กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: จับ 2 พราน แอบล่าสัตว์ป่า

  1. #1
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ โชติ
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    ที่อยู่
    bbk
    กระทู้
    786

    จับ 2 พราน แอบล่าสัตว์ป่า


    รวบ 2 พรานบรรดาศักดิ์ พร้อมซากไก่ป่า-เลียงผา 1 ใน 15 สัตว์สงวนใกล้สูญพันธุ์

    เผยชาวบ้านเห็นเข้าไปตั้งเต็นท์ล่าสัตว์ป่าในอุทยานทับลาน-เขาใหญ่ แจ้งจนท.ตรวจสอบ
    พบชายฉกรรจ์ 5 คนกำลังหอบหิ้วซากสัตว์ใส่รถกระบะ พอ เห็นจนท.ก็ทิ้งของ
    แยกย้ายกันหลบหนี ตามจับได้ 2 คน หนึ่งในสองเป็นอจ.สวนกุหลาบ เบื้องต้นปฏิเสธเข้ามาล่าสัตว์
    อ้างแค่มาพักผ่อน ตรวจสอบรถกระบะ ทหารยศจ.ส.อ.ค่ายม.พัน 8 เป็น ผู้ครอบครอง


    เมื่อ เวลา 09.00 น. วันที่ 22 ก.พ. นายสำเนา ขอร่วมกลาง อายุ 50 ปี
    หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลานที่ 11 (ไทยสามัคคี) พร้อมกำลัง

    ควบคุมตัวนายสุขะชัย ศุภศิริ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29/233 ถ.พุทธมณฑล
    แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม.
    และนายศินพ บุตรเนียน อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 ประชานุกูล 3 ซอย 1
    แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม. สองผู้ต้องหาคดีร่วมกันล่าสัตว์ป่าสงวน
    ในเขตมรดกโลก ทับลาน-เขาใหญ่ พร้อมของกลางซากสัตว์ป่า อาวุธปืน เครื่องกระสุน
    จำนวนหนึ่ง มาให้พ.ต.ท.พันธมิตร ชาติมนตรี พนง.สอบสวน สภ.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
    ดำเนินคดีตามกฎหมาย นอก จากนี้ยังมีของกลางเป็นยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิด
    คือ รถปิกอัพยี่ห้อโตโยต้า รุ่นดีโฟร์ดี สีน้ำเงิน เลขทะเบียน บล 48 นครราชสีมา ให้เจ้า
    หน้าที่ลงบันทึกตรวจยึดไว้ เพื่อติดตามตัวผู้ครอบครองรถต่อไป

    นายสำเนาเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากชาวบ้านในเขตอบต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว ซึ่งเป็นสายข่าวอาสาสมัครพิทักษ์ป่า

    แจ้งว่าพบเห็นกลุ่มนายพรานบรรดา ศักดิ์ลักลอบเข้ามาล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติ
    ทับลาน-เขาใหญ่ มรกดโลกแห่งที่ 5 โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ บรรดาพรานกลุ่ม
    นี้จะถือโอกาสตั้งเต็นท์พักค้างคืนกันกลางป่า ตนพร้อมพวกที่เป็นลูกจ้างงานพิทักษ์ป่าจึง
    จัดเวรยามออกลาดตระเวนกันอย่าง เข้มงวด นายสำเนากล่าวต่อว่า ช่วงเย็นวันที่ 21 ก.พ.
    ขณะเดินเท้าผ่านบริเวณพื้นที่ป่าโป่งเกต (แปลงปลูกป่าทดแทน) เขตบ้านซับพู หมู่ 16 ต.อุดมทรัพย์
    แนวรอยต่ออ.ครบุรี และอ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา พบรถปิกอัพของกลางจอดอยู่บนเส้นทางแนวกันไฟกลางป่า
    จึงกระจายกำลังไว้โดยรอบ เพื่อรอดูความเคลื่อนไหว พบเห็นชายฉกรรจ์ 5 คน
    เดินตรงมาที่รถยนต์ที่จอดไว้ ซึ่งทั้งหมดช่วยกันหาบถุงปุ๋ย 2 ถุง โดยใช้วิธีช่วยกันหาบคานไม้ไผ่
    และมีคนยืนถือปืนคุ้มกันไว้จึงแสดงตัวขอตรวจค้น ชายฉกรรจ์ทั้งหมดเห็นท่าไม่ดี รีบทิ้งสิ่งของ
    พร้อมแยกย้ายวิ่งหลบหนี แต่ เจ้าหน้าที่ซึ่งแต่ละคนได้รับการฝึกฝนจนมีความเชี่ยวชาญในการเดินป่าและรู้
    เส้นทางดีจับกุมตัวไว้ได้ 2 คน เนื่องจากผู้ต้องหาไม่รู้เส้นทางการหลบหนี วิ่งวนไปมาในเส้นทางแนวกันไฟ
    ส่วนอีก 3 คน แหกวงล้อมเจ้าหน้าที่หลบหนีไปได้หวุดหวิด


    จับ 2 พราน แอบล่าสัตว์ป่า




    นายสำเนากล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบกระบะหลังรถปิกอัพ พบซากไก่ป่า
    และเครื่องกระสุนปืน

    ส่วน ถุงปุ๋ยด้านในเป็นซากเลียงผา สัตว์ป่าสงวน 1 ใน 15 ที่ใกล้สูญพันธุ์
    บาดแผลถูกยิงเข้าที่สีข้าง เบื้องต้นตรวจสอบเป็นเลียงผาเพศผู้ น้ำหนัก 48 ก.ก.

    นอกจากนี้จากการตรวจสอบเลขทะเบียนรถกระบะยานพาหนะที่ตรวจยึดได้
    พบชื่อผู้ครอบครองคือ จ.ส.อ.สมเกียรติ เขียนกระโทก อายุ 48 ปี นายทหารสังกัด กองพันทหารม้าที่ 8 (ม.พัน 8) กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี
    และการสอบสวนผู้ต้องทั้งสองยังให้การปฏิเสธ อ้างไม่มีส่วนรู้เห็นกับการลักลอบล่าสัตว์ป่า
    แค่มาเที่ยวตากอากาศกับเพื่อน แล้วถูกชักชวนมาในป่า

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบนายสุขะชัย หนึ่งในผู้ต้องหา พบว่าเป็นอาจารย์สอนอยู่ในโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

    แต่นายสุขะชัยไม่ยอมรับ อ้างเป็นชาวบ้านธรรมดา ส่วนคนร้ายที่หลบหนีไปได้
    นายสำเนายืนยันว่าจำใบหน้าได้แม่นยำ เป็นนายทหารเจ้าของรถที่ตรวจยึดได้กลางป่า
    ซึ่งจะประสานต้นสังกัดให้มารับข้อกล่าวหาเร็วๆ นี้ ล่าสุดได้มีญาติพี่น้องของผู้ต้องหาเดิน
    ทางมาติดต่อขอประกันตัวผู้ต้องหา ทั้งสองคนออกไปแล้ว

    วันเดียวกัน นายมนตรี แสนวิเศษ ผอ.โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

    กล่าว ถึงกรณีเจ้าหน้าที่จับกุมตัวและดำเนินคดีอาญากับนายสุขะชัย ศุภศิริ
    หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ว่า
    ยังไม่ทราบรายละเอียด อีกทั้งขณะนี้อยู่ในช่วงปิดภาคเรียนและตนอยู่ระหว่างการลาพักเพื่อเข้ารับการผ่าตัด

    ส่วนจะต้องให้ออกจากราชการไว้ก่อนหรือไม่นั้น ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน

    ด้านนายสมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า

    คงต้องรอดูข้อมูลและหลักฐานจากตำรวจก่อนว่าอาจารย์คนดังกล่าวกระทำผิดจริง
    และเป็นความผิดร้ายแรงหรือไม่ หากพบหลักฐานยืนยันว่าได้กระทำผิดจริง
    ก็มีขั้นตอนดำเนินการทางวินัยอยู่แล้ว ทั้งนี้จะต้องดำเนินการทางวินัยระหว่างนี้หรือไม่นั้น
    คงต้องให้ผู้บริหารโรงเรียนสวนกุหลาบในฐานะต้นสังกัดตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างเป็นธรรมด้วย


    ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

  2. #2
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา
    Mr.Reception
    สัญลักษณ์ของ คนตระการ...
    วันที่สมัคร
    Feb 2008
    กระทู้
    4,728

    Re: จับ 2 พราน แอบล่าสัตว์ป่า

    บ่อหน้าเลย .. หน้าสิไปหากะปอม หาแย่ ไคกว่าบ่อถืกจับ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •