กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: เราลิขิต-บนหลุมศพวาสิฎฐี 1

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    เราลิขิต-บนหลุมศพวาสิฎฐี 1


    เราลิขิต-บนหลุมศพวาสิฎฐี
    พิมพ์ครั้งแรก ในนิตยสาร ปี ๒๔๘๙ และ ๒๔๙๓
    ร.จันทพิมพะ
    (พ.ศ.๒๔๕๒ - ๒๔๙๗)




    เราลิขิต-บนหลุมศพวาสิฎฐี 1



    เราลิขิต-บนหลุมศพวาสิฎฐี
    เป็นนวนิยายสองภาคจบ ภาคแรก
    ชื่อว่า "เราลิขิต" ลงตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร
    ประชามิตร-สุภาพบุรุษ ใน พ.ศ. ๒๔๘๙
    และต่อมาภาคสอง ซึ่งเป็นภาคจบได้ลงพิมพ์ใน
    นิตยสารสยามสมัย ในพ.ศ. ๒๔๙๓ ใน
    ชื่อ "บนหลุมศพวาสิฎฐี" พิมพ์รวมเล่มใน
    ปี ๒๕๐๕

    จิตรี รัถการ และกานดา ดิเรกกุล หญิงสาวในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สองอยู่ในร่มไม้ชายคาเดียวกัน และเขาทั้งสองเกี่ยวดอง เป็นญาติสนิทต่างมีความรักที่
    มุ่งมาดปรารถนา กานดารักกันเงียบๆ อยู่กับวิชัยลูกพี่ลูกน้องของเธอเอง ซึ่งอยู่ในบ้านเดียวกัน ส่วนจิตรีนั้นเธอมีที่หมายแล้ว เขาเป็นนายพันตรีรูปงามเข้ามาพัวพันกับเธอเมื่อคราวเธอและกานดาอพยพหลบภัยสงครามไปพร้อมกับวิชัยที่จะไปรับราชการที่แหลมเหลือ เมืองพะเยา แหลมเหลือจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เปิดโอกาสให้แก่ชายหนุ่มสาวสองคู่ คือ จิตรีกับพันตรีตะวัน วงศ์วิโรจน์ คู่หนึ่ง กับกานดา ดิเรกกุล กับวิชัย เชาวรัตน์ อีกคู่หนึ่ง


    จิตรีและกานดา ดูเป็นผู้หญิงสองแบบที่ไม่เหมือนกัน จิตรีเป็นคนหัวแข็ง มีความเชื่อมั่นในตัวเอง ท้าทาย ชอบนำชีวิตไปเป็นเดิมพันกับอนาคต

    ส่วนกานดาเป็นหญิงสาวผู้มีจิตใจอ่อนโยน รักสงบ อีกทั้งใจอ่อน เธอเป็นแบบหญิงผู้แบกทุกข์ของใครทั้งโลกไว้ เพื่อรักษาสถานการณ์ให้สงบตลอดไป

    จิตรีเป็นหญิงสารที่อยู่ในอิทธิพลการเปลี่ยนแปลงของยุคปรมาณู ภายหลังสงครามโลก นั่นคือ เธอต้องการแสวงหาความหมายทุกอย่างด้วยตัวของตัวเอง ด้วยเหตุนี้เมื่อกลับมาเรียนวิทยาศาสตร์ปีสุดท้าย นิสิตจุฬาฯ ที่มีผลการเรียนดี ผู้นี้จึงรีไทร์ตัวเองออกมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในธนาคารแห่งหนึ่ง 'ดูเหมือนจะมีมนต์ประหลาดและวิเศษสักอย่างมากทำให้จิตรีลืมตัวและปล่อยตามเหตุการณ์เกินไป ดูเหมือนไม่มีมนต์จะแก้กันอีกด้วย...' จิตรีจึงลอยคว้างไปตามกระแสคลื่นของความเป็นอยู่อย่างใหม่ ฟุ้งเฟ้อและสนุกสนาน เสรีอย่างเต็มที่ จิตรีพอใจชีวิตแบบที่เธอเป็น เพราะเธอได้พบกับความตื่นเต้น ความแปลกใหม่ที่ไม่จืดชืดเหมือนครั้งยังเป็นนิสิต

    แต่วันหนึ่งจิตรีก็พลาด เธอหยิบเงินของธนาคารไปให้พันตรีตะวันใช้ก่อนจำนวนหนึ่ง เพราะแน่ใจว่าเขาจะนำเงินมาคืนทันเวลา เนื่องด้วยความจำเป็นบางอย่าง ทว่าเขากลับหายตัวไปไร้ร่องรอย ความผิดของจิตรีถึงขั้นที่เธอควรลาออก และยังต้องหาเงินไปชดใช้คืนแก่ธนาคาร


    คุณจรวยผู้เป็นเสมือนพี่สาวของจิตรีเสียใจนัก เมื่อประกอบเข้ากับความไม่พอใจในการดำเนินชีวิตแบบจิตรี เธอตัดสินใจบอกความจริงเพื่อแก้แค้นให้แก่ความปรารถนาดีของตัวเธอเองว่า จิตรีไม่ใช่ลูกสาวที่แท้จริงของผดุง เธอเพียงแต่เป็นลูกติดภรรยาของเขาเท่านั้น และความเหลวไหลของจิตรีก็มาจากเลือดเลวฝ่ายแม่ของเธอนั่นเอง และคุณจรวยนี้เองเป็นคนเก็บจดหมายและเงินที่นำมาส่งคืนจิตรีไว้ของ พันตรีตะวันที่มีมาถึงจิตรีไม่ให้จิตรีได้รับรู้ว่าตะวันยังคงรักจิตรีอยู่

    ความหยิ่งผยอง และความสำราญใจของจิตรีสะดุดหยุดลงแล้ว จิตรีรู้สึกตัวว่าเธอสูญเสียหมดทุกสิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ ความสับสนจู่โจมเข้ามาและความมั่งคงของจิตใจคลายลง จิตรีรับไม่ได้ที่ว่าเธอใช้นามสกุลของผู้ที่หาใช่พ่อที่แท้ของเธอไม่

    จิตรี ได้พบกับเผด็จผู้ซึ่งเป็นน้องชายของคุณจรวย เผด็จก้าวเข้ามาในชีวิต
    ของจิตรีแบบฉับพลัน เผด็จมีบุคลิกสอดคล้องกับจิตวิญญาณหยิ่งผยอง
    ของจิตรียิ่งนัก เผด็จเข้ามาเอาใจและปลอบโยนจิตรี

    เขากล่าวเย้ยหยันชะตากรรมต่อจิตรีว่า

    "ชีวิตที่ถูกกำหนดมาหมดสิ้นแล้ว เหมือนอย่างที่เขาว่าพรหมลิขิตแค่นี้เอง
    แต่เราไม่รู้เรื่องพรหม เรารู้เรื่องของเราตลอดชาติ เรารู้ว่าเราทำชั่วใช่ไหม?"

    และเขายังสำทับแก่เธอว่า

    "ตกลงเรื่องอะไรๆ ของเรา ไม่ว่าความเชื่อความหวัง หรือเรื่องชีวิต
    วันนี้ วันไหนทั้งนั้นจิตรี เราลิขิตของเราเองอีกเหมือนกัน คราวนี้เราลิขิต
    ของเราเปื้อนเปรอะไปแล้ว คราวหน้าเรามาตั้งใจลิขิตของเราให้
    สวยสดเสียใหม่"

    คำพูดอันหนักแน่นเช่นนี้เพียงวูบเดียว จิตรีได้ตัดสินใจจะแต่งงานกับเผด็จ การตัดสินใจวูบนี้ของจิตรีเป็นการป้องกันตัวเธอเอง ขณะเดียวกันก็เป็นความประมาท เป็นการหาทางออกง่ายๆ เร็วๆ ให้พ้นไปเสียจากความอัปยศ โดยไม่รู้ว่ามีความอัปยศอื่นรออยู่ข้างหน้า

    "ความสามารถและความอดทนของจิตรีทรงตัวอยู่ได้ ด้วยความหยิ่งผยอง
    อย่างเดียว ความเย่อหยิ่งนำไปสู่ความประมาทและความประมาทก็คือความตาย"


    จิตรีแต่งงานแล้ว แต่ความผูกพันที่เธอมีต่อคนรักเก่า ประกอบกับความรักใหม่มิได้ก่อตัวขึ้นมาโดยธรรมชาติ ทำให้จิตรีกำลังสับสนใหม่อีก จิตรีสงสัยว่าเผด็จไม่ได้รักเธอ เขาเพียงแต่ฉวยโอกาสจากความสับสนของเธอ และเพียงแต่หมายจะครอบครองเสน่ห์แห่งความเป็นหญิงของเธอเท่านั้น



    บรรยายท้าย
    ผู้แต่ง ได้สร้างจิตรีขึ้นมาเป็นตัวแทนของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเฝ้าดูว่าตัวเองได้รับความยุติธรรมดีอยู่ทุกขณะหรือไม่ คอยตรวจสอบดูแต่ว่าใครทำร้ายเธอตั้งแต่เมื่อไหร่และทำไม จิตรีแต่งงานกับเผด็จ แล้วเธอก็ร้องไห้กับ 'สิ่ง' ที่เธอเสียเปรียบไปแล้ว เธอน้อยใจคนอื่น เวลานี้สำหรับจิตรีมีมนุษย์อยู่เพียงสองคนในโลกที่เธอมองไม่เห็นความผิด คือ พันตรีตะวัน และอีกคนหนึ่งก็คือ ตัวเธอเอง


    ติดตามตอนต่อไป


    เราลิขิต-บนหลุมศพวาสิฎฐี 1



    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 17-06-2009 at 06:52.

  2. #2
    ละไมฝน
    Guest
    เรื่องนี้ยังไม่ได้อ่านเลย เด๊วจะหามาอ่านครับ ขอบคุณที่แนะนำหนังสือดีๆให้หาอ่านกัน

    ละไมฝน

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •