กำลังแสดงผล 1 ถึง 4 จากทั้งหมด 4

หัวข้อ: กฎหมายคำนำหน้านามหญิง

  1. #1
    นักการภารโรง สัญลักษณ์ของ บ่าวคนเดิม
    วันที่สมัคร
    Jan 2006
    ที่อยู่
    Amphoe Det Udom
    กระทู้
    3,760

    บ้านมหาโพสต์ กฎหมายคำนำหน้านามหญิง


    สำหรับคำนำหน้านามของ“หญิง”นั้นถูกเรียกร้องให้มีการแก้ไขให้เท่าเทียมฝ่ายชายจากบรรดาหญิงไทยฝ่ายก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องมาไม่ต่ำกว่า15ปีการเรียกร้องนั้นได้รับการขานรับจากหลายพรรคการเมืองกระทั่งมีการจัดทำเป็นร่างกฎหมายเสนอเข้าบรรจุอยู่ในวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรมาหลายยุคหลายสมัยแต่ก็ได้แค่บรรจุไว้เท่านั้นโดยไม่สามารถฝ่าวาระกฎหมายอื่นๆที่ขอเลื่อนแซงขึ้นมาก่อนหรือไม่ก็สภามีอันสิ้นสุดลงไปก่อนทุกครั้ง

    ครั้นมาถึงยุคของ“สภานิติบัญญัติแห่งชาติ”ชุดนี้ได้มีกลุ่ม“ชายแปลงเพศเป็นหญิง”มาเรียกร้องต่อ“คณะกรรมาธิการกิจการเด็กเยาวชนสตรีผู้สูงอายุผู้พิการและความมั่นคงของมนุษย์”ที่ผมทำหน้าที่เป็นประธานอยู่ขอให้ช่วยแก้ไขกฎหมายให้“ชายแปลงเพศ”นั้นสามารถใช้คำนำหน้านามได้เหมือนหญิงทั่วไปคณะกรรมาธิการฯจึงได้มอบหมายให้“คณะอนุกรรมาธิการด้านสตรี”ที่ดร.จุรีวิจิตรวาทการเป็นประธานนำไปหารือและยกร่างเป็นกฎหมายเสนอต่อคณะกรรมาธิการฯและสภาต่อไป

    ในที่สุดกฎหมายได้ยกร่างเสร็จเรียบร้อยครอบคลุมประเด็นสำคัญสองประเด็นคือ

    หนึ่ง...เปิดโอกาสให้หญิงที่แต่งงานที่หย่าร้างสามารถเลือกกลับมาใช้“นางสาว”หรือจะ“นาง”เช่นเดิมก็ได้

    สอง...เปิดโอกาสให้“ชายหรือหญิงที่แปลงเพศ”เป็นอีกเพศหนึ่งโดยสมบูรณ์ใช้คำนำหน้านามได้เช่นเดียวกับบุคคลเพศนั้นๆ

    เมื่อได้นำกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภากฎหมายฉบับนี้ได้รับการวิจารณ์อย่างมากถึงปัญหาหลายๆประการที่จะตามมาโดยเฉพาะในกรณีของ“ชายหรือหญิงที่จะแปลงเพศ”เมื่อมีการทักท้วงอย่างมากที่ประชุมจึงมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการฯขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อศึกษาโดยละเอียดแล้วนำเสนอเข้าสู่สภาอีกครั้ง

    ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯครั้งนี้สรุปได้ว่าสังคมไทยยังไม่มีความพร้อมและความเข้าใจเพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงที่เร็วเกินไปของกฎหมายจึงสรุปให้เหลือเพียงประเด็นเดียวคือในส่วนคำนำหน้าของ“หญิง”เท่านั้นซึ่งสภาก็รับหลักการและตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณารายละเอียดกระทั่งได้เข้าสู่การพิจารณาในวาระสองและสามของสภาในค่ำคืนวันศุกร์ที่21ธันวาคมที่ผ่านมาผลสรุปภายหลังการถกเถียงที่ยาวนานกว่าชั่วโมงก็คือสภามีมติให้ประกาศเป็นกฎหมายด้วยเสียงที่ท่วมท้นพอสมควรโดยกฎหมายฉบับนี้มีเนื้อหาสำคัญคือ

    ให้หญิงที่มีอายุสิบห้าปีบริบูรณ์ขึ้นไปสามารถเลือกใช้คำว่า“นาง”หรือ“นางสาว”ได้ด้วยการแจ้งขอเปลี่ยนจากนายทะเบียนฯ

    ถามว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อใดคำตอบอยู่ที่สองขั้นตอนสำคัญที่ต่อเนื่องกันไปคือ

    1.เมื่อกฎหมายได้รับพระมหากรุณาธิคุณทรงลงพระปรมาภิไธยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

    2.หลังจากผ่านข้อที่1แล้วต้องรออีก120วันเพื่อให้ส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องได้มีเวลาตระเตรียมรายละเอียดในส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องต่อไป

    ครับ...หญิงใดประสงค์เช่นใดเตรียมตัวเตรียมใจไว้แต่เนิ่นๆนะครับด้วยความยินดี.

    นสพ.เดลินิวส์
    ขอบพระคุณสมาชิกและทีมงานที่เคารพรักทุกท่าน

  2. #2
    ท่องเวบ สัญลักษณ์ของ pui.lab
    วันที่สมัคร
    Jul 2006
    ที่อยู่
    โสดไม่มีใครเอา หรือว่าเราไม่เอาใคร
    กระทู้
    10,172
    บล็อก
    9

    Re: กฎหมายคำนำหน้านามหญิง

    ดีใจจังอยู่เมืองไทยก็นางสาว อยู่เมกาก็นางสาว บ่ต้องเปลี่ยนให้ยุ่งยาก อิ อิ

  3. #3
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ บ่าวนิติกร
    วันที่สมัคร
    Nov 2008
    กระทู้
    163

    Re: กฎหมายคำนำหน้านามหญิง

    กฎหมายข้างต้น มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2551 แล้วครับ !
    สาระสำคัญ แบบย่อ : การใช้คำนำหน้านาม เป็นสิทธิส่วนบุคคล หญิงที่ใช้คำนำหน้าว่า "นางสาว" สามารถใช้คำนำหน้าดังกล่าวได้ตลอดไป แม้หญิงจะจดทะเบียนสมรส ก็สามารถใช้ "นางสาว" ได้ หรือจะขอเปลี่ยนเป็นนางก็ย่อมทำได้ แล้วแต่ความประสงค์ของตน
    :ส่วนหญิงที่ใช้คำนำหน้า "นาง" อยู่ก่อนแล้ว หากประสงค์จะใช้คำนำหน้าเป็น "นางสาว" ก็สามารถยื่นคำขอเปลี่ยนต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานทะเบียนอำเภอหรือสำนักงานทะเบียนเขต ได้ในวันเวลาราชการ
    :ท่านสุภาพสตรีก็เลือกเอาครับ บางท่านก็ยินดีใช้ "นาง" เพื่อแสดงถึงความเป็นแม่ ของลูก ๆ บางท่านก็ขอเปลี่ยนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสมัครเข้าทำงาน เป็นต้น แล้วแต่เหตุผลของแต่ละคน

  4. #4

    Re: กฎหมายคำนำหน้านามหญิง

    ต้องเตรียมเอกสารแบบใด๋แหน่ครับ แล้วต้องไปติดต่อหม่องใด๋ครับ ต้องขออนุญาตผัวบ่ครับ8)

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •