กำลังแสดงผล 1 ถึง 5 จากทั้งหมด 5

หัวข้อ: ตำนานทุ่งกุลาร้องไห้...

  1. #1
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ ระพินทร์
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    ที่อยู่
    thai
    กระทู้
    145

    ตำนานทุ่งกุลาร้องไห้...


    ทุ่งกุลาร้องไห้

    ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นทุ่งกว้างใหญ่ของภาคอีสาน มีเนื้อที่ติดต่อหลายจังหวัด

    ได้แก่ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ และสุรินทร์ สมัยก่อนมีชาวไทยใหญ่ที่ชอบเดินทาง

    มาค้าขายระหว่างภาคกลาง และหัวเมืองภาคอีสาน ชาวอีสานเรียกคนกลุ่มนี้ว่า ?กุลผา?

    หรือ ?กุลา?

    นิทานเรื่องนี้มีเล่าอยู่หลายรูปแบบ ฉบับที่คัดลอกมานี้ นำมาจากหนังสือ ?๕๐ นิทาน

    ไทย? โดย ธนากิต และหนังสือ ?นิทานพื้นบ้าน? โดย ธวัช ปุณโณทก



    ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พ่อค้าชาวเผ่ากุลาคนหนึ่งมีอาชีพนำสินค้าเดินทางไปค้า

    ขายตามหมู่บ้านต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน สินค้าที่นำมาค้าส่วน

    ใหญ่เป็นพวกเครื่องประดับและของใช้เล็กๆ น้อยๆ โดยเดินทางค้าขายเร่ร่อนไปเรื่อยๆ ค่ำ

    ไหนก็นอนนั้น ครั้นรุ่งเช้าก็หาบของไปขายยังหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงต่อไป


    วันหนึ่งพ่อค้าชาวกุลาเดินทางเข้าไปขายของในหมู่บ้าน ซึ่งตั้งอยู่ชายท้องทุ่งอันกว้าง

    ใหญ่ เขาได้รับคำแนะนำจากชาวบ้านว่า หมู่บ้านถัดไปนั้นอยู่ไกลมาก ต้องเดินทางข้าม

    ท้องทุ่งอันแห้งแล้ง ควรจัดเตรียมเสบียงอาหารไปให้พร้อม แต่พ่อค้าชาวกุลากลับคิดว่า

    ตนเองก็เดินทางเร่รอนค้าขายมาเป็นเวลาหลายปี ทำให้สามารถเดินได้เร็วและทน คาดว่า

    คงจะเดินผ่านท้องทุ่งข้างหน้าไปถึงหมู่บ้านได้ในเวลาเพียงครึ่งวันเท่านั้น ไม่จำเป็นต้อง

    จัดเตรียมอาหารและน้ำให้มากกว่าทุกคราวแต่อย่างใด

    ครั้นได้เวลา พ่อค้าชาวกุลาก็หาบของเดินชมนกชมไม้ไปอย่างเพลิดเพลิน ท้องทุ่งแห่งนี้

    เป็นดินปนทราย มีหญ้าต่างๆ ขึ้นอยู่หลายชนิด โดยเฉพาะหญ้าที่ชาวบ้านเรียกว่าหญ้า

    หวายนั้นมีขึ้นอยู่ทั่วไป บางแห่งก็สูงแค่หัวเข่า บางแห่งก็สูงถึงสะเอว นอกจากนี้ก็มีต้นไม้

    เล็กๆ ขึ้นสลับ แต่ไม่มีต้นไม้ใหญ่สูงๆ เลยแม้แต่ต้นเดียว


    ครั้นถึงเวลาสายแดดส่องแสงร้อนแผดกล้าขึ้นทุกทีๆ อากาศอบอ้าวจนรู้สึกหน้ามืดจะเป็น

    ลม พ่อค้า ชาวกุลามองไปข้างหน้าเห็นแต่ท้องทุ่งแห้งแล้งไกลสุดสายตา เห็นทีจะไม่

    สามารถเดินทางถึงหมู่บ้านได้แน่ เพราะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเหลือกำลัง น้ำที่เตรียมมา

    เพียงเล็กน้อยก็หมดไปแล้ว นึกเจ็บใจตัวเองที่ไม่เชื่อคำเตือนของชาวบ้าน เห็นสุดปัญญา

    ที่จะไปถึงจุดหมายได้ พ่อค้าชาวกุลาจึงนั่งลงกอดเข่าร้องไห้ ไม่นานนักก็มีชาวบ้านผ่าน

    มาพบเข้า สอบถามได้ความว่าพ่อค้าชาวกุลาจะเดินทางนำสินค้าไปขายในหมู่บ้าน จึงช่วย

    พยุงมาด้วยแล้วจัดหาข้าวปลาอาหารมาให้กินจนเป็นที่อิ่มหนำสำราญ ชาวบ้านคนอื่นๆ ได้

    ข่าวก็มาเยี่ยมเยียนไต่ถามสารทุกข์สุกดิบด้วยความมีน้ำใจตามประสาคนพื้นเมือง พ่อค้า

    ได้เล่าเรื่องการเดินทางข้ามท้องทุ่งอันสุดแสนกันดารจนตัวเองต้องนั่งกอดเข่าร้องไห้ให้

    ฟัง ตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านต่างเรียกท้องทุ่งแห่งนี้ว่า ทุ่งกุลาร้องไห้
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ระพินทร์; 14-08-2009 at 14:59.

  2. #2
    ร่วมกิจกรรมนำความรู้ สัญลักษณ์ของ เซียนเมา
    วันที่สมัคร
    Jun 2009
    ที่อยู่
    Suratthani
    กระทู้
    1,703

    เคยฟังมาหลายตำนานยุคับ
    คล้ายๆกันนี่หละ แต่เขาว่าเดี๋ยวนี่ทุ่งกุลาบ่คือเก่าแล้ว เจริญกั่วเก่า พะนะ จักว่าเป็นแบบใด๋

  3. #3
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ ระพินทร์
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    ที่อยู่
    thai
    กระทู้
    145
    ครับเจริญกว่าเก่าหลายเลยครับ.......จากที่เป็นเวิ้งกะเต็มไปด้วยทุ่งข้าวครับ

  4. #4
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ บ่าวเคน
    วันที่สมัคร
    Jun 2009
    ที่อยู่
    อุบลฯ เมืองดอกบัวงาม
    กระทู้
    372
    แถวทุ่งกุลา เวลาขับรถผ่าน ยามกลางเว็นสิฮ้อนหลายครับ แต่ยามกลางคืนกะสิหนาวแฮงคือกัน
    ตอนนี้มีแต่ท่งนาข้าวหอมมะลิ เป็นอู่ข่าวอู่น้ำตั๋วครับ เดียวนี่

  5. #5
    กะเคยศึกษามาบ้างอยู่ครับ ก็ประมาณนี้หล่ะ มองเห็นเป็นใกล้แต่ต้องเดินไกลเนาะครับ
    ทุกมื้อนี้ท้องทุ่งเขียว อุดมสมบูรณ์เนาะครับ...อยู่พิกัดได๋นอเพื่อได่ไปยาม อิอิ.........

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •