กำลังแสดงผล 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 10

หัวข้อ: วังนาคินทร์คำชะโนด

  1. #1
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ DK ยโสธร
    วันที่สมัคร
    Aug 2008
    กระทู้
    122

    วังนาคินทร์คำชะโนด


    วังนาคินทร์คำชะโนด หรือชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า เมืองชะโนด สถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่ระหว่างรอยต่อของตำบลวังทอง ตำลบบ้านม่วงและตำบลบ้าน
    จันทร์อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานีวังนาคินทร์คำชะโนด หรือ เมืองคำชะโนดมีเรื่องเล่ากันมาว่า เจ้าพ่อพญาศรีสุทโธเป็นพญานาค ครองเมืองหนอง
    กระแสครึ่งหนึ่งและอีกครึ่งหนึ่งเป็นพญานาคเช่นเดียวกันปกครองมีชื่อว่าสุวรรณนาค และมีบริวารฝ่ายละ 5,000 เช่นเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายอยู่ร่วมกัน
    ด้วยความรัก ความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมีอาหารการกินก็แบ่งกันกิน มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นเพื่อนตายกันตลอดมา แต่มีข้อตกลง
    กันอยู่ข้อหนึ่งว่า ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดออกไปหากินล่าเนื้อหาอาหารอีกฝ่ายหนึ่งไม่ต้องออกไปล่าเนื้อหาอาหารเพราะเกรงว่าบริวารไพร่พลจะกระทบกระทั่ง
    กัน และอาจจะเกิดรบรากันขึ้นแต่ให้ฝ่ายที่ออกไปล่าเนื้อหาอาหารนำอาหารที่หามาได้แบ่งกันกินฝ่ายละครึ่ง การกระทำโดยวิธีนี้อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข
    ตลอดมา อยู่มาวันหนึ่งสุวรรณนาคพาบริวารไพร่พลออกไปล่าเนื้อหาอาหารได้ช้างมาเป็นอาหาร ได้แบ่งให้สุทโธนาคครึ่งหนึ่งพร้อมกับนำขนของช้างไป
    ให้ดูเพื่อเป็นหลักฐานต่างฝ่ายต่างกินเนื้ออย่างอิ่มหนำสำราญด้วยกันทั้งสองฝ่าย และวันต่อมาอีกวันหนึ่งสุวรรณนาคได้พาบริวารไพร่พลออกไปล่าเนื้อ
    หาอาหารได้เม่นมา สุวรรณนาคได้แบ่งให้สุทโธนาคครึ่งหนึ่งเหมือนเดิม พร้อมทั้งนำขนของเม่นไปให้ดู ปรากฎว่าเม่นตัวเล็กนิดเดียว แต่ขนของเม่น
    ใหญ่เม่นตัวเล็กเมื่อแบ่งเนื้อเม่นให้สุทโธนาคจึงต้องแบ่งให้น้อยสุทโธนาคได้พิจารณาดูขนเม่นเห็นว่าขนาดขนช้างเล็กนิดเดียวตัวยังใหญ่โตขนาดนี้
    แต่นี้ขนใหญ่ขนาดนี้ตัวจะใหญ่โตขนาดไหนถึงอย่างไรตัวเม่นจะต้องใหญ่กว่าช้างอย่างแน่นอน คิดได้อย่างนี้จึงให้เสนาอำมาตย์นำเนื้อเม่นที่ได้รับส่วน
    แบ่งครึ่งหนึ่งไปคืนให้สุวรรณนาคพร้อมกับฝากบอกไปว่า "ไม่ขอรับอาหารส่วนแบ่งที่ไม่เป็นธรรมจากเพื่อนที่ไม่ซื่อสัตย์" ฝ่ายสุวรรณนาคเมื่อได้ยิน
    ดังนั้น จึงได้รีบเดินทางไปพบสุทโธนาคเพื่อชี้แจงให้ทราบว่าเม่นถึงแม้ขนมันจะใหญ่โตแต่ตัวเล็กนิดเดียว ขอให้เพื่อนรับเนื้อเม่นไว้เป็นอาหารเสีย
    เถิด สุวรรณนาคพูดเท่าไรสุทโธนาคก็ไม่เชื่อผลสุดท้ายทั้งสองฝ่ายจึงประกาศสงครามกัน ฝ่ายสุทโธนาคซึ่งมีความโกรธเป็นทุนอยู่ตั้งแต่เห็นเนื้อเม่น
    อยู่แล้วจึงสั่งบริวาร ไพร่พลทหารรุกรบทันที ฝ่ายสุวรรณนาคจึงรีบเรียกระดมบริวารไพร่พลต่อสู้ทันทีเช่นเดียวกัน ตามการบอกเล่าสู่กันฟังมาว่า
    พญานาค ทั้งสองรบกันอยู่ถึง 7 ปีต่างฝ่ายต่างเมื่อยล้า เพราะต่างฝ่ายต่างหวังจะเอาชนะกันให้ได้ เพื่อจะครองความเป็นใหญ่ในหนองกระแสเพียง
    คนเดียวจนทำ ให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บริเวณหนองกระแสและบริเวณรอบ ๆ หนองกระแสเกิดความเสียหายเดือดร้อนไปตามกัน
    เมื่อเกิดรบกันรุนแรงที่สุดจนทำให้ พื้นโลกสะเทือนเกิดแผ่นดินไหวทั้งหมด เทวดาน้อยใหญ่ทั้งหลายเกิดความเดือดร้อน ไปทั้งสามภพความ
    เดือดร้อนทั้งหลายได้ทราบไปถึง พระ อินทรา ธิราชผู้เป็นใหญ่ เทวดาน้อยใหญ่ทั้งหลายไปเข้าเฝ้าพระอินทร์เพื่อร้องทุกข์และเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ
    ให้ฟังเมื่อพระอินทร์ได้ทราบเรื่องตลอดแล้ว จะต้อง หาวิธีการให้พญานาคทั้งสองหยุดรบกันเพื่อความสงบสุขของไตรภพจึงได้เสด็จจากดาวดึงส์ ลงมา ยัง
    เมืองมนุษย์โลกที่หนองกระแส แล้วพระอินทร์ตรัส เป็นเทวราชโองการว่า "ให้ท่านทั้งสองหยุดรบกันเดี๋ยวนี้" การทำสงครามครั้งนี้ถือว่าทุกฝ่ายเสมอ
    กัน และหนองกระแสให้ถือว่าเป็นเขตปลอดสงคราม ให้พญานาคทั้งสองพากันสร้างแม่น้ำคนละสายออกจากหนองกระแสใครสร้างถึงทะเล ก่อนจะ ให้
    ปลา บึก ขึ้นอยู่ในแม่น้ำแห่งนั้น และให้ถือว่าการทำ สงครามครั้งนี้มีความเสมอกัน เพื่อป้องกันการทะเลาะวิวาทของพญานาค ทั้งสอง ให้เอาภูเขา
    พญาไฟ เป็น เขตกั้นคนละฝ่าย ใครข้ามไปราวีรุกรานกันขอ ให้ไฟจากภูเขาดงพญาไฟไหม้ฝ่ายนั้นเป็นจุลมหาจุล เมื่อพระอินทร์ตรัสเป็นเทวราชโอง
    การ ดัง กล่าวแล้วสุทโธนาคจึงพาบริวารไพร่พลอพยพออก จาก หนองกระแสสร้างแม่น้ำมุ่งไปทางทิศตะวันออกของหนองกระแส เมื่อถึงตรง ไหนเป็น
    ภูเขาก็คดโค้ง ไปตามภูเขาหรือ อาจจะลอดภูเขาบ้างตามความยาก ง่ายในการสร้าง เพราะสุทโธนาคเป็นคนใจร้อน แม่น้ำนี้เรียกชื่อว่า "แม่น้ำโขง"
    คำว่า "โขง" จึงมาจาคำว่า "โค้ง" ซึ่งหมายถึงไม่ตรง ส่วนทางฝั่งลาว เรียกว่า แม่น้ำของ ด้านสุวรรณนาค เมื่อได้รับเทวราชโองการ ดังกล่าวจึงพาบริวาร
    ไพร่พลพลอย อพยพออกจากหนองกระแส สร้างแม่น้ำมุ่งไปทางทิศใต้ ของหนองกระแส สุวรรณนาคเป็นคนตรงพิถีพิถันและเป็นผู้มีใจเย็น การสร้าง
    แม่น้ำจึงต้องทำ ให้ตรงและคิดว่าตรง ๆ จะทำให้ถึงจุดหมายปลายทางก่อน ตนจะได้เป็นผู้ชนะ แม่น้ำนี้เรียกชื่อว่า "แม่น้ำน่าน"แม่น้ำน่าน จึงเป็นแม่
    น้ำที่มีความตรงกว่า แม่น้ำทุกสายในประเทศไทย
    การสร้างแม่น้ำแข่งกันในครั้งนั้น ปรากฎว่าสุทโธนาคสร้างแม่น้ำโขงเสร็จก่อนตามสัญญาของพระอินทร์ สุทโธนาคเป็นผู้ชนะและ
    ปลาบึกจึงต้องขึ้นอยู่แม่น้ำโขงแห่งเดียวในโลกตามการบอกเล่าต่อ ๆ กันมาว่า น้ำในแม่น้ำโขงและแม่น้ำในแม่น้ำน่านจะนำมาผสมกันไม่ได้ ถ้าผสม
    ใส่ขวดเดียวกันขวดจะแตกทันที ในกรณีนี้ยังไม่เคยเห็นท่านผู้ใดนำน้ำทั้งสองแห่งนี้มาผสมกันสักที สุทโธนาคเมื่อสร้างแม่น้ำโขงเสร็จแล้ว ปลาบึกขึ้น
    อยู่แม่น้ำโขงและเป็นผู้ชนะตามสัญญาแล้ว จึงได้แผลงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เหาะไปเฝ้าพระอินทร์ ณ ดาวดึงส์ ทูลถามพระอินทร์ว่า "ตัวข้าเป็นชาติเชื้อ
    พญานาคถ้าจะอยู่บนโลกมนุษย์นานเกินไปก็ไม่ได้ จึงขอทางขึ้นลงระหว่างบาดาลและโลกมนุษย์เอาไว้ 3 แห่ง และทูลถามว่าจะให้ครอบครองอยู่ตรง
    แห่งไหนแน่นอน พระอินทร์ผู้เป็นใหญ่จึงอนุญาตให้มีรูพญานาคเอาไว้ 3 แห่ง คือ
    1. ที่ธาตุหลวงนครเวียงจันทน์
    2. ที่หนองคันแท
    3. ที่พรหมประกายโลก (ที่คำชะโนด)
    ส่วนที่ 1-2 เป็นทางขึ้นลงสู่เมืองบาดาลของพญานาคเท่านั้น ส่วนสถานที่ 3 ที่ พรหมประกายโลกคือที่พรหมได้กลิ่นไอดิน (ตามตำนานพรหมสร้างโลก)
    แล้วพรหมเทวดาลงมากินดินจนหมดฤทธิ์กลายเป็นมนุษย์หรือผู้ให้กำเนิดมนุษย์ให้สุทโธนาคไปตั้งบ้านเมืองครอบครองเฝ้าอยู่ที่นั้น ซึ่งมีต้นชะโนด
    ขึ้นเป็นสัญลักษณ์ ลักษณะต้นชะโนดให้เอาต้นมะพร้าว ต้นหมากและต้นตาลมาผสมกัน อย่างละเท่า ๆ กันและให้ถือเป็นต้นไม้บรรพกาลให้สุทโธนาค
    มีลักษณะ 31 วันข้างขึ้น 15 วัน ให้สุทโธนาคและบริวารกลายร่างเป็นมนุษย์เรียกชื่อว่า "เจ้าพ่อพญาศรีสุทโธ" มีวังนาคินทร์คำชะโนดเป็นถิ่น และอีก
    15 วัน ในข้างแรมให้สุทโธนาคและบริวารกลายร่างเป็นนาค เรียกชื่อว่า "พญานาคราชศรีสุทโธ" ให้อาศัยอยู่เมืองบาดาล
    ตั้งแต่บัดนั้นมาถึงกึ่งพุทธกาล นับแต่ปี พ.ศ. 2500 ถอยหลังไป พี่น้องชาวบ้านม่วง บ้านเมืองไพร บ้านวังทอง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี
    จะไปพบเห็นชาวเมืองชะโนดไปเที่ยวงานบุญประจำปี หรือบุญมหาชาติที่ชาวบ้านเรียกว่าบุญพระเวท ทั้งผู้หญิงและผู้ชายอยู่บ่อยครั้ง และบางทีจะเป็น
    ผู้หญิงไปยืมเครื่องมือทอหูก (ฟืม) ไปทอผ้าอยู่เป็นประจำและปาฏิหาริย์ครั้งล่าสุดคือ ปี พ.ศ.2519 เกิดน้ำท่วมใหญ่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง
    (รวมทั้งท้องที่อำเภอบ้านดุง) แต่น้ำไม่ท่วมคำชะโนด
    เจ้าพ่อพญาศรีสุทโธได้จัดมีการแข่งเรือและประกวดชายงามที่เมืองชะโนด นายคำตา ทองสีเหลือง ซึ่งเป็นชาวบ้านวังทอง ตำบลวังทอง อำเภอบ้านดุง
    ได้บวชอยู่ที่วัดศิริสุทโธ (วัดโนนตูม และได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อ พ.ศ.2533) ติดกับเมืองชะโนดได้เป็นผู้ได้รับคัดเลือกจากเจ้าพ่อพญาศรีสุทโธให้ไป
    ประกวดชายงาม และบุคคลดังกล่าวเกิดความคลุ้มคลั่งอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ ญาติพี่น้องได้ทำการรักษาโดยใช้หมอเวทมนต์ (อีสานเรียกว่าหมอทำ)
    จัดเวรยามอยู่เฝ้ารักษาและในที่สุดได้หายไปนาน ประมาณ 6 ชั่วโมง แล้วได้กลับมาและได้เล่าเรื่องเมืองชะโนดให้พ่อแม่พี่น้องทั้งหลายฟังถึงความ
    งามความวิจิตรพิสดารต่าง ๆ ของเมืองบาดาลให้ผู้สนใจฟัง
    ปัจจุบันนี้คำชะโนดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีชื่อเสียงในระดับประเทศ เรือตรี อนิวรรตน์ พะโยมเยี่ยม อดีตนายอำเภอบ้านดุง ได้ชักชวนข้าราชการทุก
    ฝ่ายตลอดทั้ง ตำรวจ อส. พ่อค้าประชาชนได้ทำสะพานทางเข้าเมืองชะโนด ตลอดทั้งปรับปรุงบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้เป็นสถานที่เคารพสักการะของชาว
    อำเภอบ้านดุง และจังหวัดอื่นและจนได้รับการคัดเลือกจากจังหวัดอุดรธานีให้นำน้ำจากบ่อศักดิ์สิทธิ์คำชะโนดไปร่วมงาน พระราชพิธีมหามงคลเฉลิม
    พระชนมพรรษา 5 รอบ ณ มณฑลพระราชพิธีท้องสนามหลวงกรุงเทพมหานคร ในวันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2530 และในปี พ.ศ.2533 นายมังกร มาเวียง
    ปลัดอำเภอบ้านดุง (หัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ) ได้ชักชวนข้าราชการ พ่อค้าประชาชน ผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันจัดทำบุญทอดผ้าป่าสร้างสะพานคอนกรีต
    เสริมเหล็ก เพื่อความมั่นคงแข็งแรงเข้าไปเมืองชะโนด
    ทางเข้า
    วังนาคินทร์คำชะโนด
    วังนาคินทร์คำชะโนด
    วังนาคินทร์คำชะโนด
    วังนาคินทร์คำชะโนด
    วังนาคินทร์คำชะโนด
    วังนาคินทร์คำชะโนด

  2. #2

    Re: วังนาคินทร์คำชะโนด

    อยากให้ถ่ายภาพบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ แบบให้เหนข้างในบ่อน้ำมาให้ผมเบิ่งแหน่ครับ เคยเบิ่งผีจ้างหนัง กับตำนานพญานาค...Re: วังนาคินทร์คำชะโนดRe: วังนาคินทร์คำชะโนดRe: วังนาคินทร์คำชะโนดRe: วังนาคินทร์คำชะโนดRe: วังนาคินทร์คำชะโนด

  3. #3
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ DK ยโสธร
    วันที่สมัคร
    Aug 2008
    กระทู้
    122

    Re: วังนาคินทร์คำชะโนด

    Re: วังนาคินทร์คำชะโนด กระทู้ต้นฉบับโดยคุณ หนุ่มโนนตาล Re: วังนาคินทร์คำชะโนด
    อยากให้ถ่ายภาพบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ แบบให้เหนข้างในบ่อน้ำมาให้ผมเบิ่งแหน่ครับ เคยเบิ่งผีจ้างหนัง กับตำนานพญานาค...Re: วังนาคินทร์คำชะโนดRe: วังนาคินทร์คำชะโนดRe: วังนาคินทร์คำชะโนดRe: วังนาคินทร์คำชะโนดRe: วังนาคินทร์คำชะโนด
    Re: วังนาคินทร์คำชะโนด

    Re: วังนาคินทร์คำชะโนด

  4. #4
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ สาวส่าเมืองอุดร
    วันที่สมัคร
    Dec 2007
    ที่อยู่
    Hattiesburg, MS , USA
    กระทู้
    1,287

    รอบยิ้มพิมใจ Re: วังนาคินทร์คำชะโนด

    ยังบ่เคยไปเลย บ่กล้าไปแมะย้าน เห็นเพิ่นว่า เข้าไปแล้วมันเป้นเย็นๆๆ จั้งใด๋บุ :g

  5. #5
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา
    Mr.Reception
    สัญลักษณ์ของ คนตระการ...
    วันที่สมัคร
    Feb 2008
    กระทู้
    4,728

    Re: วังนาคินทร์คำชะโนด

    เป็นตาศักดิ์สิทธิ์เนาะครับ..ถ้ามีโอกาศกะอยากไปเที่ยวอยู่ครับ

  6. #6
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ แหลวแดง
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    2,194

    Re: วังนาคินทร์คำชะโนด

    มีตำนานเล่าลือเป็นตานับถืออย่างยิ่งเนาะคับ บ่เคยไปเห็นดอกแต่ว่าเซื่ออยู่

  7. #7

    Re: วังนาคินทร์คำชะโนด

    ถ้าเกิดโยนมะพร้าวลงไปคงไปโผล่ที่แม่น้ำโขงแน่ๆเลยครับ พญานาคผมเจอแล้วในเทปในสาระคดีพญานาค เพิ่นถ่ายตอนพญานาค2โตขึ้นมาเล่นน้ำ บางคนก่าวาเป็นคลื่นน้ำ แต่ที่ผมเหนแล้วมันเป็นคือจั่งสิดำๆคือมีโตอีหยังนิล่ะ ในสาระคดีบอกว่าขณะที่พญานาคโผล่มาเล่นน้ำชาวบ้านแถวนั้นมีเหนหลายคนมากๆ แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นคลื่นหรือเป็นน้ำวนหรือเป็นอะไร เพราะทุกคนที่มองดูทุกคนกลัวหมดในสาระคดีมันถ่ายมาจั่งสิ ผมก่าพิสูจน์บ่ได้วาเป็นจั่งได๋ได้แต่เอามาเล่าต่อให้พี่น้องฟังนิล่ะครับ ขั่นผิดพลาดประการได๋ก่าอย่าเอาเรื่องผุข้าเด้อครับ

  8. #8
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ sompoi
    วันที่สมัคร
    Mar 2007
    ที่อยู่
    japan
    กระทู้
    6,363
    บล็อก
    23

    Re: วังนาคินทร์คำชะโนด

    อยากไปเบิ่งจักเทือ เคยได่อ่านในสารดคีบ้างค่ะ ชอบเรื่องในลักษณะนี้อยู่แล้ว เสื่อบ่เสื่อกะบ่ลบหลู่ค่ะ..ใกล้เกลือกินด่างเจ้าของกะดาย..สิไปให้ได่จักเทื่อนิล่ะ..บ่พลาดจ้า..ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆเด้อจ้า..ไผ๋มีข้อมูล หรือวิดีโอสารคดีเพิ่มเติม กะอยากให้เอามาเบิ่งกันแน่ะเด้อค่ะ..ทางแถวบ้านส้มป่อย กะมีสถานที่และเรื่องเล่าเกี่ยวกับเรื่องทางไปของพญานาคคือกันค่ะ.(วัดหลวงปู่นาค. อ.บ้านผือค่ะ)สนใจเป็นพิเศษเลยจ้า เทื่อถ่ากลับบ้านว่าสิลองไปยามซั่นด๋อก..

  9. #9

    Re: วังนาคินทร์คำชะโนด

    ที่จริงอยู่ห่างจากบ้านติ๋ม25กิโลเมตร...แต่บ่เคยไปเบิ่งจักเทือ...ไปไทยเทือหน้าสิหาโอกาสไปเบิ่งอยู่จ้า....
    ได้ยินแต่ผู้เฒ่า ผุ้แก่แถวบ้านเว้าสู่ฟัง....ฟังไปกะขนคิงลุกไป...555++จักแม่นย่านหรือแม่นหยัง...

  10. #10
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ บ่างกะเล็น
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    ที่อยู่
    บ้านม่วง สกล ชลบุรี
    กระทู้
    85

    Re: วังนาคินทร์คำชะโนด

    ไปมาแล้วแต่ว่ากะตั้งแต่โดนแล้ว
    เข้าไปข้างในเป็นสิเย็นๆแนวใดกะบอกบ่ถืก
    ต้องไปลองเบิ่งเองเด้อ

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •