กำลังแสดงผล 1 ถึง 7 จากทั้งหมด 7

หัวข้อ: ซึ้งๆของพี่น้อง...

  1. #1
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ ปลัดโตคนเดิม
    วันที่สมัคร
    Feb 2006
    กระทู้
    506

    ซึ้งๆของพี่น้อง...


    ... >> พี่-น้อง
    > >>
    > >> ฉันเกิดในหมู่บ้านบนภูเขาที่ห่างไกลผู้คน
    > >> แต่ละวัน
    > >> พ่อแม่ของฉันต้องพรวนดินในไร่ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุ
    > >> ฉันมีน้องชายอยู่หนึ่งคน อายุน้อยกว่าฉัน 3 ปี
    > >> วันหนึ่งฉันขโมยเงินของพ่อเพื่อไปซื้อผ้าเช็ดหน้าที่เพื่อนๆ
    > >> ของฉันมีกัน
    > >>
    > >> จากนั้นพ่อก็รู้เรื่อง
    > >>
    > >> พ่อให้ฉันกับน้องคุกเข่าหันหน้าเข้าหากำแพง
    > >> โดยที่ในมือพ่อมีก้านไม่ไผ่อยู่หนึ่งก้าน
    > >> "ใครขโมยเงินไป" พ่อตวาด
    > >>
    > >> ฉันกลัวมาก ไม่กล้าพูดอะไรออกไป น้องชายฉันก็เช่นกัน
    > >> พ่อจึงเอ่ยขึ้นว่า
    > >> "ก็ได้ ในเมื่อไม่มีคนรับสารภาพ
    > >> ก็ต้องโดนลงโทษทั้งคู่นั่นล่ะ"
    > >>
    > >> พ่อชูก้านไม้ไผ่ในมือขึ้น
    > >>
    > >> ทันใดนั้น น้องชายของฉันก็ลุกขึ้นคว้าข้อมือของพ่อไว้
    > >> แล้วพูดว่า
    > >> "ผมขโมยเองครับ"
    > >>
    > >> ก้านไม้ไผ่ก้านนั้นได้กระหน่ำลงบนหลังของน้องของฉันอย่างต่อเนื่อง
    > >> พ่อโกรธมาก พ่อตีน้องของฉันไม่หยุด
    > >> จนพ่อหอบด้วยความเหนื่อย
    > >> พ่อนั่งลงบนเก้าอี้ และด่าว่าน้องชายของฉัน
    > >> "ของคนในบ้านแกเอง แกยังขโมยได้ต่อไปแกจะทำชั่วอะไรอีก
    > >> แกน่าจะโดนตีให้ตาย ไอ้หัวขโมย"
    > >>
    > >> คืนนั้น ฉันกับแม่กอดน้องชายของฉันไว้
    > >> หลังของน้องมีแผลเต็มไปหมด
    > >> แต่เขาไม่ได้ร้องไห้แม้แต่น้อย
    > >>
    > >> กลางดึกคืนนั้น ฉันนอนร้องไห้เสียงดัง และนานมาก
    > >>
    > >> น้องเอามือเล็กๆ ของเขามาปิดปากฉันไว้ แล้วพูดว่า
    > >> "พี่ครับ ไม่ต้องร้องไห้นะมันผ่านไปแล้ว"
    > >>
    > >> ยังไงฉันก็อดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้
    > >> ที่ไม่มีความกล้าจะบอกความจริงกับพ่อ
    > >>
    > >> หลายปีผ่านไป
    > >> แต่เหมือนกับว่าเหตุการณ์มันเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้เอง
    > >>
    > >> ฉันไม่อาจลืมคำพูดของน้องชายตอนที่เขาปกป้องฉันได้เลย
    > >> ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 8 ปี ส่วนฉันอายุ 11 ปี...
    > >>
    > >> เมื่อตอนที่น้องชายของฉันใกล้จบ ม.ต้น
    > >> เขาได้รับการตอบรับจากโรงเรียน
    > >> ม.ปลาย ว่าเขาสอบได้ ในขณะที่ฉันซึ่งใกล้จบ ม.ปลาย
    > >> ก็ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยของจังหวัดเช่นกัน
    > >>
    > >> คืนนั้น พ่อได้นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่สวนหลังบ้าน
    > >>
    > >> ฉันแอบได้ยินพ่อพูดว่า "ลูกเราทั้งคู่เรียนดี
    > >> เรียนดีมากนะ"
    > >>
    > >> แม่ซึ่งนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ข้างๆ พ่อ ได้พูดว่า
    > >> "แล้วเราจะส่งเสียลูกทั้งคู่ได้อย่างไร
    > >> ในเมื่อเราก็ไม่ค่อยมีเงิน"
    > >>
    > >> ทันใดนั้น น้องชายของฉันได้เดินเข้าไปหาพ่อ แล้วพูดว่า
    > >> "ผมไม่ต้องการเรียนต่อผมอ่านหนังสือมามากพอแล้ว"
    > >>
    > >> พ่อเหวี่ยงมือตบลงที่แก้มของน้องของฉันฉาดใหญ่
    > >> "ทำไมถึงคิดโง่ๆ อย่างนี้
    > >> ต่อให้พ่อต้องไปเป็นขอทานข้างถนน
    > >> พ่อก็จะส่งแกทั้งคู่เรียนจนจบให้ได้"
    > >>
    > >> คืนนั้นทั้งคืน พ่อได้เดินไปตามบ้านต่างๆ
    > >> ทั่วทั้งหมู่บ้าน
    > >> เพื่อขอยืมเงิน
    > >>
    > >> ฉันค่อยๆ เอามือประคบแก้มบวมๆ ของน้องชายเบาๆ และคิดว่า
    > >> "ต้องให้น้องได้เรียนต่อ
    > >> ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่อาจหลุดพ้นชีวิตลำบากเช่นนี้ไปได้"
    > >>
    > >> แต่ในขณะเดียวกัน
    > >> ฉันก็ไม่อาจล้มเลิกความคิดอยากจะเรียนต่อไปได้
    > >> ใครจะรู้ได้ .... วันต่อมาในตอนเช้ามืด
    > >> น้องชายของฉันได้ออกจากบ้านไปพร้อมทั้งเสื้อผ้าติดตัวเพียงไม่กี่ชิ้น
    > >> และถั่วเพียงเล็กน้อยเพื่อประทังความหิว
    > >>
    > >> ก่อนไปเขาได้ทิ้งข้อความไว้ใต้หมอนของฉัน
    > >> ขณะฉันกำลังหลับ
    > >> "พี่ครับ การจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ ไม่ใช่ง่ายๆ นะ ....
    > >> ผมจะไปหางานทำ
    > >> แล้วจะส่งเงินมาให้พี่"
    > >>
    > >> ฉันนั่งอยู่บนเตียง
    > >> อ่านข้อความของน้องชายด้วยน้ำตานองหน้า ....
    > >> ฉันร้องไห้จนเสียงแหบแห้งไป
    > >> ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 17 ปี ส่วนฉันอายุ 20 ปี ....
    > >>
    > >> ด้วยเงินที่พ่อยืมมาจากคนในหมู่บ้าน
    > >>
    > >
    รวมกับเงินที่น้องชายของฉันได้รับเป็นค่าจ้างมาจากการทำงานเป็นกรรมกรแบกหามที่
    > >> ไซท์ก่อสร้าง ....
    > >> ฉันจึงสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้จนถึงปี 3
    > >>
    > >> วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องพัก
    > >> เพื่อนร่วมห้องของฉันได้เข้ามาบอกว่า "มีชาวบ้านมาหาเธอ
    > >> อยู่ข้างนอกแน่ะ"
    > >>
    > >> ทำไมชาวบ้านถึงมาหาฉันล่ะ ซึ้งๆของพี่น้อง...
    > >> ฉันเดินออกไปแล้วมองเห็นน้องชายของฉันยืนอยู่
    > >> ตัวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นปูนและทรายจากงานก่อสร้าง
    > >> ...
    > >> ฉันถามเขาว่า
    > >> "ทำไมไม่บอกเพื่อนพี่ไปว่าเป็นน้องชายพี่ล่ะ"
    > >>
    > >> น้องชายของฉันตอบยิ้มๆ ว่า "ก็ดูผมสิ
    > >> สกปรกมอมแมมออกอย่างนี้
    > >> ขืนบอกว่าเป็นน้องพี่ เพื่อนๆ
    > >> ก้อได้หัวเราะเยาะพี่กันพอดี"
    > >>
    > >> ฉันค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปปัดฝุ่นให้น้อง
    > >> และพยายามพูดด้วยเสียงเครือๆในลำคอ
    > >> "พี่ไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไง
    > >> เธอเป็นน้องของพี่ ไม่ว่าเธอจะดูเป็นอย่างไรก็ตาม"
    > >>
    > >> จากนั้น น้องของฉันได้ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง
    > >> เป็นกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อ ... เขาติดกิ๊บให้ฉัน
    > >> แล้วพูดว่า
    > >> "ผมเห็นสาวๆ ในเมืองเค้าติดกัน ผมเลยอยากให้พี่ติดบ้าง"
    > >>
    > >> ฉันหมดเรี่ยวแรงลงในทันใด
    > >> ดึงน้องชายเข้ามาสวมกอดและร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานาน
    > >> ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 20 ปี ส่วนฉันอายุ 23 ปี ....
    > >>
    > >> วันที่ฉันพาแฟนหนุ่มของฉันมาที่บ้านเป็นครั้งแรก
    > >> ฉันสังเกตเห็นว่า
    > >> หน้าต่างบ้านที่เคยแตกไป ได้ถูกซ่อมเรียบร้อยแล้ว
    > >>
    > >> เมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นว่าบ้านสะอาดขึ้นมาก
    > >>
    > >> หลังจากที่แฟนของฉันกลับไป ฉันพูดกับแม่ว่า
    > >> "แม่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อทำความสะอาดบ้านกับซ่อมกระจก
    > >> เพียงเพราะหนูจะพาแฟนมาที่บ้านหรอกนะคะ"
    > >>
    > >> แม่ยิ้ม แล้วพูดว่า "แม่ไม่ได้จ้างหรอก
    > >> น้องชายลูกต่างหาก
    > >> วันนี้เค้าขอเลิกงานเร็วเพื่อกลับมาทำความสะอาดบ้าน
    > >> ลูกยังไม่เห็นมือน้องหรอกเหรอ
    > >> น้องโดนกระจกบาดตอนกำลังเปลี่ยนกระจกบานใหม่น่ะ"
    > >>
    > >> ฉันรีบเข้าไปหาน้องที่ห้องนอนของเขา
    > >>
    > >> ฉันรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มทิ่มลงกลางใจเมื่อได้เห็นบาดแผลบนมือ
    > >>
    > >> ฉันจับมือน้องเอาไว้อย่างเบามือที่สุด "เจ็บมากไหม"
    > >> ฉันถาม
    > >>
    > >> "ไม่เจ็บสักหน่อย พี่ก็รู้นี่ผมทำงานก่อสร้างนะ วันๆ
    > >> มีหินตกมาใส่เท้าผมเต็มไปหมด
    > >> แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดเลิกทำงานหรอกนะ
    > >> และ..."
    > >>
    > >> น้องชายของฉันยังพูดไม่จบประโยค แต่ก็ต้องหยุดพูด
    > >> เพราะฉันหันหน้าหนีเขา
    > >> น้ำตาไหลอาบหน้าของฉันอีกครั้ง
    > >> ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 23 ปี ส่วนฉันอายุ 26 ปี...
    > >>
    > >> หลังจากนั้น ฉันก็ได้แต่งงานและย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง
    > >>
    หลายครั้งที่สามีของฉันชักชวนให้พ่อแม่ของฉันย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองด้วยกัน
    > >> ...
    > >> แต่ท่านทั้งสองก็ปฏิเสธ
    > >>
    > >> ท่านบอกว่า ท่านเคยย้ายออกจากหมู่บ้านครั้งหนึ่ง
    > >> แต่เมื่อออกไปแล้ว
    > >> ท่านไม่รู้จะทำอะไรดี
    > >> จึงได้ย้ายกลับเข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้านตามเดิม
    > >>
    > >> น้องชายของฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้เขาและพ่อแม่ย้ายออกไป
    > >> ...
    > >> เขาบอกกับฉันว่า
    > >> "พี่คอยอยู่ดูแลพ่อและแม่ของสามีพี่ทางนั้นเถอะ
    > >> ผมจะดูแลพ่อและแม่ทางนี้เอง"
    > >>
    > >> สามีฉันได้ขึ้นเป็นประธานของบริษัทของครอบครัว
    > >> เราทั้งคู่อยากให้น้องชายของฉันเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการบริษัท
    > >> ...
    > >> แต่น้องชายของฉันก็ไม่รับตำแหน่งนี้
    > >> เขาขอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานธรรมดา
    > >>
    > >> วันหนึ่ง น้องชายของฉันต้องปีนบันไดขึ้นไปซ่อมสายเคเบิล
    > >> และตกลงมาเพราะโดนไฟดูด
    > >> ... เขาถูกรีบหามส่งโรงพยาบาล
    > >>
    > >> ฉันและสามีรีบไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล
    > >> น้องชายของฉันขาหักต้องเข้าเฝือกที่ขา
    > >> ... ฉันโกรธมาก จึงตวาดน้องไปว่า
    > >>
    > >> "ทำไมถึงไม่ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการ หา!!!
    > >> ถ้าเป็นผู้จัดการก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานเสี่ยงๆ อย่างนี้
    > >> ดูตัวเองซิ
    > >> เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมฟังพี่บ้าง"
    > >>
    > >> คำตอบจากปากน้องของฉันรวมถึงสีหน้าเคร่งเครียด
    > >> ยังยืนยันความคิดเดิมของเขา
    > >> "พี่ลองคิดถึงพี่เขยสิครับ พี่เขยเพิ่งจะได้เป็นประธาน
    > >> ส่วนผมมันการศึกษาต่ำ
    > >> ถ้าผมได้เป็นผู้จัดการ
    > >> คงจะมีเสียงนินทาว่าร้ายเต็มไปหมด"
    > >>
    > >> น้ำตาปริ่มดวงตาของฉัน รวมทั้งสามีของฉันด้วย ....
    > >> ฉันบอกกับน้องว่า
    > >> "แต่ที่เธอไม่ได้เรียนต่อก็เพราะพี่..."
    > >>
    > >> "ทำไมต้องพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วด้วยล่ะครับ"
    > >> น้องชายของฉันจับมือฉันไว้
    > >> ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 26 ปี ส่วนฉันอายุ 29 ปี...
    > >>
    > >> เมื่อน้องชายของฉันอายุได้ 30 ปี
    > >> เขาได้แต่งงานกับสาวชาวนาในหมู่บ้านเดียวกัน
    > >>
    > >> ในงานแต่งงาน ประธานในงานได้ถามน้องชายของฉันว่า
    > >> "ใครคือคนที่คุณรักที่สุดในชีวิตนี้"
    > >>
    > >> น้องชายของฉันตอบอย่างไม่ลังเล "พี่สาวของผมครับ" ....
    > >> และเขาก็เล่าเรื่องราวที่แม้แต่ฉันยังจำไม่ได้
    > >>
    > >> "ตอนผมอยู่โรงเรียนประถม โรงเรียนอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง
    > >> เราสองคนพี่น้องต้องใช้เวลาถึง 2 ชม. เพื่อเดินไปเรียน
    > >> และเดินกลับบ้าน
    > >> วันหนึ่งผมทำถุงมือหายไปข้างหนึ่ง
    > >> พี่สาวผมจึงได้ให้ถุงมือของเธอข้างหนึ่ง
    > >> และเธอก็ใส่ถุงมือเพียงข้างเดียวเดินเป็นระยะทางไกล
    > >> เมื่อเรากลับถึงบ้านมือเธอบวมแดงเพราะอากาศหนาว
    > >> เธอไม่สามารถจับช้อนทานข้าวได้ด้วยซ้ำ .... นับจากวันนั้น
    > >>
    > >> ผมสาบานกับตัวเอง
    > >> ว่าตลอดชีวิตของผม ผมจะดูแลพี่สาวของผมให้ดี
    > >> และจะทำดีกับเธอ"
    > >>
    > >> เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว
    > >> สายตาทุกคู่ของแขกเหรื่อหันมาจับจ้องที่ฉัน
    > >>
    > >> คำพูดจากปากฉันออกมาอย่างยากลำบาก .... "ในโลกใบนี้
    > >> คนเดียวที่ฉันรู้สึกขอบคุณที่สุด คือน้องชายของฉันค่ะ"
    > >>
    > >> ในวาระที่มีความสุขที่สุดเช่นนี้
    > >> น้ำตาได้รินไหลออกมาจากสองตาของฉันอีกครั้ง...

  2. #2
    จอนฟอนน้อยขี่ดื้อ
    Guest

    Re: ซึ้งๆของพี่น้อง...

    หึย น้อง ปลต กะดาย
    เป็นตาฮู่จักควมเนาะโต Re: ซึ้งๆของพี่น้อง...

  3. #3
    จอนฟอนน้อยขี่ดื้อ
    Guest

    Re: ซึ้งๆของพี่น้อง...

    คนจะงามๆที่ใจใช่ใบหน้า.คนจะสวยๆจรรยาใช่ตาหวาน.คนจะแก่ๆความรู้ใช่อยู่นาน.คนจะรวยๆศีลทานใช่บ้านโต ไฉนจึงเรียกกันว่าวันเกิด.วันผู้ให้กำเนิดจะถูกกว่า.คำอวยพรที่เขียนควรเปลี่ยนมา.ให้มารดาเป็นสุขจึงถูกเอย

    ลายเซ็นน้อง ปลต. คือโก้แท้ เป็นตาฮู่จักความเนาะ หายไปไสโดนแท่ เอื้อยจอนฟอนคึดฮอดใด๋ :D

  4. #4
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ ปลัดโตคนเดิม
    วันที่สมัคร
    Feb 2006
    กระทู้
    506

    Re: ซึ้งๆของพี่น้อง...


    มาตอบจดหมายเอื้อยจอนฟอนเด้อครับ
    บ่ได้หายไปใส๋หล่ะครับ เข้ามาประจำอยู่ แต่บ่ได้ล็อกชื่อเข้ามาครับ.. ช่วงนี้ผมเรียนหนัก รายงานหลาย ปวดหัวหลายๆ
    เอื้อยจอนฟอนเป็นแนวได๋น่อ สบายดีบ่..
    ลายเซนผมติ...อิอิอิ....กะอยากให้หลายๆคนได้อ่านข้อความผมแล้วลองคิดเบิ่ง กะเลยเขียนไว้ครับ...เขียนไว้ให้คนอื่นได้อ่านครับ
    ผมกะคึดฮอดหมู่พวกสู่คนบ่มีลืมดอกครับ
    :D :) Re: ซึ้งๆของพี่น้อง... :D

  5. #5
    จอนฟอนน้อยขี่ดื้อ
    Guest

    Re: ซึ้งๆของพี่น้อง...

    น่านเข้ามาอยู่กะบ่มาทัก ฮ่วย..เคียดใด๋555555

  6. #6
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ บ่าววิทย์
    วันที่สมัคร
    Jun 2006
    กระทู้
    903

    Re: ซึ้งๆของพี่น้อง...

    Re: ซึ้งๆของพี่น้อง... กระทู้ต้นฉบับโดยคุณ จอนฟอนน้อยขี่ดื้อ
    น่านเข้ามาอยู่กะบ่มาทัก ฮ่วย..เคียดใด๋555555
    บ่าววิทย์มาทักทายสาวสวยจอนฟอนก่อน สบายดีบ่น้อ อิอิอิ

  7. #7
    จอนฟอนน้อยขี่ดื้อ
    Guest

    Re: ซึ้งๆของพี่น้อง...

    สบายดีอยู่บาววิทย์ บ่าววิทย์สำบายดีบ่ ยามใด๋ จอนฟอนน้อยสิได้กินลาบงัว ยามใด๋สิ.....55555555

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •