ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (4 ก.พ.) ที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายเพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ผิดกฎหมายและหรือไม่เหมาะสมผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ครั้งที่ 1 โดยมีผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม

ร.ต.หญิงระนองรักษ์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีจุดอ่อนเรื่องการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ รวมถึงการเข้าเว็บไซต์ที่ถูกต้อง ดังนั้น กระทรวงจึงมีแนวคิดจะประชาสัมพันธ์เรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ในสถาบันการศึกษา เพื่อไม่ให้เกิดการกระทำความผิด โดยคณะกรรมการดังกล่าวจะประชุมกันอีกครั้งภายใน 2-3 สัปดาห์นี้ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้แต่งตั้งคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต หรือ Internet Security Operation Center (ISOC) ที่ก่อนหน้าใช้ชื่อว่า ห้องวอร์ รูม (War Room) โดยจัดตั้งขึ้นเพื่อติดตามและเฝ้าระวังเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลไม่เหมาะสม และมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงไอซีที และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอเลขหมายคอลเซ็นเตอร์ 1122 จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เพื่อใช้เป็นช่องทางให้ประชาชนโทรแจ้งเมื่อพบเว็บไซต์ไม่เหมาะสม

“ห้อง ISOC จะมีการแบ่งหน้าที่ของคนดูแลใน 3 ส่วน ได้แก่ 1.เว็บที่ส่งผลต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.เว็บไซต์ที่ส่งผลต่อขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม เช่น เว็บไฮไฟว์ และเว็บขายยาทำแท้ง 3.เว็บเกมออนไลน์ที่เป็นอันตรายและเว็บการพนันข้ามชาติ เช่น เกม GTA” รมว.ไอซีที กล่าว

ร.ท.หญิงระนองรักษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีการโพสต์รูปสูบกัญชาในเว็บไซต์ไฮไฟว์ ขณะนี้รูปดังกล่าวเจ้าของได้ลบรูปตัวเองออกแล้ว อีกทั้งผู้กระทำทำผิดเป็นชาวต่างชาติ กระทรวงไอซีทีจึงไม่สามารถนำตัวมาดำเนินคดี อีกทั้งไม่มีอำนาจที่จะปิดเว็บไซต์ได้ กระทรวงทำได้เพียงปิดเว็บเพจ (URL) เท่านั้น ส่วนการโพสต์รูปนักศึกษาพร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ในเว็บไซต์เพื่อประกาศขายบริการทางเพศ กระทรวงไอซีทีและกระทรวงวัฒนธรรมได้ร่วมกันเฝ้าระวังภัยเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง พบว่ามีการประกาศขายยาทำแท้งและขายอุปกรณ์ทางเพศผ่านทางเว็บไซต์เพิ่มขึ้นด้วย โดยไอซีทีได้ประสานกับกระทรวงสาธารณสุขให้ตรวจสอบในเรื่องยาทำแท้งว่าเป็นยาที่ผลิตในหรือต่างประเทศ เบื้องต้นทำได้เพียงขอคำสั่งศาลเพื่อปิดเว็บไซต์ดังกล่าว ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา กระทรวงไอซีทีได้ส่งเรื่องเว็บไซต์ไม่เหมาะฟ้องศาลแล้ว 4,818 URL แบ่งเป็นเว็บไซต์หมิ่นสถาบัน 4,683 URL เว็บไซต์ลามกอนาจาร 98 URL และเว็บไซต์โฆษณาเท็จอีก 37 URL

รมว.ไอซีที กล่าวถึงการใช้งบประมาณในการจัดทำศูนย์เฝ้าระวังดังกล่าวว่า กระทรวงฯไม่มีการใช้งบประมาณในการจัดตั้งศูนย์ฯ เท่าที่ทราบคือบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เป็นฝ่ายลงทุน เบื้องต้นมีการจัดซื้อจอวีดีโอ ขนาด 60 นิ้ว จำนวน 8 จอ ส่วนอุปกรณ์ทางด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ทางกระทรวงฯใช้อุปกรณ์ชุดเดิมจากห้องวอร์รูมมาปรับปรุง ขณะนี้ กระทรวงจ่ายเพียงค่าเช่าห้องให้ทีโอที ส่วนอุปกรณ์ซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่กระทรวงต้องจ่ายเพิ่มน่าจะรู้ตัวเลขในการประชุมครั้งต่อไป

แหล่งข่าวจาก บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทีโอที ได้ใช้งบประมาณในการปรับปรุงห้อง ISOC ไปแล้วทั้งสิ้น 45 ล้านบาท แต่เมื่อพิจารณาจากความเป็นจริงน่าจะอยู่ที่ 10 ล้านบาท ปัจจุบันกระทรวงไอซีทีต้องจ่ายค่าเช่าห้องให้กับทีโอทีเดือนละ 1,150,000 บาท อย่างไรก็ตาม หากห้อง ISOC เปิดให้งานได้ 100% ยังไม่ชัดเจนว่ากระทรวงไอซีจะต้องจ่ายค่าเช่าต่อเดือนให้ทีโอทีเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ อย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีหนังสือแต่ตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ผิดกฎหมายและหรือไม่เหมาะสมผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยมีองค์ประกอบได้แก่ รมว.ไอซีที เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธานกรรมการ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้แทนกองทัพบก ผู้แทนกองทัพอากาศ ผู้แทนกองทัพเรือ เป็นกรรมการ และปลัดกระทรวงไอซีที เป็นกรรมการและเลขานุการ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะมีหน้าที่ คือ 1.กำหนดนโยบายการป้องกันและปราบปรามข้อมูลข่าวสารที่ไม่เหมาะสมผ่านระบบคอมพิวเตอร์ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด 2.อำนวยการและสั่งการให้หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและหรือ องค์กรและหน่วยงานต่างๆผู้ให้บริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและบุคคลอื่นๆ ให้ดำเนินการป้องกันมิให้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ผิดกฎหมายและไม่เหมาะสม 3.สั่งการให้เจ้าหน้าที่ หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงให้ข้อมูล ข้อคิดเห็น ตลอดทั้งขอเอกสารต่างๆ เพื่อประกอบการปฏิบัติภารกิจ 4.ออกระเบียบตลอดจนข้อปฏิบัติอื่นใด เพื่อให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องปฎิบัติภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย 5.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือบุคคลเพื่อมอบหมายให้ดำเนินการใดตามที่คณะกรรมการกำหนดเพื่อช่วยปฏิบัติงานตามความจำเป็น 6.ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่นายกฯมอบหมาย

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์