กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: ไททานิค ตอน 2

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ไททานิค ตอน 2


    ไททานิค ตอน 2


    วิเคราะห์ไททานิค โหราศาสตร์...


    ไททานิค ตอน 2



    ไททานิค ตอน 2



    จากที่เล่าเรื่อง เรือสำราญ "ไททานิค" มาแล้วในตอนที่ 1


    จะเห็นว่า
    การเดินทางของ ไททานิก ครั้งแรก เริ่มการเดินทางที่ Southampton, England ในวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 1912 ควบคุมโดยกัปตัน Edward J. Smith เพื่อเดินทางไปยังนิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา ในการเดินทางครั้งนั้น มีผู้เดินทางรวมทั้งหมด 2,217 คน
    คืนวันที่14 เมษายน เวลา 22.30 น. พนักงานวิทยุประจำเรือ "คาลิฟอร์เนียน"
    ซึ่งกำลังติดอยู่ในกลุ่มก้อนน้ำแข็งห่างจากเรือไททานิก ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยให้แก่เรืออื่นๆ ซึ่งกำลังเดินทางอยู่ในเส้นทางที่ใกล้เคียง ให้ระวังภัยที่อาจจะเกิดจากการชนภูเขาน้ำแข็งภายในบริเวณนี้


    ขณะที่กำลังเรียกขานเรือ Titanic เพื่อแจ้งให้ระมัดระวังเหตุภัยพิบัตินี้เช่นกัน ก็ได้รับสัญญาณตอบกลับมาในลักษณะที่ไม่ค่อยสุภาพว่าให้หยุดเตือนเสียที เพราะสัญญาณเข้าไปรบกวนการทำงานของเขากับ Cape Race พนักงานวิทยุประจำเรือคาลิฟอร์เนียน จึงเลิกทำการติดต่อ


    และ เวลาประมาณ 23.40 น. เรือไททานิก ได้พุ่งเข้าชนภูเขาน้ำแข็งซึ่งมีความสูงพ้นระดับน้ำทะเล 55-60 ฟิต ด้วยความเร็ว 25 น็อตครึ่ง ทำให้ตัวเรือแตก น้ำทะเลไหลท่วมท้นเข้ามาในตัวเรือมีระดับสูงกว่ากระดูกงู 14 ฟิต ภายใน 10 นาที แล้วไหลทะลักเข้าไปสู่ห้องต่างๆ อย่างรวดเร็วเป็นเหตุให้เรือเริ่มอับปาง ทางกราบขวาของหัวเรือเป็นจุดอ่อน ทนรอยแตกได้ไม่อึดเท่าจุดอื่นๆ ทำให้น้ำท่วมห้องเครื่องทั้ง 5 สูงขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อท่วมมิดชั้น F เริ่มไหลขึ้นชั้น E น้ำ จึงเข้าท่วมห้องเครื่องที่ 6 และท่วมไปทีละห้องๆ
    เวลาประมาณ 04.20 น. เรือโดยสารขนาดใหญ่ชื่อ RMS Carpathia ได้เข้าไปช่วยเหลือผู้รอดชีวิตบนเรือบดทั้งหมด การอับปางของเรือ Titanic ครั้งนี้ เป็นเหตุโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ จากผู้โดยสารและลูกเรือ 2,217 ชีวิต รอดชีวิตเพียง 704 ชีวิต เสียชีวิตทั้งหมด 1,513 ราย ในจำนวนนี้มีมหาเศรษฐีอเมริกันรวมอยู่ด้วย



    บทวิเคราะห์ตอนที่ 2 คือ การวิเคราะห์ตามหลักวิชา ทางโหราศาสตร์


    ติดตามได้ดังนี้ นะคะ

    การศึกษาวิเคราะห์ตามหลักวิชาโหราศาสตร์


    ไททานิค ตอน 2



    ณ จุดพิกัดซึ่งเรือ "ไททานิค"
    ประสบอุบัติเหตุชนภูเขาน้ำแข็งจนอับปาง
    คือ Longitude 50o 14' W Lattitude 41o 27' N
    ได้มีดาว พระเคราะห์ต่างๆ โคจรผ่านคือ ดาวอาทิตย์
    ดาวจันทร์ ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ นอกจากนี้
    ยังมีดาวพุธโคจรผ่าน และมีแนวเงาดำของคราส
    หรือ ราหู พาดผ่านในเส้นทางที่ไม่ห่างไกลนัก
    เมื่อพิจารณาตามความหมายของแต่ละพระเคราะห์แล้ว


    ดาวอาทิตย์มีความหมายเกี่ยวกับอัคคีภัย
    ดาวจันทร์ มีความหมายเกี่ยวกับน้ำ
    การเดินทางทางน้ำ การผสมผสานความหมาย
    ของดาวอาทิตย์กับดาวจันทร์จึงหมายถึงไอน้ำด้วย




    ไททานิค ตอน 2



    ดาวพฤหัสบดีมีความหมายเกี่ยวกับเศรษฐี ความฟุ่มเฟือยหรูหรา
    ดาวเสาร์มีความหมายเกี่ยวกับโศกนาฏกรรม ความมืด ความหนาวเย็น
    น้ำแข็ง ภูเขาน้ำแข็ง ความทุกข์ทรมาน ความหวาดกลัว
    ดาวพุธมีความหมายเกี่ยวกับกลุ่มชนที่ร่วม กิจกรรมเดียวกัน
    ร่วมเคราะห์กรรมด้วยกัน
    และราหูมีความหมายเกี่ยวกับลมพายุ


    เมื่อได้ผูกเป็นดวงชะตาตามหลักวิชาแล้ว ดาวพระเคราะห์เหล่านี้ รวมทั้งราหู ยกเว้นดาวพฤหัสบดีจะเกาะกลุ่มรวมตัวกันอยู่ในเรือนที่ ๑๒ ซึ่งเป็นภพวินาศ
    มีความหมายเกี่ยวกับการสูญเสีย การถูกจองจำกักกัน



    ส่วนดาวพฤหัสบดีได้สถิตอยู่ในเรือนที่ ๖ ซึ่งเป็นภพเกี่ยวกับกิจการเดินเรือ
    ประชาชนที่มีส่วนร่วมในการสูญเสีย ทำมุมเล็งประมาณ ๑๘๐ องศา
    กับกลุ่มดาวดังกล่าว


    ดังนั้น เมื่อนำเอาความหมายของดาวพระเคราะห์รวมทั้งราหู
    และเรือนหรือภพที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาผสมผสานเข้าด้วยกันแล้วจึงเป็นคำตอบ และสามารถสร้างจินตนาการให้เห็นภาพที่ชัดเจนของเหตุการณ์



    เรือเดินทะเลซึ่งมีลักษณะเป็นเรือสำราญขนาดใหญ่ มีผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นเศรษฐี ผู้มีชื่อเสียงเกียรติยศ (ดาวพฤหัสบดีสถิตอยู่ในเรือนที่ ๖)

    ได้ประสบภัยพิบัติชนภูเขาน้ำแข็งในคืนที่หนาวเย็นและมืด (ดาวเสาร์)

    น้ำทะเลที่ไหลทะลักเข้าไปในเรือ ได้ท่วมท้นเข้าไปในห้องเครื่องจนทำให้หม้อน้ำขนาดใหญ่ในเรือ และเตาเชื้อเพลิงซึ่งเป็นพลังสำคัญที่ใช้ในการ ขับเคลื่อนของเรือจำนวนมากเกิดระเบิด พ่นไอน้ำร้อนออกครอบคลุมไปทั่ว (ดาวอาทิตย์และดาวจันทร์)

    ท่ามกลางเสียงกรีดร้องร่ำไห้โหยหาขอความช่วยเหลือด้วยความหวาดกลัวภยันตราย (ดาวเสาร์)

    ของผู้โดยสารที่ต้องประสบเคราะห์กรรมร่วม (ดาวพุธ)

    จำนวนไม่น้อยไม่สามารถหนีรอดออกมาได้ เพราะถูกกักกันติดอยู่บนเรือ จนในที่สุดต้องถูกไอน้ำลวก และจมน้ำสูญเสียชีวิต (เรือนที่ ๑๒ )



    ไททานิค ตอน 2



    ที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่งก็คือ ในวันที่เกิดสุริยคราสครั้งนี้
    และในวันที่เกิดเหตุ ดาวพฤหัสบดีกำลังโคจรถอยหลัง
    ซึ่งตามหลักวิชาดาราศาสตร์แล้วหมายความว่า
    ดาวพฤหัสบดีกำลังโคจรเข้ามาใกล้โลกมาก จึงเป็นการเพิ่มอิทธิพลของคราสครั้งนี้ให้รุนแรงยิ่งขึ้น



    ถึงแม้ว่า

    สุริยคราสครั้งนี้จะเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๔ (ค.ศ.๑๙๑๑) ก่อนหน้าวันเกิดเหตุคือ วันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๕ (ค.ศ.๑๙๑๒) ประมาณ ๑ ปี ก็ตาม แต่ตามหลักวิชาโหราศาสตร์ไทย และฮินดูได้ระบุไว้ว่า สุริยคราสจะส่งอิทธิพลแสดงผลให้เห็นเป็นทุกข์โทษ หรือเป็นคุณได้ภายในเวลานานประมาณ ๑ ปี ถ้าเป็นจันทรคราสจะส่งอิทธิพลให้เห็นภายในเวลานานประมาณ ๓ เดือน ดังนั้น ในกรณีนี้ พิษของคราสจึงจะยังมีโอกาสแสดงผลให้เห็นได้ไปจนถึงปลายเดือนเมษายน พ.ศ.๒๔๕๕ (ค.ศ.๑๙๑๒) เป็นอย่างเร็ว


    เป็นที่น่าสังเกตประการหนึ่ง ในวันที่เกิดสุริยคราสครั้งนี้ ปรากฏว่า มีดาวพระเคราะห์จับกลุ่มรวมกันอยู่ในราศีเมษรวม ๔ ดวง คือ ดาวอาทิตย์ ดาวจันทร์ ดาวพุธ และดาวเสาร์


    ทั้งราศีเมษนี้ยังถูกเส้นทางของราหูพาดผ่านด้วย นอกจากนี้ กลุ่มดาวพระเคราะห์เหล่านี้ยังถูกดาวพฤหัสบดีที่สถิตอยู่ราศึตุลย์ทำมุมเล็งประมาณ ๑๘๐ องศา ซึ่งตามวิชาโหราศาสตร์ถือว่า ให้ผลเช่นเดียวกับการสถิตอยู่ในราศึเดียวกัน ทั้งดาวพฤหัสบดียังได้โคจรเข้ามาใกล้โลกมากด้วย ปรากฏการณ์ที่ดาวพระเคราะห์หลายดวงโคจรมาร่วมกลุ่มอยู่ในราศีเดียวกันในลักษณะนี้ มีอยู่เป็นประจำ



    ไททานิค ตอน 2



    ในปี ค.ศ.๒๐๐๐ ก็จะมีปรากฏการณ์ในลักษณะนี้เช่นกัน จนทำให้เกิดความหวาดวิตกกันว่า โลกจะแตกเพราะอิทธิพลแรงดึงดูดของดาวพระเคราะห์ที่มาจับกลุ่มอยู่ในราศีเดียวกันในลักษณะนี้ ผมได้ตรวจสอบดูจุดที่ตั้งของดาวพระเคราะห์เหล่านี้ในท้องฟ้าโดยละเอียดแล้ว ปรากฏว่า มีดาวบางดวงมิได้อยู่ในระนาบ (Plane) เดียวกัน ทั้งยังมีระยะห่างระหว่างกันมากทีเดียว จึงเชื่อว่า โลกของเราจะประสบความวิกฤติกันถึงขนาดนั้นตามที่เล่าลือกัน หากโลกจะแตกจริงก็น่าจะเกิดขึ้นในปีที่เรือ "ไททานิค" อับปางมากกว่า


    ไททานิค ตอน 2


    ไททานิค ตอน 2



    โลก และระบบสุริยจักรวาล ของเรานี้มีโอกาสที่จะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ได้เหมือนกันตามทฤษฎีปรมาณูขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่คงจะอีกเป็นหลายพันล้านปีข้างหน้า ตายแล้วเกิดใหม่อีกไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยชาติ โลกก็ยังไม่แตกดอก….



    [yflash]http://www.youtube.com/v/DHyJTpDFgc8&hl=en&fs=1[/yflash]



    ขอขอบคุณ board.bodinzone.com/view.php?id=6386





  2. #2
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ คนไกลบ้าน2009
    วันที่สมัคร
    Jun 2009
    กระทู้
    399
    ขอบคุณครับ (เพลงเพราะมากครับพะนะ55+)

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •