‘วิตามินซี’ลดเสี่ยง‘เกาต์’




นักวิจัยวิทยาลัยแพทยศาสตร์บอสตันในสหรัฐระบุการเสริมวิตามินซีอาจช่วยป้องกันและบรรเทาอาการโรคเกาต์ได้ ศึกษาพบผู้ชายที่รับประทานวิตามินซีเสริมขนาด 1,000-1,499 มิลลิกรัมต่อวัน เสี่ยงเป็นโรคนี้ต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่รับประทานถึง 34% รับประทาน 1,500 มิลลิกรัมต่อวันเสี่ยงต่ำกว่า 45%

วารสารการแพทย์ภายในรายงานผลการศึกษาของนักวิจัยของทีม ดร.ฮีออน โจอี แห่งวิทยาลัยแพทยศาสตร์บอสตันในสหรัฐ ซึ่งศึกษาผู้ชายจำนวน 47,000 คน เป็นระยะยาวถึง 20 ปี พบว่าการเสริมวิตามินซีอาจช่วยป้องกันและบรรเทาอาการของโรคเกาต์ได้

ทั้งนี้ โรคเกาต์เป็นโรคข้ออักเสบที่ทำให้เจ็บปวดชนิดหนึ่ง โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนี้มีหลายอย่าง ซึ่งรวมถึงการรับประทานยาบางขนาน การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ความอ้วน และการบริโภคอาหารไม่ถูกส่วนหรือมีเนื้อสัตว์สูง ในช่วง 30 ปีกระทั่งถึงปัจจุบันอังกฤษมีผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ 1.5%

สำหรับการศึกษานี้พบว่าผู้ชายที่ล้วนมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพเป็นโรคเกาต์ 1,317 คน และจากการเปรียบเทียบการรับประทานวิตามินซีโดยไม่รวมปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่น เช่น อาหารที่รับประทานและการดื่มแอลกอฮอล์ พบว่าผู้ชายที่รับประทานวิตามินซีเสริมขนาด 1,000-1,499 มิลลิกรัมต่อวัน มีความเสี่ยงเป็นโรคเกาต์ต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่รับประทานถึง 34% ส่วนผู้ที่รับประทาน 1,500 มิลลิกรัมต่อวันมีความเสี่ยงต่ำกว่าถึง 45%

นักวิจัยเปิดเผยว่าผลที่ได้ทำให้เชื่อได้ว่าวิตามินซีน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ชาย โดยดูเหมือนวิตามินซีช่วยลดระดับกรดยูริกในเลือดลง ซึ่งโดยปรกติการสะสมของสารธรรมชาตินี้เป็นปริมาณมากสามารถทำให้เกิดตะกอนสะสมภายในและบริเวณรอบๆข้อต่อต่างๆจนทำให้เกิดอาการอักเสบบวมและเจ็บปวดซึ่งเป็นอาการของโรคเกาต์ แต่วิตามินซีไปลดปัญหานี้ได้ด้วยการช่วยให้ไตขับกรดยูริกออกจากร่างกายได้เพิ่มขึ้น

ดังนั้น การรับประทานวิตามินซีอาจเป็นประโยชน์ในการป้องกันโรคนี้ได้ ซึ่งโดยปรกติประชาชนสามารถได้รับวิตามินซีตามความจำเป็นหรือ 40 มิลลิกรัมต่อวันอยู่แล้วผ่านการรับประทานอาหารอย่างสมดุลและหลากหลาย ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าหากจะรับประทานมากถึง 1,000 มิลลิกรัมหรือน้อยกว่านั้นต่อวันไม่เป็นอันตราย

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเตือนว่าการค้นพบนี้ไม่ได้หมายความว่าให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตที่ไม่ถูกทางและใช้วิตามินซีมาแก้ปัญหาโรคเกาต์ได้