กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: หนุ่มบ้านนอก

  1. #1
    มิสบ้านมหา 2010
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ เขมราฐ
    วันที่สมัคร
    Sep 2008
    ที่อยู่
    กลางท่งเมืองเขมฯ
    กระทู้
    2,078

    หนุ่มบ้านนอก


    หนุ่มบ้านนอกยากจนคนหนึ่ง

    เสี่ยงโชคเข้ามาหางานทำในกรุงเทพ
    ทั้งที่มิได้มีความรู้อะไรเลย

    เนื่องจากได้ทราบข่าวที่เพื่อนเล่าให้ฟังว่า
    มีโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพ
    กำลังรับสมัคร นักการภารโรง
    ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา

    จึงจับรถมากรุงเทพ
    และเดินกางแผนที่
    (ที่เพื่อนเขียนให้)
    สุ่มถามชาวบ้านถึงที่ตั้งของโรงเรียนนั้น
    ซึ่งกว่าจะเจอก็เหงื่อตกไปหลายปี๊บทีเดียวแหละ

    เมื่อเข้าไปแจ้งความจำนงที่แผนกธุรการ
    จึงมีเจ้าหน้าที่มาเรียกให้นั่ง< /span>
    และยื่นใบสมัครมาให้กรอกข้อความ
    นายหนุ่มนั้นก็ยิ้มแหย ๆ
    ยกมือไหว้แล้วบอกอ่อย ๆ กับเจ้าหน้าที่ว่า

    “...ขอโทษครับพี่
    ผม...คือว่า...
    ผม...อ่านหนังสือไม่ออก
    เขียนหนังสือไม่ได้ครับ...”

    เจ้าหน้าที่ ที่นั่งรับสมัครอยู่นั้น
    ชักสีหน้าทันที

    “...อะไรกัน
    คิดจะมาสมัครงานที่โรงเรียน
    ถึงจะตำแหน่งแค่ นักการภารโรง
    ถึงจะไม่ได้ใช้วุฒิการศึกษา
    แต่อย่างน้อยก็น่าจะอ่านออก เขียนได้
    บ้างแหละ”


    หนุ่มบ้านนอกหน้าซีด
    ยกมือไหว้เจ้าหน้าที่ประหลก ๆ

    “...ผมไม่รู้หนังสือจริง ๆ
    ครับ
    แต่ช่วยรับผมไว้หน่อยเถิดครับพี่
    ให้ผมแบกหามกวาดถูอะไรก็ได้ทุกอย่างครับ”

    “งั้นก็คงจะไม่ได้หรอก. ”
    เจ้าหน้าที่เก็บใบสมัคร กับปากกาที่วางไว้ให้
    คืนที่อย่างไม่มีเยื่อใย

    “...เรามาสมัครงานกับโรงเรียนนะ
    อย่างน้อยก็ต้องมีพื้นรู้หนังสือบ้างสิ
    ถ้าไม่รู้อะไรเลยอย่างนี้ ก็เสียใจด้วยนะ
    กลับไปเถอะ”

    หนุ่มบ้านนอกก็ได้แต่เดินออกจากโรงเรียน
    ที่ตั้งความหวังว่าจะได้งานทำนั้นอย่างเงื่องหงอย

    และเมื่อไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ในกรุงเทพ
    ก็จึงต้องจำใจ กำเงินจำนวนสุดท้าย
    จับรถ
    ซมซานกลับบ้าน อย่างนกปีกหัก

    …

    แต่เมื่อกลับถึงบ้าน
    จึงนึกขึ้นได้ว่า
    ตนเองนั้นเพิ่งได้รับมรดก
    เป็นที่ดินสวนรกร้างเท่าแ มวดิ้นตาย
    มาจากพ่อผู้ล่วงลับไปแล้ว

    ด้วยความเจ็บใจ
    จึงเกิดเป็นแรงมานะ
    ให้จับจอบเสียม
    หักร้างถางพง
    ที่ดินสวนเก่าที่รกร้างนั้น
    และค่อย ๆ
    พลิกฟื้นลงร่องผลไม้ไปทีละเล็กละน้อย
    อย่างฮึดสู้ชะตาชีวิต ด้วยความอดทน. . .

    …

    อาจเป็นบุญในปางบรรพ์
    ของพ่อหนุ่มคนนี้ก็ได้
    ที่ปรากฎว่า
    หลายปีต่อมา
    สวนผลไม้ที่ลงแรงไว้นั้น
    ออกผลอย่างงดงาม
    และสร้างผลกำไรมากทบทวีขึ้นทุกปี
    กระทั่งสามารถเก็บเงินซื้อที่ดินในแปลงข้างเคียง
    ขยายอาณาเขตสวนของตนเอง จนกว้างขึ้น และกว้างขึ้น. .

    หลายสิบปีต่อมา
    จากความขยันขันแข็ง มานะอดทน
    และประสบการณ์ที่เพิ่มพูน

    บัดนี้
    หนุ่มบ้านนอกคนนั้น
    ก็กลายเป็นชายชรา
    ที่คนทั้งเมืองรู้จักในนามของ
    พ่อเลี้ยงสวนผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด
    และภูมิภาคนั้น

    …

    อยู่มาปีหนึ่ง
    เมื่อเก็บเกี่ยวผลไม้มากมายมหาศาล
    และชำระบัญน้ำบัญชีเรียบร้อย
    โดยฝีมือของลูกหลานที่เลี้ยงดู ให้การศึกษา
    และแจกงานการให้ทำในสวนนั้นแล้ว

    พ่อเลี้ยงชราก็หอบเงินเป็นฟ่อน
    นั่งรถเข้ามาในตัวอำเภอ
    เพื่อขอเปิดบัญชีกับธนาคารเป็นครั้งแรก

    เมื่อแจ้งนาม และความจำนงกับธนาคารแล้ว
    พนักงานถึงกับตื่นเต้นกันยกใหญ่
    ผู้จัดการสาขาถึงกับเดินมาต้อนรับด้วยตัวเองเลยทีเดียว

    เมื่อพนมมือไหว้ลูกค้าใหญ่ รายใหม่ อย่างนอบน้อมแล้ว
    ผู้จัดการก็แตะข้อต่อศอก
    ยื่นใบเปิดบัญชีพร้อมปากกาปลอกทอง
    ให้กับพ่อเลี้ยงชราอย่างพินอบพิเทา

    “ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ
    ทางเรารู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่ง
    ที่ได้มีโอกาสบริการพ่อเลี้ยงในครั้งนี้
    รบกวนกรอกใบเปิดบัญชีด้วยครับ”

    พ่อเลี้ยงชราส่ายหน้าช้าๆ
    ยื่นปากกาปลอกทองคืนให้กับผู้จัดการ
    พร้อมกับยิ้มให้ พลางกล่าวเนิบๆ

    “พ่อหนุ่มช่วยกรอกรายการให้ลุงทีเถิด
    ลุงอ่านหนังสือไม่ออก
    เขียนหนังสือไม่ได้หรอก...”

    ผู้จัดการรับปากกาคืนมาโดยอัตโนมัติแบบงงสุดขีด
    พลางค่อยๆอ้อมแอ้มถามลูกค้ารายใหญ่ (มาก ) อย่างเกรงใจสุดๆ

    “...เอ่อ...ผมไม่เคยทราบมาก่อนเลยครับ...
    เอ่อ...ขออนุญาตเรียนถามพ่อเลี้ยงด้วยความเคารพนิดหนึ่งเถิด
    ครับ
    คือ...พวกเราในจังหวัดนี้ก็ทราบกันดีอยู่
    ถึงชื่อเสียงของพ่อเลี้ยง
    ในกิจการสวนผลไม้ที่ใหญ่โตและเจริญก้าวหน้าที่สุดในภูมิภาคนี้
    แต่...” ผู้จัดการ ชะงัก
    ด้วยความเกรงใจ

    และในที่สุดก็หลุดปากถามออกมา
    ด้วยความฉงนที่มิอาจเก็บไว้ได้จริงจริง

    “...แต่
    พ่อเลี้ยงอ่านหนังสือไม่ออก
    และเขียนหนังสือไม่ได้ หรือครับ...”

    “...พ่อหนุ่ม”
    พ่อเลี้ยงชรายิ้มให้ผู้จัดการสาขาของธนาคารอย่างใจดี

    “...ถ้าลุงอ่านหนังสือออก
    และเขียนหนังสือได้น่ะนะ...”

    แกถอนหายใจยาว

    ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ผู้จัดการถึงกับอึ้งไปนานเลยว่า

    “...ป่านนี้
    ลุงก็คงได้เป็นภารโรงไปแล้วแหละ...”


    ========================================

    คุณค่าของเราไม่ได้ขึ้นกับสิ่งที่คนอื่นมองเรา
    แต่ขึ้นอยู่กับตัวเรา
    โอกาสยังมีอยู่เสมอ
    ขอเพียงแต่มองไปรอบๆ
    ตั้งใจทำในสิ่งที่ทำได้
    และทำให้เต็มความสามารถ
    แล้วดอกผลจะตามมาเอง

  2. #2
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา
    Mr.Reception
    สัญลักษณ์ของ คนตระการ...
    วันที่สมัคร
    Feb 2008
    กระทู้
    4,728

    Re: หนุ่มบ้านนอก

    เรื่องเข้ามากรุงเทพใหม่ๆ มาคือจะของแท้น้อ..::)::)///อ่านไปอ่านมากะซงคือๆรายการสู้แล้วรวยเนาะ ::)

  3. #3
    ศิลปิน นักร้อง นักแสดง สัญลักษณ์ของ คนพนมไพร
    วันที่สมัคร
    Jan 2009
    ที่อยู่
    สายไหม
    กระทู้
    625

    Re: หนุ่มบ้านนอก

    เตือนใจดีครับ ค่าของคนอยู่หม่องได๋เนาะ บัดผู้อ่านหนังสือบ่อได้อยูทงบ้านคือมาลำบากแท้น้อ หือแม่นมันขี้คร้านบ้อ Re: หนุ่มบ้านนอก

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •