทำให้วิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้น้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิตามินบี 6 ทำให้เป็นโรคผิวหนังได้ง่าย
    4. ระบบสมองส่วนหน้า ที่ควบคุมการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ถูกทำลาย ทำให้การเจริญเติบโตช้าและเป็นหมันได้
    5. ระบบประสาทส่วนกลางถูกทำลาย ทำให้เกิดโรคประสาทได้ง่ายขึ้น
    6. เสี่ยงต่อการเกิดภาวะปัญญาอ่อน เนื่องจากผงชูรสทำให้เกิดน้ำในสมองและทำให้ทารกมีอาการชักได้
    7. สำหรับสตรีมีครรภ์ ผงชูรสจะทำให้โครโมโซมของทารกในครรภ์มีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ทารกในครรภ์เสียชีวิตหรือพิการได้ เช่นมีสมองอยู่นอกกะโหลกศีรษะ ปากแหว่ง แขนหรือขาผิดปกติ
    8. ผงชูรสถือเป็นสารก่อมะเร็งอีกตัวหนึ่ง เพราะเมื่อถูกนำไปปรุงด้วยการสัมผัสกับความร้อนในอุณหภูมิสูง เช่น การปิ้ง ย่าง หรือเผา โครงสร้างของสารเคมีในผงชูรสที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมาก็จะเปลี่ยนแปลงไป

    การปรุงอาหารรับประทานกันเองที่บ้านนอกจากจะช่วยสร้างกิจกรรมภายในครอบครัวแล้ว ยังสามารถควบคุมคุณภาพอาหารได้อีกด้วย แต่ถ้าคุณมีความจำเป็นต้องรับประทานอาหารนอกบ้านเป็นประจำแล้วล่ะก็ ทางออกที่จะสามารถหลีกเลี่ยงได้คือ การระบุไม่ให้แม่ครัวใส่ผงชูรสลงไปในอาหาร และหลีกเลี่ยงน้ำซุปที่ให้บริการคู่กันมา เพราะเป็นแหล่งรวมผงชูรสที่มากที่สุดแหล่งหนึ่ง

  2. #2
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ บ่าววิทย์
    วันที่สมัคร
    Jun 2006
    กระทู้
    903
    ขอบคุณคับสำหรับข้อมูลดีๆ 8):g

  3. #3
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ sompoi
    วันที่สมัคร
    Mar 2007
    ที่อยู่
    japan
    กระทู้
    6,363
    บล็อก
    23
    แม่นอยู่จ้า ..แม่นแท้ตอนกลับไปแล่วได่กินตำหมากหุ่งหือลาบนิ...แซ้บแซบแม๋ะ..พอกินไปแล่วรู้สึกได่เลยถึงรสชาดของผงชูรส..แต่ว่า มันแซบแม๋ะ..แซบคักกว่าเฮาเฮ็ดกินเองอ่ะหน๋า..กะเลยคึดว่า..เอ๋า ดนๆเทือดอก..แต่ว่าผลมันกะสิสะสมไปตอนเฮาเถ่าไปเนาะ..คั่นไปซื้อเองกะบอกแม่ค้าได่ยุ..บางคนบอกบ่อใส่หลาย เพิ่นกะทำหน่ารำคาญดอก..มีย้อนกะมี ซั่นมันสิแซบติ พะนะ..ฮ่าๆๆๆ หน่ายเว่ยย..>:d

  4. #4
    ตำหมากหุ่ง คั่นบ่ใส่ผงชูรสกะบ่แซบใด๋...ปานแล่นลงท่งลงท่าเอาโลด..55++
    แต่กะอย่าใส่หลายเด้อจ้า...ใส่น้ำตาลนำจักหน่อย เบาหวานถามหาอีกหละ...กินยากแท้ๆคนหนี่....

  5. #5
    โอ้ยเนาะทางนี่ใส่เทื่อละทัพพีหนึ่งเด้อครับใส่หลายขนาดย้านมันบ่อนั่ว

  6. #6
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ ลูกอิสาน
    วันที่สมัคร
    Dec 2008
    กระทู้
    484

    เรื่องฮิตน่าอ่าน

    เป็นตาย่านคักแท้ สิได้ลดปริมาณลงแล้วบาดตาหนิ บ่อใส่มันก่ะบ้อนัวน้อจ้าเบิดปานได๋ก่ะยังไปล้างซองมันมาเท่ใส่อยู่จ้ามักหลาย อิอิๆๆ ขอบคุณมากค้าที่ให้ความรู้

  7. #7
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ โชติ
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    ที่อยู่
    bbk
    กระทู้
    786
    ขอบคุณหลายๆ คับพี่ปุ้ย ถึงสิฮู้ว่าร้ายส่ำได๋ แต่กะยังกินคือเก่า เพราะยามได๋ขาดเจ้า(ผงชูรส)รู้สึกสิขาดรสชาดไปหลาย แม้บางครั้งสิหันไปใช้น้ำตาลทราย แต่จั๋งได๋กะบ่แซบคือผงนัว อิอิ

  8. #8
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ สาวเมืองกะสิน
    วันที่สมัคร
    Sep 2007
    กระทู้
    616
    ขอบคุณพี่ปุ้ยหลายๆจ้าที่เอาเรื่องราวดีๆๆเกียวกับสุขภาพมาฝากกัน

    COLOR="Purple"]เรื่องผงชูรส มีประสบการณ์ตรงสิแลกเปลี่ยนสู่ฟังจ้า [/COLOR]
    หว่าง 4-5 เดือนคืนหลัง เป็นภูมิแพ้จ้า
    อยู่ๆกะเกิดคันตามเนื้อตามตัวขึ้นมา กะเกาๆๆๆๆ ยิ่งเกายิ่งลามจ้า
    กะคิดว่าตัวเองคงสิแพ้หยังจักอย่างแล้วหล่ะ กะเลยไปหาหมอ
    หมอถามว่าเคยแพ้หยังบ่ เกิดมากะบ่แพ้หยังเน๊าะ
    แล้วมื่อนี่กินหยังมาแนหล่ะหมอถาม กะบอกหมอว่า มื่อนี่กินข้าวมื่อเดียว
    คือกินต้มจับฉ่าย ที่ซื้อมาจากร้านค้า

    หมอบอกว่า อาการของคุณน่ะคืออาการของคนแพ้ผงชูรสว่าซั่น
    ผงชูรสยิ่งใส่ในอาหารที่เคี่ยวเป็นเวลานาน ยิ่งจะอันตราย ตอนนี้คนเป็นกันหลาย
    มื่อนี่มีมาหาหมอหลายรายแล้วว่าซั่น ฟังแล้วกะตกใจ
    ปกติถ้ากินอาหารที่ซื้อข้างนอก ถ้าเขาใส่ชูรสหลายกะแค่ปากและลิ้นซาๆๆ
    บ่ถึงขั้นเป็นผื่นแพ้เต็มตัว ตอนนี้กะเลยต้องระวังเรื่องการกินอาหารข้างนอกมากขึ้นจ้า
    ถ้าเลือกได่กะทำอาหารกินเอง ปกติกะบ่ใส่ชูรสอยู่แล้ว

    เรื่องสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญเน๊าะ ถ้าเป็นมาแล้วมันทรมาน ป้องกันไว้กะดีกว่าแก้กะดีคือกันจ้า
    [/COLOR

  9. #9
    Super Moderator สัญลักษณ์ของ หมูน้อย
    วันที่สมัคร
    Jul 2007
    ที่อยู่
    เหนือสุดในสยาม
    กระทู้
    2,046
    บล็อก
    17
    ขอแจมนำสักคนเด้อจ้า
    ....ขอแชร์ความรู้และประสบการณ์ด้วยคนนะค่ะ
    เนื่องจากสาวโรงงานก็เป็นคนหนึ่งที่แพ้อาหารที่ปรุงผงชูรส
    ฉะนั้นการรับประทานอาหารหากเลี่ยงได้จะปรุงอาหารกินกันเองที่บ้าน
    อาจเนื่องมาจากสมัยเด็กๆๆบ้านเรานิยมปรุงอาหารที่ปรุงรสด้วยผงชูรส
    และเมื่อเรารับประทานเข้าไปมากๆๆเกิดการสะสมและเกินความต้องของร่างกาย
    ทำให้ร่างกายเราต้องขับสารเหล่านี้ที่ร่างกายเราไม่ต่างๆขับออกด้วยหลายทาง
    อย่างเช่นบางคนที่แพ้ผงชูรส..จะเป็นผื่นคัน บางคนชาตามริมฝีปาก มือหน้า
    บางคนแน่นหน้าอก...อาหารที่ปรุงรสด้วยสารปรุงรสต่างๆก็มีล้วนมีผงชูรสเป็นส่วนผสม
    การเลือกบริโภคเครื่องปรุงรสก็เป็นสิ่งสำคัญนะค่ะ..
    ............................................................


    พิษร้ายผงชูรส


    พิษร้ายผงชูรส ทำลายสมอง ก่อมะเร็ง นายกสมาคม มังสวิรัติกรุงเทพ อดีตอาจารย์เคมี
    ยันผงชูรสมีแต่โทษ ทำลายสมอง ก่อมะเร็ง ยิ่งอาหารปิ้งย่าง อันตรายหนัก เรียกร้องผู้ประกอบการ ติดฉลากบอกข้อมูล ครบถ้วน เลิกโกหก “วัตถุดิบธรรมชาติ”
    สารเคมีอื้อทั้ง โซดาไฟ ยูเรียในปัสสาวะ กรดกำมะถัน ระบุผงชูรสแท้พิษร้ายกว่า ผงชูรสปลอมหลายเท่า


    “ผงชูรส..ผู้บริโภคได้อะไร” ว่า ผลงานทางวิชาการหลายประเทศ ทั่วโลกและในไทยชี้ชัดถึงผงชูรสไม่มีประโยชน์ใดๆ กับร่างกายและเป็น อันตรายด้วย
    โดยผงชูรสเป็นสารเคมี 100% และเป็นสารเคมีสังเคราะห์ ไม่ใช่สารเคมีธรรมชาติ
    ในการผลิตผงชูรสใช้ขบวนการทางเคมี ซึ่งมีทั้งขบวนการหมัก และใช้สารเคมีหลายตัว เช่น กรดกำมะถัน หรือกรดซัลฟูริค กรดเกลือหรือ กรดไฮโดรคลอริก
    โดยเฉพาะยูเรียที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในปัสสาวะคน และสัตว์ และโซดาไฟ


    การโฆษณาชวนเชื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจเป็นผลิตภัณฑ์ ธรรมชาติ จึงถือเป็นการหลอกลวงประชาชน นอกจากนั้น ผงชูรสไม่มีประโยชน์ทางโภชนาการ แม้เกี่ยว ข้องกับกรดอะมิโน “กรดกลูตามิค”
    แต่เป็นกรดอะมิโนที่ไม่มีความจำเป็น (นอนเอสเซนเชียล) จึงไม่มีคุณค่าทางอาหาร แถมโทษและพิษภัย เช่น พิษภัยแฝงจากเกลือโซเดียมที่มาจากโซดาไฟ
    ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญเช่น เดียวกับเกลือแกงและมักมีการใส่ปริมาณมาก เพราะให้ความเค็มน้อย ต่างจากเกลือแกงที่ใช้เพียงนิดเดียวก็ให้รสเค็ม
    หากร่างกายรับเกลือโซเดียมมากจะลดภูมิต้านทานหรือภูมิคุ้ม กันเกิดการคั่งในสมองเด็ก ซึ่งเมื่อโตขึ้นอาจเป็นปัญญาอ่อน อาจทำให้เด็ก ทารกชักโคม่า
    โดยไม่รู้สาเหตุ เป็นอันตรายต่อหญิงมีครรภ์ ทารกในครรภ์ และผู้ป่วยโรคต่างๆ เช่น โรคไต ความดันสูง โรคหัวใจ และโรคอื่นๆ ที่แพทย์ห้ามกินของเค็ม
    สำหรับอันตรายโดยตรง คือ อาการแพ้ผงชูรส เช่น ชาและ ร้อนวูบวาบที่ปาก ลิ้น ใบหน้า โหนกแก้ม ต้นคอ หน้าอก บางคนมีผื่นแดง ขึ้นตามตัว แน่นหน้าอก
    หัวใจเต้นช้าลง หายใจไม่สะดวก ซึ่งทั่วโลกรู้จัก โรคแพ้ผงชูรสว่า “ไชนีสเรสทัวรองซินโดม” หรือ “โรคภัตตาคารจีน” เพราะภัตตาคารจีนมักใส่ผงชูรสจำนวนมาก


    นายพิชัยกล่าวว่า พิษของผงชูรสอาจทำลายสมองส่วนหน้า (ไฮโปทาลามัส) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมการเจริญเติบโตและระบบ สืบพันธุ์ของร่างกาย
    ทำลายระบบประสาทตา ทำลายกระดูกและไขกระดูก ทำลายวิตามิน เกิดโรคมะเร็งได้โดยเฉพาะ ผงชูรสที่ผ่านความร้อนสูงๆ เช่น การปิ้ง ย่าง เผา
    ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง เป็นมะเร็งในอวัยวะส่วนต่างๆ เช่น ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ตับ สมอง ทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ร่างกายผิดปกติ เช่น ปากแหว่ง หูแหว่ง จมูกวิ่น เพราะอาจไปเปลี่ยนแปลง โครโมโซมในร่างกาย


    “ผู้บริโภคถูกมอมเมาว่าผงชูรสแท้ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ ปราศจากพิษภัยและอันตราย“ แต่ความจริง ไม่ว่าจะใช้มันสำปะหลัง อ้อย กากน้ำตาล แป้งสาลี
    ก็ได้ผงชูรสแท้ทั้งนั้น ผู้ประกอบการจึงต้องบอกกับผู้ บริโภคในฉลากสินค้าและการโฆษณาถึงส่วนประกอบและขบวนการต่างๆ ที่ใช้สารเคมีหลายตัว ทั้งยูเรีย
    โซดาไฟ กรดเกลือ กรดกำมะถัน เพื่อให้ผู้ บริโภคได้รับข้อมูลถูกต้องครบถ้วนก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ


    เคยมีเด็กไทยอายุ 20 เดือน กินขนมครกโรยผงชูรสด้วยความเข้าใจผิดว่าเป็นน้ำตาลทำให้เด็ก ตายภายใน 2 วัน” นายพิชัยกล่าว
    ในอดีตเคยเกิดกระแสข่าวอันตรายจากผงชูรสปลอม ซึ่งผลิตจากบอแรกซ์ หรือโซเดียมเมตาฟอสเฟต ซึ่งมีเกร็ดคล้ายผงชูรส ราคาถูกกว่าผงชูรสแท้
    แต่ปัจจุบันผงชูรสราคาถูกมาก ซึ่งสาร 2 ตัวดังกล่าว กลับแพงกว่า ขณะนี้ผงชูรสปลอมจึงมักใช้เกลือ หรือน้ำตาลมาปลอมปน ซึ่งอันตรายน้อยกว่าผงชูรสแท้
    นายกสมาคมมังสวิรัติกรุงเทพย้ำว่า ผงชูรสมีการเปลี่ยนแปลง รูปหลายแบบ เช่น ซุปไก่ก้อนและผสมอยู่ในเครื่องปรุงรสเกือบทุกชนิด แม้แต่น้ำปลาบางยี่ห้อ
    ขนมขบเคี้ยวหลายยี่ห้อ


    อ้างอิง: http://www.school.net.th/library/cre...0000-2430.html

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •