กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: อย่าเสียดาย....ค่าโง่ของชีวิต

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    อย่าเสียดาย....ค่าโง่ของชีวิต


    อย่าเสียดาย....ค่าโง่ของชีวิต


    อย่าเสียดาย....ค่าโง่ของชีวิต


    ตอนซื้อของแพงกว่าราคาจริง
    ประเภทซื้อของชิ้นหนึ่งเสร็จ
    เดินไปอีกไม่กี่ก้าวแล้วเจอของชิ้นเดียวกัน
    ที่แปะราคาไว้ถูกกว่าเป็นร้อยเป็นพัน
    คุณคงโมโหกระฟัดกระเฟียด
    และจดจำเงินส่วนต่างที่ต้องจ่ายด้วยความไม่รู้นั้น
    ไว้ในใจไปอีกนาน


    อาจหลายชั่วโมง อาจหลายวัน
    หรือบางทีอาจเป็นเดือนๆ
    ส่วนต่างที่ต้องจ่ายด้วยความไม่รู้นั้น
    ชาวบ้านเรียกกันแบบสั้นๆเข้าใจง่ายๆว่า “ค่าโง่”
    อันที่จริงค่าโง่มีอยู่หลายแบบ
    แบบที่ถูกหลอกเอาซึ่งๆหน้า
    แบบที่เราคำนวณพลาดเอง
    ตลอดจนแบบที่เกิดจากข้อมูลไม่พอ เดินไม่ทั่ว เห็นไม่ครบ
    ถ้าใครทำบัญชีค่าโง่เก็บไว้ดูเป็นรายปี
    บางทีสิ้นปีอาจตาเหลือกรู้สึกคล้ายจะเป็นลม
    คนที่ขัดสนหน่อยอาจเสียค่าโง่ปีละเป็นพันๆ
    คนที่ฐานะปานกลางอาจเสียค่าโง่ปีละเป็นแสนๆ
    และคนที่ฐานะมั่งคั่งอาจเสียค่าโง่ปีละเป็นสิบๆล้าน

    ไม่มีใครตั้งงบล่วงหน้าไว้จ่ายค่าโง่โดยเฉพาะ
    เพราะถ้ารู้ดีขนาดตั้งงบได้
    ก็แปลว่ามีสิทธิ์ตัดงบนี้ทิ้งเสียก่อนแล้ว
    ความจริงก็คือคุณแทบไม่มีทางรู้ตัวเลย
    ว่าแต่ละปีต้องจ่ายค่าโง่เป็นจำนวนเท่าไร

    ถ้าเอาค่าโง่ของทุกปีมารวมกัน
    เชื่อเถอะค่ะว่าสุดท้ายคุณจะตายตาไม่หลับ
    เพราะเอาแต่เสียดายว่าชีวิตที่ผ่านมานี้
    แทนที่จะเอาเงินจำนวนหนึ่ง
    ไปแลกบ้าน แลกรถ แลกตั๋วเครื่องบิน
    กลับต้องเอามาจ่ายค่าโง่ไปเปล่าๆปลี้ๆ

    พอตายไป
    สมมุติว่าคุณระลึกได้ว่าตะกี้เป็นอะไร
    ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นอะไรแล้ว
    ตลอดจนสามารถล่วงรู้ได้อีกว่า
    นอกจากภพตะกี้ที่จากมา
    กับภพนี้ที่เพิ่งมาอยู่ใหม่
    ยังมีภพชาติอื่นในอดีตเรียงรายมากมายเกินจะนับ
    แถมยังมีภพชาติอื่นในอนาคตรออยู่ไม่สิ้นสุด

    คุณคงเปลี่ยนใจ
    รู้สึกว่าค่าโง่ที่นับเป็นจำนวนเงินในแต่ละชาติ
    มันแค่ เรื่อง...ติ๊ดเดียว
    ทุกครั้งที่เกิดมา
    ยังมีค่าโง่อย่างอื่นที่เราจ่ายหนักกว่านั้นมากนัก

    ค่าโง่ที่สาหัสที่สุด
    คือการต้องจ่ายหนี้บาป
    อันเกิดจากการทำบาปด้วยความไม่รู้ว่าบาปมีผล
    เหมือนเด็กที่ทำผิดโดยไม่รู้ว่าจะถูกครูตี
    เมื่อจะต้องถูกตีจึงรู้สึกถึงบรรยากาศ ที่สลัว ขมุกขมัว น่ากลัว
    และถึงเวลานั้นก็สายเกินกว่าจะแก้ตัวเสียแล้ว

    ส่วนค่าโง่ที่น่าเสียดายที่สุด
    คือการพบพระพุทธศาสนา
    แต่ไม่รู้ว่าพุทธศาสนา
    คือประตูไปสู่บรมสุขอันเป็นอมตะ
    มัวหลงเข้าใจว่าพุทธศาสนา
    เป็นแค่อีกศาสนาหนึ่งที่มีไว้
    เพื่อให้เลือกเชื่อหรือไม่เชื่อกันตามอัธยาศัย

    การพบพุทธศาสนาแบบไม่เข้าใจ ไม่เข้าถึง
    ก็เท่ากับหมดโอกาสรู้ตัว
    ว่ากำลังจ่ายค่าโง่กันเป็นภพเป็นชาติ
    ซึ่งก็นับไม่ถูกว่ากี่แสน กี่ล้าน กี่โกฏิชาติแล้ว

    มูลค่าในการทำให้คนๆหนึ่งเข้าใจศาสนาพุทธ
    จึงตีเป็นจำนวนเงินเท่านั้นเท่านี้ไม่ได้
    ถ้าจะคิดเป็นมูลค่ากันจริงๆ
    ต้องคำนวณกันเป็นอัตราความสว่าง
    เช่น ถ้าช่วยให้ใครสักคน
    เข้าใจพุทธศาสนาระดับทานและศีล
    ก็ได้เป็นอัตราความสว่าง
    ระดับเปลี่ยนมนุษย์ให้เป็นเทวดา
    ซึ่งก็นับว่ามีความจัดจ้ากว่าแสงอาทิตย์ได้
    เพราะแสงอาทิตย์ไม่เคยช่วยให้คนๆหนึ่งเห็นสวรรค์
    มีก็แต่บุญเท่านั้นที่เข็นไหว

    แต่ถ้าช่วยให้ใครเข้าใจพุทธศาสนา
    ในระดับของการภาวนา
    ก็ได้มูลค่าเป็นอัตราความสว่าง
    ระดับเปลี่ยนมนุษย์ให้เป็นองค์อรหันต์
    พ้นทุกข์พ้นภัยจากการเวียนว่ายตายเกิดถาวร
    ซึ่งแสงระดับนี้มีความจัดจ้าสูงสุด
    เทียบแล้วความสว่างระดับทานและศีลที่ยิ่งใหญ่กว่าดวงอาทิตย์
    กลับกลายเป็นของจ้อยไปเลย

    พระพุทธเจ้าตรัสว่าธรรมทาน
    ชนะการให้ทานอื่นใดทุกชนิด
    ความหมายคือผลของธรรมทานนั้น
    เจิดจรัสจัดจ้าเหนือความสว่างทั้งปวง
    คุณอย่าไปคิดว่าธรรมทาน
    จะแปรตัวเป็นกองทุนเลี้ยงชีพทันตา
    เพราะไม่แน่นอน ยังต้องบวกลบคูณหารกับกรรมเก่าอีก
    แต่ขอให้คิดว่าธรรมทานอันเกิดจากใจจริงคิดช่วย
    ได้แปรรูปเป็นความสว่างแห่งจิตทันใจเดี๋ยวนี้แหละ
    ไม่ต้องไปบวกลบคูณหารกับอะไรไกลตัว

    ถ้าใครรู้สึกว่าตัวเองฉลาดกว่าเดิม
    หรือเฮงผิดปกติ
    ทั้งทำมาค้าขึ้น ทั้งได้ลาภ
    ทั้งได้รับความช่วยเหลืออย่างท่วมท้น
    ก็อย่าไปสรุปว่าผลของธรรมทานคือประมาณนี้
    ผลดีของธรรมทานที่ได้รับในปัจจุบัน
    มันเป็นแค่เศษๆเสี้ยวๆของตัวอย่างเท่านั้น
    ของจริงที่จะให้ผลถึงที่สุดแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย
    มันต้องว่ากันเป็นภพเป็นชาติที่เจริญรุ่งเรืองกว่านี้
    อย่างไม่อาจเอามาเทียบกัน

    และเวลาที่ธรรมทานเปล่งอานุภาพขั้นสุดท้าย
    ก็จะไปกระทำกับจิตใจเจ้าของทานโดยตรง
    นั่นคือปรุงให้จิตเห็นตามจริงว่า
    ภพชาติทั้งหลายเป็นทุกข์ เป็นของควรรู้ว่าน่าทิ้ง
    ไม่ใช่ของควรคิดว่าน่าเอา
    กระทั่งมีกำลังที่จะทิ้งอย่างไม่เหลือเยื่อเหลือใย

    ถ้าคุณทำให้คนแม้แต่คนเดียวรู้จัก เข้าใจ
    ตลอดจนเข้าถึงพระพุทธศาสนาได้
    ตามแบบที่พระพุทธเจ้าทรงประสงค์จะให้พบจริงๆ
    ก็ให้ชื่นใจเถอะค่ะ
    บอกตัวเองเถอะค่ะว่า
    ได้สร้างขุมทรัพย์บันลือโลกไว้ให้ตัวเองแล้ว

    ตอนนี้ต้องบอกตัวเองว่า...เคยโง่มาก่อน
    กว่าจะรู้ได้ พบได้ เสียดายความรู้สึกที่มีให้กันมาตลอด
    แต่นั่นแหละ สิ่งที่ให้ก็คือการให้ความดีที่ให้แก่คน
    อย่างอื่นไม่ต้องสนใจ ความดีก็คือความดี เชื่อแบบนี้แหละค่ะ
    ความดี ก็คือความดี ที่ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้
    ไม่ต้องหวังผลตอบแทนส่วนตัว แต่ถือว่าเป็นการตอบแทนสังคม
    และเป็นประโยชน์แก่สังคมส่วนรวม ก็สบายใจแล้วจริงไหมคะ


    จากหนังสือ พลังจิต

  2. #2
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ กำลังใจ
    วันที่สมัคร
    Mar 2007
    กระทู้
    1,611
    บล็อก
    1
    ค่าโง่ของชีวิต

  3. #3
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ นา ดอกจาน
    วันที่สมัคร
    Mar 2009
    ที่อยู่
    FL,USA
    กระทู้
    263

    อย่าเสียดาบ ค่าโง่ของชีวิต

    ขอบคุณมากๆคะ สำหรับกระทู้นี้!!!
    ทำให้มีกำลังใจท่จะตัดรอนค่าโง่ของชีวต มากยิ่งขึ้น!!
    ขออนุโมทนาสาธุ ด้วยนะะ ธุจ้า

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •