หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 12 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
กำลังแสดงผล 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 20

หัวข้อ: ชีวิตติดกรรมเล่ม๓ ของแม่ชีทศพร บุญเทวาพิทักษ์ธรรม

  1. #1

    ชีวิตติดกรรมเล่ม๓ ของแม่ชีทศพร บุญเทวาพิทักษ์ธรรม


    ชีวิตติดกรรมลอกมาจากหนังสือของแม่ชีทศพรจ้าอยากให้พี่น้องได้อ่านนำ

    อันคนเรานั้นเขาอยากให้เราได้ดี
    แต่ถ้าเด่นขึ้นทุกทีเขาหมั่นไส้
    จงทำดี...แต่อย่าเด่นจะเป็นภัย
    ไม่มีใครเขาอยากเห็น...เราเด่นเกิน

    เข่าเรื่องเลยจ่า นรก-สวรรค์
    สวรรค์มีจริงหรือไม่ นรกอยู่ท่ไหน สวรรค์ไม่ได้อยู่อยู่ในอก นรก ไม่ได้อยู่ในใจเท่านั้น คนในสมัยก่อน หรือคนเฒ่าคนแก่ที่ยังมีชีวิตอยู่ในตอนนี้มีความเชื่อว่า
    ถ้่หมมั่นทำบุญหรืทำกรรมดี ตายแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์ ในทางกลับกัน
    ถ้าก่อกรรมหรือทำชั่ว พอตายลงไปเมื่อไหร่ก็จะตกลงไปในนรกขุมต่างๆเพื่อรับโทษทัณฑ์ตามกรรมที่ทำเอาไว้ แต่คนในปัจจุบันไม่ค่อยเชื่อถือในเรื่องเหล่านี้ ที่ยังไม่กล้าปฏิเสธอย่างรุนแรงเต็มที่ ก็เบี่ยงไปว่าสวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ หมายความว่า
    ทำอย่างไรก็จะได้ความรู้สึกอย่างนั้นฝังแน่นอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ
    แล้วจริงๆเล่าสวรรค์ กับ นรก มีจริงไหม เคยมีใครขึ้นสวรรค์หรือลงนรกแล้วกลับมาเล่าทั้งยังมีชีวิตหรือที่เรีอกว่ายังตัวเป็นๆกันบ้างแต่ก็อย่างว่าแหละค่ะ เคยมีคนที่ตายไปวันสองวันหรือมากกว่านั้นแล้วกลับฟื้นขึ้นมาพอเล่าว่าได้ไปที่นั่นที่นี่ชึ่งบางทีฟังดูคล้ายๆจะเป็นนรกหรือสวรรค์พวกคุณหมอท่านก็ว่าอาจจะเป็นการหลับแล้วฝันไปบ้างเพ้อกันไปเองบ้างหรือสร้างเรื่องขึ้นจากจิตใต้สำนึกที่พาไปก็เป็นได้


    เอาช่ำนี่ก่อนน้อพี่น้องเดวมื่อหลังมาเขืยนต่อ;d;d เมื่อยเขื่ยนฮั่นน้าฮิฮิ

  2. #2

    Re: ชีวิตติดกรรมเล่ม๓ ของแม่ชีทศพร บุญเทวาพิทักษ์ธรรม

    ต่อจากมื่อวานจ้า
    แม่ชีมีความเชื่อในเรื่อง นรก สวรรค์ ชึ่งไม่ใช่ความเชื่ออย่างเลื่อนลอย
    แต่เชื่อเพราะมีผู้บอกเล่าที่เชื่อถือได้อย่างยิ่งเพราะท่านผู้นี้เป็นผู้ตรัสความจริง
    ชึ่งเป็นความจริงที่ไม่มีใครสามรถปฏิเสธได้ผู้นั้นคือ
    องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเราทุกคนอย่างไรล่ะคะ
    พระองค์ทท่านได้ตรัสไว้ว่า ก่อนที่จะมาประสูติและตรัสรู้
    ในชาตินี้ พระองค์เคยเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์มาก่อน
    และที่ประทับของพระโพธิสัตว์ก็คือ แดนสวรรค์ในขั้นฉกามาจร
    แม้ในปัจจุบันที่ทรงเป็นพระพุทธเจ้าก็ยังมีเทวดาหรือเทพต่างๆ
    มาเฝ้าเพื่อสดับพระธรรมคำสอน แล้วเทวดาเหล่านั้น
    จะมาจากไหนถ้าไม่ใช่ สวรรค์ พระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาบนดาวดึงส์
    อีกครั้งหนึง ที่เสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาที่สิ้นพระชนม์
    ชีพไปแล้วและไปเกิดบนดาวดึงม์ในแดนสวรรค์ตอนที่เสด็จกลับลงมา
    ชาวประชาก็แห่แหนไปต้อนรับและทำบุญตักบาตรกันเป็นการใหญ่
    จนเกิดประเพณี ตักบาตรเทโว สืบมาจนถึงทุกวันนี้หรือแม้แต่ตอนที่หนุ่ม
    กามนิตสิ้นชีวิตเพราะถูกวัวบ้าขวิดตายพระพุทธองค์ก้ทรงเล่าว่าเขาได้ไปเกิดใหม่บนพรหมโลกแดนสวรรค์และได้พบกับคนรักคือ วาสิฏฐี ที่นั่นและเรื่องเล่าอื่นอีกมากมาย
    หลายครั้งจนเอามาตั้งคำถามได้ว่าเราเชื่อถือในพระดำรัส หรือคำ
    กล่าวของพระพุทธเจ้าได้แค่ไหนคำตอบก็คือ ไม่มีใครที่เราจะเชื่อถือได้มากกว่านี้อีกแล้วถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่า สวรรค์ มีจริงนะสิส่วนอีกสถานที่หนึ่ง
    นรก เป็นอุบายของคนโบราณหรือเปล่า ที่สร้างนรกมาเพื่อสกัดกั้นการ
    ทำชั่วของบรรดาลูกหลาน นรกมีจริงไหม แล้วถ้ามีจริง นรกจะอยู่ที่ใด
    ถ้าตรงข้ามกับแดนสวรรค์ที่มักจะเชื่อกันว่าอยู่บนชั้นฟ้าหรือเหนือหัว
    ของเราขึ้นไปเราก็เชื่อกันว่านรกน่าจะอยู่ใต้ดิน หรือเป็นถิ่นบาดาลนั่นเอง
    และยังเชื่อกันว่านอกจากจะเป็นนรกที่มีไว้ลงโทษผู้ทำชั่วแล้ว แดนบาดาลยังเป็น
    ที่อยู่ของพญานาคบ้าง อสูรบ้าง และดินแดนเหล่านี้ก็มีที่เหมือนกันอยู่อย่าง
    คือ เร่าร้อนเหมือนถูกไฟแผดเผาตลอดเวลาและยังตรงกับวิทยาศาสตร์ปัจจุบันที่ว่า
    ยิ่งลึกลงไปใต้ผิวโลกมากเท่าไหร่ก็ยิ่งร้อนมากขึ้นเท่านั้น
    ดูจากภูเขาไฟที่ปะทุขึ้นมาก็ได้ว่าร้อนเพียงใด

    เอาช่ำนี่ก่อนมื่อนี่เดวมื่ออื่นมาต่อ

  3. #3

    Re: ชีวิตติดกรรมเล่ม๓ ของแม่ชีทศพร บุญเทวาพิทักษ์ธรรม

    มาเขียนต่อจากเมื่อวานจ้า
    กลับมาที่เรื่องนรกดีกว่า ถ้าจะหาใครมายืนยันเรื่องได้ไปเที่ยวไปสัมผัส
    หรือไปเห็นนรกทั้งที่ยังตัวเป็นๆ หากเป็นในสมัยก่อน ผู้ที่ได้การยอมรับ
    หรือเป็นที่รู้จักกันดี คงจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก พระมาลัย พระอรหันต์
    องค์หนึ่งชึ่งเคยไปโปรดสัตว์นรกในขุมต่างๆแล้วกลับมาบอกเล่าแก่
    สานุศิษย์และผู้คนทั้งหลายกระทั่งมีผู้นำไปเขียนไว้เป็นหนังสือมีผู้ถามว่า
    แล้วแม่ชีล่ะ เชื่อเรื่อง นรก สวรรค์หรือไม่ แม่ชีตอบว่าไม่เชื่อค่ะ
    อย่าเพิ่งงงสิคะ ฟังทางนี้ก่อน ที่แมี่ชีบอกว่าไม่เชื่อ
    นี่เพราะปฏิบัติตาามคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า อย่าเชื่อในสิ่ง
    ที่คนอื่นบอกเล่า อย่าเชื่อแม้สิ่งที่พระพุทธเจ้าเป็นผู้พูดออกมา
    จนกว่าจะได้เห็น หรือพิสูจน์ว่าเป็นความจริงด้วยตัวของเราเอง
    แหม ศาสนาพุทธนี่ช่างเป็นวิทยาศาสตร์อะไรอย่างนี้ มีการตั้งสมมุติฐาน
    การทดลองหรือการพิสูจน์ความจริง ใครจะว่าตำนิอะไรก็ช่าง
    เถิดค่ะ แต่แม่ชีจะขอบอกว่า พระพุทธเจ้าทรงเป็นเลศ
    หรือยอดเยื่ยมยิ่งกว่าผู้ใดจริงๆทีนี้อาจจะมีคนถามว่า แล้วพิสูจน์ได้อย่างไร
    เคยได้ยินการกล่าวถึงการปฏิบัติกรรมฐาน เจริญสมาธิหรือเปล่า
    ค่ะแม่ชีจะไม่อธิบายรายละเอียดมากไปกว่านี้เดี๋ยวหนังสือจะกลายเป็นตำรา
    ว่าด้วยธรรมเล่มใหญ่ ถ้าไม่ใช่คนที่ใฝ่ใจในทางนี้อาจมีอาการหาวนอน
    หรือหลับไปก่อนที่จะอ่านจบก็เป็นได้ แต่ประโยชน์ของการปฏิบัติกรรมฐานนั้น
    สรุปได้สามข้อประการใหญ่ๆ (จากหนังกฏแห่งกรรมธรรมปฏิบัติของพระราชสุทธิญาณมงคล)คือ 1 ระลึกชาติได้ 2 เห็นกฏแห่งกรรม 3 เกิดปัญญาแก้ปัญหาชีวิตได้
    ฉนั้นผู้ที่เจริญวิปัสสนากรรมฐานจนสำเร็จญาณในขั้นต่างๆ และกำหนดแยกดวงจิตออกจากร่างได้ตามที่ภาษาปากคนทั่วไปเรียกว่า ถอดกายทิพย์ ก็อาจจะท่องเที่ยว
    หรือหยั่งรู้ไปสู่แดนที่ยังไม่มีปุถุชนธรรมดาได้พบเห็นอย่างข้อที่หนึ่งที่ว่าระลึกชาติได้
    ถ้าชาติก่อนเราเคยอยู่บนสวรรค์ หรือเคยรับกรรมเป็นสัตว์นรก เราก็จะได้รู้ได้เห็น
    หรือเป็นการได้ไปเที่ยวมานั่นเองที่พูดอย่างนี้ ไม่ได้หมายความว่าแม่ชีเก่งจนถึงขั้น
    ทำได้อย่างที่ว่านะค่ะ เพราะมิเช่นนั้นจะกลายเป็นอวดอุตริมนุสธรรมอันเป็นการไม่บังควรไปแล้วถ้าท่านผู้อ่านเกิดบอกว่า แน่จริงต้องพิสูจน์ให้ได้สิ
    ว่านรก สวรรค์มีจริง และต้องตอบให้เป็นวิทยาศาสตร์ด้วยแม่ชีจะว่าอย่างไร
    ถ้าเป็นแบบโจ๋หน่อย แม่ชีคงต้องตอบว่า ต้องลองตายดูค่ะ ถ้าไม่ตกนรก
    ก็คงได้ขึ้สวรรค์นั่นแล แต่ถ้าตอบอย่างนี้ คงจะฟังดูกวนมากไปหน่อย
    เอาเป็นว่าผู้อ่านสามารถพิสูจน์ได้แน่ แต่ไม่ใช่ทุกคนนะคะเพราะว่าไอนสไตน์
    ก็ยังมีแค่คนเดียวเลย หรือเซอร์ ไอแซค นิวตัน ก็มีสองเสียเมื่อไหร่
    หรือหลุยส์ ปาสเตอร์ ผู้อ่านที่ต้องการพิสูจน์เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันค่ะ
    อาจจะมีหลายท่านที่สามารถเจริญวิปัสสนากรรมฐาน สำเร็จญาณในขั้นต่างๆ
    จนถอดกายทิพย์ออกไปสำรวจนรกสวรรค์เหมือนผู้มีอภิญญาบางท่าน
    แต่ อย่าลองตายเพื่อพิสูจน์เรื่องนี้นะคะแม่ชีไม่สนับสนุนเด็ดขาด
    มื่ออื่นมาเขียนต่อจ้า:)

  4. #4
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    Re: ชีวิตติดกรรมเล่ม๓ ของแม่ชีทศพร บุญเทวาพิทักษ์ธรรม

    ขอบคุณมากค่ะ สำหรับสาระดีๆ ที่มีประโยชน์นะคะ

  5. #5

    Re: ชีวิตติดกรรมเล่ม๓ ของแม่ชีทศพร บุญเทวาพิทักษ์ธรรม

    กรรมลิขิต
    บนเส้นทางครรลองของชีวิต
    ใครลิขิตชี้ชะตาพาต่ำสูง
    พรหมลิขิตขีดเบาหนักคอยชักจูง
    สู่ยางยูงยอดชิดหรือติดดิน


    บาปบุญนำทำไว้ในชาติเก่า
    แท้คือเราทำเองแทบทั้งสิ้น
    ไม่มีใครทำให้ดังใจจินต์
    จะโบยบินเตี้ยต่ำ คือ กรรม เรา

    ทีเรียนจะหนี ทีงานจะหา
    ปลอมใบเสร็จ ยี่สิบ ครั้ง ในการบรรยายธรรมครั้งหนึ่ง ขณะที่แม่ชีกำลัง
    พูดกับผู้ฟังหรือญาติโยมทั้งหลายที่ปวารณาตัวเป็นลูกศิษย์ลูกหาอยู่นั้น จิตของแม่
    ก็ได้สัมผัสกับความทุกข์หรือกรรมที่ให้เกิดทุกข์ของผู้คนอยู่มากมาย
    แต่มีโยมผู้หญิงคนหนึ่ง ชึ่งอายุก็ยังไม่มากเท่าไหร่ แต่มีความทุกข์
    ครอบคลุมจิตใจอยู่เต็มเปี่ยม ได้รับผลแห่งทุกข์โดยไม่รู้ว่าเหตุแห่งทุกข์
    มีที่มาจากอะไรจนเกิดความท้อใจและท้อถอยในชีวิตไอ้ความ ท้อใจ กับ
    ท้อถอย นี่มันมีพิษฤทธิ์ร้ายนะคะอาจจะทำให้คนเราคิดอะไรที่มันสั้นๆได้
    พอแม่ชีสบตา โยมผู้นั้นก็เข้ามาหาทันที

    คุณแม่ขา ช่วยหนูด้วยเถิดค่ะไม่รู้เป็นอะไรเรียนจบมาแล้วแต่สมัครงานที่ไหนก็ไม่ได้
    จนหนูไม่อยากไปสมัครที่ไหนอีกต่อไปแล้วค่ะ ถ้าไม่สมัครงานก็ไม่มีทางได้งานทำน่ะสิ
    คนเราอยู่ดีๆจะให้งานวิ่งเข้ามาหา แม่ชีว่าทุกวันนี้คงไม่มีหรอกค่ะ
    แต่สมัครแล้วก็ไม่ได้ บางทีเรียกไปสัมภาษณ์แล้วบอกว่าจะติดต่อกลับมา
    หนูก็คอยหาอยู่เรื่อย ถ้าไม่รับก็บอกมาก็บอกมาตรงๆเลยดีกว่า ไม่น่าทำ
    ให้มีความหวังแบบนี้หนูก็เคยทำแบบนี้มาก่อนไม่ใช่หรือค่ะ แม่ชีถามขัดจังหวะ
    ทำให้คุณโยมถึงกับชะงักทำหน้าเหริอหราทำ ทำอะไรหรือค่ะแม่ชี
    ก็ทำให้พ่อแม่มีความหวัง ว่าหนูเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียน และไปลงทะเบียนเรียน
    วิชานั้นวิชานี้ พร้อมเบิกเงินกับพ่อแม่ แต่ก็เอาไปเที่ยวเล่นเสียนี่
    แม่ แม่รู้เรื่องนี้ คุณโยมหน้าเสียในขณะที่ทุกคนมองดูด้วยความสนใจ
    คุณแม่รู้ได้อย่างไรคะ นั่นไม่สำคัญหรอกค่ะ ว่าแม่ชีจะรู้ได้อย่างไรหรือวิธีไหน
    แต่ข้อแรก แม่อยากจะถามก่อนว่า ที่แม่พูดนะถูกไหม ค่ะ
    เป็นอย่างที่คุณแม่พูดเลยค่ะ แล้วจะยอมให้แม่ชีพูดต่อหรือเปล่าคะ
    พูดได้แค่ไหนได้กี่เปอร์เช็นต์ พูดได้ร้อยเปอร์เช็นต์เลยค่ะ
    หนูคิดว่าที่แม่ชีพูดเรื่องนี้อาจเกี่ยวกับที่หนูไปสมัครงานและไม่มีใครรับเลยก็ได้
    งั้นก็ฟังนะคะ หนูเคยปลอมใบเสร็จรับเงินค่าเล่าเรียนและค่าลงทะเบียน
    ไปหลอกเอาเงินของพ่อแม่ถึงยี่สิบหน หรือยี่สิบใบ
    มีเสียงฮือฮาดัง โอ้โฮ แทบจะพร้อมกันในหมู่ผู้ฟังที่ชุมนุมอยู่ตรงนั้น
    นี่แหละค่ะ กรรม ที่ทำกับพ่อแม่ผู้มีพระคุณสูงสุด

    ติดตามตอนต่อไปจ้าอ่านแล้วกะอย่าเฮ็ดบาปกับพ่อแม่เด้อวัยรุ่นวัยใหญ่กะดายเดวกรรมสินำมาเด้กรรมสุมื่อนิเฮงติดจรวจมาเด้:):)

  6. #6

    Re: ชีวิตติดกรรมเล่ม๓ ของแม่ชีทศพร บุญเทวาพิทักษ์ธรรม

    ต่อจากตอนที่แล้วจ้า
    พ่อแม่เหนื่อยยากหาเงินหาทองกันอุตลุดเพื่อหวังเอามาให่ลูกใช้จ่ายในการศึกษา
    เพื่อความเจริญก้าวหน้าของใคร ก็เพื่อลูกคนเดียวเท่านั้นไม่ใช่หรือคะ
    แต่ลูกล่ะ เคยคิดเรื่องนี้บ้างไหม แถมยังใจร้ายหลอกลวงพ่อแม่ได้ถึงยี่สิบหน
    นี่เป็นอกุศลกรรมที่หนูได้ทำไว้และเป็นกรรมติดจรวดที่ต้องชดใช้เห็นผลทันตา
    ในชาตินี้โดยไม่ต้องรอจนถึงชาติหน้า หนูถึงเรียนจบออกมาแล้วหางานทำ
    ที่ไหนไม่ได้ ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับอย่างไรล่ะคะ
    แล้วหนูพอจะแก้กรรมเเรื่องนี้ได้ไหมคะคุณแม่ เพราะที่หนูสมัครงานตอนนี้ก็
    เพราะอยากมีงานทำ เพื่อที่จะเอาเงินที่ได้มาเลี้ยงดูพ่อแม่ให้สบายตอนแก่
    การที่หนูคิดแบบนี้จัดว่าเป็น มโนกรรม ที่ดี เป็นกุศลกรรมทีทำให้กรรมเดิม
    เบาลงไปได้ แต่ก็ไม่หมดเสียทีเดียว จนกว่าหนูจะชดใช้เสียก่อน
    ชดใช้อย่างไรคะ
    คุณโยสีหน้ามีความหวังมากขึ้น หลายๆคนก็ขยับเข้ามาเพื่อฟัง
    ว่าแม่ชีจะหาทางแก้กรรมให้คุณโยมคนนี้อย่างไร ต้องได้สิคะ จริงไหม
    แม่ชีตั้งใจจะช่วยแล้วนี่ ทีแรก หนูบอกแม่ชีว่าท้อจนไม่อยากไปสมัครงาน
    ที่ไหนออีกแล้วใช่ไหมคะ ใช่ค่ะ อย่าเพิ่งท้อตอนนี้ค่ะ หนูยังสมัครงานไม่
    ถึงยี่สิบที หรือเขียนใบสมัครไม่ถึงยี่สิบใบเลยนี่นา จะเลิกเสียอย่างไร
    หนูเข้าใจค่ะ ก็หนูเคยปลอมใบเสร็จรับเงินหลอกลวงพ่อแม่มาถึงยี่สิบใบ
    หนูก็ต้องรับกรรมด้วยการสมัครงานแล้วไม่ได้ ไม่น้อยกว่ายี่สิบ
    หน นี่ละค่ะตัวกรรม ที่ส่ผลมาชดใช้ หนูยินดีที่จะใช้กรรมนี้หรือเปล่า
    ค่ะ คุณแม่ หนูยินดีและเต็มใจ งั้นก็ไปสมัครงานต่อ ก่อนไปสมัครก็สวดมนต์
    ระลึกถึงพระคุณของพ่อแม่ และไปกราบขอขมาท่านที่เราเคยปลอมใบเสร็จเอาไว้ ทำได้ไหม ไปกราบที่ตักและเอ่ยคำขอขมา แม่ชีเชื่อว่าพ่อแม่ต้องยอมยกโทษให้
    เพราะไม่มีใครรักและหวังดีกับเราเท่าพ่อกับแม่อีกแล้ว หนูทำได้ค่ะ
    งั้นเรื่องของหนูก็จบแล้วค่ะ อีกไม่ช้าหนูก็จะได้งานทำและอย่าลืมทำสิ่งที่ตั้งใจ
    หรือที่พูดไว้ในวันนี้กับแม่นะค่ะ เรื่องที่จะทำงานหาเงินมาเลี้ยงพ่อแม่
    เป็นการแสดงความกตัณณูต่อบุพการีน่ะ มีคนถามว่าแม่ชีรู้เรื่องอย่างนี้ได้อย่างไร
    แม้แต่หมอดูก็ยังไม่รู้อะไรถึงขนาดนี้ ที่จริงแม่ชีพูดอวดอ้างไม่ได้หรอกค่ะ
    แต่ถ้าผู้อ่านยังข้องใจ ก็อ่านไปเรื่อยๆจนถึงท้ายเล่มก็แล้วกันนะคะ
    บางที คำตอบที่คุณกำลังสงสัย อาจแทรกอยู่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
    ของนังสือเล่มนี้ก็ได้
    จบตอนๆต่อไปชื่อตอน น้ำตาลบ่หวานวาชั่นท่าอ่านเด้อจ้าท่ไผมักหนังสือของแม่ชีทศพร

  7. #7

    Re: ชีวิตติดกรรมเล่ม๓ ของแม่ชีทศพร บุญเทวาพิทักษ์ธรรม

    ตอนน้ำตาลไม่หวาน
    ใครที่อ่านหัวข้อเรื่องนี้อาจจะเดาได้ทันที ว่านีต้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับชีวิตครอบครัว
    หรือว่าชีวิตคู่เป็นแน่ และแใ่ชีก็คงไม่แคล้วทำหน้าที่คล้ายกับศิราณีตอบปัญหา
    ไม่ผิดหรอกคะ ถ้าจะคาดเดาอย่างนั้น แต่เมื่อแม่ชีเอามาเขียน หรือเอามาเล่า
    ให้ฟังทั้งที่ มันก็น่าจะมีอะไรมากกว่ารักไม่หวานหรือน้ำตาลจืดใช่ไหมเล่าค่ะ
    โยมมีปัญหาคนนี้ยังสาวอยู่ค่ะ แล้วก็สวยไม่น้อยเสียด้วยแต่ความสวยก็ไม่ใช่
    คำตอบสุดท้าย ที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ มีเรื่องน่าแปลกอยู่อย่าง นั่ก็คือ
    แม่ชีสังเกตว่าผู้หญิงมักจะมีปัญหามาให้แม่ชีแก้ไขมากกว่าผู้ชาย จะเป็น
    เพราะผู้หญิงมีกรรมมากกว่า หรือผู้หญิงกล้าพูด กล้าเล่า ถึงปัญหามากกว่า
    หรือผู้ชายสามารถแก้ปัญหาด้วยสติปัญญาของตัวเอง หรือผู้ชายไม่สนใจปัญหา
    คิดว่าอะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิดไปก็ตามที เอาไว้แม่ชีจะหาคำตอบมาบอกผู้อ่านอีกทีนะค่ะ
    เอาเรื่องคุณโยมคนนี้ก่อนดีกว่า ในวันที่กำลังสนทนาธรรมอยู่กับบรรดาญาติ
    โยมทั้งหลายนั้น ญาติโยมส่วนใหญ่ที่มาหาแม่ชี มักเป็นผู้ที่เลื่อมใสศรัทธา
    และปฏิบัติในทางบุญกับอยู่เสมอ รัศมีแห่งบุญจึงค่อนข้างสว่างไสว
    และจิตใจอิ่เอิบจนผู้ที่อยู่ใกล้แทบจะสัมผัสได้
    คำว่ารัศมี แปลว่าแสง หรือแสงสว่าง เป็นภาษาสันสกฤต ส่วนภาษาลาลี
    ก็คือคำว่า รังสี อย่างไรเล่าคะ
    เพราะฉะนั้น รัศมีแห่งบุญ ก็คือ แสงแห่งบุญนั่นเอง และก็เป็นสิ่งที่มีจริงนะคะ
    ชาวบ้านอย่างเราๆ อาจจะมีไม่มากพอจนมองเห็นด้วยตาเปล่า แต่ถ้าเป็นสมเด็จ
    พระสัมสัมพุทธเจ้า จะทรงมีแสงแห่งบุญสว่างไสวอยู่รอบพระวรกาย
    จนสามรถมองเห็นได้ถึงหกประการหรือที่เรืยกว่า ฉัพพรรณรังสี เลยทีเดียว
    ถ้าใครยังนึกไม่ออก ก็ขอให้นึกถึงภาพของพระพุทธชินราช หรือไม่ก็ภาพ
    วาดของพระพุทธเจ้าที่เราเห็นกันอยู่ทั่วไปที่มีแสงสว่างเป็นวงกลมอยู่รอบๆ
    เศรียรนั่นละค่ะ ในบางประเทศก็มีความเชื่อเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน อย่างที่ชาวจีนบอกว่า
    กวง อยู่รอบๆตัวนั่นเองกลับมาเข้าเรื่องของเราดีกว่าค่ะ
    ในขณะที่โยมส่วนใหญ่ที่รายล้อมแม่ชีอยู่นั่น มีแสงแห่งบุญรอบกายกันมากบ้าง
    น้อยบ้าง ตามบุญของแต่ละคน แต่ที่สะดุดจิต หรือสะกิดความรู้สึกของแม่ชีก็คือ
    โยมผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้มีความหม่นมัวแห่งกรรมชนิดที่เป็นอัปมงคลครอบคลุมแผ่ช่าน
    ไปทั่วทั้งตัวตนเลยทีเดียวมีความน่าสนใจขนาดนี้ แม่ชีคงไม่ปล่อยผ่านเลยไปแน่
    แต่ต้องเพ่งมองกันให้เต็มที่ และโยมคนนั้นก็เหมือนจะรู้ตัวดี จึงรีบแหวกผู้คน
    เข้ามาหาอย่างเร็ว แม่ชีขา หนูมีปัญหา แม่ทราบแล้วคะงั้นหนูคงไม่ต้องเล่า
    ไม่ต้องเล่าก็ได้คะ แต่ก็จะรู้กันอยู่แค่เราสองคนเท่านั้น สำคัญว่าคนที่อยู่ตรงนี้จะยอมกันไหม ไม่ยอม เสียงตอบอย่างพร้อมเพรียง แล้วพากันยิ้มขำที่แม่ชีรู้ทัน
    เห็นไหมคะ ว่าตัดอะไรตัดได้ แต่ตัดความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องของคนอื่นนี่มันตัดยากจริงๆ ให้แม่ชีพูดได้กี่เปอร์เช็นต์คะ ห้าสิบ หรือว่าร้อย พูดได้เต็มที่เลยค่ะคุณแม่
    แม่ชีต้องถามอย่างนี้ทุกครั้ง เพื่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อน ผู้อ่านก็อย่าอะไรที่
    ต้องเขียนซ้ำชากเลยนะคะ มันเป็นเรื่องพูดยากค่ะ เพราะถ้าเจ้าของเรื่องไม่เต็มใจ
    ก็จะเป็นการประจานไปเสียเปล่าๆเหมือนอย่างคุณโยมที่เป็นเจ้าของเรื่องนี้
    เมื่อยอมให้แม่ชีพูดได้เต็มที่ แม่ก็จะไม่อ้อมค้อมแล้วนะคะ หนูน่ะมีปัญหาครอบครัว
    ค่ะแม่ สามีหนูเขาไม่รักดีเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่กี่ปีเขาก็เบื่อหนูแล้วหันไปมีคนใหม่
    ทั้งๆที่ตอนเป็นคู่รักกัน ก็สัญญากับหนูว่าจะไม่มีใครอีกนอกจากหนูคนเดียวเท่านั้น
    ฟังดูก็เป็นเรื่องสามัญธรรมดาของชีวิตคู่ของภรรยาที่มีสามีเจ้าชู้ เรื่องของความรักที่จืด
    จางไปตามกาลเวลา ปัญหาของน้ำต้มผักที่ไม่ยอมหวานอีกต่อไปและแม้น้ำตาล ก็กลายเป็นรสขม หรือเปรี้ยวได้ เรื่องธรรมด๊า ธรรมดา ออกจะตายใช่ไหมคะ
    แต่อย่าเพิ่งหาวเรอ หรือเผลออ่านข้ามไปเด็ดขาดค่ะ ช๊อดเด็ดยังมาไม่ถึง
    แล้วหนูได้พยายามทำให้สามีกลับมาเป็นเหมื่อนเก่าหรือยังคะ.........ยังบ่จบจ้าเดวสิมาเขียนต่อมื่อหลังRe: ชีวิตติดกรรมเล่ม๓ ของแม่ชีทศพร บุญเทวาพิทักษ์ธรรมRe: ชีวิตติดกรรมเล่ม๓ ของแม่ชีทศพร บุญเทวาพิทักษ์ธรรม

  8. #8

    Re: ชีวิตติดกรรมเล่ม๓ ของแม่ชีทศพร บุญเทวาพิทักษ์ธรรม

    นะหน้าทอง นะหน้าท้อง
    พยายามแล้วค่ะแม่ชี หนูยังไม่ได้พยายามทำอะไร สงสัยแม่ชีคงจะรู้ไม่จริง
    แล้วค่ะ หนูพยายามอย่างที่สุดแล้วนะคะ คุณโยมเถียงด้วยสีหน้าขึงขังเต็มที่
    จนคนฟังพากันแปลกใจ บางคนถึงกับสงสัย ว่าแม่ชีอาจจะรู้ไม่จริงอย่างที่เธอว่า
    คงถึงเวลาที่จะต้องพูดกันตรงๆเสียที หรือที่เรียกว่าตีแสกหน้านั่นละค่ะ
    ถ้าสามีไปมีเมียใหม่ หรือเปลี่ยนใจไปจากเรา การพยายามทำให้ความรัก
    หรือสามีกลับมาหวานเหมือนเก่า นั่นก็คือ ต้องสำรวจตัวเอง ว่าเรามี
    ความบกพร่องตรงไหน หรือทำไม่ดีอะไรจึงทำให้สามีเปลี่ยนใจไปได้
    ขนาดนี้ เมื่อรู้หรือได้คำตอบแล้ว ก็ต้องรีบปรับปรุงตัวเองทันที
    ที่เคยพูดกระโชกโฮกฮาก ก็เปลี่ยนเป็นอ่อนหวานออดอ้อน ที่เคยทำ
    หน้านิ้วคิ้วขมวด บูดบึ้งเป็นยักษ์ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มแจ่มใส
    หันมาประจบเอาใจสามีและคนที่สามีรักและนับถือ เช่น พ่อแม่
    หรือญาติพี่น้องของเขา งานบ้านงานเรือนที่ไม่เคยจับต้อง ห้องครัวที่
    ไม่เคยเข้า นอกจากเวลาจะเจียวไข่ ก็ต้องหัดจับหัดทำจนชำนาญ
    ผู้ชายมักมีคำพูดที่ว่า ถ้ากันถึงฟาก ปากถึงข้าวแล้วล่ะก็ ไม่มีทางไปไหนรอด
    และสุดท้ายคือ ต้องตอบคำถามให้ได้ ว่าเราปฏิบัติหน้าทีภรรยา พร้อมที่
    จะดูแลปรนนิบัติสามีที่กลับมาบ้านอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง อาบน้ำให้เนื้อตัว
    สะอาดผ่องใส ประแป้งที่มีความหอมจรุงใจ พรมน้ำหอมตรงนั้นตรงนี้หน่อย
    แต่นี่หนูไม่ได้ทำอะไรอย่างที่แม่พูดมาสักอย่างเลย แต่ดันไปทำอะไร
    ที่ไม่เข้าท่า แม่ชีเห็นคุณโยมที่กำลังฟังเพลินๆ ถึงกับสะดุ้งทันที
    แถมยังหน้าถอดสีเมื่อได้ยินเสียงคนรอบๆชุบชิบกันว่าไปทำอะไร
    หนูจะพูดเองหรือว่าจะให้แม่ชีพูดล่ะคะ คุณโยมถอนใจเฮือก
    อย่างตัดสินใจ แล้วเงยหน้าสบตาแม่ชี หนูเชื่อแล้วค่ะว่าแม่ชีรู้เรื่องนี้
    ไม่มีอะไรที่จะปิดแม่ชีได้ตกลงหนูจะเล่าเองก็ได้ค่ะเผื่อจะมีประโยชน์
    กับคนอื่นบ้าง คือ หนูไปทำเสนห์มาค่ะ เสียงพึมพำอื้ออึงขึ้นมา
    ทันทีแน่ละค่ะ ที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้ แต่ก็ยังมีบางคนที่คิดว่าน่า
    จะเป็นวิธีแก้ไขให้สามีกลับมาหา หรือว่าเลิกกับผู้หญิงที่เขาแอบไปติดใจได้
    ถ้าจะให้มีประโยชน์กับคนอื่น หนูต้องเล่าให้ละเอือดกว่านี้ค่ะ
    ว่าไปทำอย่างไร แล้วหมอเสนห์ทีน่ะ มีเลห์กลแบบไหน ค่ะ หนูไปหาหมอ
    เสนห์ที่มีคนแนะนำว่าดี ทำแล้วได้ผลจนสามีซมซานกลับมาตายรังภายใน
    สามวันเจ็ดวัน แล้วหมอเสนห์คนนั้นก็นั่งทางใน บอกว่าที่หนูมีปัญหา
    เพราะมีไฝหรือขี้แมลงวันในที่ลับ หนูก็ตกใจเพราะมีจริงๆค่ะ
    แม่ว่าคนส่วนใหญ่ก็มีกันทั้งนั้น ไอ้ไฝหรือขี้แมลงวันอะไรนี่ แล้วยังไง
    ต่อคะ หมอเสนห์บอกว่าจะต้องเอาออก หรือแก้เคล็ดด้วยคาถา
    นัดให้หนูไปหาอีกหนในวันที่ไม่มีคนอยู่ แล้วก็พาเข้าไปทำพิธี
    ในห้องสองต่อสอง เอาน้ำมันอะไรไม่รู้มาชะโลมหน้าท้อง แล้วเอา
    เทียนมาถูไปถูมา ไม่รู้ว่าตอนนั้นหนูเกิดบ้าอะไร ยอมตามใจให้
    หมอเสนห์ทำทุกอย่าง แม้จะถูกถูต่ำลงไปก็ตาม สรุปว่าในที่สุด
    ก็เสร็จหมอเสนห์นั่นจนได้ ค่ะแม่ชี ผลอย่างแรก คือ เสียฟรี
    ใช่ไหม เพราะสามวันผ่านไปก็แล้ว สามีก็ยังไม่กลับมาสักที
    มีแต่จะห่างออกไป ค่ะ แล้วที่ร้ายไปกว่านั้น ไอ้หมอนั่น
    มันแอบถ่ายคลิปเอาไว้ และขู่ว่าจะเอาไปให้สามีหนูดู ถ้าหนูไม่ยอมไปให้มันอีก
    พร้อมทั้งต้องเอาเงินไปให้มันด้วยค่ะ หางโผล่จนได้ เสียงใครคนหนึ่งพึมพำ
    ออกมาหนูตัดสินใจไม่ยอมค่ะ

    ฝากไว้มื่อหลังมาเขียนต่อจ้าRe: ชีวิตติดกรรมเล่ม๓ ของแม่ชีทศพร บุญเทวาพิทักษ์ธรรมRe: ชีวิตติดกรรมเล่ม๓ ของแม่ชีทศพร บุญเทวาพิทักษ์ธรรม

  9. #9

    Re: ชีวิตติดกรรมเล่ม๓ ของแม่ชีทศพร บุญเทวาพิทักษ์ธรรม

    Re: ชีวิตติดกรรมเล่ม๓ ของแม่ชีทศพร บุญเทวาพิทักษ์ธรรมRe: ชีวิตติดกรรมเล่ม๓ ของแม่ชีทศพร บุญเทวาพิทักษ์ธรรมต่อจ้าตอนที่แล้วจ้า
    เธอยังคงพูดต่อไป ที่ร้ายก็คือ มันเอาคลิปนั่นประจานให้สามีหนูดูจริงๆ
    แต่สามีหนูก็จัดการจนไอ้หมอนั่นเข้าไปอยู่ในคุกแล้วค่ะ แล้วเขาก็อย่า
    กับหนู หนูก็ยอมหย่ากับสามีแล้วนี่ แล้วจะให้แม่ช่วยอะไรอีกล่ะ
    หนูยังอดคิดถึงเจ้าหมอนั่นไม่ได้ทั้งๆ ที่ใจเกลียดมันแทบตาย
    แต่เวลานอนทีไร แม่เข้าใจ เรื่องอย่างนี้มันไม่เข้าใครออกใคร
    ข้อหนึ่งละ อีกข้อหนึ่งก็คือเดรัจฉานวิชา หรือวิชาที่ชั่วช้า
    ต่ำทราม มันมีผลร้ายต่อผู้ที่ถูกวิชานี้ครอบงำ ยังดีที่หนูแข็งขืน
    ใจมาเล่าให้แม่ฟังได้ แล้วแม่ชีพอจะช่วยหนูได้หรือเปล่าคะ
    เดรัจฉานวิชาใดๆ ก็ไม่อาจเหนืออำนาจแห่งพุทธคุณของสมเด็จ
    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปได้หรอกค่ะเดี๋ยวหนูเข้าไปสวดมนต์ในโบสถ์นะ
    เอาพระคาถาชินบัญชรก็ได้ ขอให้พระพุทธเจ้า และพระอรหันต์
    ทุกพระองค์มาปกปักคุ้มครองเรา แล้วก็ตักน้ำพระพุทธมนต์เอากลับบ้านให้
    มากหน่อยก็แล้วกัน พระท่านไม่ว่าหรอกค่ะ แต่ถ้าเกรงใจพระ
    ก็ทำบุญเป็นค่าน้ำค่าขวดตามสมควรแห่งศรัทธา แล้วก็เอาน้ำมนต์
    กลับบ้านไปผสมน้ำอาบชำระเนื้อตัวให้ทั่วร่างกาย แม่ชีย้ำว่าต้อง
    ให้ทั่วนะคะ เพื่อขจัดสิ่งเลวร้ายหรืออะไรที่ไม่ดีให้หมดสิ้นไปจากตัวเรา
    เท่านี้หนูก็จะหาย ขอบคุณคุณแม่มากค่ะ หนูจะทำตามที่แม่บอกทุกอย่าง
    คุณโยมก้มลงกราบ และเงยหน้าพูดกับแม่ชีด้วยคำพูดที่ทำให้
    ทุกคนในนั้นถึงกับอึ้งไปทันที หนูยังมีเรื่องจะขอให้แม่ช่วยอีกอย่างค่ะ
    คือว่าหนูอยากไปเมืองนอก อยากมีสามีเป็นฝรั่งค่ะแม่ชี..........
    อย่าไปเลยเมืองนอก ที่จริง ตอนที่จะเขียนเรื่องนี้ แม่ชีกำลังนึก
    ถึงเพลง อย่าไปเลยบางกอก มากกว่า เพราะว่ามันมีอะไรที่คล้ายกับเรื่องของคุณโยม
    คนนี้ขึ้นมาพอดี ตอนที่คุณโยมบอกว่าอยากมีสามีฝรั่ง แม่ชีถึง
    กับอึ้งไปเหมือนกัน แต่หลังจากตั้งจิตคิดอยู่ครู่หนึ่ง แม่ชีก็บาง
    อ้อถึงดวงชะตาของคุณโยมคนนี้ แต่เพื่อความแน่ใจ ก็เลยขอ
    คุยกับคุณโยมต่ออีกหน่อย ทำไมหนูถึงอยากมีสามีฝรั่งมังค่าล่ะคะ
    ขนาดสามีไทยที่พูดกันรู้เรื่องดีก็ยังมีปัญหา แล้วสามีฝรั่งที่อาจ
    คุยกันจนเมื่อยมือ หนูคิดว่าจะไม่มีปัญหาหรือ หนูคิดว่าผู้ชายฝรั่ง
    น่าจะใจกว้างกว่าผู้ชายไทยค่ะแม่ชีประวัติหนูเป็นอย่างนี้
    บางทีผู้ชายไทยอาจจะรับไม่ได้ แต่ฝรั่งไม่ค่อยถือเท่าไหร่
    หรือถ้าถือ ก็คงไม่มีใครเอาไปเล่าให้เขาฟังได้ง่ายๆเหมือน
    กับเล่าให้ผู้ชายไทยฟัง หนูไม่อยากเสี่ยงอีกแล้วคะ แม่ชี
    คิดว่าดวงของหนูน่าจะอยูเมืองไทยมากกว่า พอพูดแค่นี้หน้า
    ของคุณโยมก็ดูจ๋อยลงทันที อย่าไปเลยค่ะเมืองนอกเมืองนา
    เพราะอย่างแรก ภาษาอังกฤษของหนูก็ดูท่ทางจะไม่ค่อยแข็งแรงสักเท่าไหร่
    พอไปต่างบ้านต่างเมือง ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรมและต่างสังคม
    ไม่นาน ชีวิตคู่ของหนูก็ต้องล่มอีกหนอยู่ดี เชื่อแม่เถอะนะ
    สรุปว่าหนูมีสามีเป็นฝรั่งไม่ได้ใช่ไหมคะ แม่ไม่ได้พูดอย่างนั้น
    แต่ว่าอย่าไปเลยเมืองนอกต่างหากล่ะคะ แต่ถ้าหนูเจอ
    ชายต่างชาติที่อยากจะตั้งรกรากหรือครอบครัวอยู่ในเมืองไทย
    พยายามหัดพูดภาษาไทยหรือยอมกินส้มตำปลาร้าได้ก็ตามใจเลยค่ะ
    ทุกคนต่างหัวเราะกันครืนใหญ่ และคงคิดว่าแม่ชีคงจะพูดไปอย่างนั้นเอง
    แต่อีกหลายวันต่อมา คุณโยมก็พาฝรั่งหนุมใหญ่ หรือจะ
    เรียกว่าวัยกลางคนก็ได้เข้ามาหาแม่ชี ฝรั่งนี่แปลกอยู่อย่าง พอยิ่งแก่
    หรือมีอายุ บางคนกลับยิ่งดูดี และมีสง่าราศีไม่น้อยเลยทีเดียว
    คุณโยมบอกว่าสามีฝรั่งของเธอคิดจะใช้ชีวิตอยู่เมืองไทย
    และจะพากันไปทำสวนทำไร่ใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงที่
    ภาคอีสาน บ้านเกิดของคุณโยม และกราบขอขคุณแม่ชีที่เคยให้
    คำแนะนำช่วยเหลือแก่เธอ ที่จริงแม่ชีก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่
    เป็นเพราะกรรมเก่าของคุณโยมคนนี้หมดไป แม่ชีเพียงแต่กรุยทาง
    ให้สะดวกขึ้นเท่านั้น ส่วนชีวิตในวันข้างหน้า ก็เป็นเรื่องของ
    คุณโยมกับสามีต่างชาติที่จะร่วมกันขีดโชคชะตา และร่วม
    เดินทางไปด้วยกันค่ะ ขอให้โชคดีนะคะ
    ฝากกลอนตอนท้ายด้วยค่ะ เสน่ห์ เล่ห์ กล
    หนึ่งคือ วิชามหาเสน่ห์
    ล้วนเป็นเล่ห์หลอกคนจนหลงใหล
    หากหลงเชื่อ หลงทำ ช้ำบรรลัย
    เหมือนอยู่ในกองทุกข์ ไม่สุขเลย

    หนึ่งคือ วิชามหาละลวย
    คิดว่าช่วยได้คู่เรียงเขนย
    ขุนแผนต้นตำรับถึงกับเคย
    ไม่เสบยในคุก ทุกข์นานปี

    หนึ่งคือ หมอล่หลง ลงหน้าทอง
    นะหน้าทองของสำคัญหมอพลันจี้
    ร้อยทั้งร้อย พันทั้งตัวชั่วทุกที
    หมอเสน่ห์เล่ห์ขยี้ระยำยับ.......

  10. #10

    Re: ชีวิตติดกรรมเล่ม๓ ของแม่ชีทศพร บุญเทวาพิทักษ์ธรรม

    เรื่องของคนเคยรวย
    และคนที่อยากรวยให้อ่านตรงนี้
    คนที่มาหาแม่ชีมักจะมีความทุกข์ และต้องการที่พึ่งหรือที่ปรึกษา
    ส่วนเวลาที่มีความสุขก็มักจะหายหน้าไป ชึ่งไม่ใช่ความผิดอะไร
    หรอกค่ะ เพราะเป็นธรรมดาที่เวลาคนเรามีความสุขย่อมอยากจะอยู่
    ใกล้กับคนที่รัก และทำให้มีความสุขยิ่งๆขึ้นไปมากกว่าและการที่คนเรา
    จะมีความทุกข์หรือสุขนั้น ไม่สำคัญว่าจะต้องเป็นคนมีการศึกษา
    หรือไร้ศึกษา มีฐานะดี หรือฐานะด้อย ชั้นสูง ปานกลาง
    หรือต่ำต้อยติดดิน เพราะทุกข์กับสุขมันไม่ได้เลือกว่าจะต้องเกิดกับใคร
    แต่มันจะเลือกว่าใครมี กรรมหนัก กรรมเบา มากกว่า
    ทีนี้เรามาว่ากันถึงเรื่องที่ตั้งหัวข้อไว้ว่า คนเคยรวย ดีกว่านะคะ
    ทีแรกแม่ชีกะจะตั้งหัวข้อเรื่องนี้ว่า รูปสวย รวยทรัพย์ นับแสน
    ชึ่งเป็นสำนวนไทยโบราณ แต่เดี๋ยวนี้รวยทรัพย์นับแสน
    แทบจะไม่มีความหมายอะไร ต่อให้นับล้านก็ยังรู้สึกงั้นๆ
    เพราะค่าของเงินมันตกไปทุกที เรื่องมีอยู่ว่า ในวันที่แม่ชีกำลังบรรยาย
    ธรรมอยู่ที่วัดพิชัยญาติ โยมสาวน้อยคนหนึ่ง ชึ่งแม่ชีจำได้ว่า
    ตามมาฟังธรรมหลายครั้ง จากที่เคยนั่งอยู่ข้างหลังก็ค่อยๆ
    ขยับเข้ามาข้างหน้า ด้วยรูปร่างหน้าตาที่สะสวยสะดุดตา
    แม้จะนุ่งห่มด้วยเสื้อผ้าชุดขาว แต่ก็แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอาง
    ชั้นดีและค่อนข้างฉูดฉาด และออกไปทางร้อนแรงไม่น้อย
    หลังจากที่จดๆ จ้องๆ อยู่พักใหญ่ จนแม่ชีเป็นฝ่ายสบตา
    แล้วยิ้มให้ก่อน แม่คะหนูมีเรื่องมาปรึกษา หรือจะเรรยกว่า
    ขอความช่วยเหลือก็ได้ค่ะ

    สมบัติ

    ใครมีรูปสมบัติจัดว่าสวย
    ใครร่ำรวยทรัพย์สมบัติมหาศาล
    เหล่านี้ไม่ยืนยงคงอยู่นาน
    ที่ทนทานคือ คุณสมบัติตน

    ปัญหาด้านฐานะการเงินใช่ไหมคะ ใช่คะแม่ หนูไม่น่าจะมี
    ปัญหา เพราะว่าครอบครัวเคยมีฐานะดี มีเงินหมุนเวียนในระดับ
    นับสิบล้านขึ้นไปใช่ไหมคะ ใช่คะ ที่บ้านของหนู หรือว่าคุณพ่อ
    ของหนูนั้น อาจจะเรรยกว่าเคยเป็นเศรษฐี หรือ คนเคยรวยก็ได้ค่ะ
    เคยรวยในระดับสิบล้านขึ้นไปก็นับว่าไม่ธรรมดา แต่แม่ชีว่า
    น่าจะเคยรวยมากกว่านั้น ถึงร้อยล้านไหมคะ จะว่าอย่างนั้น
    ก็ได้ค่ะ คำตอบของคุณโยมสาวน้อยเล่นเอาทุกคนที่นั่งฟังฮือฮา
    หลายคนชะโงกหน้ามาดูสาวน้อยหลายร้อยชั่งคนนี้ แต่เธอ
    กลับยิ้มเศร้าๆมีน้ำตาคลอเบ้าเหมือนอมทุกข์เอาไว้
    ที่บ้านของหนูทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไรคะ ทำธุรกิจเกี่ยวกับการบินค่ะ
    รับจองตั๋วเครื่องบินทุกสายการบิน เป็นบริษัทขนาดใหญ่
    ถ้าเอ่ยชื่อออกไปทุกคนต้องรู้จักทันที งั้นไม่ต้องบอกชื่อ จะได้ไม่เสีย
    หายมากไปกว่านี้ ค่ะคุณแม่ ทุกวันนี้ก็เสียชื่อเพราะบริษัท
    และคุณพ่อถูกฟ้องจนแทบจะล้มละลาย

    วันหลังสิมาเขียนต่อจ้า ขอขอบคุณแม่ชีที่มีหนังสือดีๆให้อ่าน
    และได้มอบความสุขกับคนอ่านค่ะ

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •