รอยจุมพิตจากผีเสื้อน้อย
เขียนโดย ละไมฝน
ตอนที่ ๑ กล่องมายากลดูดชีพ

ไฟแสงสีสาดไปจับชายร่างผอมสูงโปร่ง เขาสวมหมวกปีกทรงสูง เสื้อคลุมสีดำ ปล่อยชายด้านหลังยาวจรดขาพับ ท่วงท่าทะมัดทะแมง ช่วงแขนพลิ้วร่ายตามจังหวะของเสียงดนตรีบรรเลงแผ่วเบา มือทั้งสองข้างสวมถุงมือสีขาว หยิบจับเสกนั่นเป็นนี่กลางอากาศราวกับผู้วิเศษ สาวน้อยที่ยืนช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกในการแสดงอยู่ข้างๆเขานั้น รูปร่างเพรียวระหงในชุดกระโปรงเกาะอกสั้นถึงโคนขา ผ้าซาตินสีดำปักเลื่อมนิลเงาวับระยับตา ขอบกระโปรงติดเครปผ้าไหมพู่ระบายคลุมเหนือเข่า ขับผิวพรรณขาวผุดผาด สวยโดดเด่นบนเวทีท่ามกลางสายตานับหลายร้อยคู่ ที่เพ่งมองมายังนักมายากลต่างวัยทั้งสองเป็นจุดเดียวกัน

นักมายากลชายวัยชรา ดวงหน้าเข้มขรึม ไว้หนวดเรียวเข้มเหนือริมฝีปากบางเฉียบ เขาถอดหมวกสีดำโบกไปมา โชว์ให้ผู้ชมเห็นความว่างเปล่าภายในนั้น ขณะที่ผู้ช่วยสาวดึงแพรรุ้งเจ็ดสีออกมาจากร่องอกขาวผ่อง ส่งให้เขาขยำเป็นก้อนกลมๆ ใส่ลงไปในหมวก จากนั้นนักมายากลแห่งราตรีกาล กางมือร่ายเวทมนตร์ครอบคลุมเหนือหมวกวิเศษ เพียงพริบตาที่เขาสะบัดมือ ก็เนรมิตผ้าแพรในหมวกกลายเป็นผีเสื้อปีกสวยหลากสี กระพือปีกโบยบินไปรอบๆ ร่างผู้ช่วยสาวของเขาอย่างน่าพิศวง งดงามและตระการตาราวกับภาพฝัน

เมื่อชายในชุดคลุมสีดำ พลิ้วกายไปยังกล่องไม้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำ ขนาดความสูงเท่ากับตัวเขา กว้างราวสองศอก เขาเอื้อมมือดึงฝากล่องแง้มเปิดออก ให้ฝูงผีเสื้อสีรุ้งบินร่ายรำเข้าสู่กล่องไม้สีดำอันว่างเปล่า จากนั้นผายมือให้ผู้ช่วยสาวสวยก้าวตามเข้าไป ปิดฝาแล้วพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเส้นใหญ่ ล็อกกุญแจแน่นหนา คลุมด้วยผ้าแพรสีม่วงผืนใหญ่ กางแขนร่ายเวทมนต์ ชั่วอึดใจเดียวก็ดึงผ้าคลุมออก เรียกผู้ชมคนหนึ่งขึ้นไปร่วมรายการแสดงบนเวที ยื่นลูกกุญแจให้ชายคนนั้นไขโซ่ตรวน เปิดฝากล่องเปิดออก สีหน้าอาสาสมัครแสดงความประหลาดใจ ภายในกล่องไม้สีดำปราศจากร่างสาวน้อยแสนสวย พอผู้ร่วมรายการเดินลงจากเวที นักมายากลวัยห้าสิบเศษ กางผ้าแพรสีม่วงผืนใหญ่บังร่างตัวเองไว้ เมื่อมือสะบัดผ้าพรึ่บ ร่างผู้ช่วยสาวสวยก็พลันปรากฎร่างยืนยิ้มหวานอยู่เบื้องหน้าเขา

เสียงปรบมือดังกึกก้องทั้งสวนอาหารแห่งนั้น
นักมายากลและผู้ช่วยต่างวัยโค้งศีรษะน้อมรับเสียงปรบมือจากท่านผู้ชมอย่างสวยงาม พร้อมกับไฟด้านหน้าเวทีก็มืดลง

แสงไฟสว่างขึ้นอีกครั้ง บนเวทีก็ว่างเปล่า ปราศจากร่างนักมายากลแห่งราตรีกาลและสาวน้อยผู้ช่วยของเขา ทั้งสองหายไปอย่างลึกลับ

โฟล์คสวาเก้น คาราเวล รถตู้เอนกประสงค์คันหรู ดัดแปลงหลังคาสูง แล่นผ่านวงเวียนปลาโลมาไปบนถนนพัทยาเหนือ มุ่งหน้าสู่โรงแรมริมชายหาดโค้งยาวราวเสี้ยวจันทร์ในคืนแรม ซึ่งนักมายากลวัยกลางคนได้จองห้องพักเป็นรายเดือน สำหรับพักผ่อนหลังเลิกงาน

ตีสองของวันใหม่แล้ว นายองศา พันราตรี ก้าวลงจากรถตู้พร้อมกับกระเป๋าอุปกรณ์เล่นกลใบใหญ่ ด้วยรู้สึกเหนื่อยล้าสายใจแทบขาด งานแสดงโชว์บนเวทีกว่า ๕ แห่งในแต่ละคืน กลืนกินพลังและชีวิตชีวาคืนแล้วคืนเล่า เขาหิ้วกระเป๋าสีดำใบใหญ่ เดินนำหน้าเด็กสาว ไปรับกุญแจห้องพักจากพนักงานต้อนรับ ที่เฝ้ามองเขาด้วยสายตาแปลกๆ และซุบซิบนินทาลับหลัง เมื่อร่างสูงโปร่ง กับผู้ช่วยสาวลับหายเข้าไปในลิฟท์แล้ว

ทันทีที่ประตูห้องเปิดพร่าง เด็กสาววัยสิบห้าสลัดรองเท้าบู๊ตหนังสีดำไปคนละทิศทาง ถลาเข้าไปในห้องทิ้งร่างลงบนเตียงนุ่ม นอนแผ่หราห้อยเรียวขาขาวเนียนที่ขอบเตียง

? อาบน้ำก่อน กาแล?

มีเสียงดุจากชายสูงวัย ก่อนแสงไฟภายในห้องพักสว่างขึ้น ห้องพักโทนสีน้ำเงินอ่อนปรากฏแก่สายตา ให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างวิเศษ

คงเป็นเพราะความเมื่อยล้าหรือเปล่านะ สาวน้อยจึงเมินเฉยต่อถ้อยคำนั้น ร่างเพรียวบางในชุดผ้าซาตินสีดำเงาวับ เกาะอกบนทรวงอกดอกบัวตูม สะท้อนไหวเนิบช้าตามจังหวะหายใจเข้าออก มีเพียงคนชิดใกล้เธอเฉกเช่นเขาเท่านั้น ถึงจะรับรู้ว่าลมหายใจสาวแรกรุ่นกรุ่นหอมสะอาดเพียงไหน เช่นเดียวกับกลิ่นกายสาวน้อย ที่อวลหอมจรุงพลังงานชีวิตชายสูงวัยให้กระชุ่มกระชวย ตาคมกริบเคลื่อนผ่านลำคอระหง ไปหยุดนิ่งที่ริมฝีปากรูปกระจับจิ้มลิ้ม ฉาบทาลิปติกสีแดงเข้ม เผยอแย้มชวนฝัน เหมือนดอกกุหลาบสาวกำลังคลี่กลีบยั่วยวนภุมรินหนุ่มในยามเช้า ดวงหน้างามรูปไข่ ระบายสีเข้มสวยตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ตอนนี้ดูเลอะเทอะเป็นมันเยิ้มด้วยหยาดเหงื่อ เปลือกตาแต้มเฉดสีครามผสานน้ำเงินเข้ม สะดุดตาใครต่อใครนักหนาพลอยชีดจาง มาสคาร่าปัดป้ายขนตาให้ดูโค้งงอนได้รูปนั้น เริ่มจับตัวทำขนตาติดกันเป็นแพเหนียวหนึบ เรือนผมดำยาวสลวยทิ้งตัวสยายบนผ้าปูที่นอน ช่างไม่ต่างกับสาหร่ายทะเลสีดำบนหาดทรายขาวสะอาด

องศา พันราตรี ถอนหายใจเหนื่อยหน่ายพลางส่ายหน้า วางกระเป๋าใบใหญ่บนโซฟานุ่ม ถอดเสื้อคลุมใส่ไม้แขวนเก็บไว้ในตู้ แล้วก้มลงเก็บรองเท้าบู๊ทหนังสีดำทรงสวยที่ถูกถอดทิ้งถอดขว้าง ขึ้นวางบนชั้นวางรองเท้าข้างประตู เขาเลี่ยงเดินเข้าห้องน้ำผนังสีฟ้า รูดม่านพลาสติกบังตากั้นห้องอาบน้ำ เปิดน้ำในอ่างกระเบื้องสีขาวจนปริ่มขอบ แล้วโปรยปรายกลีบกุหลาบแดง ดอกมะลิ พร้อมด้วยใบมินต์ และใบสะระแหน่อีกหนึ่งกำมือ สิ่งของเหล่านี้เขาได้สั่งพนักงานโรงแรมจัดหามาเตรียมไว้ให้ทุกค่ำคืน เจลอาบน้ำเนื้อใส ครีมล้างหน้า และผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่วางข้างๆ อ่างอาบน้ำ

? กาแลจ๋า...อาบน้ำได้แล้วจ้ะ? เขาชะโงกหน้าร้องสำทับออกไป

ร่างเพรียวสวยยังนอนแน่นิ่งเป็นหุ่นโชว์เสื้อผ้าบนเตียง โคมไฟแสงจันทร์บนเพดาน สาดแสงอุ่นนวล อาบเรือนร่างงามดุจดอกไม้แรกผลิ เธอยกขาขวางอเข่า ทาบฝ่าเท้าเล็กๆ ตรงขอบเตียง ชายกระโปรงสั้นรัดรูปรูดเปิด เผยให้เห็นต้นขาขาวผ่องอมชมพู เครปไหมพู่ระบายไหลลู่ลงแนบสะโพกหนั่นแน่น

ผู้มากวัยก้าวออกมาหยุดยืนข้างเตียง สายตาทอดมองเด็กสาวนอนแผ่หลา ลืมตาโพลงจับนิ่งบนเพดานเลื่อนลอย แววตาดูว่างเปล่าราวไร้อารมณ์รู้สึกใดๆ

เขาเอื้อมมือแตะเข่ากลมมนของเธอ

? ไปอาบน้ำก่อนเถอะ กาแล จะได้หลับสบาย?

ตากลมใสชายมองมาสบเขานิ่งงัน แววตาคู่นั้นยากจะเดาได้ว่าฉายอารมณ์รู้สึกใดๆ ระหว่างความดื้อดึงอยู่ลึกๆ กับการคล้อยตามเชื่อฟัง แต่แล้วในที่สุด เด็กสาวร่างเพรียวบางก็จำใจลุกขึ้นนั่งอย่างเมื่อยขบ สีหน้าบ่งบอกถึงเบื่อหน่ายนักหนา ที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเข้มงวด และอยู่ภายใต้การดูแลเอาใจใส่จากผู้ชายอายุคราวพ่อ ที่สอนเธอเล่นกลเหรียญบาท และผูกปมคลายปมเชือกมาตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งเติบโตเป็นสาวน้อยผู้สวยพราวด้วยเสน่ห์ ก็ยังมิวายต้องฝึกเล่นกลใหม่ๆ ยากและซับซ้อนขึ้น เธอรู้สึกราวกับว่าอิสระแห่งวัยสาวถูกกักขังอยู่ในกล่องมายากลของเขา

กาแล ลุกเดินเอื่อยเฉื่อยทำคอตกเข้าห้องน้ำ เปลื้องผ้าย่อกายลงในอ่างกระเบื้องเซรามิก น้ำปริ่มขอบจนล้นไหลลงนองพื้น เมื่อเด็กสาวเอนหลังจมร่างลงใต้ผิวน้ำ กลั้นลมหายใจเป็นนานทีเดียว ศีรษะทุยๆ จึงโผล่ขึ้นมาสูดอากาศหายใจ

ปากจิ้มลิ้มร้องเรียกหาชายผู้มากวัย

? ป๊ะ ป๋าจ๋า อยู่ไหนจ๊ะ...ถูหลังหน่อยดิ ?

เสียงใสสะอาดนั้น ช่างแสนออดอ้อนอารมณ์นัก

กาแลไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยว่า ชายชราที่เธอร่ำเรียกหาเวลาอาบน้ำมาแต่เด็ก ได้มานั่งอยู่เบื้องหลังเธอตั้งนานแล้ว ตาคมกริบดุจดวงตาเหยี่ยวราตรี สงบงัน ทอดต่ำมองร่างเปลือยนั่งห่อกายใต้ผิวน้ำ เธอคู้เข่าขึ้น สองแขนกลมกลึงโอบรอบเข่าพอหลวมๆ เท้าคางแนบแก้มกับท่อนแขนขวา นายองศาเทเจลเนื้อใสกลิ่นหอมอ่อนบนฝ่ามือ แตะไล้ต้นคอขาวผ่อง ลูบเลื้อยลงมาสองไหล่กลมมน จนถึงแผ่นหลังเรียบเนียนละมุนมือ นิ้วเรียวยาวราวมือของศิลปินวาดรูป ทว่าแข็งแกร่งดุจนิ้วมือของนักกายกรรม ลูบไล้ผิวบางอย่างทะนุถนอม พลิ้วแผ่วนุ่มนวลราวสายลมอุ่นรวยรินสัมผัสผิวกาย เจลใสแตกฟอง กระจายกลิ่นหอมละเมียดลื่นละไมไปทั่วเรือนร่าง ที่ชายสูงวัยลูบสัมผัสและรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง วันแล้วคืนเล่า จากความอ่อนเยาว์ของเด็กทารกตัวน้อย จนเติบใหญ่เบ่งบานเป็นสาวรุ่น บางส่วนของร่างกายที่เรียบราบก็เริ่มเนินนูน นุ่มเนียน ยืดหยุ่นและเต่งตึง เหมือนลูกโป่งถูกลมเป่าให้ผายพองขึ้นเรื่อยๆ

สีหน้าและแววตาเจ้าของเรือนร่าง ถูกมือชายชราลูบไล้ ฉายชัดถึงความสุขพึงใจ ในห้วงเวลาที่ผ่อนคลายลึกล้ำ ริมฝีปากรูปกระจับคลี่แย้มบางๆ อย่างรื่นรมย์

ฝ่ามืออุ่นไอ ไล้ลูบร่างบางนุ่มนวลอ่อนหวานอย่างอย่างเต็มใจ บางราตรีเด็กสาวถึงกับผล็อยหลับในอ่างอาบน้ำ ราวกับว่าเจ้าหญิงองค์น้อยต้องเวทมนต์นักมายากลเฒ่าเจ้าเล่ห์เข้าแล้ว

นายองศา พันราตรี วักน้ำชโลมล้างเรือนร่างสาววัยแรกรุ่น หยดน้ำใสที่เกาะพราวบนผิวเนียนรวมตัวกัน เกิดเป็นสายธารน้อยๆหลายสาย ไหลผ่านร่องขุนเขา ลงสู่ทะเลสาบกลีบดอกไม้อันหอมละมุน ตาคมกริบเปล่งประกายร้อนแรงดุจแสงตะวันเจิดจ้าสองดวง ฉายส่องผ่านภูเขาไฟเล็กๆสองลูก แลลึกลงสู่ใต้ทะเลสาบกลีบดอกไม้อันใสกระจ่าง ปรากฏกลุ่มสาหร่ายอ่อนพลิ้วไหวอยู่บนเนินใต้น้ำลึก ซ่อนพลังลึกลับถึงกับสะกดดวงตะวันสองดวงนิ่งงัน

กลองมโหระทึกใต้ผืนดินอันแห้งแล้ง บรรเลงตีกระหน่ำรัวเร็ว แรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับว่าผืนดินแห้งผากนั้นจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เนื่องจากภายใต้เนินสาหร่ายอันลึกล้ำเย้ายวนนั้น คือดินแดนสุขาวดีอันแสนเร่าร้อน มีพลังดูดกลืนสิ่งผ่านกรายเข้าไปให้หวั่นไหว อ่อนแอ และละลายจมหายอยู่ในโคลนตมแห่งราคะ

เมื่อสามัญสำนึกแห่งทางช้างเผือก เคลื่อนเข้าครอบงำดวงจิตอันเด็ดเดี่ยวเป็นหนึ่งเดียว ดั่งแกนหลักแห่งจักรวาล บังคับดวงตะวันเจิดจ้าสองดวงสาดส่องผ่านเนินสาหร่ายไป สายลมร้อนเฮือกใหญ่ที่พัดพรูผ่านเถื่อนถ้ำเข้าไปในโพรงใหญ่ใต้ผืนดินแห้งผาก กลบกลืนเสียงรัวกลองให้แผ่วล้าลงอย่างอัศจรรย์...


เขาทอดถอนใจ สายตาเหลือบแลเรือนผมยาวสลวยเปียกน้ำแนบลงกับแผ่นหลัง เขาหยิบหวีมาสางผมสวย เส้นผมสาวน้อยดำขลับดุจเดียวกับสีนิลแห่งดวงตาเธอ นัยน์ตาคู่นั้นดูลึกลับ ท้าทายให้ผู้ชายทั้งโลกค้นหาความหมาย แต่ทว่ากลับฉายแววไร้เดียงสานักหนาในความรู้สึกยามสบนิ่งมองตาเขา หวีฟันถี่รีดน้ำจากเรือนผมหอม ไหลลงราบแผ่นหลังอันขาวผ่องเป็นยองใย เม็ดน้ำใสแจ่มที่แย่งกันเกาะพราวบนไหล่กว้างกลมมน ราวกับว่าหยดน้ำเหล่านั้น ปรารถนาเป็นเจ้าของผิวสาวแรกรุ่นไปตราบชั่วนิรันดร์

กาแลลุกจากอ่างอาบน้ำ ชายวัยห้าสิบสองหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่คลุมร่างเธอ องศาไม่เคยเห็นรอยยิ้มใสพิสุทธิ์และเสียงหัวเราะเริงร่าจากกาแลนานแล้ว นับตั้งแต่เธอเริ่มแตกเนื้อสาว หรืออาจจะเป็นเพราะว่างานแสดงมายากลอันหนักเหนื่อย ได้ขโมยความเบิกบานแห่งเยาว์วัยจากดวงหน้างามไปหมดสิ้น

ทุกคืนวัน เขาเฝ้าฝัน จะเห็นรอยยิ้มอันเบิกบานจากสาวน้อยอีกสักครั้ง

ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ ปรับอุณหภูมิภายในห้องพักเย็นฉ่ำ กระจกเงาบานใหญ่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ปรากฏเงาร่างเด็กสาวไร้เดียงสาคนหนึ่ง สวมเสื้อยืดสายเดี่ยวคอถ่วงสีฟ้า กางเกงหัวรูดขาสั้น นั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาท่าทีผ่อนคลาย สองมือนายองศาชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ เขาลูบไล้แก้มเนียนใสขาวอมชมพูด้วยเลือดฝาด ยามนี้กาแลดูราวกับเป็นละคนกับสาวน้อยแต่งกายเซ็กซี่เย้ายวน บนเวทีแสดงมายากลท่ามกลางแสงสี ซึ่งเขาไม่ปฏิเสธได้ว่า กาแลเป็นผู้สร้างสีสันการแสดงของเขาให้น่าสนใจและมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

เด็กสาวคนนี้นำโชคมาสู่เขา ทั้งเงินทองและชื่อเสียง จึงไม่ใช่เรื่องน่าเหนื่อยหน่ายเลย หากเขาจะเฝ้าปรนนิบัติเธอราวกับนางพญา

กาแลหลับตาพริ้ม เมื่อนิ้วโป้งอันแข็งเกร็งกดคลึงเบาๆ ที่ขมับ ปลายนิ้วนวดไล้ผ่านท้ายทอย ลำคอระหง ลงมานวดคลึงสองไหล่ และลำแขนกลมกลึงอย่างนุ่มนวลเนิ่นนาน

สองมือนุ่มละไมด้วยไออุ่น ส่งผ่านกระแสรู้สึกอันอบอุ่นเบาสบาย และผ่อนคลายทั่วเรือนร่างเพรียวบาง เรียวปากคลี่แย้มจางๆ คนนวดเองก็รู้สึกสุขรื่นรมย์ไม่ต่างจากสาวน้อย จากการสัมผัสลูบไล้เรือนร่างอันน่าทะนุถนอม ราวกลีบกุหลาบกำลังคลี่แย้มนั้น

เขาเลื่อนลงมากดจุดและนวดฝ่าเท้าน้อยๆ เนื้อหลังเท้าเธอขาวอวบอูม ผิวเล็บเป็นสีชมพูใสตัดสั้น ดูสะอาดตามีสุขภาพดี

มือหนาลูบไล้ นวดคลึงอโรมาเธอราพีทั่วปลีน่อง เคล้าคลึงรอบๆ เข่าและข้อพับ ขึ้นไปถึงต้นขาอันขาวเนียนอมชมพูโดยธรรมชาติ กาแลเคยบ่นว่าปวดเข่าปวดขา เนื่องจากใส่รองเท้าบู๊ตส้นสูงยืนบนเวทีการแสดงเป็นเวลานานๆ แต่พอเขาหันมาใส่ใจกดจุดนวดฝ่าเท้าให้เธอก่อนนอน สาวน้อยก็ไม่ปริปากบ่นอีก กลับชอบใจให้เขานวดทุกคืน

นายองศาดูแลใส่ใจเธออย่างใกล้ชิดตลอดมา สาวน้อยคนนี้นำโชคมาสู่เขาตั้งแต่เธอยังแบเบาะ ชีวิตเขาพลิกผันจากนักมายากลวนิพก ที่ตระเวนทำการแสดงแลกเศษเหรียญตามลานวัด งานประจำปี จนก้าวขึ้นสู่ทำเนียบนักมายากลผู้มีชื่อเสียง มีงานแสดงโชว์ล้นมือ เขานำเด็กหญิงเข้ามาร่วมแสดงสร้างสีสันบนเวที เมื่อเธออายุเพียงหกขวบเท่านั้น ความน่ารักน่าเอ็นดู และไหวพริบประสาเด็ก เรียกรอยยิ้ม เสียงหัวเราะเสียงปรบมือจากผู้ชมได้ทุกเวทีที่ทำการแสดง เงินทองและชื่อเสียงค่อยๆโอบอุ้มคนทั้งสอง สู่นักมายากลอาชีพระดับแนวหน้าของประเทศ เขาสามารถซื้อรถยนต์คันหรู และอุปกรณ์เล่นกลแปลกใหม่ราคาแพงๆ จากต่างประเทศได้อย่างสบาย

เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเลยสักน้อย ที่จะดูแลใส่ใจเด็กสาว ดุจเดียวกับทาสผู้ซื่อสัตย์ น้อมกายน้อมใจรับใช้ปรนนิบัติแทบฝ่าเท้าของนางพญา เขาปรารถนาให้กาแลสวยโดดเด่น มีเสน่ห์ในสายตาผู้ชมตลอดไป คณะมายากลของเขาเดินทางไปแสดงที่ไหน ก็สามารถเรียกลูกค้าเข้าสวนอาหาร ผับ บาร์ได้เนืองแน่นทุกคืน ผู้คนจะเฝ้ารอคอยชมการแสดงอันมหัศจรรย์อย่างใจจดใจจ่อ ส่วนหนึ่งแห่งความสำเร็จนั้น ย่อมมาจากผู้ช่วยสาวสวยของเขานั่นเอง

แม้นว่ากาแลจะเขียนไม่เป็น อ่านหนังสือไม่ออก เพราะเธอไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ แต่ก็ไม่มีใครล่วงรู้ถึงปมด้อยข้อนี้ ความสดสวยมีเสน่ห์ของเธอมัดใจผู้ชมจนอยู่หมัด รวมไปถึงเจ้าของคณะองศามายากลด้วย เด็กสาวไม่ได้เรียกร้องอะไรจากเขามากมาย นอกจากเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายสวยๆ เครื่องประดับราคาแพงชนิดจดไม่ลง

สิ่งที่นายองศาไม่อาจทูนหัวให้เธอสมปรารถนา ก็คือการตามหามารดาผู้ให้กำเนิดเธอ

กาแลโหยหามารดาในความฝันตลอดมา เธอจะอาละวาดใส่เขาทุกครั้ง เมื่อเขาผิดคำสัญญาที่รับปากไว้กับเธอว่า จะพาเธอออกตามหาแม่ วันแล้ววันเล่า เขาไม่เคยตามคำพูดสักครั้ง .... นายองศาพยายามยกเหตุผลร้อยแปดพันเก้าประการมาเอ่ยอ้างแก่เธอ ถึงความจำเป็นในการหารายสร้างฐานะอันมั่นคงในอนาคต

เขาบอกกับเธอว่า จะสร้างบนบนภูเขาเป็นของขวัญแก่เธอสักหลัง แล้วจึงออกตามหาและรับแม่ของเธอมาอยู่ด้วย เมื่อนั้นอารมณ์พลุ่งพล่านดุจน้ำเดือดของกาแลจึงค่อยเย็นลง สาวน้อยทำตาฝันทุกคราที่เขาเอ่ยถึงเรื่องนี้ แต่แล้ววันดีคืนดี เธอก็จะอาละวาดเอาเรื่องกับเขาสักครั้ง เมื่อเด็กสาวหวนคิดถึงแม่

กลิ่นเจลหลังอาบน้ำใหม่ หอมอ่อนๆให้ความรู้สึกผ่อนคลายประหลาดล้ำ มันกลมกลืนกับกลิ่นกายสาวยากจะแยกแยะออกว่า กลิ่นใดหอมเร้าใจกว่ากัน ระหว่างกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเจลอาบน้ำที่สกัดจากดอกคาโมมายล์ กับกลิ่นเนื้อนวลสาวรุ่นที่แสนรัญจวนใจ

สิ่งที่สาวน้อยโปรดปราน ให้เขาปรนนิบัติต่อเธอก่อนนอนทุกคืน ก็คือการใช้สำลีปั่นหูเด็ก มาปั่นทำความสะอาดที่ร่องนิ้วเท้าเธอทีละร่อง ยามที่เขาถูไถสำลีอ่อนนุ่มไปมาในร่องนิ้ว นิ้วเท้าเล็กๆจะหดเกร็งเห็นด้วยความจั๊กจี้ แต่ทว่าท่าทีเธอก็สนุกผ่อนคลายกับเกมนี้มาก ผิวแก้มบางเนียนระบายสีชมพูเข้ม เปลือกตาหลับพริ้ม มีเสียงครางเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากแผ่วเบา

กาแลชอบฟังเพลงซึงกล่อมนอนมาแต่เด็ก....

เธอจะหลับลงโดยง่าย เมื่อนายองศาเล่นซึงขับกล่อม กาแลชื่นชอบท่วงทำนองบทกวี ตากะเลอ ที่บอกเล่าเรื่องราวของตุ๊กตาชาวเขาแกะสลักสองตัว ตุ๊กตาหนุ่มชื่อ...ตากะเลอ เขาเป็นชาวมูเซอดำ แกะสลักจากไม้สักรมดำ ยืนอยู่ถือหน้าไม้ในร้านขายของที่ระลึก ตากะเลอแอบหลงรักตุ๊กตากะเหรี่ยงสาวชาวปะด่อง ผู้มีคออันยาวยี่สิบห่วงทองเหลือง มันเป็นความรักเงียบๆ เพราะตากะเลอพูดไม่ได้ กระเหรี่ยงสาวปะด่องเองก็พูดไม่ได้เช่นเดียวกัน

จนกระทั่งวันหนึ่ง มีคนมาซื้อตุ๊กตากะเหรี่ยงสาวคอยาวไป ตากะเลอจึงรู้สึกเดียวดาย อยากกลับไปเกิดเป็นต้นสักทองในป่าอีกครั้ง ...

ตากะเลอ...ตากะเลอ ตุ๊กตาไม้รมดำ
เขาคือชายหนุ่มชาวมูเซอดำ
ยืนบ่ไหวติง อยู่ในร้านอุ๊ยคำ
เงียบงำ ดูง่ายง่าย?ล้าลา

ตากะเลอ...ตากะเลอ ยืนถือหน้าไม้สีดำ
เฝ้ามองมั่นหมาย
บ่พูดจา บ่ทักทาย
สาวปะด่องกะเหรี่ยงคอยาว?ย้าวยาว

ตากะเลอ...ตากะเลอ ตุ๊กตาไม้มูเซอดำ
เฝ้าฝันเฟื้อแฝง...สาวเจ้า
แม่ สาวกะเหรี่ยงคอยาว...ย้าวยาว
บ่แลมองมา แม้เงา?ล้าลา

แลงหนึ่งแดดอ่อน มีชายเมืองใต้ตัวด๊ำดำ
มาซื้อตุ๊กตาสาวกะเหรี่ยงคอยาว
ตากะเลอ...ยืนร่ำไห้
สาวเจ้าหายไปจากร้านอุ๊ยคำ

ตากะเลอ...ตากะเลอ ตุ๊กตาไม้มูเซอดำ
วิงวอนกื่อซา เทพเจ้าแห่งความดี
โปรดนำสาวเจ้ากลับมาที
คืนสู่ดอยสูงถิ่นเฮา...ล้าลา ล้าลา

จบบทกวี นายองศาวางซึงลง ลุกขึ้นดึงผ้าห่มคลุมร่างสาวน้อย เอื้อมมือแตะไล้ผิวแก้มเย็น แผ่วเบา แก้มหอมหอมที่เขาเฝ้าฝันจะดอมดมอย่างชื่นใจสักครั้ง

ชายวัยกลางคนเดินไปดับไฟในห้องพัก แล้วกลับมานั่งลงบนเตียงนอนฟากตรงข้าม ซึ่งเขาได้ตั้งโต๊ะญี่ปุ่นกั้นกลางระหว่างเตียงนอนเขาและเธอ ปูผ้ากำมะหยี่สีดำ วางขวดน้ำมันหอมระเหย และแก้วบรั่นดีใสแจ๋ว ใส่น้ำสะอาดปริ่มขอบ จุดเทียนหอมบนเชิงทองเหลืองทางด้านขวาของแก้ว นั่งขัดสมาธิ สูดลมหายใจลึก แล้วกำหนดลมหายใจเข้าออกช้าๆ สายตาเพ่งมองแก้วบรั่นดี ด้วยพลังจิตแน่วนิ่ง จิตดิ่งลึกสู่สมาธิ


?อาหนี่...เธออยู่ไหน"


ดวงหน้าเรียวรูปไข่ของหญิงสาวคนหนึ่ง ค่อยๆปรากฏขึ้นในแก้วบรั่นดี... ตาเรียวยาวจ้องมาสบเขาด้วยแววเหงาเศร้า

? อาหนี่...?
เขาเอ่ยชื่อภรรยาสาวชาวเผ่าอาข่า ที่เดินหายเข้าไปกล่องมายากล ขณะทำการแสดงคนล่องหนบนเวทีเล็กๆ ในผับแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ เธอไม่กลับออกมาจากกล่องนั้นอีกเลย เขาไม่รู้ว่าเธอหายไปไหน หายไปได้อย่างไร เป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่รู้...

เกือบสิบหกปีแล้วซินะ ที่อานี่หายตัวไปจากเขาอย่างลึกลับ องศาได้แต่เฝ้ารอคอยว่าสักวันหนึ่ง คู่ชีวิตจะเดินออกมาจากกล่องมายากลที่เธอก้าวเข้าไป และเดินกลับออกมาพร้อมกับกาแล...ผู้ช่วยสาวของเขา

แต่ทว่า จนบัดนี้หล่อนก็ยังไม่กลับออกมาเลย

นับเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นดวงหน้าเธอผุดพรายขึ้นมาอย่างน่าพิศวงที่สุด

? องศาช่วยฉันด้วย...?

กระแสเสียงสั่นสะท้าน ราวล่องลอยผ่านหน้าต่างเข้ามาจากฟากฟ้าไกลแสนไกล

? อาหนี่ เธออยู่ไหน?? เขาถาม

? ฉันถูกกักขังไว้ในที่แห่งหนึ่ง อยากรู้จงไปถามหนี่ผะ ?
หนี่ผะหมายถึงร่างทรงที่หมู่บ้านชาวเขาเผ่าอาข่า บนยอดดอยสูง อันเป็นแผ่นดินเกิดของภรรยาสาว จบคำดวงงามก็เลือนหายไป...

(โปรดติดตามตอนต่อไป)