กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: รอบรั้วธรรม

  1. #1

    รอบรั้วธรรม



    รอบรั้วธรรม


    รอบรั้วธรรม


    สมัยเรียนหนังสือ ต้องอยู่หอพักของมหาวิทยาลัย พอตกเย็นของฤดูสอบ ก็จะสุมหัวกันติว ติวไปกินขนมไป ไม่นานคนชอบนอนเริ่มจะเอาหนังสือหนุนหัว และออกคำสั่งเผด็จการกับคนติวว่า

    “พูดไปเรื่อย ๆ นะ จะฟัง”

    เพื่อนบางคนก็เขกหัวเอาทีหนึ่ง เมื่อเจ้าตัวบอกว่า ให้หนังสือมันออสโมชีส (ซึม) เข้าไปในหัวอีกว่า

    “เอาหัวทับหนังสือตราเรียน แล้วเวลาอยู่ในห้องสอบ แกจะเปิดหนังสือออกเหรอ แกต้องเอาหนังสือทับหัวซี่ถึงจะถูก”


    ธรรมะก็เหมือนตำราเรียน เราอาจจะมีปัญญาซื้อหนังสือธรรมะและเทปมาเก็บไว้จนเต็มห้องใหญ่ เราอาจจะอ่านมันจนจบทุกเล่ม แต่ถ้าไม่ได้เอาใช้ ในที่สุดก็จะกลับเข้าไปอยู่ในหนังสือตามเดิม

    เหมือนซื้อหนังสือแม่ครัวมา 10 เล่ม แต่ไม่เคยซื้อของมาปรุงเลย ก็ไม่มีวันทำกับข้าวเป็น

    แต่ถ้าจะลองทำดูก็จะสนุก แม้จะเก้ ๆ กัง ๆ บ้างในตอนแรก ไม่รู้ว่าตะหลิวเซี๊ยะอยู่หนใด ชามเอาไว้ไหน หรือแม้แต่อาจจะเอาหม้อข้าวมาดาวไข่เป็นปฐม ก็ไม่เป็นไร ท่านพุทธทาสสอนว่า “ทำงานให้สนุก เป็นสุขกับการทำงาน” การฝึกปฏิบัติธรรมก็เป็นงานอย่างหนึ่งเหมือนกัน ที่ทำอย่างสนุกได้

    ที่นี้เมื่อจะลงมือทำ นอกจากจะอ่านตำราจนรู้แล้วว่า แกงเขียวหวาน มันมีเครื่องปรุงและวิธีปรุงอย่างไร แต่เราก็ต้องรู้จักวิธีใช้ครัวของเราก่อนเหมือนกัน เช่น ครกเอาไว้โชลก หม้อเอาไว้ต้มน้ำ ถ่าเราไม่รู้วิธีใช้ธรรมะในลักษณะเดียวกัน เราก็จะพยายามเอาครกไปต้มน้ำ


    ธรรมะมีมากมายหลายอย่างเหมือนกับข้าว และก็มีหลายระดับเหมือนกับข้าวอีกนั่นแหละ มันเสิร์ฟให้คนกินหลายระดับและมันก็แก้ไขให้กับปัญหาหลายระดับด้วย ฉะนั้นเราก็เลือกได้เหมาะกับตัว เหมาะกับโอกาส และเหมาะกับปัญหา แต่ก็มีหลักอยู่ว่าอย่าตีความไปในทางเกเร เสาหลักหน้าประตู 2 ต้น ก่อนที่จะก้าวเข้าไปในตัวบ้าน ก็คือ หนึ่งเป็นสิ่งที่ดีไหมกับ สองผิดศีลหรือเปล่า

    บางเรืองไม่ผิดศีล แต่ก็ไม่ดี ก็สรุปว่าให้เชย์โนไปเสีย อย่าดันทุรัง ส่วนที่ว่าอะไรดีไม่ดีนั่น ถ้าเปิดใจให้ตรงก็คงจะพอตัดสินได้เอง ถ้าสิ่งที่ไม่ดี ต้นทุรังว่าดีให้ได้ อันนี้ก็ตัวใคร ตัวมัน ก็ทำไปตามใจอยาก เพราะใครทำคนนั้นก็รับกรรมไปเองอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเถียงกัน


    เปรียบไปอีกอย่างให้เห็นง่าย ธรรมะก็เหมือนกับร้านขายยา ในร้านขายยาย่อมมียามากมายร้อยพันอย่าง แต่ก็สำหรับร้อยพันโรคเหมือนกัน ตู้นี้ใส่ยาแก้ปวดท้อง ตู้นั้นใส่ยาแก้ปวดหัว

    ถ้าเราปวดท้อง เราก็เดินไปทีตู้ยาแก้ปวดท้องตู้เดียวพอไปถึง เราจะพบการแตกแขนงย่อมไปอีก จะมียาแก้ปวดท้องเพราะลมจุกเสียด เพราะลำไส้อักเสบ เพราะกระเพาะเป็นแผล เพราะฯลฯ เราก็เลือเอายาที่ตรงกับสาเหตุที่เราเป้ฯ เอาไปกินแล้วก็จะหาย

    แต่ถ้าเดินเข้าไปแล้วนั่งเฉย ๆ อยู่ในร้านยา ยิ้มแล้วคอยให้หายปวดท้องไปเอง อันนี้ก็ต้องหาอีกตู้ด้วย คือยาเซ็กประสาท


    คนที่เลาะอยู่ตามขอบรั้วธรรมะ บ้างลังเลใจสงสัย บ้างไม่รู้จัก บ้างรู้จักนิดหน่อย เดินเลียบไปเลียบมาไม่กล้าเข้า และบางคนก็นำธรรมะไปใช้ได้จริงจัง ก็จะมีเรื่องราวต่าง ๆ พอจะเอามาคุยกันให้เป็ฯตวอย่าง อันนี้ถ้าตามศัพท์นักเรียน บางทีเขาเรียกปฐมนิเทศ แต่เราเรียกว่า ออเดิร์ฟ
    (รู้สึกจะไม่ค่อยพ้นเรื่องกินเลยนะ)

    จาก หนังสือธรรมะรอบกองไฟ ของ ขวัญ เพียงหทัย

  2. #2

    Re: รอบรั้วธรรม

    ธรรมะอยู่รอบข้างเฮาเสมอคั้นเฮารู้จักนำมาใช้ให้มันเกิดประโยชน์บ่อต้องฮู้จักเบิดทุกอย่างกะใด่แต่ขอให้รู้จริงและปฎิบัติจริงสิ่งนั้นกะซิเกิดผลเองเนาะครับ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •