กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: ชำแหละความฉลาดของไอน์สไตน์ 1

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ชำแหละความฉลาดของไอน์สไตน์ 1

    ชำแหละความฉลาดของไอน์สไตน์1


    ชำแหละความฉลาดของไอน์สไตน์ 1



    ชำแหละความฉลาดของไอน์สไตน์ 1



    ผู้ที่สนใจเรื่องราวของนักวิทยาศาสตร์นามอุโฆษท่านนี้คงจะทราบดีว่าแม้ร่างกายของเขาจะเน่าเปื่อยเป็นผุยผงไปแล้ว แต่สมองอันฉลาดปราดเปรื่องของไอน์สไตน์ ถูกดองไว้เพื่อให้นักประสาทวิทยาได้ศึกษา...

    เชื่อว่าทั้งนักวิจัยและบุคคลธรรมดาต่างก็สนใจใคร่รู้ว่า สมองของไอน์สไตน์จะแตกต่างจากสมองคนทั่วไปมากน้อยสักแค่ไหน เข้าจึงได้ชื่อว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะ ข้อมูลที่เราทราบในเบื้องต้นนานมาแล้ว มีว่า สมองของยอดอัจฉริยะท่านนี้มิได้ใหญ่โตกว่าสมองของคนปกติ จำนวนเซลล์มีพอๆ กัน แต่ส่วนต่างนั้นมีแน่...

    จากการวิเคราะห์สมองไอน์สไตน์ครั้งล่าสุดโดยนักวิจัยจากแคนนาดาตีพิมพ์ในวรสารแลนเซ็ต ระบุว่าสมองของไอน์สไตน์มีลักษณะบางประการ ที่แตกต่างจากสมองของคนทั่วไปคือ สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความสามารถด้านคณิตศาสตร์และการคิดหาเหตุผลแบบ spatial reasoning มีขนาดใหญ่กว่าขนาดเฉลี่ยอย่างเห็นได้ชัด และอาจจะมีการติดต่อกันระหว่างเซลล์ที่มากกว่าปกติ ทำให้สมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมาก

    ผู้ที่ทำการศึกษาเปรียบเทียบสมองของนักวิทย์นามอุโฆษคือ ดร.แซนดรา วิเทลสัน นักวิจัยด้านระบบประสาทซึ่งเป็นผู้ดูแล brain bank หรือ ธนาคารสมอง ที่มหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ ที่แฮมิลตัน ออนทาริโอ ประเทศแคนาดา ธนาคารสมองแห่งนี้มีตัวอย่างสทองปกติมากมายที่เจ้าของอุทิศไว้เพื่อการศึกษาก่อนตาย ทำให้ ดร.แซนดรา มีข้อมูลเปรียบเทียบมากพอที่จะใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการศึกษาสมองที่มีอายุใกล้เคียงกับไอน์สไตน์มาทำการศึกษาเปรียบเทียบ

    และผลจากการเปรียบเทียบนี้เอง ที่ยืนยันความรู้เดิมๆ ว่า ขนาดของสมองไอน์สไตน์ก็ไม่แตกต่างจากคนปกติ แต่ส่วนที่ต่างคือไอน์สไตน์มีสมองส่วนที่เรียกว่า อินฟีเรีย พารีทัล โลบ (inferior parietal lobe) ใหญ่กว่าปกติถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ดร.แซนดรารายงานไว้ว่า "การรับรู้แบบ visuo spatial การคิดเชิงคณิตศาสตร์ และการมีมโนภาพของการเคื่อนไหว ขึ้นตรงต่อสมองส่วนนี้มากที่สุด" เราทราบมาว่า การมองสิ่งต่างๆ อย่างทะลุปรุโปร่งของไอน์สไตน์เกิดจาก การคิดออกมาเป็นภาพก่อนที่จะแปลงเป็นภาษาคณิตศาสตร์ เช่น ทฤษฎีสัมพันธภาพพิเศษของไอน์สไตน์ที่เกิดจากความครุ่นคิดไอน์สไตน์ที่ว่า จะเป็นไปได้อย่างไรหากเราเคลื่อนที่ไปในอวกาศด้วยความเร็วเท่าแสง

    นอกจากสมองส่วน อินฟีเรีย พารีทัล โลบ ที่ใหญ่กว่าปกติแล้ว ยังมีส่วนสำคัญที่เรียกว่า Sylvian fissure ซึ่งก็ตือ รอยแยกของสมองพบว่าสมองไอน์สไตน์มีร่องนี้เล็กมาก เมื่องร่องนี้เล็กแผ่นสไลด์ภาพตัดขวางของสมองไอน์สไตน์มราอยู่ติดกันแน่น ทำให้การสื่อสารระหว่างเซลล์เป็นไปได้มากกว่าเมื่อมีการถ่ายทอดข้อมูลและความคิดมากกว่า ก็นำไปสู่สติปัญญาและความฉลาดมากกว่านั่นเอง

    นี่เป็นเพียงความเป็นไปได้ทางทฤษฎีประสาทวิทยายุคปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังไม่อาจสรุปได้ว่าจะเป้นจริงตามนี้หรือไม่ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าไอน์สไตน์คือยอดอัจฉริยะและเราก็ทราบว่าสมองของเขาแตกต่างจากคนปกติ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดว่า สองสิ่งนี้เป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน

    สิ่งที่ช่วยยืนยันให้มั่นใจได้ก็คือ เราจะต้องไปตรวจดูสมองของอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ท่านอื่นๆ ด้วยว่า สมองของเราเหล่านั้นมีความผิดปกติ แบบเดียวกับสมองไอน์สไตน์หรือเปล่า ซึ่งถ้าเป็นจริงก็ยังมีปัญหาอีกข้อหนึ่งคือ ความผิดปกตินี้มาจากพันธุกรามหรือเป็นผลมาจากการฝึกบริหารสมอง ทำให้เราไม่รู้อยู่ดีว่า

    อัจฉริยภาพของไอน์สไตน์นั้นเป็นสิ่งที่มีมาแต่กำเนิดหรือเกิดจากการฝึกฝน


  2. #2
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ COLLETTE
    วันที่สมัคร
    May 2009
    กระทู้
    119
    ทั้งสองอย่างนั่นแหละจ้า ทั้งอัจฉริยและการฝึกฝน

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •