ชื่อ
การประกอบพิธีกรรมในวันฮารีรายอ
ภาคใต้
จังหวัด ปัตตานี



ช่วงเวลา ในรอบปีหนึ่ง ชาวมุสลิม มีวันฮารีรายอ ๒ ครั้ง คือ
๑) อีดิลฟิตรี ตรงกับวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนเชาวาล ซึ่งเป็นเดือน ๑๐ ตามปฏิทินอิสลาม ซึ่งเป็นวันออกบวช
๒) อีดิลอัฏฮา ตรงกับวันที่ ๑๐ เดือน ซุลฮิจญะ หรือตรงกับเดือน ๑๒ ของปฏิทินอิสลาม ซึ่งเป็นการฉลอง วันออกฮัจญ์

ความสำคัญ
วันฮารีรายอ เป็นวันรื่นเริงประจำปี ชาวมุสลิมจะไปเยี่ยมเยียนพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน เพื่ออภัยต่อกันในสิ่งที่ผ่านมา เป็นวันที่ทุกคนมีความสุขมาก มุสลิมจะมีการประกอบพิธีกรรมไทยพร้อมเพรียงกันทั่วโลก ในวันอีดีลฟิตรี มุสลิมทุกคนจะต้องจ่ายซะกาตฟิตเราะห์ บริจาคทานแก่คนยากจนอนาถา ส่วนในวันอีดิลอัฏฮา จะมีการเชือดสัตว์พลี แล้วจะทำ กุรบัน แจกจ่ายเนื้อเพื่อเป็นทานแก่ญาติมิตร สัตว์ที่ใช้ในการเชือดพลีได้แก่ อูฐ วัว แพะ เป็นการขัดเกลาจิตใจของมนุษย์ให้เป็นผู้บริจาค เป็นการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนมนุษย์ ในวันฮารีรายอชาวมุสลิม จะเดินทางกลับภูมิสำเนาของตน มาร่วมประกอบพิธีกรรมทางศาสนาโดยพร้อมเพรียงกัน ได้พบปะ สังสรรค์กับเพื่อน ญาติพี่น้อง เพื่อจะได้ขออภัยต่อกัน

พิธีกรรม
๑. การปฏิบัติตนในตอนเช้าของวันฮารีรายอ โดยตื่นนอนแต่เช้าตรู ผู้หญิงจะเป็นผู้ตกแต่งบ้านเรือนให้สะอาดสวยงามเป็นพิเศษ จัดเตรียมอาหาร ขนมต่าง ๆ ไว้ต้อนรับเพื่อน ญาติพี่น้อง และแขกที่มาเยี่ยมเยียน ทุกคนต้องปฏิบัติบริจาคซากาตฟิตเราะห์ก่อนที่จะไปละหมาดในวันอีดิลฟิตรี สิ่งของที่ใช้ในการบริจาค โดย'ใช้สิ่งของที่บริโภคเป็นอาหารหลัก
๒. การอาบน้ำในวันฮารีรายอ เมื่อปฏิบัติภารกิจเสร็จ จะอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด เรียกว่าอายน้ำสุนัต กำหนดเวลาอาบตั้งแต่เที่ยงคืนเริ่มต้นวันฮารีรายอ จนถึงพระอาทิตย์ตก แต่เวลาที่ดีที่สุดและเป็นที่นิยมอาบน้ำสุนัต คือเมื่อแสงอรุณขึ้นขอบฟ้าในวันฮารีรายอ ในขณะอาบน้ำสุนัตทุกคนจะต้องกล่าวดุอารีเป็นการขอพร
๓. การประกอบพิธีกรรม ชาวมุสลิมจะเดินทางไปประกอบพิธีกรรมที่มัสยิดวันอีดิลฟิตรีจะไปมัสยิดเวลา ๘.๓๐ น. วันอีดิลอัฏฮา จะไปมัสยิดเวลา ๗.๓๐ น. การปฏิบัติตนเมื่อเดินทางถึงมัสยิด ทุกคนจะอาบน้ำละหมาด จากนั้นจึงเข้าไปในมัสยิด ทำการละหมาด ตะฮีญะดุลมัสยิด ๒ รอกาอัต มีการแบ่งแยกผญิงชาย โดยใช้ม่านกั้นกลาง เสร็จแล้วจัดแถวนั่งรอฟังโต๊ะอิหม่าม ซึ่งเป็นผู้นำในการทำพิธีละหมาด
๔. การละหมาด จะมีโต๊ะอีหม่ามเป็นผู้นำละหมาดจำนวน ๒ รอกาอัต
๑) เริ่มพิธีด้วยการยืนตรงเท้าห่างกันประมาณ ๑ คืบ หันหน้าไปทางกิบลัต (ทิศตะวันตก) สำรวมจิตใจแน่วแน่มุ่งตรงต่ออัลลอฮ อีหม่ามจะอ่านนำว่า
"อูซอลลีซุนนาตัน อีดิลฟิตรี (หรืออีดิลอัฏฮา) ร็อกกะตัยนี มะมูมัน ลิ้ลลาฮีตาอาลา และคิดในใจว่า ข้าพเจ้าละหมาดสุนัตอีดิลฟิตรี เพื่ออัลลอฮตาอาลา
๒) ตักบีร่อตุลเอียะฮ์รอม คือ การยกมือทั้งสองข้าง โดยแบฝ่ามือไปข้างหน้าให้หัวแม่มือจรดเหนืออยู่ระดับติ่งหูทั้งสองข้าง แล้วกล่าวคำว่า "อัลลอฮูอักบัร" ในขณะที่กล่าวคำ อัลลอฮูอักบัร ให้ตั้งเจตนาหรือนึกในใจ (เนียต) เนียตว่า "ข้าพเจ้าละหมาดสุนัตอีดิลฟิตรี (อีดิลอัฏฮา) ๒ รอกาอัตในเวลาเพื่ออัลลอฮตาอาลา แล้วลดมือทั้งสอง ลงมากอดอกให้มือขวาทับมือซ้าย แล้วกล่าว "ซุบฮานัลลอ วันฮัมดูลิลลา วาลาอีลา ฮาอินลัลลอ ฮูวัลลอฮูอักบัร ๖ ครั้ง ในรอกาอัตแรกแล้วกล่าว "อัลลอฮูอักบัร" ๗ ครั้ง จากนั้นใหฟังอีหม่าม (ผู้นำ) อ่านฟาตีฮะและซูเราะฮ
๓) เมื่ออีหม่าม (ผู้นำ) อ่านซูเราะฮเสร็จแล้วให้กล่าว "อัลลอฮูอักบัร" พร้อมกับยกมือทั้งสองเหมือนกับการตักบีรอตุลเอียะรอมในข้อ ๒ แล้วเอามือลง ก้มศีรษะโดยโน้มตัวลงเอาฝ่ามือจับเข่าให้ศีรษะและหลังอยู่ในระดับเดียวกันเรียกว่า "รอเกาะฮ" หรือ รูกัวะ หยุดนิ่งพร้อมกับอ่านตัสเบียะ คือซุบฮาน่า ร็อบบียัลอ้าซีม ว่าบีฮัมดี้ฮี
๔) เมื่ออ่านตัสเบียะฮจบแล้วให้เงยขึ้นมายืนตรง ขณะที่กำลังเงยให้อ่าน "ซ่ามีอัลลอฮู ลีมันฮามีดะฮ์"
พร้อมกับยกมือทั้งสองขึ้นเสมอไหล่ เหมือนกับการตักบีรครั้งแรก แล้วจึงลดมือลงแนบกับข้างตัวเรียกว่า "เอียะติดาล" ขณะที่ยืนตรงอยู่นี้ให้อ่าน "ร็อบบ๊านา ล่ากัลฮัมดิ์"
๕) กล่าว "อัลลอฮูอักบัร" พร้อมกับลดตัวลงคุกเข่ากับพื้น เอาฝ่ามือยันลงที่พื้น ให้ปลายนิ้วมือชี้ตรงไปข้างหน้า แล้วก้มลงให้หน้าผากแนบลงกับพื้น และจมูกแตะพื้นเรียกว่า "สูญูด" ให้หยุดนิ่งพร้อมกับอ่าน "ซุบฮานาร็อบบี้ยัลฮะลา ว่าบีฮัมดี้ฮี"
๖) กล่าว "อัลลอฮูอักบัร" พร้อมกับเงยศีรษะจากการสูญูดขึ้นมานั่งเรียกว่า นั้งระหว่าง ๒ สูญด ในการนั่งให้เอาตาตุ่มเท้าซ้ายรองกัน ให้ท้องนิ้วของเท้าขวายันพื้น ฝ่ามือทั้ง ๒ วางบนเข่าแล้วจึงอ่าน "ร็อบบิวฆ์ฟิรลี วัรฮัมนี วัรซุกนี วะฮ์ดี้นี ว่าอาฟีนี วะฟุ่อันนี"
๗) เมื่ออ่านจบแล้วกล่าว "อัลลอฮูอักบัร" พร้อมกับก้มลงสูญูดอีกครั้ง เรียกว่า สูญูดครั้งที่ ๒ อ่าน "ซูบฮาน่าร็อบบียัลอะฮ์ลา ว่าบีฮัมดี้ฮี้" ๓ ครั้ง เหมือนการสูญูดครั้งแรก
๘) เมื่ออ่านจบแล้วจึงเงยจากสูญูดครั้งที่ ๒ พร้อมกล่าว "อัลลอฮูอักบัร" มายืนตรงเอามือกอดอกดังเดิมรอกาอัตที่ ๒ ให้อ่านเหมือนรอกาอัตที่ ๑ แต่อ่าน "ซุบฮานันลอ วัลฮัมดุลิลลา วาลาอีลาฮาอิลลัลลอ ๔ ครั้ง แล้วอ่าน อัลลอฮูอักบัร ๕ ครั้ง จากนั้นให้ปฏิบัติเหมือนรอกาอัตที่ ๑ จนเสร็จสิ้นการละหมาด
๕. การปฏิบัติตนเมื่อละหมาดเสร็จ หลังจากละหมาดเสร็จแล้ว มุสลิมทุกคนจะนั่งฟังอีหม่ามกล่าวคุฏบะ (คำอบรม) เพื่อแนะแนวทางชีวิตด้านความศรัทธาที่กระตุ้นเตือนให้ปฏิบัติแต่ความดีละเว้นความชั่ว และปฏิบัติตามแนวทางของอิสลาม เพื่อให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ขณะนั่งฟังนั้นทุกคนจะอยู่ในความสำรวม สงบนิ่ง ตั้งใจฟัง ไม่พูดจาใด ๆ ทั้งสิ้น และเมื่ออีหม่ามอ่านคุฏบะฮจบแล้ว อีหม่ามจะขอพรจากพระองค์อัลลอฮเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และบรรดามุสลิมที่มาร่วมประกอบพิธีกรรม จะมีการขออภัยต่อกันโดยผู้น้อยจะเข้าไปขออภัยผู้อาวุโสกว่า

สาระ
บรรยายกาศอบอุ่นในวันฮารีรายอ ชาวมุสลิมจะรู้สึกดีใจและมีความสุขที่สุด ประทับใจในวันนี้ บรรดาลูก จะขออภัยต่อพ่อแม่ มีการแสดงออกด้วยการสวมกอด การจูบมือ การหอมแก้มทั้งสองของพ่อแม่ เป็นการแสดงความรัก ลูกหลานที่อยู่ต่างภูมิลำเนาต่างกลับบ้าน เมื่อมาขออภัยและอำนวยพรให้พ่อแม่ ทุกครัวเรือนจะมีความอบอุ่นไปด้วยบรรดาลูก ๆ หลาน ๆ กลับบ้านโดยพร้อมเพรียงกัน