กำลังแสดงผล 1 ถึง 8 จากทั้งหมด 8

หัวข้อ: หนังปราโมทัย

  1. #1
    บ่าวสายฟ้า
    Guest

    หนังปราโมทัย


    หนังปราโมทัยหรือหนังตะลุงอีสานนั้นมีชื่อเรียกแตกต่างกันหลายชื่อ เช่น หนังปะโมทัย หนังประโมทัย หนังปราโมทัย หนังบักตื้อ และหนังบักป่องบักแก้ว คำว่า หนังปราโมทัย น่าจะมาจากคำว่า ปราโมทย์ ซึ่งหมายถึงความบันเทิงใจ ความปลื้มใจ ส่วนคำว่า ประโมทัยและปะโมทัย สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นชื่อของคณะหนังตะลุงก็ได้ ส่วนหนังบักตื้อ และหนังบักป่องบักแก้ว มาจากชื่อตัวตลก (ตัวหนัง)
    หนังปราโมทัย
    หนังปราโมทัย ซึ่งได้รับความนิยมจากชาวบ้าน เป็นการละเล่นซึ่งผสมผสานกันระหว่างหนังตะลุงกับหมอลำ โดยตัวที่เป็นตัวเอก ตัวพระ ตัวนาง หรือเป็นเจ้าจะพูดภาษากลาง ตัวตลก เหล่าเสนาอำมาตย์ จะเป็นภาษาอีสาน เรื่องที่นำมาแสดงก็จะเอาวรรณกรรมพื้นบ้านมาแสดง เช่น สังข์ศิลป์ชัย จำปาสี่ต้น การะเกษ ผาแดงนางไอ่ ท้าวก่ำกาดำ รวมทั้งวรรณคดีเอกอย่าง รามเกียรติ์
    หนังปราโมทัย
    หนังปะโมทัยอีสานนั้นมีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีเป็นศูนย์กลางแห่งแรก คณะหนังปะโมทัยคณะเก่าแก่ที่สุดคือ คณะฟ้าบ้านทุ่ง ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2467 คณะหนังปราโมทัยที่เก่าแก่รองลงมา
    ได้แก่ คณะบุญมี ซึ่งมาจากจังหวัดอุบลราชธานีและมาตั้งคณะขึ้นในจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อปี พ.ศ. 2476 คณะประกาศสามัคคี ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2490 นอกจากนี้ยังมีคณะ ช. ถนอมศิลป์ บ้านโคกไพลี ตำบลโพธิ์ทอง กิ่งอำเภอศรีสมเด็จ คณะ ป. บันเทิงศิลป์ บ้านสีแก้ว ตำบลสีแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด คณะหนังปะโมทัยของผู้ใหญ่ถัง อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เป็นต้น
    หนังปราโมทัยหนังปราโมทัย
    คณะหนังปะโมทัยคณะหนึ่งมีประมาณ 5 - 10 คน เป็นคนเชิด 2 - 3 คน ซึ่งจะทำหน้าที่พากย์และเจรจาด้วย แต่ก็มีบางคณะที่ทำหน้าที่เชิดอย่างเดียว โดยมีคนเจรจาแยกเป็นชายจริงหญิงแท้ต่างหาก มีนักดนตรีประมาณ 3 - 5 คน เครื่องดนตรีจะประกอบด้วย ระนาดเอก 1 ราง ตะโพน 1 ใบ ฉิ่ง 1 คู่ ต่อมามีการนำเอา พิณ แคน กลอง ฉิ่งฉาบ เข้ามาเสริมเพื่อให้เกิดความไพเราะเร้าใจขึ้น ทุกอย่างแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาคล้ายกับหมอลำนั่นเอง คณะหนังตะลุงที่ผม (ผู้ทำเว็บไซต์) ได้รู้จักและเคยเฝ้าดูการละเล่นมาตั้งแต่เด็กจนหนุ่มคือ คณะ ฟ.บันเบิงศิลป์ แต่ช่วงหลังก็หายไปคงจะเลิกกิจการไปแล้ว
    หนังปราโมทัย
    หนังปราโมทัย : ตำนานที่ต้องสืบสานต่อลมหายใจ
    เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2548 ที่ผ่านมาได้ทราบข่าวจากแม่ยายว่า จะมีคณะหนังปราโมทัยมาแสดงที่วัดแสนสำราญ อำเภอวารินชำราบ จึงไม่พลาดที่จะต้องไปชมรำลึกถึงความหลัง ว่าหนังปราโมทัยเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่ผมรู้จักกับวันนี้ต่างกันอย่างไร

    หนังปราโมทัย
    ผิดคาดตั้งแต่เข้าไปในบริเวณวัดแล้วครับ เพราะได้ยินแต่เสียงดนตรีสไตล์ลำซิ่ง กลองชุด กีตาร์ เบส ม่วนหลาย สายตาเหลือบไปเห็นจอหนังปราโมทัยแน่ๆ แต่ดนตรีนี่ซิมันขัดแย้งอดีต
    มองดูบริเวณหน้าจอมีผู้คนจำนวนไม่น้อย (ดูวัยก็เลยสามสิบห้าขึ้นไปเป็นส่วนใหญ่ เด็กเล็กๆ ไม่เห็นมีวัยจ๊าบส์เลยแฮะ) แต่ด้านข้างโรงทำไมคนตรึมเลยล่ะ ทั้งหนุ่มทั้งแก่ชูคอกันเพียบเลย
    จะไม่ให้ตรึมได้ไง เพราะด้านหลังโรงคือกลุ่มของนักดนตรีเจ้าของเสียงเมื่อสักครู่กำลังบรรเลงอย่างมันในอารมณ์ทีเดียว ด้วยเครื่องดนตรีสมัยใหม่ เพลงและกลอนลำสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นกลอนลำซิ่งของ
    ประสาน เวียงสีมา เมียผู้ใหญ่บ้านกับอีกหลายเพลงฮิต พอมองดูไปที่จอเหล่านักเชิดวัยซิ่ง (คะเนด้วยสายตา 45 ขึ้นทั้งนั้น) กำลังชักเชือกให้สาวซิ่งบนจอยักย้ายส่ายสะโพกอย่างสนุกสนาน
    ผมยังอดที่จะขยับเท้าตามไปด้วยไม่ได้เลย แน่แล้วนี่คือการสืบสานต่อลมหายใจให้กับหนังปราโมทัยอีกเฮือก ไม่ต่างจากหมอลำคู่ที่พัฒนามาเป็นลำซิ่ง หนังปราโมทัยก็ย่อมจะต้องซิ่งเพื่อความอยู่รอดเช่นเดียวกัน
    การแสดงหน้าม่านด้วยความสนุกสนานนี่ดำเนินไปอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ได้เวลาที่การแสดงตามรูปแบบหนังปราโมทัยดั้งเดิมจะเริ่มต้น เรื่องที่นำมาแสดงในวันนี้ก็ยังคง
    เป็น "รามเกียรติ์" เหมือนเมื่อครั้งอดีต เพียงแต่จะจับตอนใดมาแสดงตามความเหมาะสม (กับสถานการณ์บ้านเมืองขณะนั้น จะได้แทรกมุขตลกโปกฮาได้)
    ลักษณะการแสดงของหนังปราโมทัยของชาวอีสาน ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ จะใช้ภาษาไทยกลาง (ค่อนข้างแปร่งๆ ตามประสาครับ) ส่วนเหล่าเสนา อำมาตย์ ทหาร และชาวบ้านจะใช้ภาษาอีสาน ผู้ให้เสียงในคณะนี้จะมีนายหนังที่สามารถในเรื่องบทกลอนเป็นผู้นำเรื่อง ส่วนตัวอื่นๆ จะมีทั้งชายจริง หญิงแท้ช่วยกันประมาณ 3 คน ที่เหลือจะเป็นเพียงผู้เชิดหนัง ให้แสดงบทบาทตามเสียงพากย์
    มุมมอง : ของคนร่วมสมัยต่อการเปลี่ยนแปลงในวันนี้
    ผมค่อนข้างจะผิดหวังกับตัวหนังมากครับ ไม่มีรายละเอียด ฝีมือการตัดหนัง ฉลุลวดลาย ไม่ถึงศิลปะของลวดลายไทยแบบดั้งเดิม แม้แต่สีสันก็ฉูดฉาดเกินจริงและไม่ตรงกับความหมายของตัวละคร ตามแบบแผนศิลปกรรมไทยดั้งเดิมครับ (เพราะผมถูกเคี่ยวเรื่องศิลปไทยจากท่านอาจารย์จุลทัศน์ พยัคฆรานนท์ มาสมัยเรียนที่ มศว.ประสานมิตร เลยตาถึงนิดหน่อยครับ)
    ตัวละครที่เป็นเสนาและตัวตลก ซึ่งจะต้องมีการชักและเชิดท่าทางการเคลื่อนไหวต่างๆ ก็ทำได้อย่างหยาบๆ เท่านั้นเอง แต่ผมก็ยังให้ความชื่นชมของผู้สืบสานต่อลมหายใจให้กับหนังปราโมทัยกลุ่มนี้อยู่ครับ
    เพราะนี่คือฝีมือแบบชาวบ้านจริงๆ ไม่ได้รับการปรึกษาจากผู้รู้
    เพียงแต่จดจำสืบทอดกันมา ไม่ได้เรียนศิลปไทยจากที่ใดมาก่อน ทำกันเพราะใจรักจริงๆ ก็ต้องยกย่องชื่นชมครับ
    เครื่องดนตรีดั้งเดิม ระนาดเอก ตะโพน ฉิ่ง ยังคงอยู่ครับสำหรับการดำเนินเรื่องของตัวเอก (ตัวพระ ตัวนางและยักษ์) แต่ทัพเสริมนี่มีทั้งกลองชุด กีตาร์ เบส คีย์บอร์ดมาช่วยเสริม ซึ่งจะใช้ในตอนที่ตัวตลกออกมาดำเนินเรื่องแก้ง่วงช่วงดึกๆ

    ลักษณะของการแสดงในวันนี้เมื่อมีการเปลี่ยนไปแล้วก็จริง แต่การจะดึงดูดให้ผู้ชมยังคงอยู่กับหนังปราโมทัยได้ตลอดคืน เหมือนเมื่อครั้งอดีตคงเป็นเรื่องยากเสียแล้ว เพราะจุดน่าสนใจมีน้อยมาก สู้การแสดงของหมอลำไม่ได้ ทำไมหรือ?
    หมอลำหมู่หรือแม้แต่หมอลำซิ่ง ผู้ชมได้รับความสนุกสนานทั้งเสียงดนตรี เสียงร้องและเสียงลำ ส่วนสายตาก็ได้ชื่นชมท่าทางการฟ้อนของผู้รำ (ที่อาจมีการสวมชุดที่ออกจะออกอาการหวาดเสียวนิดๆ ด้วย) ในขณะที่หนังปราโมทัยผู้ชมได้ยินเสียงครึกครื้น แต่สายตาเห็นแต่เงาเต้นกระย่องกระแย่งอยู่ มันขาดรสชาติอยู่นะครับ ถ้าเนื้อหาการแสดงไม่ดึงดูดใจตรึงผู้ชมได้ โอกาสที่คนดูจะลุกไปก่อนเที่ยงคืนก็มีสูงมาก
    ผมยังคงมองไม่ออกว่าจะปรับเปลี่ยนในรูปใด จึงจะสานต่อให้หนังปราโมทัยยังคงอยู่ได้ ให้มีการแสดงแพร่หลายออกไป ได้แต่เอาใจช่วยนำมาเสนอให้ท่านทั้งหลายได้รู้จักกัน
    ผมไม่มีโอกาสได้สนทนากับนายหนังหรือหัวหน้าคณะเลย เพราะติดการแสดงตลอดเวลา (คณะเดินทางมาถึงงานช้า เพราะหลงทางไม่เคยมา พอมาถึงก็ติดตั้งอุปกรณ์แสดงกันเลย) ได้สอบถามจากนักดนตรีและคณะผู้ร่วมงานก็ทราบเพียงว่า มาจากบ้านโพนทัน จังหวัดยโสธร ทั้งหมดเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน ได้รับการสอนแนะนำจากหัวหน้าคณะ ช่วยกันทำและฝึกซ้อม ออกแสดงรับงานทั่วไป ไม่แน่ใจว่าจะยังคงอยู่ได้นานอีกเท่าใด เพราะหลังๆ ก็ไม่ค่อยมีงานมากนัก

    บันทึกสุดท้าย :
    นับว่าเป็นโอกาสดีที่ผมได้ทราบข่าวนี้และไปบันทึกภาพและเหตุการณ์นี้ไว้ ซึ่งหลายๆ ท่านอาจจะนึกถึงและโหยหาอดีตแต่ก็ยากที่จะได้ชม ก็ต้องฝากไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานอื่นๆ) ที่จะต้องช่วยกันหาทางอนุรักษ์สืบสานไว้ให้ลูกหลานเราได้ชม ได้ศึกษาถึงความงดงามของศิลปการแสดง "หนังปราโมทัย" นี้



  2. #2
    นักการภารโรง สัญลักษณ์ของ บ่าวคนเดิม
    วันที่สมัคร
    Jan 2006
    ที่อยู่
    Amphoe Det Udom
    กระทู้
    3,760

    Re: หนังปราโมทัย

    จำได้ตอนไปอยู่อำเภอพนา เคยได้ไปเบิ่งอยู่ท่านสายฟ้าฯ...หนังบักตื้อแลกข้าว ฮ่าๆๆ ไผซิเบิ่งกะเอาข้าวสารมาแลกเบิ่ง 8)
    ขอบพระคุณสมาชิกและทีมงานที่เคารพรักทุกท่าน

  3. #3
    บ่าวสายฟ้า
    Guest

    Re: หนังปราโมทัย

    ซู่มื้อหาเบิ่งยากแล้วผู้เฮ็ดกะเลือน่อย

  4. #4
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์
    วันที่สมัคร
    May 2006
    กระทู้
    77

    Re: หนังปราโมทัย

    ***จำได้อยู่ตะกี้เป็นเด็กน้อยกะเคยไปเบิ่งอยู่เด้หนังตะลุง จำได้พร้อม**
    ว่าเมื่อนั้น ท้าวเอย ณ โกศรี ถวายอัญชุลีแก่ข้าพระจอมไกล
    จึงยกมือขึ้นไหว้ดอกเหนือเศียร ถวายพรทั้งธูปเทียนและมาลา
    ไหว้ทั้งองค์พระมาลัยชัยศิลป์ ตลอดทั้งองค์อินทร์อยุ่แดนไกล
    ถ้ามันห่างเหินไปนิด ถ้ามันผิดพลาดไปหน่อย โปรดอภัยข้าน้อย เถิดคุณนายเจ้าขา
    ได้หัดมาเรียนเล่นนะพอได้เป็นขวัญตา อย่าติผู้ข้าแต่อย่างใด
    จึ่งได้หันหน้ามาชวนนะนวลน้อง ทั้งพระรักษ์และสีดารูปทองเสน่ห์หา
    นอนเสียเถิดสีดา หยุดพาพัก นอนซะเถิดน้องรัก พี่จะกล่อมแม่จอมใจ
    พอตื่นมาพี่จะพาเข้าเวียงชัย ใต้ร่มไม้ใบมะขาม ณ ยามเย็น

  5. #5
    บ่าวสายฟ้า
    Guest

    Re: หนังปราโมทัย

    Re: หนังปราโมทัย กระทู้ต้นฉบับโดยคุณ cyberman101
    ***จำได้อยู่ตะกี้เป็นเด็กน้อยกะเคยไปเบิ่งอยู่เด้หนังตะลุง จำได้พร้อม**
    ว่าเมื่อนั้น ท้าวเอย ณ โกศรี ถวายอัญชุลีแก่ข้าพระจอมไกล
    จึงยกมือขึ้นไหว้ดอกเหนือเศียร ถวายพรทั้งธูปเทียนและมาลา
    ไหว้ทั้งองค์พระมาลัยชัยศิลป์ ตลอดทั้งองค์อินทร์อยุ่แดนไกล
    ถ้ามันห่างเหินไปนิด ถ้ามันผิดพลาดไปหน่อย โปรดอภัยข้าน้อย เถิดคุณนายเจ้าขา
    ได้หัดมาเรียนเล่นนะพอได้เป็นขวัญตา อย่าติผู้ข้าแต่อย่างใด
    จึ่งได้หันหน้ามาชวนนะนวลน้อง ทั้งพระรักษ์และสีดารูปทองเสน่ห์หา
    นอนเสียเถิดสีดา หยุดพาพัก นอนซะเถิดน้องรัก พี่จะกล่อมแม่จอมใจ
    พอตื่นมาพี่จะพาเข้าเวียงชัย ใต้ร่มไม้ใบมะขาม ณ ยามเย็น
    โอ้ว พระเจ้าจอร์ด...

  6. #6
    บ่าวอุบลมิวสิค
    Guest

    Re: หนังปราโมทัย

    เกิดบ่ทันแมะ อิอิ

  7. #7
    ฟ้าสางที่บางกอก
    Guest

    Re: หนังปราโมทัย

    ผมเคยได้ไปดูหนัง ไตรภาคี มีทั้งของอินโด ไทย และมีหนังประโมทัยนี่แหละ รู้สึกว่ามีเจ้าเดียวในภาคอีสาน คนใต้รวมทั้งผมเองก็มาดูมากมาย เพราะว่าการเล่นดนตรีเชิดแปลกมาก 1 คน เชิด 1 ตัวไม่เหมือนของใต้ แล้วก็เอาหมอลำซิ่งมาเล่น ยอมรับว่าสุดยอด

  8. #8
    ศิลปิน นักร้อง นักแสดง
    มิสบ้านมหา 2011
    สัญลักษณ์ของ ผู้ก่อการรัก
    วันที่สมัคร
    Feb 2006
    ที่อยู่
    HappyLand ดินแดนแห่งความสุข, Thailand
    กระทู้
    3,379

    Re: หนังปราโมทัย

    แม็กกี้ไม่เคยดู ไม่เคยเห็น และเพิ่งรู้ด้วยว่า ทางอิสานก็มีเชิดหนังเหมือนกัน

    อยากดูจังเลยอ่า ... ใครมีคลิปบ้างน้อ ขอนำเด้อ

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •