กำลังแสดงผล 1 ถึง 6 จากทั้งหมด 6

หัวข้อ: หัวหลิน

  1. #1
    มิสบ้านมหา 2010
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ เขมราฐ
    วันที่สมัคร
    Sep 2008
    ที่อยู่
    กลางท่งเมืองเขมฯ
    กระทู้
    2,078

    หัวหลิน


    เรือนไม้โบราณที่สร้างตามแบบศิลปะอีสานหลังใหญ่ ซุกตัวอยู่ภายในสวนมะม่วง เจ้าของ

    เรือนเป็นนายฮ้อยมีชื่อคนหนึ่งในอำเภอ สมาชิกในเรือนมี 7 คน ตัวนายฮ้อย ภรรยา ลูก

    สาว 3 คน ซึ่งมี 2 คนที่ยังไม่แต่งงาน ลูกเขย และน้องของภรรยานายฮ้อยซึ่งเป็นใบ้ ทุก

    คนในเรือนมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย บางวันนอกชานเรือนหลังนี้เป็นที่ต้อนรับแขก ที่มาติดต่อ

    ซื้อ ขาย วัว ควายกับนายฮ้อย

    เช้าวันนี้บนเรือนกำลังโกลาหล เนื่องจากลูกสาวคนกลางที่แต่งงานแล้วและ


    ท้องแก่เกิดเจ็บท้องจะคลอดลูก แม่ใหญ่พัตร หมอตำแยประจำหมู่บ้านถูกตามตัวมาอย่าง

    เร่งด่วน เสียงร้องบอกให้ต้มน้ำ เสียงญาติ ๆ มารอรับขวัญหลานตาคนแรกดังเซ่งแซ่ ชาน

    บ้านมีญาติ ๆ นั่งคุยกันอยู่หลายคน ภายในส่วนที่เป็นครัวถูกแปลงสภาพให้เป็นที่อยู่ไฟ

    ต้นกล้วยต้นใหญ่วางเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ภายในบรรจุดินจนเต็ม มีกองไฟที่มีฟืนเป็นเชื้อ

    เพลิงกำลังลุกโชน ข้าง ๆ กองไฟมีเตียงเล็ก ๆ สูงเพียงเข่าวางอยู่ ผ้าขาวม้าผูกโยงจาก

    ขื่อลงมาไว้ให้แม่เด็กเป็นที่ยึดระหว่างที่ต้องใช้พลังทั้งหมดในการเบ่ง เสียงยายพัตรพร่ำ

    บอกให้ ใจเย็น ๆ หายใจลึก ๆ และออกแรงเบ่งตามจังหวะที่แกเป็นผู้ให้ เหงื่อกาฬไหล

    อาบตามหน้าผู้เป็นแม่ ใบหน้าเหยเกบ่งบอกถึงความเจ็บปวด มือที่ยึดผ้าขาวม้าเกร็งจนเส้น

    เอ็นปูดโปน “ดื้อคักน้อแม่มึงเจ็บแฮงแล้วฟ้าวออกมาไวๆ หล่า” แม่ใหญ่พัตรบอกกับเด็กที่

    ทำท่าจะดื้อไม่ยอมกลับหัว มือก็สาละวนอยู่กับการนวดท้องช่วยให้เด็กคลอดง่ายขึ้น

    “อดเอาหล่าเด็กน้อยกลับหัวแล้วเบ่ง ยาว ๆ” แม่รวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายแบ่งสุดแรง

    เกิด “อุแว้ ๆ” เสียงเด็กแผดเสียง พร้อมกับเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกของหมอ

    ตำแย และญาติ ๆ ที่นั่งรออยู่ด้านนอก “มึงได้ลูกสาว” แม่ใหญ่พัตรบอกกับแม่เด็ก ซึ่งเธอ

    ได้เป็นลมไปตั้งแต่ได้ยินเสียงลูกของเธอครั้งแรกแล้ว แม่ใหญ่พัตรเรียกหาน้ำอุ่นมาอาบ

    น้ำให้เด็ก เธอใช้เปลือกหอยกาบที่ถูกับหินลับมีดคมกริบ ตัดสายรกออกส่งให้พ่อเด็กเอา

    ไปฝังไว้ใต้บันไดบ้าน หลังจากอาบน้ำให้เสร็จ ห่มด้วยผ้าอ้อมหนูน้อยเงียบเสียงนอนหลับ

    อย่างสบายอารมณ์ แม่เด็กยังไม่ฟื้นจากการเป็นลม พี่สาวของเธอนั่งนวดมือนวดเท้าให้

    เธอไม่ห่าง ส่วนสามีเธอนั้นเมื่อหมอตำแยส่งลูกสาวให้อุ้มนั่งมองหน้าลูกสาวยิ้มไม่หุบ

    ดวงตาบ่งบอกถึงความสุขอย่างเหลือล้น หลานตาคนแรกเป็นผู้หญิงตัวแดง ผิวหนังเหี่ยว

    ย่น ผมบนศีรษะมีน้อยมากแทบมองไม่เห็นหากไม่สังเกตให้ดี กระด้งใบใหญ่ถูกนำมา

    วางกลางบ้าน ผู้เป็นพ่อบรรจงวางลูกน้อยลงในกระด้ง ญาติผู้ใหญ่เริ่มทยอยเข้ามาผูกแขน

    รับขวัญหลาน พร้อมคำอวยพรให้ให้หนูน้อยเลี้ยงง่าย โตไวเป็นเจ้าคนนายคน สมุดดินสอ

    เข็มเย็บผ้าถูกนำมาวางบนหัวนอนของหนูน้อย ด้วยมีความเชื่อว่าเมื่อเติบใหญ่หนูน้อยจะ

    ฉลาดหลักแหลม บรรดาสาว ๆ น้า อา ของหนูน้อยพากันนำก้านใบพลูมาวาดตามคิ้ว และ

    ขอบปากให้หนูน้อยเชื่อว่าคิ้วจะดกดำ ปากเป็นกระจับได้รูปสวยงาม แม่ของหนูน้อยรู้สึก

    ตัว เธอถูกพาไปนั่งบนตั่งแม่ของเธออาบน้ำอุ่นที่ต้มด้วยสมุนไพรนานาชนิดที่มีสรรพคุณ

    สมานแผล และขจัดน้ำคาวปลาโดยเทน้ำราดลงมาจากศีรษะให้เธอ หลังจากอาบน้ำเสร็จ

    แล้ว มีชายแก่หมอธรรมมาทำพิธีเข้าไฟให้เธอ สายสินธุผูกที่ข้อมือ ข้อเท้าทั้งสองข้าง

    และรอบคอของเธอ หมอธรรมบอกว่าเธอต้องอยู่ไฟอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ ใน

    ระหว่างที่อยู่ไฟเธอต้องขยันดื่มน้ำร้อนเพื่อให้มีน้ำนมพอสำหรับเลี้ยงลูก ตะวันขึ้นตรง

    ศีรษะพิธีเข้ากรรมหรืออยู่ไฟสิ้นสุดลง สำรับอาหารและเหล้าโรงถูกนำมาวางกลางชาน

    บ้าน บรรดาญาติ ๆ ที่มารับขวัญหลานล้อมวงกันกินข้าวพร้อมกับพูดคุยถึงเรื่องจะตั้งชื่อให้

    หนูน้อยว่าอย่างไร เสียงผู้ชายนัดแนะกันว่าเย็นนี้จะมีการล้มวัวเลี้ยงญาติ ๆ และเพื่อนบ้าน

    เป็นการฉลองและรับขวัญหลานตาคนแรก ดังกลบกันฟังไม่ได้ศัพท์ “มันบ่มีผมหัวแดงเอิ้น

    มันว่า หัวหลิน นี่ละ ได้ไปหาหลวงตาเคนได้ชื่อมาจั่งเอิ้นซื่อมัน” นายฮ้อยผู้เป็นตาบอกกับ

    ลูกเขยที่อุ้มหลานมาให้เขารับขวัญ หลังจากนั้น 2 วันนายฮ้อยไปพบหลวงตาเคนเอาวัน

    เดือน ปี เกิด เวลาตกฟากของหลานสาวไปหาหลวงตาเคน หลวงตาเคนตั้งชื่อหนูน้อยว่า

    ลัดดาวัลย์ ส่วนชื่อสั้น จะเรียกอย่างไรก็สุดแท้แต่จะเรียกกัน ลัด, ดา หรือวัลย์ หากแต่ไม่

    มีใครที่จะเรียกชื่อหนูน้อยคนนั้นจาก 3 พยางค์นี้เลย ต่างเห็นสมควรเรียกหนูน้อยคนนั้น

    ว่า “หัวหลิน” กันทุกคน

  2. #2
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา
    Mr.Reception
    สัญลักษณ์ของ คนตระการ...
    วันที่สมัคร
    Feb 2008
    กระทู้
    4,728

    Re: หัวหลิน

    อ๋อ...หัวหลิน..กะคือน้องหลิน.ลัดดาวัลย์ .. หรือ เขมราฐ ล่ะกะเป็นคนที่เขียนเรื่องนี่ แม่นบ่อ....



    (เรื่องของอ้ายกะว่าสิเขียนคือกันอยู่ ตอนคลอดออกมาใหม่ๆหาปากาบ่อทันเลยบ่อได้เขียน)::)::)

  3. #3
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    Re: หัวหลิน

    เด็กน้อย คนโบราณเขากะตั้งชื่อแปลกๆ ดอกน้อ ให้เด็กรอดพ้นอันตราย ตามความเชื่อแหละน้อจ้า

  4. #4

    Re: หัวหลิน

    สมัยก่อนผู้เฒ่ากะมักตั้งชื่อเล่นตามลักษณะเด็กน้อยเกิดเนาะครับหรือลักษระรูปร่างเด็กน้อยครับ

  5. #5
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ บักหล่าลูกกก
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    159

    Re: หัวหลิน

    เว้าพื่นจะของตั้วนิ แมนบ่ครับ

  6. #6
    ฝ่ายเทคนิคและโปรแกรม สัญลักษณ์ของ บ่าวโจ่โล่
    วันที่สมัคร
    Dec 2006
    กระทู้
    1,961

    Re: หัวหลิน



    โอ๊ยเนาะ ว่าแม่นไผเป็นหยัง ปาดได๋แท้ เห็นฮอดจะของเกิดเด๊เดียวหนิ อ่านคำบรรยายแมะ
    มายื่นเบิ่งเจ้าของคัก ๆ เด๊เดียวหนิ ฮู้ฮอดว่า คะเค้าพานางน้อง ไปตั้งชื่อเว่ย

    อันล้มวัว เลี้ยงไทยบ้านปานนั้นติเดียวหนิ น้องหลินแมะ อ้ายกะจำบ่ได้จ้อยแมะว่าเกิดจั่งได๋
    แม่นหัวหลิน หรือ หัวหลิม หล่ะน้องแนวหนิ ฮ่า ๆ ๆ หัวหลินเนาะ ซำพอสำนวนหล่อน
    บ่ธรรมดาแมะ ออกแนวหัวแหลม เด้ออ้ายว่าแมะ


Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •