กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: คำสอนข้อแรกจากหลวงพ่อชา...

  1. #1

    สว่างใจ คำสอนข้อแรกจากหลวงพ่อชา...


    คำสอนข้อแรกจากหลวงพ่อชา...


    คำสอนข้อแรกที่หลวงพ่อชาสอนคือ เราต้องอดทน

    นับแต่วันแรกที่อาจารย์ไปถึงวัดหนองป่าพงเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 หลังจากบรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดเบญจมบพิตรได้ 3 เดือน ก็พยายามแสวงหาสถานที่ปฏิบัติธรรม ทีแรกเพื่อนก็พาไปดูวัดทางภาคใต้ 3 - 4 วัด เป็นวัดที่มีชาวต่างขาติไปปฏิบัติกัน แต่อาจารย์ดูแล้วก็ยังไม่รู้สึกตกลงใจ หลังจากนั้นก็มีคนแนะนำให้ไปจังหวัดอุบลราชธานี ให้ไปหาหลวงพ่อชาตอนนั้นก็มีพระชาวอินเดียที่พูดภาษาไทยได้ พาอาจารย์ไปนั่งรถทัวร์จากกรุงเทพฯ ไปถึงจังหวัดอุบลราชธานี แล้วยืนงง ๆ อยู่ว่าจะไปวัดหนองป่าพงยังไง พอดีมีคนขับรถแท็กซีเข้ามาถามว่าจะไปไหน พอเขาทราบว่าจะไปวัดหนองป่าพง เขาก็บอกให้รอสักครู่ เมื่อเขาทำธุระเสร็จแล้วจะกลับมารับในที่สุดก็นั่งรถแท็กซี่คันนั้นไปวัดหนองป่าพง


    ระหว่างทางก่อนถึงวัด เป็นเวลาเช้าตรู่ มองเห็นพระป่า 30 - 40 รูป ออกบิณฑบาตเดินเรียงเป็นแถวยาว รู้สึกประทับใจมาก พอถึงวัด แท็กซี่เขาไม่เก็บสตางค์ค่ารถ อาจารย์ก็นึกดีใจและขอบใจเขาที่ช่วยมาส่ง เมื่อเดินทางไปในวัดเป็นป่าร่มรื่นเกิดความรูสึกสงบวิเวกเป็นพิเศษ เหมือนเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่ง เดินเข้าไปเรื่อย ๆ แม่ชี 5 - 6 คน ที่กำลังทำความสะอาดวัดอยู่ เห็นอาจารย์เดินมา ก็หลบเข้าข้างทาง แล้วนั่งลงทำความเคารพอย่างนอบน้อม ตอนนั้นอาจารย์รู้สึกเขินอายเพราะเป็นครั้งแรกที่เดินอยู่ตามถนน แล้วมีโยมนั่งลงไหว้แบบนี้

    ที่วัดหนองป่าพงอาจารย์ได้พบกับพระฝรั่งชื่อเขมธัมโมเป็นรูปแรก ท่านก็เข้ามาช่วยแนะนำ เมื่อฉันจังหันเสร็จแล้ว ท่านสุเมโธและพระฝรั่งอีก 4-5 รูป ก็พาอาจารย์ไปหาหลวงพ่อชาที่กุฏิ เมื่อบอกความประสงค์ของอาจารย์ที่จะมาขอปฏิบัติที่วัดหนองป่าพง ท่านซักถามว่ามาจากไหนมายังไง แล้วก็ถามชื่อ อาจารย์ตอบท่านว่าชื่อชิบาฮาชิ (ชื่อมิตซูโอะแต่ตามธรรมเนียมญี่ปุ่นจะใช้นามสกุลเป็นชื่อที่แนะนำตัวเอง) หลวงพ่อชาท่านก็จำเทียบเคียงเป็นภาษาไทยว่า "สี่บาทห้าสิบ" นับจากวันนั้นท่านก็เรียกอาจาย์สั้น ๆ ว่า "สี่บาทห้าสิบ" มาตลอด หลวงพ่อบอกว่า อยู่ที่นี่ลำบาก ต้องอดทนนะ อาจารย์ก็ตอบท่านว่า "อยู่ได้ครับ ทนได้ครับ" รู้สึกมั่นใจว่าอดทนได้จริง ๆ เพราะการฝึกที่ท้าทายทั้งทางกายทางใจ ก็สมัครใจทำมาแล้วตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน เคยเป็นนักปืนเขาแบกเต๊นท์ และเสบียงอาหารหนัก 15 กิโล 20 กิโล เดินข้ามเขาลูกหนึ่งไปอีกลูกหนึ่ง ผ่านยอดเขานี้ไปอีกยอดเขาหนึ่ง เรียกว่าเดินขึ้นเดินลงภูเขาตลอดวัน มีทั้งการเดินทางระยะเวลาสั้น ๆ 2-3 วัน ไปจนถึง 7 วันก็มี

    ตั้งแต่อายุ 20 อาจารย์ก็ออกเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวแบบนี้อยู่เสมอ ทัศนศึกษาไปเรื่อย ๆ ในหลาย ๆ ประเทศทั้งอินเดีย เนปาล ปากีสถาน อัฟกานิสถาน เยอร์มัน ฯลฯ เดินทางไปประเทศไหนก็ถือหลักว่าจะทดลองดูเป็นประสบการณ์ว่าคนจนที่สุดของเขากินอยู่อย่างไร เราก็เอาอย่างเขานี่แหละ กินง่าย นอนง่าย เรียกกว่ากินอยู่แบบประหยัดสุด ๆ เมื่อไปเที่ยวกรุงนิวเดลลี่ ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นเมืองที่ค่าที่พักโรงแรมแพง อาจารย์ก็อาศัยนอนค้างคืนตามสถานีรถไฟ หรือ เมื่อครั้งเดินทางไปประเทศเนปาล ไปพักกับพวกชาวเขา เขากินมันฝรั่งต้มจิ้มน้ำพริก หรือบางทีก็กินข้าวโพดคั่วแห้ง ๆ เราก็กินตามเขา เจ้าของบ้านเขาก็พอใจที่ต้อนรับชาวต่างชาติซึ่งมากินอยู่เหมือนเขา การกินอยู่อย่างง่าย ๆ เป็นการสร้างความสบายใจให้แก่เจ้าของบ้าน และสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกัน ดังนั้นเมื่อจะอยู่ที่วัดหนองป่าพง อาจารย์จึงมั่นใจว่าอยู่ได้แน่นอน

    เมื่อมาอยู่ที่วัดหนองป่าพงใหม่ ๆ อาจารย์พยายามจับหลักธรรมที่หลวงพ่อชาสอน ท่านว่า โลกแปลว่ามืดการที่พวกเราพากันพัฒนาโลกให้เจริญ จึงเป็นการทำให้มืดขึ้น ๆ คือหมายถึงในดานจิตใจคนเรากลับแย่ลงสบสนวุ่นวาย เป็นทุกข์กันมากขึ้นทุกวัน เป้าหมายการปฏิบัติรรมคือเพื่อกำจัดความมืด ทำให้จิตใจสว่างแนวทางการปฏิบัติธรรมก็ต้องอาศัยความอดทนเป็นหลักให้พากันกินน้อย นอนน้อย พูดน้อย ปฏิบัติให้มากนั่งสมาธิให้มาก ซึ่งทุกข้อก็ต้อมีขันติ คืออดทนทั้งนั้นจึงจะทำได้


    จาก หนังสือมีขันติ คือให้พรแก่ตัวเอง โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก

  2. #2
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197
    ขอบคุณมากนะคะ สาธุ สาธุ ค่ะ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •